Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
หนึ่งวัน กับชีวิตในวัยประถม

11:28 24/5/2550



.
.
.

" รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุง ให้รุ่งเรือง สมเป็นเมือง ของไทย เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย "


เสียงเพลงรักษ์เมืองไทย จากข้างบ้าน เป็นบ้านของผู้ใหญ่ที่ดังขึ้น บนเสาลำโพงขนาดสูงระลิบดังขึ้น ปลุกผมขึ้นมา ...

โดยที่ผ้าผืนเดิมพันรอบกายอย่างยุ่งเหยิง

กองทัพหุ่นทหารพลาสติก เรือรบ เครื่องบิน ที่ถูกยาตราทัพไว้อย่างดีก่อนนอน เพื่อปกป้องคุ้มครองยามที่ผมหลับไหล

บัดนี้มันล้มระเนระนาดกันไปหมดเลย ... ผมนอนดิ้นขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย ...

คงจะธรรมดาของคนวัยเดียวกับผมนี่ละกระมัง ที่จะมีอะไรสักอย่างที่ตัวเองติด ไม่ว่าจะเป็น หมอน ตุ๊กตา แต่ในกรณีของผมคือผ้าห่ม สีฟ้าอ่อน รอยเย็บซ้ำแล้วซ้ำอีก ... ชายผมห่มขาดทุกทิศทุกทาง ... ดูราวกับมันจะไม่สามารถให้ความอบอุ่นใครได้อีก ...

แขกไปใครมา ก็จะต้องเดินลากไปลากมาไปไหน ดูแล้วชวนรำคาญลูกกะตาชอบกล

ครั้งนึง อาแดง เคยแกล้งเอาไปซ่อน เดินร้องห่มร้องไห้หามันเสียทั้งบ้าน ...

โกรธใจแทบขาด ... เวลาโดนเอาไปซัก ก็โกรธนะ เพราะรู้สึกไม่คุ้นกลิ่นเลย ... แต่มันก็สบายตัวขึ้นดีนะ ...


อ่าว อาต้อยไม่ได้นอนอยู่ด้วยหนิ ... แกคงจะไปประมง

เรือประมงนี่ก็แปลก ทำไมถึงชอบขึ้นปลากันตอนตีสองตีสามก็ไม่ทราบได้ ...
เอ หรือว่า จะได้คัดปลาแยกปลาทันให้แม่ค้ามาเลือกปลาไปขายต่อในตลาดตอนเช้ากระมัง ...

อาบน้ำแต่งตัว ... เสื้อสีขาว กางเกงสีน้ำเงิน กระเป๋าเป้ใบโปรด ... หยิบเงินยี่สิบบาทที่อาต้อยวางไว้ให้ใช้จ่ายในหนึ่งวัน



เดินออกมากินขนมจีนก่อน บางครั้งก็ข้าวยำ ขนมจีนนี่ก็ไม่ใช่น้ำยาหรือน้ำพริกใดๆ ... หากแต่เป็นเพียง ขนมจีน กับ น้ำปลาและน้ำตาล ... จริงๆ ผมก็ชอบเมนูนะ แต่ใครเห็นแล้วทำไมต้องทักกันทุกที ว่ากินอะไรเนี่ย ...

ผมนั่งยองๆ ในร้านเพิงหมาแหงน เพราะที่นั่งของร้านนี้ จะเป็นไม้ตอกธรรมดา สูงขึ้นมาจากพื้นนิดหน่อย


วันนี้รถประจำ ลุงขาว แกไม่ได้มารับ ปกติดูแกก็ไม่ค่อยจะชอบเข้ามารับผมอยู่แล้ว พอบ้านของผมออกนอกเส้นทางแกมาพอสมควร ทำงานไม่คุ้มกับค่ารถประจำเดือนละสองร้อยบาทเลยนะครับ


เดินออกมานิดนึง จะเป็นร้านขายขนม แวะเข้าไปซักหน่อย ... ซื้อลูกอมทรีบอร์รสเชอร์เบตส้มจี้ดจ๊าดได้ใจ บางวันก็มีลูกตรากระต่าย ที่สามารถกินเปลือกที่ห่อหุ้มได้ ... ราคา สามเม็ดหนึ่งบาท ...

