~*ดวงจันทร์ที่ส่องแสงยามเช้า*~
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
23 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

มหัศจรรย์แห่งรัก


“สาธุ...ขอให้เนื้อคู่ของฉันเป็นชายหนุ่มที่เข้าใหม่ในบริษัทของเราด้วยเถอะ”
“มากไปๆยัยต่าย แหม...อธิษฐานเข้า บ้าๆบอๆอย่างนี้นั่นแหละอีกชาตินึงมั้งที่แกจะหาแฟนได้” จินดาสาวมั่นที่มีผมดำตรงมัดรวบครึ่งที่เหลือปล่อยระหลังซึ่งรับกับใบหน้าที่งามอย่างไทย แม้เพื่อนจะคะยั้นคะยอให้ไปประกวดนางสาวไทยก็ไม่ยอมไปสักที อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมเพื่อนที่นับวันเริ่มจะเพี้ยนมากขึ้น
“แกก็ว่าไปนั่น มันก็ไม่แน่หรอกจริงมั้ยต่าย” รัชนกสาวเปรี้ยวจี๊ดที่สุดในกลุ่มเรื่องแต่งตัวต้องยกให้เจ๊แกล่ะ(แหม...ก็คนมันสวยนี่ค่ะ ก็ต้องแต่งซะหน่อย^0^) บ่นเพื่อนที่นั่งตรงข้ามก่อนจะวางแขนบนบ่าเพื่อนสาว
เสียงของสามสาวเพื่อนซี้ที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดีกำลังพูดคุยถกเถียงกัน ขณะกำลังพักเที่ยงของบริษัทผลิตซอฟแวร์และเกมส์ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองไทย หากแต่บริษัทแม่จริงๆนั้นอยู่ในประเทศอเมริกาต่างหาก ส่วนหัวข้อที่ถกเถียงกันอยู่นั้นมันเริ่มจากตอนเที่ยงของวันก่อน
‘เฮ้ย...นี่พวกแกว่ามั้ยยัยต่ายน่ะข้าว่ามันต้องเป็นทอมแน่เลยว่ะ’ เสียงของเต้ยชายหนุ่มปากปีจอที่สุดในบริษัทดังขึ้นระหว่างกำลังอยู่ในแผนกที่เหลือเพียงบรรดาเพื่อนๆที่ยังไม่ไปทานข้าวเที่ยงกัน ซึ่งเพื่อนซี้นายเต้ยพูดเสริมขึ้นว่า
‘โธ่...แกก็ว่าไปนั่นยัยนั่นน่ะอย่างเก่งก็แค่เรื่องซอฟแวร์แหละวะ แต่ถ้าเรื่องท้าตีท้าต่อยเก่งกว่าข้าอีกว่ะ’ พูดจบพวกมันก็หัวเราะกันออกมาโดยที่ไม่สังเกตว่าเพื่อนในบริษัทที่อยู่รอบด้านหายไปกันหมดแล้ว(ยกเว้นทีมปากปีจอประจำแผนก)
‘ฉันว่าพวกนายหันไปดูด้านหลังก่อนดีกว่านะ’ เพื่อนผู้หวังดีคนหนึ่งพูดเสร็จก็รีบเผ่นไปก่อนแล้วเพราะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสภาพสองหนุ่มนั้นจะเป็นเช่นไร
“โถๆแม่กระต่ายเอ๊ย ก็ดูชื่อกับท่าทางแกสิมันไปด้วยกันได้อย่างดีทีเดียว” รัชนกเพื่อนสาวสุดที่เลิฟกล่าวเสียงอ่อน เพราะจริงอยู่ชื่อแสนจะน่ารักน่าจะเรียบร้อยมากๆ ที่ไหนได้ท่าทางกลับเป็นทอมบอยเสียนี่
“น่าๆ...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ อย่างน้อยพรุ่งนี้ฉันก็ได้ข่าวดีอย่างนึงด้วยน้า...” จินดาว่าเพราะเธอทำงานเป็นหัวหน้าในแผนกบัญชีที่อยู่ชั้นเดียวกับฝ่ายบุคคล ทำให้บางทีข่าวสารบางอย่างก็รับรู้ได้รวดเร็วผ่านทางบรรดาลูกน้องของพวกเธอ
