กุมภาพันธ์ 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
8 กุมภาพันธ์ 2555
All Blog
วันวีนๆ

วันวีนๆ...

เราทุกคนเกิดมามีสิทธิเท่าเทียมกันจริงหรือ? ฉันเคยคิดว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน แต่นั่นก็เป็นเพียงอุดมคติเท่ๆ ที่ถูกกล่อมมา แท้จริงแล้วแต่ละคนล้วนไม่เท่ากัน ชนชั้นวรรณะที่มันไม่ได้ประกาศตัวชัดเจนแต่มันมีอยู่ทุกแห่งหน

หลังจากออกจากโรงพยาบาลฉันรีบไปดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะขอเบิกคืนจากประกันสังคม เพราะค่ารักษาพยาบาลที่ออกไปก่อนนั้นไม่ใช่เงินของฉัน ฉันเพิ่งตกงานจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายได้ และค่ารักษาก็แพงระยับเพราะฉันพาตัวเองไปรับบริการจากโรงพยาบาลเอกชน ด้วยภาวะฉุกเฉินหายใจไม่ออกใกล้จะตายจำต้องเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุด เพราะเคยเข้ารับบริการแล้วและสามารถเบิกค่ารักษาคืนได้ แต่คราวนี้ไม่เป็นเช่นนั้น

ฉันพาตัวเองที่แทบจะเดินไม่ไหวไปที่โรงพยาบาลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดตื่นอยู่เลย คิดว่าเข้ามาโรงพยาบาลร้าง ต้องทุบโต๊ะเรียกพนักงานเพราะพูดแทบไม่ไหวแล้ว จากนั้นความงัวเงียของแต่ละคนก็โผล่มาทีละคนสองคน แพทย์เวรออกมาจากห้องพักพร้อมแกะขี้ตาที่ติดอยู่ แล้วสั่งยาให้ทางท่อหายใจ โดสที่หนึ่งผานไป ตัวต่อไปก็ตามมา มีฉีดยาเข้าเส้นเลือดด้วย แล้วก็พ่นยาอีกโดส อาการของฉันดีขึ้นภายในครึ่งชั่วโมง แต่นั่นยังไม่พอ ฉันได้ยินหมอโทร.ปรึกษากันถึงวิธีรักษา แล้วฉันก็ถูกพาไปเอกซเรย์ปอด จากนั้นก็เข็นเข้าห้องไอซียู ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น เพราะไม่ได้มีอาการอะไรแล้ว แต่หมอยืนยันว่าต้องเฝ้าดูอาการ (ตามแผนการรักษา)

ฉันนอนแทบไม่หลับเลย รู้ตัวตลอด คงตื่นเต้นได้เข้าไอซียู แต่จริงๆ แล้วกังวลกับค่ารักษามากกว่า ตอนเช้าอาการฉันปกติดีเหมือนไม่เคยผ่าน เหตุการณ์ใกล้ตายมาก่อน ฉันนอนเซ็งดูทีวีไป พยาบาลก็เข้ามาตรวจนั่นนี่และให้ยาพ่นทางหน้ากาก ทั้งที่ฉันยืนยันว่าไม่มีอาการอะไรแล้ว แต่เธอบอกว่าคุณหมอสั่งให้พ่นทุกสี่ชั่วโมง-เป็นเงินเท่าไรแล้วเนี่ย

นอนเซ็งในห้องไอซียูจนเที่ยงก็ถูกพาไปพักที่ห้องพิเศษ หมอเจ้าของไข้มาอธิบายโน่นนี่และถามอาการ ซึ่งฉันยืนยันว่าไม่มีอาการหอบแล้ว แต่หมอก็ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลบอกว่าต้องรอดูอาการ ทั้งๆ ที่ได้รับยาไปสารพัดขนาดนั้นแล้วฉันยังต้องดูอาการอีกเหรอ แล้วยาก็ถูกนำมาพ่นทางหน้ากากเป็นระยะ บวกกับที่ใส่ลงไปในขวดน้ำเกลือด้วย ไม่พอ ยังมียาเม็ดให้กินอีก ไม่รู้ว่าปริมาณยาในร่างกายของฉันมันล้นทะลักแล้วหรือยัง