ผมซื้อไปห้าบาท ... เอาไปกินคนเดียวรึ ... ไม่หรอก ... ผมเอาไปขายเพื่อนที่โรงเรียนหนะ ... ผมหารายได้ทางนี้เสมอ ผม

เอาไปขายต่อสองเม็ดบาท ตอนนั้นที่โรงเรียนยังไม่มีสหกรณ์ แต่ถ้าวันไหนซื้อลูกอมน้ำตาล ที่ห่อด้วยเปลือกสีทองจะโชคดีหน่อย เพราะราคาแปดเม็ดหนึ่งบาท ผมจะเอาไปขายสามเม็ดหนึ่งบาท ได้กำไรกว่าเท่าตัว แถมยังเหลือไว้กินอีก ..


หลังจากพกสเบียงไปเต็มกระเป๋านักเรียนแล้ว ก็เดินเล่นชมนกชมไม้ ด้านซ้ายเป็นกำแพงสูงน่ากลัวชะมัดเลย คงจะต้องมี

โรงงานนรก แล้วมีเด็กร้องไห้กระจองอแง ... เหมือนในละครที่เพิ่งดูไปเมื่อคืนแน่เลย ...

" แม่จ๋า ~~~ หนูอยากกลับบ้าน ... " หรือ ... จะเป็น ... " ตุ๊กตาจ๋า ข้ารักเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใด ... "


บรื๋อ ไม่อยากจะคิดเลย แต่อีกฝากนึง ก็เป็นวัดอุทัยธาราม นี่นะสิ ... บรรยากาศก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

เอาหละ มาถึงขั้นตอนที่น่ากลัวแล้วหละ ... ข้ามถนน ว้าถนนตรงนี้มันเป็นเลนใหญ่ ข้ามยากชะมัด
บางวันก็เจอคนใจดี พาข้ามนะ บางวันก็ต้องฉายเดี่ยว ดูแล้วน่ากลัวพิลึก ...

และแล้วก็มาถึงขั้นตอนน่ากลัวขั้นต่อไป กลัวจริงๆ เวลาที่ต้องขึ้นรถตุ๊กตุ๊กเอง ... กลัวว่าจะกดออดไม่ถึงแล้วมันเลยนะสิ

...

น่ากลัวพิลึก ...


แต่ก็นั่งอ่านหนังสือขายหัวเราะ ครั้งนึงผมเคยอ่านเจอคอลัมภ์แปลก ... คนที่ฉลาดที่สุดในโลก หาเงินจากหุ้น เพียงวันละนิดหน่อย ประทังชีวิตไปวันๆ ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อ อาศัยอยู่ในบ้านเงียบๆ ...

มันจะจริงหรอ ... ผมคิด ...

อย่างน้อยครั้งนึง ผมก็เคยคิดจะเขียนเรื่องสั้นส่งไปหา คุณอาวิธิตบ้างหละ เรื่องสั้นได้ตั้งห้าร้อยบาทแหนะ ถ้าขำขันได้สองร้อยบาท ... จะเอามาทำอะไรดีน้า ...


ถึงแล้วหละ ... วิทยาลัยครูสงขลา โรงเรียนของผมต้องเดินต่อเข้าไปอีกหน่อยนะ ... มันเป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ภายในสถาบันอีกที ...

นี่ผมอยู่วงดุริยางค์โรงเรียนด้วยนา .. รับหน้าที่ตีกลองใหญ่ ตึง ตึง ตึง เวลาเดินจังหวะก็เลยแปลกๆนิดนึง ถ้าเป็น

ฟุตบาตที่เป็นกระเบื้องสี่เหลี่ยมเรียงต่อกันหลายอัน ผมจะเดิน เหมือนม้าหมากรุก ( L ) แต่ถ้าอารมณ์ดี ก็จะเดินเป็นจังหวะของเสียงกลองแต๊ก

ขวา ขวา ซ้าย ขวา ขวา ซ้าย ขวา

ตะละแล๊ก แต๊ก ตึง แต๊ก ตึง แต๊ก ตึง ...

พอจะจบก็ต้องรัวอีกที ในกรณีที่เป็นกลองใหญ่นะ ... ตึงตึง ตึงตึง ตึง~ตึง~ตึง~

เป็นอันจบเพลงหละ ...

