Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
1 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
หัดเสีย

7:02 1/9/2550
September ...






ว่าจะเริ่มอาการนิ่งทำเฉยนั่งเล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมาแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว
แต่ก็คงอดความตื่นเต้นที่จะมาเล่นคอม เล่นอินเตอร์เนตไม่ได้เลยนะเนี่ย ...



.
.
.

วันนี้ตื่นเช้ามาก็มีเรื่องตลก
เอาผลไม้ที่ซื้อมาหลายวันแล้วในตู้เย็นออกไปทิ้ง เงาะ กับ ลำไย
ไปซื้อมาไว้เมื่อหลายวันก่อน ฮามากครับตอนไปซื้อ ... ด้วยความที่เป็นหนุ่มโส้ด หนุ่มโสด

ไม่สามารถกะเกณณฑ์ปริมาณของต่างๆของสิ่งที่ตนซื้อได้ในหลักกิโลกรัม ...


" เงาะกิโลนึง ลำไยกิโลนึง "



เพราะพ่อค้าส่ง ส่งมาให้สองถุง ไอ้หย๋า ... ซี้เลี้ยวอ่า ทำไมมันเยอะอย่างนี้ว่ะ ต้องรีบเอาขึ้นมา
ตายๆ ใครเห็นไม่รู้นึกว่า ไอ่นี่ต้องซื้อไปให้ครอบครัวใหญ่กินแน่ๆ เพราะหนึ่งกิโลของทั้งสองอย่างมันเยอะเหลือเกิน


กินยังไงก็ไม่ไหวแล้ว เหลือมาทิ้งจนถึงวันนี้

.
.
.
.


ตอนนี้คอมเครื่องใหญ่ (ฟังดูเหมือนละม้ายเป็นเมนเฟรม หรือซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ไหม) มันเสียอยู่
ยังไม่ได้ซ่อมเลย มาเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว เลยไม่ได้ทำอะไรเลย
ไม่ได้เล่นคอม จับคอมเลย ............... อยู่ได้นะอยู่ได้ ...


.
.
.
.


" อ่าว คุณณัฐ คุณไม่ได้ดูหุ้นเลยหรอ "

ดร. นิรันดร์ โทรมาถามแบบตะลึงมากเมื่อหลายวันก่อน


ใช่ครับพี่ ผมไม่ค่อยได้ดูหุ้นเลยครับ มาเป็นอาทิตย์แล้ว


" อะโห คุณนี่แสดงว่าบรรลุโสดาบันแล้วละสินะเนี่ย ... "

" ใช่ครับพี่ ส่วนใหญ่ก็ดูจากทีวี ติดตามข่าวสารบ้างเป็นบางคราว ดูความเคลื่อนไหวอยู่ห่างๆ "

" สุดยอดแล้วคุณ บรรลุแล้วนะเนี่ย ผมยังทำไม่ได้เลย "


.
.
.

อันว่าการเล่นหุ้นมีสองลักษณะ

๑. เก็งกำไร
๒. เล่นแบบลงทุน

เล่นแบบลงทุน คือไม่ตกอกตกใจ ไม่ติดตามราคาหุ้นตลอดเวลา อันนี้ต้องเป็นระดับเทพรวยๆแล้วถึงทำได้
คนที่ซื้อขายประจำ ส่วนใหญ่ ก็เป็นพวกที่มีโอกาสเสียเยอะ อย่างน้อยก็เสียค่านายหน้าหละ

นักลงทุนระดับโลกต่างๆ ไม่ได้จำเป็นต้องมาติดตามราคาหุ้นทุกวัน

ทุกคนรู้นะ แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ มันเหมือนเสพติด Stock Ticker ยังไงอย่างนั้น

คือได้เห็นราคาหุ้นวิ่งขยับวุบวับๆแล้วสุขใจ

ประหนึ่งราวกับคนที่กำลังนั่งดูแฟลชเท็กซ์ และภาพเคลื่อนไหวในแคมฟรอกยังไงยังงั้น ...


.
.
.

เต้ยเลยได้ที คุยเกทับ ดร. นิรันดร์ ว่าไม่ได้ดูหุ้นเลย แต่จริงๆ หารู้ไม่

๑. กู พารานอยด์ขั้นหนัก
๒. คอมกูเสีย




ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยกลายเป็นนักลงทุนยิ่งใหญ่โดยไม่รู้ตัว

.
.
.
.
.


แหม สถานการณ์สร้างวีรบุรุษนะเนี่ย ...

แต่มันก็จริงนะ ช่วงเวลาที่ผ่านมา ... ก็ไม่ได้เข้ามาดูพอร์ตตัวเองสักเท่าไหร่ อาศัยดูเอาตามตัววิ่งของทีวี
ฟังจากวิทยุบ้าง ดูข่าวจากในทีวีบ้าง ...


วันล่าสุดที่ดูพอร์ตตัวเอง ก็วันที่ ๑๖ สิงหาคม ตอนนั้นก็สยองนะ
ไม่ได้อยากเล่นคอมเลย แต่โดนเพื่อนหลอกให้ไปทำงาน ปรากฏว่ามันไปนั่งเล่นเนตกัน
ก็เลยเปิดดูพอร์ต ช่างเป็นวันที่โชคดีอะไรเช่นนี้ ...