“ข่าวดีอะไรยัยจิน อย่าบอกนะว่า...” รัชนกอุทานอย่างตกใจเมื่อนึกขึ้นว่าต้องเป็นเรื่องนั้นแน่ที่เธอเพิ่งได้ข่าว
“พรุ่งนี้จะมีรองประธานคนใหม่จากบริษัทแม่มาตรวจงานเดือนนึงพร้อมกับพนักงานซอฟแวร์ด้วย เพราะฉะนั้นนับจากพรุ่งนี้ไปก็จะมีพนักงานใหม่เข้ามาที่บริษัทเรา เข้าใจมั้ยจ๊ะแม่กระต่ายน้อย” จินดาว่าแล้วหันไปส่งสายตาล้อเลียนแก่ทอมบอยสาวที่ตอนนี้นั่งหน้ามุ่ย
แค่พูดเล่นๆเท่านั้นไม่เห็นต้องคิดมากหรอกยัยต่ายเอ๊ย...ศศิธรคิดในใจระหว่างที่เดินอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังลิฟท์ ที่ตอนนี้มันเลยเวลาพักเที่ยงมาเกือบครึ่งชม.แล้ว เพราะสามสาวมัวแต่เม้าท์แตกกันโดยไม่สนใจเวลาทำให้เข้างานช้า หากแต่สองสาวแยกไปอีกทางก่อนเพราะต้องติดต่อกับบางฝ่าย
โครม!!! ตึง!!!
“ขอโทษค่ะ!!!”
“Sorry!!!”
เสียงขอโทษขอโพยที่ต่างภาษากันทำให้ทั้งสองต่างเงยหน้ามองกันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะรีบเก็บของและเข้าลิฟท์ไปเพราะลิฟท์มาพอดี
“ขอโทษนะคะที่ชนเมื่อกี๊ดิฉันรีบน่ะคะก็เลยไม่ทันสังเกต” ศศิธรกล่าวขึ้นเป็นภาษาอังกฤษระหว่างที่อยู่ในลิฟท์ และตอนนี้ก็ได้สังเกตเห็นฝ่ายตรงข้ามชัดเจนว่าเป็นชายหนุ่มชาวต่างชาติ ผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้นเข้ารูปรับกับใบหน้าและบุคลิกของชายหนุ่มที่ดูทะมัดทะแมง และที่แน่ๆเขาสูงกว่าหล่อนเกือบสิบเซนต์เลย
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่คุณรู้จักคุณศศิธรมั้ยครับ วันนี้ผมอยากเข้ามาดูงานก่อนเริ่มจริงพรุ่งนี้” ชายหนุ่มตอบกลับเป็นภาษาเดียวกับที่หญิงสาวได้ถามเขาไป ซึ่งนำความแปลกใจให้หญิงสาวยิ่งนักแต่ก็ตอบกลับอย่างสุภาพ เพราะถึงยังไงเขาอาจจะเป็นนายรองประธานอะไรนั่นก็ได้
“ดิฉันเองแหละคะศศิธร ไม่ทราบว่าคุณใช่คนจากบริษัทแม่ที่จะมาตรวจงานหรือเปล่าคะ” ศศิธรตกลงใจถามออกไปอย่างไม่ค่อยรู้สึกเกรงกลัวนักตามประสาสาวแกร่งไม่ยอมใคร
“ไม่ใช่ครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ซอฟแวร์ของทางบริษัทแม่ที่มาพร้อมกับรองประธานน่ะครับ บังเอิญผมอยากสนิทกับทุกคนในแผนกเร็วๆก็เลยรีบมาก่อน” ชายหนุ่มว่าพลางส่งยิ้มให้ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้น่ะเหรอที่ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าซอฟแวร์เพียงแค่ปีเดียวหลังจากเข้าทำงาน ถ้างั้นผมขออนุญาตทดสอบคุณก่อนยื่นเรื่องให้ท่านประธาน ไม่สิ...คุณพ่อผมก่อนนะครับ
เมื่อถึงชั้นสิบหกทั้งคู่ต่างก้าวเข้าสู่ชั้นที่วุ่นวายที่สุดเพราะพนักงานหญิงมีเพียงสามคนรวมทั้งหัวหน้าแผนกจากเจ้าหน้าที่ซอฟแวร์ทั้งหมด 22 คน ซึ่งลูกชายคนโตของบริษัทแม่ผู้ปลอมตัวเป็นพนักงานซอฟแวร์ต้องอึ้งไปเมื่อหญิงสาวแนะนำคนในแผนกทั้งหมดให้เขารู้จัก