แต่ผมก็พบว่า เวลาที่เดินก้าวเท้าตามมือที่ตีกลองเแต๊ก เราจะไปข้างหน้าได้ตลอดนนะ


สิบโมงเช้า ... พักทานของว่าง
เป็นโอวัลตินอีกแล้วนะสิ ... ผมไม่กินหรอกนะ ... เพราะผมเคยเข้าไปคุยกับพี่เพ็ญที่ในโรงครัวบ่อยๆ เห็นแมลงวันลงไปตายในหม้อโอวัลตั้งหลายตัวแหนะ ... ยี้ ... ไม่กินหรอก...


เที่ยงแล้ว ...
ได้เวลาทานอีกแล้ว กับข้าวน่าเบื่อหน่ายชะมัดยาดเลย ... พวกเราจะเกลียดต้มฟักกันมากที่สุด ... กินแล้วพะอืดพะอม

ส่วนใหญ่พวกนักเรียนด้วยกัน ก็ใช้วิธีเดียวกัน นั่นคือ บี้ฟักให้มันแหลกไปกับน้ำต้มจืดของมัน ... ครูคนนึง ที่พวกเราไม่ชอบเป็นอย่างมาก เราก็จะเรียกเขาว่า ฟัก ...

บางเที่ยง ถ้าเพิ่งกลับมาจากถอนฟัน อาต้อยจะต้องตามมาป้อนข้าวให้ที่โรงเรียนด้วย มันอาจเป็นข้าวต้มซักถ้วย อาหารอ่อนๆ ...


บางวันก็ต้องมีการอมฟลูโอไรด์ ... ยี้ ... น่ารำคาญชะมัด

บางวันรถโอวัลติน ก็มาแจกโอวัลตินให้กินฟรี ... เติมกันไม่อั้นเลยหละ ... ฮาๆ ...


พอพักเที่ยง ผมก็ล้วง เทียนกับไม้ขีดที่ซื้อเอาไว้เมื่อเช้า เป็นเงินที่ได้มาจากกำไรขายลูกอมเมื่อวาน เอามาเพื่อเล่น มังกรพ่นไฟกัน วันที่ต้องเลิกเล่นไป เพราะผมรู้สึกเบื่อหน่าย วันนั้นผมเลยบอกว่าเบื่อแล้ว ใช้ฝากระป๋อง หันมาใช้อะไรที่มันใหญ่ๆขึ้น เราใส่เทียนลงไป ในหม้อที่ใหญ่มากๆ จนไฟมันลุกขึ้นสูง ใส่หน้าไอ้ธรรมรัตน์ เพื่อนคนนึง หน้าผมมันหายไปครึ่งนึงเลยหละ ... ฮ่าๆ ...



เวลาเรียนอันแสนน่าเบื่อหน่ายก็มาถึง ...
ผมเบื่อห้องเรียนอันแสนงี่เง่านี้จัง ... ครั้งนึง ครูเคยถามว่า นกอะไรตัวเล็กที่สุดในโลก มีนกบ้าอะไรก็ไม่รู้ที่ไอ้ ณัฐเดช มันเอ่ยขึ้นมา แล้วเพื่อนก็เชื่อมันทั้งห้องยกมือตามกันเป็นแท้วเลย ... แต่ผมบอกว่านก ฮัมมิ่งเบิร์ดครับ กลับไม่มีใครเชื่อผมเลย แล้วครูก็เฉลยว่าผมถูก

บ่อยครั้งไปที่ผมรู้สึกว่า ครูสอนอะไรกันเนี่ย ... ครูถามว่า ...

" เวลาที่เป็ด ควรกินน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น "

คำเฉลย คือ น้ำอุ่น

" เพราะฉะนั้น ต่อไปเวลาเผ็ด นักเรียนต้องกิน ... " ครูเว้นวรรคให้นักเรียนตอบพร้อมกัน

" น้ำอุ่น ครับ/ค่ะ "


ขอเชิญเถอะครับคุณครู ผมขอกินน้ำเย็นต่อไปแล้วกัน ...



อ่าห์ ...
ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง เลิกเรียนแล้วหละ ... เลิกเรียนเราจะต้องเดินออกทางหน้าวิทยาลัย หลีสาววิทยาลัยกันละมัง ... ฮ่าๆ ...