ตลาดลบมาสามสิบกว่าจุด ...


อ๊ากสสสสสสส์


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket




.
.
.

อาการอย่างนี้เค้าเรียกว่า Panic Sell เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง


การลงทุนที่ว่ามี สองแบบแบบใช่ไหม แต่มีอีกแบบไม่รู้จะแตกต่างต่างไหมนะ คือเข้ามาซื้อตอนที่จังหวะ
ตลาดตกใจ หรือมีเหตุการณ์อะไรสำคัญๆ ...


คนเรามักเดินเข้ามาในตลาดหุ้น โดยหวังว่าจะเอา เงินสักสองพันสามพันต่อวัน


จริง ... ที่มันมีโอกาสเป็นไปได้
จริง ... ที่มันไม่มากไม่มายเลย


แต่มันไม่มากจริงหรือหรือเปล่า ลองมาดูนะ

มีเงินสองสามแสน ถือมาลองทุนในตลาด คุณหวังกำไรสองสามพัน

นั่นคือ คุณต้องการกำไร สองสามเปอร์เซนต์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เท่ากับ ดอกเบี้ยเงินฝากทั้งปีเลยนะนั่น

แต่มาหวังภายในวันเดียว อันนี้ต้องลองคิดถึงความน่าจะเป็น ... ต้องปรับความคิดใหม่นะ ...


ในทางปฏิบัติจริงๆ ... ทุกสถาบัน สำนัก เค้าก็ฟังธงให้ คนที่ที่ทำได้อย่างนี้จริงๆ ...


" มีเพียงหนึ่งในสิบคนเท่านั้น "


แล้วคิดไหม ว่าคุณจะเป็นหนึ่งในสิบนั้น



.
.
.


ลองมาดูอีกทฤษฎีนะ ...

โลกเราไม่ว่ามันเงียบสงบสักเพียงใด ปีๆนึง มันต้องเกิดเหตุการณ์อะไรสักครั้งละน่าในหนึ่งปี
ที่จะทำให้ตลาดเกิด Panic Sell นั่นคือการเทขายแบบตกกะใจ ...


ช่วงนั้นแหละ ที่จะทำให้คุณขายขาดทุนออกไป ... ถ้าเกิดวันนั้นเราขายออกไป ก็คงแย่นะ


ลองดู พอร์ต ณ เมื่อวานนะ มีโอกาสอันดี ตัดสินใจเปิดคอม ในวันตลาดแจ่มใจ
เลยได้เอามาโม้กัน ...



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


เห็นไหม ว่าเปอร์เซนต์ แค่ครึ่งเดือน จากวันที่เกิด แพนิกเซลล์วันที่สิบหกสิงหา มันมีการขึ้นกลับมามากเท่าไหร่


เฉลี่ยตัวนึงเกือบ 20-30 เปอร์เซนต์เลยหละ


แนวทางนี้คือแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้หน่อย คือเข้าซื้อ ในวันที่ตลาดเกิด แพนิกเซลล์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นประมาณปีนึงสามครั้ง


ครั้งละ ยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซนต์ (ในอย่างช้าสุด สองถึงสามสัปดาห์)




ดูในหนึ่งรอบปีที่ผ่านมานะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


๑. ปฏิวัติ
ตอนนั้นนี่ สติดี ยี่สิบเปอร์เซนต์ ทำได้สบายๆ

๒. มาตรการป้องกันค่าเงินบาท
ได้ประมาณ สามสิบ สี่สิบเปอร์เซนต์


๓. ข่าวทักษิณจะกลับมา
เกือบยี่สิบเปอร์เซนต์


๔. คือ ซับไพร์มโลน ล่าสุด
อันนี้ก็ที่แสดงให้เห็นในพอร์ต



เห็นไหมว่ากราฟ มันจะตีกลับขึ้นมาเสมอ หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ...

ปีนึง คุณก็ทำเงินได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์

ถ้าไม่คิดแบบอัตราก้าวหน้า (คือเอากำไรครั้งใหม่มาเพิ่มในต้นทุน) คุณก็ได้เงินเพิ่มมาอีกสบายๆ
แถมไม่ต้องมานั่งเฝ้าหุ้น นั่งดูหุ้นให้เครียดทั้งวัน ต้องหวั่นวิตกอะไร

.
.
.
.


ทุกคนรู้ แต่ทำไม่ได้ ... มาวิเคราะห์กันนะ ทำไม่ได้เพราะอะไร


๑. บทข่าวร้าย มันออกมา มันร้ายได้ใจจริงหละคุณเอ้ย ...
ปฏิวัติงี้ ใครจะคาดเดาได้ว่า มันจะเกิดไรขึ้นหลังจากนั้น ประเทศเราจะปิดประเทศรึเปล่า
ซัพพราม งี้ ... มันจะก่อให้เกิดอาการซบเซาแบบยาวๆ เหมือนต้มยำกุ้งปี 40 รึเปล่า
ที่อะไรๆ ทุกอย่างดูแย่ไปหมด ...