“คุณนั่งอยู่ตรงนี้หรือจะออกไปคุยกับพวกพนักงานก็ได้นะคะ” ศศิธรเดินนำชายหนุ่มไปยังมุมรับแขกในห้องประจำตำแหน่งของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินไปยังมุมกาแฟเล็กๆของห้องที่จัดไว้อย่างน่ารัก แล้วเดินกลับมาพร้อมกับถ้วยกาแฟหอมกรุ่นในมือ
“ขอโทษนะคะที่ต้อนรับได้ไม่ดีพอ” ศศิธรกล่าวพลางเดินกลับไปนั่งยังโต๊ะทำงานของเธอเพื่อตรวจดูเอกสารที่มาใหม่บนโต๊ะทำงาน
“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็ดีมากแล้วเพราะผมเองก็เข้าบริษัทก่อนเวลา” ชายหนุ่มว่าพลางจับจ้องกิริยาของหญิงสาวที่กำลังลงมือทำงานของเธอ ก่อนจะถามออกไปในสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงถามเช่นนั้น
“ไม่ทราบว่าคุณมีคนรู้ใจหรือยังครับ” สิ้นเสียงถามนั้นห้องทั้งห้องก็เงียบกริบ ก่อนที่หญิงสาวจะตอบด้วยเสียงเรียบแต่ใบหน้ายิ้มแย้ม
“มีสิคะ ก็เพื่อนๆของฉันในบริษัทและก็ครอบครัวที่บ้านของดิฉันไงคะ” กล่าวเสร็จทั้งสองก็หยุดสนทนาเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มขอตัวเดินออกไปทักทายเพื่อนร่วมแผนก (อึ้งในคำตอบล่ะสิ) ส่วนศศิธรเองก็ต้องรีบหันกลับไปทำงานต่อ


ในวันรุ่งขึ้น ณ ถนนใจกลางเมืองเป็นที่ทราบกันดีว่าสภาพการจราจรย่อมติดขัดเป็นธรรมดา
“มันจะดีเหรอพี่ที่ให้ผมนั่งเก้าอี้ของประธานแทนน่ะ พ่อรู้เข้าดุแน่” ชายหนุ่มอีกหนึ่งคนที่มีผมสีอ่อนกว่ากล่าวขึ้นเสียงอ่อย ก่อนที่ชายหนุ่มคมเข้มอีกคนจะหันมากล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“เหอะน่า...ไม่เป็นไรหรอก” หากแต่สีหน้าอีกฝ่ายก็ยังไม่คลายความกังวล “เอางี้ ถ้ากลับไปฉันจะบอกพ่อให้เพิ่มตำแหน่งเป็นผู้ช่วยฉัน แถมพักร้อนเดือนนึงดีมั้ย” คราวนี้สีหน้าอีกฝ่ายคลายความกังวลเล็กน้อย ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะแล่นเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนเพื่อถึงจุดหมายที่เดียวกับหลายๆคน
“โอ๊ยๆๆนี่ยัยต่ายเมื่อไหร่หล่อนจะมาถึงบริษัทสักทียะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” จินดาโทรไปโวยวายเพื่อนสาวที่ตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันสำคัญของบริษัทแท้ๆ หากแต่เสียงปลายสายก็ตอบมาอย่างอารมณ์เสียเต็มที
“ก็จะให้ฉันไปเร็วได้ไง ดูสิรถติดอย่างกับอะไรดี แล้วนี่เป็นไงมั่งนายรองประธานอะไรนั่นของแกมาถึงยัง” ศศิธรถามกลับแต่ก็ฟังเสียงเพื่อนได้อีกสองสามประโยคก็ต้องรีบวางโทรศัพท์ เพราะตอนนี้รถเคลื่อนได้คล่องตัวดีแล้ว และจากนั่นประมาณยี่สิบนาทีเธอก็ไปถึงบริษัท ก่อนจะรีบวิ่งไปยังลิฟท์เพื่อตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ ตายแน่ฉัน...สายขนาดนี้แล้ว