บ่อยครั้งไปที่พวกเราแอบปลื้ม ครูฝึกสอนคนนั้นคนนี้ ...


เดินมาก็แวะกิน คอไก่ทอด เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยชอบนะ ... เพราะที่บ้านผมเขาให้หมากินกัน แต่หลังๆหิวด้วย เพราะเล่นซนตอนเย็นกับเพื่อนทั้งวัน ก็เลยต้องกิน คอไก่ ราคาสองบาท กับข้าวเหนียวห่อละบาท

มารอรถที่หน้า ว.ค. กัน ...

มีร้านขายหนังสือการ์ตูน แวะเข้าไปดูหน่อย ... Zero มารึยัง ... ดราก้อนบอลกำลังสนุกเลย เซนต์เซย่า ก็ลงไปเจอฮาเดสแล้วหละ ... ว้า มีร้านไอติมเปิดใหม่ ... ก้อนละตั้งแปดบาทแหนะ ... ผมไม่ค่อยได้กินบ่อยหรอกนะ นอกจากจะได้คูปองฟรีมา ถึงจะได้ไปนั่งกิน ...

แล้วก็ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก เสียค่าโดยสารสองบาท กลับบ้านหละ

แต่เพื่อนส่วนใหญ่ที่เรียนที่เดียวกันแถวนั้น บ้านเขาก็อยู่แถวนั้นกัน

เบนซ์ บ้านอยู่ในศูนย์สร้างทาง
ตูน บ้านอยู่หน้า ว.ค.
น้ำ ก็อยู่แถวนั้น ...

ส่วนใหญ่พวกที่อยู่ในเมือง พ่อแม่ เขาก็จะมีรถมารับกัน หรือ กลับกับรถประจำบ้าง ...

เลยมีผมที่ต้องนั่งรถกลับบ้านคนเดียวทุกทีสิน่า ...


กลับบ้านออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนข้างบ้าน บางทีก็ไม่มีเพื่อน ไปขอเขาเล่นด้วย ก็โดนเขาชกกลับมาบ้าง ไปชกกับเขาบ้าง กว่าจะคุ้นเคยกัน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้นะ ... เพราะผมชอบเล่นฟุตบอลจริงๆ ...

มีครั้งนึง ล้มแบบหมูแดงขึ้นที่หัวเข่า ... อาต้อยใช้ทำอะไรก็ไม่ทำ ... บอกเจ็บมากเลย ... แต่พอตอนเย็นยังไปเล่นบอลได้อีก ... อาต้อยคงหัวเสียชะมัด ...


กลับมาเหนื่อยมาก ... กินข้าว นั่งทำการบ้านบ้าง (ซึ่งเป็นส่วนน้อยนะ) แล้วก็นั่งดูทีวี ที่อยู่ได้เกือบสองทุ่มครึ่งเพราะ มันจะมีการ์ตูนหลังข่าวกีฬา ... แต่ข่าวกีฬาจบก็ต้องดูรายการป้าแก่ๆคนนึง ...


" สวัสดี วันนี้ภาษาไทยวันละคำ ขอเสนอคำว่า ... "

บางวันอาต้อยก็เปิดรายการวิทยุบ้าอะไรของแกไม่รู้ ... ชื่อรายการ "เพลงดังนักร้องดับ" ฟังแล้วสยองชะมัด ...

ก่อนนอนแกก็จะท่องคาถาชินบัญชร ที่เป็นกระดาษพับเรียงเลียนแบบใบลานพระไตรปิฎกกระมัง ...


แล้วก็ต้องได้เวลานอนแล้วหละ ...

นั่งจัดทัพ เล่นทหารหุ่นก่อนนอน เรียงเพื่อความสวยงาม ...


สวดมนต์ก่อนนอน ...


กอดผ้าร้ายผืนโปรดไว้แน่น ... ไม่มีเรื่องใดให้ต้องคิดกังวล ... ไม่ต้องคิดถึงใคร ...
หรือปัญหาใดๆ ..



หมดไปหนึ่งวัน ... ของชีวิต ด.ช. เต้ย ...











index2







Create Date : 24 พฤษภาคม 2550
Last Update : 24 พฤษภาคม 2550 13:48:08 น. 0 comments
Counter : 666 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.