ยิ่งเวลาที่คุณอยู่ใกล้ๆอะไรที่เกี่ยวกับหุ้น โบรกเกอร์ คนเล่นหุ้น เว็บหุ้น
โอ้ยยยย อะไรมันจะเลวร้ายปานนั้น เค้ามีเหตุผลดีให้คุณเชื่อจริงๆ

ข้อนี้ ต้องสวมวิญญาณ ริชาร์ดเดอะไลออนฮาร์ท ใช้ความกล้าเข้ามาเต็มๆ ...

แต่คนที่เค้ารอจังหวะแบบนี้มานาน มีประสบการณ์สักระยะหนึ่ง เค้าจะเข้ามาแบบไม่ลังเลเลยหละ ...


๒. มันอดไม่ได้หรอก ที่จะไม่ดูหุ้น
เล่นแรกๆ ผมก็เป็นนะ อดไม่ได้เลยที่จะดูหุ้นทุกวัน มันติด ขอให้ได้เห็นราคา ให้ได้เห็นสักหน่อย
อาการงี้แก้ไม่ออกหรอก ต้ององค์ประทับลงมาจริงๆ ...

เปิดพอร์ต ซื้อหุ้นดี กินปันผล ไม่ยุ่งมันเลย มันมีน้อยมากเลยนะ ที่จะเริ่มต้นทำได้ คือเข้ามาแล้วไม่ยุ่งเลย
ซื้ออย่างเดียวแล้วไม่ยุ่งเลย ... เทพ วู้ววววววว ซ่า ...



ผมถึงมีคำนึง ... ที่แนะนำแก่นักลงทุนหน้าใหม่เสมอ ...



ไปเปิดพอร์ต แล้ว"หัดเสีย" ซะก่อนเลย

ไปเล่นเองเลย แล้วหัดเสียดู คุณต้องรู้ก่อน ว่าบทจะเสีย บทจะได้ ราคามันจะยังไง อะไรมันจะยังไง


หนังสือคุณอ่านก่อนการลงทุน คุณนึกภาพไม่ออก พูดจริงๆ ...


เวลาที่คุณเป็นหน้าใหม่ คุณไปถามนักลงทุนหน้าเก่า คุณถามเขาว่าต้องหาหนังสืออะไร



เขาก็แนะนำหนังสือมาเยอะแยะ ...


แต่ผมมีข้อเท็จจริงมาเล่าให้ฟัง เขาเหล่านั้น ได้ประสบการณ์จริงมาจากการลงทุนมากกว่าเสียอีก

แต่เขาก็มาอ่านหนังสือ เพื่อเอาทฤษฎีไปสนับสนุนประสบการณ์ภายหลัง ...


แล้วเขาก็มานั่งนึก ... โอ้วหนังสือบอกไว้อย่างนั้น มันถูกเลย
หนังสือแนะนำไว้อย่างนี้มันถูกเลย



จึงไม่ผิดเลยนะ ไม่ผิดเลย ที่เขาจะแนะนำให้นักลงทุนหน้าใหม่ ไปอ่านหนังสือ ศึกษาก่อน
เพราะหนังสือมันดี


แต่เก้าสิบเปอร์เซนต์ก็เลิร์นอิทบายดูอิ่งกันทั้งนั้น




ไม่ได้ไปว่าเขาผิดหรอกนะ ... ผมก็เป็น บางทีแนะนำหนังสือ


แต่อย่างน้อย ก่อนเข้าตลาด ก็ควรอ่านหนังสือสักเล่มจริงๆ ...



" ก้าวแรกสู่ตลาดหลักทรัพย์ "

ก็ดีนะ ของ ตลท. เองเลย คือ มันจะใช้เป็นคู่มือ Reference ต่อไปได้

แต่อ่านให้เข้าใจคร่าวๆ ก็โอเคหละ



.
.
.


ผมอ่านหนังสือเป็นกระตั๊กเลยนะ ก่อนเข้า ไม่ได้อะไรร๊อก ไม่เห็นภาพอะไรเลย
อ่านไปต้องจินตนาการไป .... อะไรมันคืออะไร ...

มันต้อง "หัดเสีย" อย่างที่ว่าจริงๆ ...


ความคิดพื้นฐานเลย อย่าคิดว่าต้องได้ตลอด ....


หัดเสียเสียตั้งแต่พอร์ตคุณยังน้อยๆ อย่าไปเสียตอนที่พอร์ตคุณโตแล้ว
ตอนนั้นนี่อะไรจะดูไม่จืดเลยหละ

.
.
.


มาวันนี้ก็ตลกดี ที่ไม่ดูหุ้น ไม่ดูอะไรเลย จู่ๆ ก็ได้ปันผล MCOT มาอีก ห้าสิบสตางค์แบบงงๆ
แหม ปลอบใจกันมากเลยนะนั่น หุ่นท่านลงไปเกือบสี่บาท


แต่ตอนนี้ก็กลับมาอีกแล้วหละ ...

อิอิ


.
.
.


การไม่ได้อยู่หน้าจอคอมคอมเลย ครึ่งเดือนที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้พบเจอ การลงทุน ในแบบที่มันได้ผลจริงๆ


อย่าลืมเข้ามาในตอนที่ตลาดมันแย่ๆจริงๆ ... แล้วค่อยเข้ามา

สิบยี่สิบเปอร์เซนต์ มันไม่หนีไปไหนหรอก

.
.
.