หลังจากถึงห้องประชุมด้วยความรีบจัดทำให้เธอเปิดประตูพรวดพราดเข้าไป โดยที่ไม่ทันนึกว่าในนั้นมีใครอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้บริหารที่มาใหม่
“คุณศศิธรกรุณารักษามารยาทด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าท่านรองผู้บริหารท่านใหม่” รุจิรา เลขาคนเก่งผู้เปรี้ยวจี๊ดที่มีศักดิ์เป็นถึงหลานของท่านประธานกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ และเป็นที่รู้กันดีทั้งบริษัทว่าเธอกับนางเอกของเรานั้นเป็นเพื่อน...
“น้อยๆหน่อยนะคะคุณรุจิรา ดิฉันว่าคุณเองต่างหากที่น่าจะรักษามารยาท มีเลขาที่ไหนเขามาว่าคนอื่นหน้าตาเฉยทั้งๆที่ผู้บริหารระดับสูงต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายตักเตือน” นั่นไง...เพื่อนที่ว่าก็หมายถึงเพื่อนกัดกันต่างหากล่ะ และด้วยความคุ้นเคยในการปะทะคารมกันของสองสาวในระดับผู้บริหาร ที่ต่างก็เป็นเพื่อนกันกับท่านประธานซึ่งก็เห็นเป็นเรื่องเคยชินไปเสียแล้ว (หากแต่สองหนุ่มที่มาใหม่ไม่รู้อะไรกัน เลยได้แต่อึ้งในท่าทีแยกเขี้ยวใส่กันภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของเสือสาวทั้งสอง) ท่านประธานของบริษัทท่านเลยต้องเป็นกรรมการห้ามมวยเสียทุกครั้งไป
“เอาล่ะสองสาวหยุดก่อนดีกว่า คุณศศิธรกลับไปนั่งที่ก่อนนะถือซะว่าเห็นแก่ผมแล้วกัน” ท่านประธานบริษัทคุณวิภูว่า ก่อนที่ศศิธรจะเดินไปนั่งข้างจินดา แต่กระนั้นก็ยังอุตส่าห์หันไปแยกเขี้ยวใส่อีกครั้ง
“เอาล่ะ ไหนๆก็มากันครบหมดแล้วผมขอแนะนำให้รู้จักกับมิสเตอร์แกรริค รองประธานคนใหม่และมิสเตอร์ราฟาเอล หัวหน้าแผนกซอฟแวร์คนใหม่ที่จะเข้ามาช่วยงานเราจากอเมริกาเป็นเวลา 3 เดือนด้วยกัน” สิ้นเสียงแนะนำสองหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนรับเสียงปรบมือทักทายจากทุกคน ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวกับทุกคน
เมื่อถึงเวลาเลิกประชุมศศิธรรีบเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่สนใจใครทันที หากแต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้ก่อนเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากใครบางคน
“ทำไมคุณถึงรีบร้อนเดินออกมาล่ะ” เงียบ...ไร้เสียงตอบรับใดๆ แถมเธอยังเดินต่ออีกต่างหาก
“หรือว่าโกรธที่ผมไปแย่งตำแหน่งคุณ” คราวนี้ก็ไร้เสียงตอบของเธออีก แถมระดับความเร็วในการเดินก็เพิ่มด้วย “หรือว่า...”