แล้วที่ผ่านมาไปทำอะไร ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ

(ทำตัวแบบเสี่ย)

เดินห้าง นั่งกิน รูทเบียร์ วาฟเฟิล ไปเรื่อย เดินดูของ
ฟังเพลงวิทยุ ดูทีวี
อ่านหนังสือ


อ่านหนังสือเสียเยอะ




.
.
.

วันนี้ก็ต้องออกไปซื้อหนังให้พ่อ ช่วงเช้านี้ก็เลยว่างหน่อยๆหละ ...


เลยมานั่งบ่นอะไรเสียยาวยืด


อืม ...




เดี๋ยวจะไปนั่งดูทีวีต่อสักหน่อย

แล้วเตรียมตัวออกไปซื้อของ เพราะวันจันทร์นี้ ก็ต้องไปสงขลาอีกหละ
คงกลับสักวันที่ห้ากันยายนเลยโน่น ...






วันนี้ ... สวัสดี ....







index2





Create Date : 01 กันยายน 2550
Last Update : 1 กันยายน 2550 8:18:18 น. 8 comments
Counter : 618 Pageviews.

 
เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้แนะนำว่าต้องทำอย่างไร

จะเริ่มเล่น ก็ให้ถือเงินไปเปิดพอร์ตเลย ไปเลย

จดจ้องๆ ดูหุ้น ซื้อหุ้นมาเลยสักตัว ดูมันขึ้นมันลง



เดี๋ยวสัญชาตญาณไม่อยากสูญเสียทรัพย์สินของตัวเองของคุณ
จะบอกตัวเองว่าต้องทำอย่างไร


ต้องไปรู้อะไร ต้องหาอะไร


ผมเชื่อในสัญชาตญาณมนุษย์เสมอ


เอ หรือ หรือแต่ถ้าไม่อยาก "หัดเสีย" เงินตัวเอง นั่งดูคนอื่น"หัดเสีย"ก็ได้นะ

(นี่ไงมาดูบล็อกนี้ .....................ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)



.
.
.


หลังจากนั้นค่อยเลือกแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง หาปรมาจารย์

แต่วิธีที่ผมแนะนำก็โอเคนะ หัวใจคือ

กำเงินสดไว้ รอตอนเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ
ใช้เวลาว่าง นั่งศึกษาหุ้น อ่านหนังสือ หาความรู้ไปเรื่อยๆ
หนึ่งปี เข้าตลาดให้น้อยๆ สักสามครั้งพอสวย
ตั้งเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าเท่าไหร่ถึงจะพอ สิบเปอร์เซนต์

เข้าซื้อหุ้นในตลาดสามครั้งในหนึ่งปี พอสวยเลย
ส่วนเทคนิคการขายมีเยอะแยะมากมาย ขายเอาทุนคืน (คือเหลือแต่กำไรเอาไว้) ค่อยๆทะยอยก็โอเค

เดี๋ยวก็ค่อยว่ากัน

มีแนวทาง มีอาจารย์เยอะแยะให้คุณเลือกเดินตาม พอเข้ามาตลาดจริง

แต่อยากให้รีบเริ่มเท่านั้นเองนะ ... ~~~




นี่ไม่ใช่ตลก เอาพอร์ตเสียมาให้ดูนะ
แต่แค่จะบอกว่า ถ้าซื้อราคาตอนแพนิก แล้วมันจะได้ผลตอบแทนยังไง




โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:9:11:51 น.  

 
สวัสดี ...
พอดีตะกี้ออกไปแล้วแต่ว่าลืมเอาบัตรเอทีเอ็มออกไปเลยซื้อของได้แค่นิดหน่อย
กับกินข้าว ...



ถือว่าข้างบนนั่นเป็นอรัมภบทแล้วกันนะ จริงๆก็มีฟอรั่มแนะนำนักลงทุนหน้าใหม่อยู่ทุกวันอยู่แล้ว


ส่วนใหญ่หนังสือ ก็จะเป็นอย่างนี้นะ อ่านแล้วก็ต้องมีพื้นฐานมาบ้างแล้วทั้งนั้น

เลยอยากแนะนำแบบเริ่มต้นเลยนะ ...

คนเข้ามาเล่นหุ้นส่วนใหญ่ก็ด้วยเหตุผลเหมือนๆกัน เหมือนการลงทุน การพนัน
คือต้องการส่วนเกินจากเงินทุนของเราทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากที่คุณมีเงินมาลงทุน


จะเงินเก็บ เงินออม เงินร้อน เงินเย็น

ของผมนี่เงินกู้จาก "เจบัน" เอะงงกันอะเดะ เคยได้ได้ยินแต่ เจบิก : JBIC อันนี้อะไร เจบัน


เจบันเลง เงินพ่อผมเอง ฮ่าๆ เพิ่งมาเพิ่มทุนให้


อะอะ นอกเรื่องแระ ...

เข้าเรื่องเลยดีกว่า ...



๑. ความรู้พื้นฐาน
ต้องหาหนังสือ ความรู้พื้นฐาน หาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ที่แนะนำก็เป็น
" บันทึกนักลงทุนหน้าใหม่ " แล้วก็ "ก้าวแรกสู่ตลาดหลักทรัพย์ " ของตลท.

หรือหนังสือของ ดร. นิเวศน์ก็ได้นะ


หรือ

//www.set.or.th/


หรือ แหล่งความรู้ผู้ลงทุน

//www.set.or.th/th/education/education.html

" อย่าไปพยายามอ่านให้เข้าใจหรือรู้เรื่อง "


อย่าไปพยายามทำความเข้าใจ มันจะงง งงแล้วจะเกิดคำถาม เกิดคำถามแล้วจะไปหา

อย่าเพิ่ง ... ใจเย็นๆ ...




จบขั้นตอนนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่ว่า งง ไม่เป็นไร งงได้ งงไป


โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:11:48:02 น.  

 
๒. ไปเปิดบัญชี

เราจะมองบัญชีที่ว่านี้เหมือน ตัวแทนเก็บตังค์เราไว้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (หรือตลาดหุ้นนั่นเอง)

เอาไว้ทำธุรกรรมต่างๆในตลาดหลักทรัพย์

โดยจะมีคนที่ทำหน้าที่ให้เรา เราเรียกว่าโบรกเกอร์นั่นเอง

คอยดูแลเงินให้เรา มองเหมือนธนาคารก็ได้นะ เพราะเอาเงินไปฝากไว้ซื้อหุ้นให้เรา เราก็ได้ดอกหละ

วู้ว ดีจังเลย


เพราะฉะนั้นนะ อยากให้ชีวิตแบ่งบัญชีออกเป็นอย่างนี้นะ

1. บัญชีเงินออม
เอาไว้เก็บเงินออม บัญชีนี้จะเป็นบัญชีฝากประจำก็ได้นะ
อ่าอันนี้แนะนำเป็นแนวทางในการวางแผนการเงินในชีวิตเลยนะ ออมไว้ส่วนหนึ่ง
แบบชนิดที่ถอนต้องขึ้นเขาไปสามลูก รอไปสามเดือนกว่าจะได้เงินอะไรประมาณนั้น

2. บัญชีหมุนเวียน
ชื่อนี้อย่าไปอิงชื่อ ตามบัญชีเขาจริงนะ ทุกอย่างในหน้านี้ผมเขียนตามความเข้าใจผมจริงๆ
ตามความคิดผม ... บัญชีนี้นะ จะใช้
รับเงินเดือนจากการทำงาน จากรายได้ประจำ
รับเงินจากแหล่งเงินทุน (พ่อ แม่ แฟน)
จ่ายบัตรเครดิต จ่ายค่าบ้าน ใช้จ่ายปกติ ไว้โอนเงินไปบัญชีอื่นๆ ไว้ใช้จ่ายรายเดือน


มองบัญชีนี้เป็นที่พักชั่วคราว ระยะก็อาจสักตามรายได้ รายเดือน เงินก้อนอะไรประมาณนั้น


โอเคนะ เข้าใจนะ


3. บัญชีโบรกเกอร์
บัญชีนี้เราเอาไว้ซื้อหุ้น ถอนเงินออก คือจะมองเป็นบัญชีที่เก็บเงินลงทุนในหุ้นก็ได้นะ



(4. บัญชีแอบคนรัก .... บัญชีนี้ไม่ต้องอธิบายมาก เบาๆ จุ๊ๆ อย่าเสียงดัง)




โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:12:01:29 น.  

 
ไปตามสเต็ปนี้เลย ใจเย็นๆ อย่ากลัวไปเรื่อยๆ

๓. เลือกโบรกเกอร์

ข้อนี้ไม่มีอะไรมากมาย มีจุดที่ต้องดูคือ ค่านายหน้า (คอมมิชชั่น) แล้วก็ขั้นต่ำ

ปัจจัยที่ต้องเลือกก็มีสองอย่งนี่แหละ

คือ

ค่านายหน้า
กับค่าขั้นต่ำ

ถ้าจำไม่ผิด เทรดนะ จะมีสองแบบ

1. เราบอกโบรกเกอร์ว่าเราจะซื้ออะไร หุ้นอะไร อย่างนีเสีย 0.20 เปอร์เซนต์
2. กรูมีมือ กรู คีย์เอง เล่นทางเนต แบบนี้เสีย 0.15 เปอร์เซนต์


โบรกเกอร์คือใคร
//www.set.or.th/th/education/brokers/who_p1.html





แนะนำให้เล่นทางอินเตอร์นะ เพราะถูก
หมื่นนึงเสียสิบห้าบาท

แล้วก็แนะนำบริษัท

1. กิมเอ็ง
//www.kimeng.com/home.htm

2. ซิมิโก้
//www.seamico.com/Th/home.asp



เพราะไม่มีขั้นต่ำ

ขั้นต่ำที่ว่านี่คือ อาจจะ 100 บาทคือไง



เข้าใจว่างี้นะ

หมื่นนึง ไม่มีขั้นต่ำคุณเสีย 15 บาท
สองหมื่น ก็เสีย สามสิบ

แต่ถ้ามีขั้นต่ำ หนึ่งร้อยบาท คือ

หมื่นนึงก็เสีย หนึ่งร้อยบาท

สรุปถ้าให้ถึงจุดคุ้มทุนก็ ต้องซื้อขาย ให้เกินสองแสนหนะ ถึงจะคุ้ม


ไม่ดีเลยเนอะ ดูบังคับกันเหลือเกิน ...