“โอ๊ย! นี่นายเลิกยุ่งกับฉันสักทีได้มั้ย ถ้าหากคิดว่าโกรธเรื่องแย่งตำแหน่งล่ะก็เสียใจ ฉันกำลังกลุ้มเรื่องที่คุณต้องเข้ามาคุมเจ้าพวกลิงทโมนในแผนกต่างหาก พวกนั้นนะถ้าใจดีมากล่ะก็เหลิงหมด” หลังจากทนเดินเงียบๆไม่ตอบเขาจนกระทั่งถึงห้อง ในที่สุดเธอก็หมดความอดทนหันไปใส่เขาไม่ยั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของเธอหลังจากบ่นเสร็จ แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆเขาก็หัวเราะออกมาอย่างไม่เก็บอาการเลย
“คุณนี่ไม่เหมือนผู้หญิงจริงๆเลยนะ” เขาว่าพลางเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น พร้อมกับหมุนเก้าอี้ให้เธอเผชิญหน้ากับเขา “แล้วงานเลี้ยงค่ำนี้คุณจะใส่ชุดราตรีหรือทักซิโด้กันเนี่ย”
“ฉันจะใส่อะไรก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ถอยออกไปได้แล้วจะเก็บของ” ไม่พูดเปล่าเธอผลักเขาออกไปแล้วเก็บบรรดาข้าวของที่มีไม่มากนักลงกล่องอย่างลวกๆ ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋ามาและกำลังจะเดินออกไปด้านนอก
“ผมช่วย” ราฟาเอลคว้ากล่องในมือเธอไปถือไว้เอง แล้วเดินออกไปด้านนอกยังโต๊ะที่ว่างอยู่อย่างอารมณ์ดีที่เจอเรื่องถูกใจเข้าเสียแล้ว


เย็นวันเดียวกันนั้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองที่ตอนนี้แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลก็ตาม หากแต่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจากบริษัทซอฟแวร์ที่นิยมติดอันดับในประเทศไทย ที่ได้มีงานเลี้ยงฉลองต้อนรับท่านรองผู้บริหารที่มาจากบริษัทแม่และเป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทอีกต่างหาก ซึ่งการมาครั้งนี้ก็ได้พ่วงหัวหน้าแผนกซอฟแวร์คนใหม่อีกด้วย หากแต่ในค่ำคืนนี้ก็คงจะเหมือนงานเลี้ยงต้อนรับธรรมดาๆที่มีอาหารแบบค็อกเทลและบุฟเฟ่ต์ไว้บริการ
แต่ที่จะทำให้ทุกคนต้องตื่นตะลึงไปทั้งงานก็คงจะไม่พ้นสามสาวเจ้าแม่บริษัทที่ได้ก้าวย่างเข้ามาภายในงานพร้อมด้วยเสียงฮือฮาจากผู้คนภายในงาน แต่ใครจะรู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นที่คอนโดของจินดา
‘เฮ้ย!!! เรื่องอะไรฉันต้องใส่ชุดนี้ด้วยล่ะ’ ศศิธรโวยลั่นห้องเพื่อนสาว เมื่อเห็นว่าชุดที่เพื่อนนำมาให้เป็นชุดราตรีสีฟ้าสดใสที่เปิดโชว์ไหล่ ซึ่งดูยังไงก็ไม่เข้ากันกับบุคลิกไม่ยอมคนอย่างหล่อน