(เขียนลำบากเหมือนกันนะเนี่ย เครื่องนี้ไม่มีเวิร์ด เอ็กเซลล์ เลย นำเสนอยากมาก)




รายชื่อโบรกเกอร์
//www.set.or.th/th/education/brokers/list_p1.html



สรุปขั้นตอนนี้นะ

ให้เลือกโบกเกอร์ว่าเราจะเลือกแบบที่มีโบกเกอร์มาดูแลพอร์ตเรา หรือแบบที่เราดูแลเองผ่านอินเตอร์เนต
เลือกดูที่ค่าคอมมิชชั่น ว่าเท่าไหร่ มีขั้นต่ำไหม


แต่อยากให้เลือกเปิดบัญชีดูเองผ่านอินเตอร์เนตหนะ
เพราะ เค้าจะคะยั้นคะยอให้เราซื้อ ขาย เขาจะได้คอมมิชชั่น ถ้าเราซื้อขายบ่อยๆ



อืม


หลักฐานในการเปิด
หลังจากเลือกโบรกเกอร์ได้แล้วนะ ก็ให้เข้าไปที่เว็บ กรอกแจ้งความประสงค์ว่าต้องการเปิดบัญชี
หลังจากนั้น เค้าจะส่งเอกสารรายละเอียดมาให้เราเซ็น เรากรอกอีกครั้ง หรือ เราจะปรินต์ออกมาเองก็ได้

แล้วก็แนบหลักฐานไปประมาณนี้นะ

- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน ต้องถ่ายหน้าฉบับจริงมาด้วย ที่มีที่อยู่บ้าน หรืออะไรทำนองเนี่ย
- ถ้าเปิดแบบต้องการซื้อขายแบบเครดิต เค้าต้องมีหลักฐานเรื่องสมุดบัญชีย้อนหลังด้วย








อ๊าก ลืม

บัญชีซื้อขายหุ้นเนี่ย มันมีสองแบบนะ

1. ซื้อแบบเงินสด
2. ซื้อแบบเครดิต


ซื้อแบบเงินสด คือ เหมือนเติมบัตรโทรศัพท์อะ แบบนี้ใช้อยู่ ดีควบคุมเงินง่ายดี


ซื้อแบบเครดิต คือ สมมติซื้อหุ้นไปจำนวนนึงเนี่ย ... อีก สามวัน ต้องมีตังค์มาจ่ายเขา ให้เขาหัก (T+3)

T คือวันที่มีการทำรายการซื้อขาย

ถ้าภายในสามวัน ไม่มีตังค์จ่ายก็ต้องโดนปรับ แล้วแต่กฏของแต่โบรกเกอร์



แนะนำ เล่นแบบเงินสดเหอะ เอาเงินเย็นมาเล่น สุขจายยย


เล่นแล้วความกดดันมันน้อยกว่า





สรุปใหม่นะ ในขั้นตอนเปิดบัญชี
1. เลือกโบรกเกอร์
2. เลือกว่าจะเล่นเงินสด หรือเครดิต
(แบบเครดิต ต้องแสดง สำเนาบัญชี ย้อนหลัง หกเดือน มีเงินสดในบัญชีแสนนึง อาจได้วงเงินสักสองแสน)




โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:12:37:41 น.  

 
๔. หัดเสีย

ซื้อหุ้นไปเลย !!!

เอ๋า อย่าทำหน้าตกใจ จริงๆ ซื้อหุ้นไปเลย เรียนรู้จากของจริง

นั่งดูไปเรื่อยๆ ดูมันขึ้นดูมันลง ศึกษาหาความรู้สักตัว ใช้เงินลงทุนสักห้าหมื่น

ซื้อหุ้นมานั่งดูอย่างเดียวง

เล่นกับของจริงนี่แหละ ไม่ต้องไปซิมมูเลตแล้ว เสียเวลา


ไม่ต้องไปเล่นพอร์ตจำลอง
ไม่ต้องดูพื้นฐาน
ไม่ต้องดูเทคนิค
ไม่ต้องดูตลาด
ไม่ต้องดูราคา

อ่อ ราคานี่ต้องดูหน่อย



หุ้นราคาหลักสิบ ก็ซื้อสักหลักพันตัว
หุ้นราคาหลักร้อย ก็ซื้อสักหลักร้อนตัว
หุ้นราคาหลักหน่วย ก็ซื้อสักหมื่นตัว




เอามานั่งดู


เอาน่า นี่เราจะสามสิบแล้วนะ พอจะสอนอะไรใครได้แล้ว รู้อะไรไหม

อะไรที่มันยากกว่า อุปสรรคขวากหนาม ไม่ว่าการทำอะไรในชีวิต

จุดเริ่มต้น


สิ่งที่ยากมาก เวลาที่ตนทำอะไรในชีวิต คือจุดเริ่มต้น คนเรามักผลัดวันประกันพรุ่ง รอให้พร้อม
รอให้แน่น รอให้แม่น




อะไรคือปัจจัยความสำเร็จในชีวิตทั่วไปที่ใครเขา ไม่ค่อยพูด ...