‘ไม่ต้องเฮ้ยไปหรอกน่า...ถึงยังไงแกก็ต้องใส่กระโปรงให้ได้ ต่อให้แกไม่เคยใส่กระโปรงตั้งแต่เลิกเรียนมาแล้วก็ตาม’ จินดาว่าพลางช่วยรัชนกที่อุตส่าห์ลงทุนหอบชุดมาให้เลือกมากมาย
‘งั้นเอาตัวนี้มั้ยจิน’ รัชนกที่เลือกได้อีกชุดชูให้เพื่อนดู ก่อนที่สองสาวจะร่วมมือกันแปลงโฉมสาวแกร่งเกินคนให้เป็นนางฟ้าแสนสวยสำหรับค่ำคืนนี้
ระหว่างที่เข้ามาภายในงานแล้วสองสาวเพื่อนซี้ก็ผละเพื่อนในแผนก ปล่อยให้เธอยืนเคว้งอยู่คนเดียว ทำให้ศศิธรเลือกที่จะเดินไปยืนอยู่มุมที่ไม่ค่อยจะมีใครสนใจเท่าไหร่นัก หากแต่ก็ใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มกริ่ม
“ผมนึกแล้วว่าคุณต้องใส่กระโปรงสวยแน่ๆ” ราฟาเอลเอ่ยชมพลางเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว ก่อนที่จะยื่นแก้วน้ำส้มให้เธอ ให้ตายสิ...คืนนี้เธอสวยมากเกินกว่าที่เขาคาดไว้ซะอีก
“ขอบคุณค่ะ คุณเองก็ดูดดีเช่นกันนะคะ” ศศิธรยิ้มให้หวานหยด พวกนายได้เห็นฉันใส่กระโปรงก็แค่วันนี้แหละย่ะ
“อ้าว! คุณศศิธรวันนี้นึกยังไงถึงใส่กระโปรงได้ล่ะเนี่ย” คุณวิภูทักด้วยความอึ้ง เพราะหายากที่สามสาวกลุ่มนี้จะใส่กระโปรงโดยเฉพาะศศิธรที่แทบนับครั้งได้ตั้งแต่เข้าบริษัทมา
“โห...ท่านประธานทักแต่สาวๆอย่างนี้เดี๋ยวผบ.ที่บ้านท่านมาเห็นจะถูกทำโทษได้นะเจ้าคะ” จินดาเข้ามาทักท่านประธานด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี พร้อมจานที่เต็มไปด้วยบรรดาขนมหวานทั้งหลาย
“จะถูกดุหรือไม่ก็เดินมาโน่นพร้อมกับท่านรองประธานแล้วล่ะยัยจิน” รัชนกที่ยืนโปรยยิ้มให้บรรดาหนุ่มๆที่เดินผ่านและหันมามอง หันไปสะกิดเพื่อนพลางชี้ชวนทางภรรยาสุดรักสุดหวงของคุณวิภู
เมื่อเห็นว่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงไม่ว่าจะเป็นท่านประธานวิภูหรือรองประธานคนใหม่รวมไปถึงหัวหน้าซอฟแวร์คนใหม่และสามสาวเจ้าแม่บริษัทจับกลุ่มคุยกัน มีหรือเจ้าคะที่เจ๊รุจิราเลขาของท่านประธานจะยอม คุณเธอรีบแทรกเข้ามาในวงสนทนาทันที
“แหม...คุณแกรริคกันท่านประธานคุยอะไรกันอยู่คะเนี่ย ท่าทางจะสนุกนะคะ” ไม่พูดเปล่าเจ๊ตุ๊กแก เอ๊ย...รุจิรารีบเข้าไปกอดแขนท่านรองประธานคนใหม่ทันที พลางส่งสายตาท้าทายแก่ศศิธรเป็นนัยว่า คนนี้ฉันจองห้ามแย่งเด็ดขาดนะยะ...