ประสบการณ์จริง คือ สิ่งสำคัญที่สุดในการทำอะไร


มีหมื่นเล่นหมื่น มีแสนเล่นแสน ขอให้เคยเล่น ทำกับของจริง


เชื่อดิ เล่นเลย อย่ากลัว ไม่หมดหรอก


เลือกหุ้นดีๆ หุ้นดังๆ กิจการดังๆ



แนะนำนะ



กลุ่มพลังงาน
ก็ ปตท.


กลุ่มโรงกลั่น
ก็ ไทยออยล์ โรงกลั่นน้ำมันระยอง


กลุ่มธนาคาร
ก็ กสิกร ธนาคารกรุงเทพ ไทยพานิชย์

กลุ่มก่อสร้าง
ช. การช่าง อิตตาเลี่ยนไทย


กลุ่มสื่อสาร
เอไอเอส ดีแทค


กลุ่มอาหาร
ซีพี


เลือกที่มันใกล้ๆตัว เลือกที่เรารู้จัก เลือกที่เราคุ้น ไม่ต้องไปรู้อะไรมันเลย
เลือกไปเลย




ถามว่าทำไม ต้องเลือกตัวดังๆ

อย่าไปเลือกให้ยาก เราเลือกจะเรียนรู้ คอมมอนเซนต์ง่ายๆ เราอยู่บนโลกนี้มากี่ปี

ธุรกิจเหล่านี้ ก็ยัง มีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่กว่าคนอื่นเสมอ


จริงไหม มันลด มันเพิ่ม แต่ส่วนแบ่งการตลาดมันก็ยังมากกว่าคนอื่นเค้าตลอดเวลา

ส่วนแบ่งการตลาด ก็คิดง่ายๆ ว่า คนใช้เยอะ เป็นบริการ ก็บริการที่คนใช้เยอะ


เราจะไปซื้อกิจการอะไร ที่ส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในอันดับล่างๆ ทำไม



ใจเย็นๆ ...



เรายังไม่เลือกแนวทางการลงทุน การลงทุนมีหลายแนวทางก็จริงนะ ...



แต่เรายังไม่ได้เลือกเลยนะ ...


เราค่เรียนรู้ หาประสบการณ์ จากของจริงเท่านั้น ...........





โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:13:01:24 น.  

 
๕. เลือกอาจารย์

หลังจากได้หุ้นมาแล้วใช่ไหม นั่งมองมันมาสักระยะนึง

คราวนี้เราจะเริ่มอยากรู้ อยากเห็นมากขึ้น

ดูราคาหุ้นได้ที่

www.set.or.th
www.settrade.com



อ่านตามฟอรั่ม คอมมิวนิเคชั่นต่างๆ ... เว็บบอร์ด

www.pantip.com/cafe/sinthorn
www.thaivi.com

และอื่นๆ อีกมากมาย


เราเริ่มหาแนวทางตัวเอง


เดินไปหาซื้อหนังสือ


ใจเย็นๆ ...


ไม่ใช่การสอบ มีผิดพลาดได้ ตกได้ ค่อยๆเรียนรู้ไป


แล้วจึงมานั่งตั้งคำถามกับตัวเอง ...

ว่า เรามองการลงทุนเป็นแบบไหน


1. แบบความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง
ก็ให้ไปเล่นแบบเดย์เทรด ... แต่คนส่วนใหญ่มักเสีย ต้องตลาดดีจริงๆ ถึงจะได้กันทั้งหมด
แบบนี้นะ ไม่ร้อนเงิน โลภ เล่นเป็นอาชีพ ก็เล่นเอามันส์

แต่ส่วนใหญ่ที่พบเจอ ถามว่าทำไมเล่นเดย์เทรด ก็ตอบมา เพราะมันสนุกทั้งนั้น ได้ใช้เชาว์ปัญญา
หรือเพราะมันเป็นอาชีพของตน ไม่เทรดเปอร์เดย์ไม่ได้



2. มองเป็นการออม การลงทุน
แนวทางแบบนี้ส่วนใหญ่ จะพบเจอในพวกชีวิตมั่นคง มีฐานะ ชีวิตเรียบง่าย อาชีพหมอ
มีเงินเดือนประจำ เฉยชา ... เอื่อยๆ เล่นแบบนี้ได้ คือเงินต้องเยอะจริงๆ
เล่นกินปันผล เอาเวลามาศึกษารูปแบบบริษัท ใจเย็น รอได้ ลงทุนระยะยาว

พบได้น้อย แต่มีคนอยากเป็นเยอะ ส่วนใหญ่ยังต้องมานั่งเถียงกันว่า ฉันเป็น เธอเป็นรึเปล่า
เพราะความยากง่าย มันอยู่ที่การเพิกเฉยกับราคาหุ้น ไม่หวั่นอะคร้ามใดๆ



3. ความชิบหายของคนอื่น คือความสำเร็จของเรา
พวกนี้ทำได้จะน่าหมั่นไส้มาก คือ แบบที่แนะนำไว้ข้างต้น รอให้บ้านเมือง หรือ โลก เกิดวิกฤต ตกแรงๆ
แล้วจึงเข้ามา ฉวยโอกาส ตอนราคาถูก แบบนี้แหละ ที่แนะนำอยากให้เป็นกัน ไม่จำเป็นต้องเข้าตลาดบ่อย
แต่ดูให้บ่อย ศึกษาตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน รอวันเกิดเหตุการณ์ไม่ดี แล้วจึงค่อยซื้อ

ซื้อขายไม่บ่อยครั้งนัก ต่อปี




การพิจารณาว่าเราจะเป็นนักลงทุนประเภทไหน สิ่งสำคัญเลยที่ตนคิดว่าจะต้องดู คือ

เป็นคนนิสัยอย่างไร เนิบๆ เชิบๆ เจ้าเล่ห์ ใจร้อน รักการได้เสีย

และ เงินทุนมาอย่างไร มาแบบเงินเดือน หรือมาแบบเงินก้อน อันนี้สำคัญมาก


ส่วนตัวมองว่าไม่ค่อยถูก เรามักไปมองก่อนว่าการลงทุนเป็นแบบไหนบ้าง
เพราะคนบอกเล่า เขาบอกมาอย่างนั้น
จริงๆ ต้องมองตัวเองก่อน


ก็คือต้องสำรวจตัวเองก่อน วิธีการได้มาของเงินทุน และรู้จักนิสัยตัวเอง ...


สำคัญมากๆ แล้วจึงเลือกหนังสือ เลือกอาจารย์




การลงทุนมันมีหลายแนวมากกว่านี้ เปลี่ยนได้ หายาก คนเข้ามาลงทุนครั้งเดียว แล้วจะพบกับทางที่ถนัดเลย



มันไม่สำคัญหรอกนะ ว่าจะเป็นนักลงทุนแนวไหน มันอยู่ที่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาต่างหาก


ขอเน้นย้ำตรงจุดนี้ เพราะมันสำคัญ

บางทีเราศึกษาไป ศึกไปแล้วเราลืม เราหลอนตัวเองให้เป็นอย่างนั้น
หลอนตัวเองให้ไปแนวนี้ ... มันไม่ถูกนะ

ถ้ามันไม่ใช่ตัวเรา ...




แต่พูดจริงๆ ... สิ่งที่อยากย้ำ คือ เริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้เถอะ

ไปเปิดเว็บไซต์โบรกเกอร์เสียเลย

เลือกโบรกผิด ไม่ถึงตายหรอก เสียแค่ค่าถ่ายเอกสาร ไม่กี่สตางค์ เริ่มเลย เริ่มเลย


อยากให้เริ่มต้น คิดลงทุนกันเลย


แล้วมันจะได้มุมมองใหม่อีกเยอะ


จริงๆนะ ............





โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:13:27:30 น.  

 


เดี๋ยวสรุปให้ฟังสักหน่อยนะ ...


๑. ความรู้พื้นฐาน
หาหนังสือสักเล่มนึง ที่มันพื้นฐานมากๆ

๒. เปิดบัญชี
อันนี้บอกถึงวิธีแบ่งเงินของตัวเอง ในการลงทุน ตรวจสอบ การได้มาได้ไปของเงินทุน

๓. เลือกโบรกเกอร์
เอาที่ไม่มีราคาขั้นต่ำ จะได้ไม่ต้องเสียแพง ซื้อขายวันละเท่าไหร่ก็ได้
คอมมิชชั่นไม่แพง ลดรายจ่ายไปเยอะ
ค่าสมัครก็ฟรี ไปเปิดในเว็บไซต์เอา เค้าจะมีรายละเอียด
อยากให้เล่นเป็นแบบบัตรเติมเงินโทรศัพท์นะ คือจ่ายก่อน
ไม่เสียนิสัย

๔. หัดเสีย
ซื้อหุ้นจริงๆ ไปเลย อย่ากลัว ไม่เหลือมาศูนย์บาทหรอก (เค้ามีฟลอร์รองไว้อยู่)
ซื้อมานั่งดู ดูมันอยู่นั่นแหละ ว่างก็ดู นั่งดูเงินว่าเหลือเป็นจำนวนเท่าไหร่

ปัจจัยอะไรบ้างที่มีอิทธิพลกับหุ้นที่เราถือ
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีอิทธิพลกับกิจการแนวๆ เดียวกันนี้


๕. เลือกอาจารย์
นำคำถามที่ได้จากข้อที่แล้ว มาหาคำตอบ แหล่งคำตอบก็

ฟอรั่ม
หนังสือ
เว็บไซต์ คอมมิวนิเคชั่นต่างๆ


ตามสเตปนี้เลยนะ

รีบๆเริ่มนะ ....


โดย: Register_AC วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:13:42:20 น.  

 
หนังสือแนะนำ ...

ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

//www.se-ed.com/eshop/BookDetail.aspx?keyword=9789749467923



อีกเล่มนึง เมื่อกี้เพิ่งไปเปิดอ่านมา โอเคดี ...

รวยหุ้นอย่างพอเพียง

//www.se-ed.com/eshop/BookDetail.aspx?keyword=9789742125844


โดย: Register_AC วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:13:35:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.