แต่มีหรือเจ้าคะที่คุณศศิธรจะสะทกสะท้าน เธอเลี่ยงไม่อยากปะทะกับฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เริ่มงานแบบปีที่แล้ว จึงขอตัวไปทักทายคนอื่นๆในงานให้ครบก่อน
“ผมว่าคุณน่าจะไปกับพวกเรานะครับ เพราะว่าพวกเราเองก็เพิ่งมาถึงงานเหมือนกัน” ราฟาเอลรั้งหญิงสาวไว้เมื่อเห็นว่าเธอจะเดินแยกไป พลางหันไปสบตาคุณวิภูทำนองขอความช่วยเหลือ
เมื่อเดินทักทายกันทั่วงานแล้วสองหนุ่มกับสามสาวและเจ๊ตุ๊กแก เอ่อ...คุณเลขาท่านประธานก็แยกย้านกันไปตักอาหารมาทาน เพราะเดินมานานจึงเหนื่อยกัน
หากแต่ไคลแมกซ์ของงานมันยังเพิ่งเริ่มเมื่อนายเต้ยที่วันนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งเช่นทุกปีที่ต้องมารับหน้าที่พิธีกรของงาน
“สวัสดีครับทุกๆคนที่ได้ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกันในการจัดงานวันนี้นะคะ โดยเฉพาะปีนี้ที่พิเศษกว่าทุกๆปีก็ว่าได้ เพราะเราได้มีรองประธานกรรมการของบริษัทคนใหม่ และเจ้าหน้าที่ซอฟแวร์ที่จะมาร่วมงานกับพวกเราเป็นเวลา 3 เดือนด้วยกัน ก่อนอื่นพวกเราคงต้องขอเชิญท่านรองประธานคนใหม่ขึ้นมากล่าวอะไรบางอย่าง พร้อมรับของเล็กๆน้อยๆจากคุณวิภูประธานบริษัทของเรารวมทั้งคุณราฟาเอลด้วยครับ” นายเต้ยเอ่ยตามโพยที่คว้าขึ้นมาอ่านและท่องไว้อย่าง เพราะสิ่งที่พูดทั้งหมดนั้นต้องเป็นภาษาอังกฤษซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถนัดสำหรับเขาเท่าไหร่นัก
เมื่อสองหนุ่มขึ้นไปกล่าวอะไรเล็กน้อยพอเป็นพิธี พร้อมทั้งรับของจากคุณวิภูและเดินลงมายังกลุ่มที่สามสาวยืนจับกลุ่มกันอยู่ ก็เป็นหน้าที่ของพิธีกรตามเดิม หากแต่รายการต่อไปของค่ำคืนนี้คือการเต้นรำ ที่ตรงกลางหน้าเวทีตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดการเคลียร์พื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่บรรดานักเต้นทั้งหลาย และเมื่อเสียงเพลงดังขึ้นสามสาวที่คนในบริษัทต่างรู้กันดีว่าไม่มีทางเป็นคู่เต้นของใครง่ายๆ รวมถึงไม่มีใครกล้าขอเต้นด้วยแน่นอน(เพราะคงไม่อยากชะตาขาดตอนกลางงานเลี้ยงหรอก) หากแต่...
“คืนนี้ช่วยให้เกียรติเป็นคู่เต้นกับผมด้วยนะครับ” ราฟาเอลโค้งให้กับศศิธร ในขณะที่แกรริคก็ทำใจกล้าเดินเข้าไปโค้งให้รัชนกเช่นกันเมื่อเห็นว่ารุจิราเดินไปทางอื่น หากแต่คำตอบที่สองสาวให้ก็เหมือนกับที่หนุ่มๆในบริษัทเจอมาแล้ว นั่นคือการยิ้มพร้อมเอ่ยคำว่า ‘ไม่’
แต่ปีนี้ดูเหมือนจินดาจะนึกสนุกเพราะเห็นท่าทีของเพื่อนสาวสองคนประกอบกับปีนี้เป็นปีแรกที่ศศิธรยอมสละสูทกางเกงมาใส่กระโปรง จึงจัดการเรียกสองสาวเพื่อนรักมาทำทีเป็นเดินผ่านฟลอร์ แต่ที่ไหนได้กลับแกล้งผลักสองสาวไปยืนกลางฟลอร์ ส่วนตัวเองรีบเดินไปเรียกสองหนุ่มมาตรงกลางฟลอร์เช่นเดียวกัน ในระหว่างที่เพื่อนของเธอกำลังยืนงงอยู่นั้น
“อุ๊ย!!” ศศิธรอุทานอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาชน และเมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นชายหนุ่มคนที่มาแทนหน้าที่เธอ ก่อนที่เธอจะทันได้โวยวายอะไรเธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากคู่ข้างๆ และเสียงที่ว่าก็มีเสียงเพื่อนสาวของเธอ รวมไปถึงเสียงแหลมๆของยัยรุจิรานั่นด้วย
“นี่หล่อนกล้าดียังไงมาแย่งคู่เต้นฉันเนี่ย”
“อ้าว...ยัยนี่...มันจะมากไปแล้วนะ อย่างกับฉันอยากงั้นแหละผู้ชายท่าทางเหยาะแหยะอย่างเนี้ยนะเอาไปเลย เหมาะดีกับพวกผู้หญิงที่ห้อยโหนต้นไม้อยู่ในป่าอ่ะนะฉันว่า” รัชนกใส่ไม่ยั้งซึ่งฝ่ายตรงข้ามทนไม่ได้ถึงกับกรี๊ดด้วยความบ้าคลั่งที่โดนเปรียบว่าเป็นลิงห้อยโหนอยู่ในป่า (เค้าว่าเจ๊เป็นน้องนีมากกว่านะอะฮั้นว่า -_-^) ก่อนจะหันไปคว้าแก้วไวท์ที่บริกรเดินโฉบเข้ามาใกล้ แต่เพราะเที่ยวนี้หนุ่มทั้งหลายมัวแต่ดึงเจ๊รัชนกจึงไม่ทันดึงมือรุจิรา แต่...
ซ่า...น้ำสีแดงเข้มของไวท์ได้ราดรดบนตัวหญิงสาว แต่ไม่ใช่สาวนามรัชนกหรอกนะแต่เป็น
“ยัยต่าย!!!!” สองสาวเพื่อนรักต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกัน เช่นเดียวกับบรรดาพนักงานในบริษัทที่ต่างก็ตกใจ โดยเฉพาะ...
“หนอย อยากช่วยเพื่อนดีนัก ถ้างั้นเจอนี่แทนเพื่อนอีกได้มั้ย” คุณเลขาคนสวยที่ตอนนี้มาดหลุดสุดได้ประทับรอยฝ่ามือไว้บนใบหน้าของศศิธร ก่อนที่นายเต้ยจะรีบล็อคแขนรุจิราทันทีเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดเจ๊แกมาแบบเดียวกับเมื่อตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆล่ะสนุกเลย
“ผมว่าพวกคุณใจเย็นๆกันก่อนดีกว่า ถ้ามีอะไรก็ค่อยๆพูดกันก็..” ประโยคหลังแกรริคต้องรีบกลืนเข้าคอตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างตัวราฟาเอลสวนคืนฝั่งตรงข้ามด้วยหมัด และด้วยแรงที่ต่างกันทำให้รุจิราล้มกลิ้งอยู่กับพื้นพร้อมกับนายเต้ย(ก็ไปล็อคตัวเจ๊แกไว้นี่นา...)
“จำใส่สมองหล่อนไว้เลยนะคนอย่างตบหน้าใครไม่เป็นแต่ต่อยเป็น” ศศิธรกระชากเสียงดังลั่น ก่อนจะหันหลังเดินออกจากงานอย่างรวดเร็ว แต่เดินไปแค่ตรงหน้างาน(ประตู)ก็อาละวาดทิ้งท้าย
“โธ่โว้ย...กระโปรงบ้านี่รำคาญชะมัด” ว่าแล้วก็ถลกกระโปรงเผยให้เห็นกางเกงยีนที่(แอบ)ใส่ไว้ด้านใน แล้วก็เดินออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยของพนักงานบริษัท




 

Create Date : 23 กันยายน 2550
1 comments
Last Update : 23 กันยายน 2550 19:29:56 น.
Counter : 217 Pageviews.

 

หุๆๆๆๆ

 

โดย: อวดดี (auwddee ) 23 กันยายน 2550 22:43:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


dreampim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add dreampim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.