การนอนอยู่เฉยๆ ในห้องสี่เหลี่ยมเป็นความทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีทีวีแต่ก็มีแต่รายการไร้สาระ ฉันได้แต่มองหยดน้ำเกลือค่อยๆ หยดทีละหยดๆ ผ่านไปจนเย็นน้ำเกลือเพิ่งหมดไปแค่หนึ่งส่วนสี่ ยาก็ยังต้องพ่นจนกว่ายาที่หมอสั่งไว้จะหมด ดึกอย่างไรคุณพยาบาลก็เข้ามาทำหน้าที่ ทั้งที่ฉันไม่ได้มีอาการอะไรเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้หลอดลมมันขยายไปถึงทวารหนักแล้วหรือยัง

เช้าวันต่อมาเป็นวันอาทิตย์ กว่าข้าวเช้าจะมาก็แปดโมง กว่าหมอจะมาก็บ่ายโมง เห็นว่ายาที่ให้ครบโดส ฟังเสียงหายใจที่เป็นปกติตั้งแต่วันแรกแล้ว ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ ทั้งที่ไม่ได้ขอดูผลเลือดหรือผลแล็บจากยาที่ให้ไปเลย ก็ได้ค่ารักษาคุ้มแล้วนี่นะ (อันนี้พยาบาลเป็นคนบอกเองว่าค่ารักษาในวันแรกจะสูงกว่าปกติเพราะต้องมีการวางแผนอันแยบยล)

เบ็ดเสร็จอยู่โรงพยาบาลวันกว่าๆ หมดไปหมื่นสาม ถ้าฉันวิ่งออกมาเลยไม่ยอมจ่ายจะเกิดอะไรขึ้นนะ ฉันต้องไปยืมเงินคนอื่นมาจ่ายไปก่อน หวังว่าจะเบิกจากประกันสังคมมาใช้คืนได้

แต่สังคมไทยไม่เคยมีความเท่าเทียมหรอก การเข้ารับรักษาจากโรงพยาบาลเอกชนมีวงเงินจำกัด ฉะนั้นฉันได้คืนไม่ครบแน่ แต่ฉันก็ศึกษากฎระเบียบประกันสังคมพร้อมโทร.ไปสอบถามที่ศูนย์แล้วว่าต้องทำอย่างไรบ้างในกรณีฉุกเฉินที่ไม่อาจไปรับการักษาตามบัตรรับรองสิทธิได้ คุณโอเปอเรเตอร์ก็ท่องอาขยานให้ฟังสี่ห้ารอบ ถามชื่อฉันไปเกือบสิบรอบ สรุปแล้วเธอให้ทางโรงพยาบาลที่ฉันรักษาติดต่อไปที่โรงพยาบาลเจ้าของบัตร แต่ก็มีเงื่อนไขเรื่องวันหยุด คนจะเจ็บป่วยมันเลือกวันได้หรือ-ใครเป็นคนออกกฎขอให้มันมาเจอสภาพอย่างนี้บ้าง ทางโรงพยาบาลที่รักษาฉันแจ้งว่าคงต้องสำรองจ่ายไปก่อนเพราะติดเสาร์อาทิตย์ ดำเนินการอะไรไม่ได้ ได้แต่รับเรื่องไว้ ซึ่งไปอ่านดูระเบียบการแล้วขัดกันเห็นๆ เป็นการเขียนภาษาไทยที่ต้องตีความหลายตลบ เขาคงคิดว่าตาสีตาสาไม่เข้าใจหรอกแเล้วก็จะปล่อยเลยไป

อย่างน้อยก็อุ่นใจที่ได้ทำตามขั้นตอน แต่พอมาขอเบิกจ่ายค่ารักษาที่ประกันสังคมก็มีเรื่องให้ต้องปะทะคารมมากมาย คนเราเลือกสถานที่และวันเวลาเจ็บป่วยได้หรือ ในเมื่อเงินก็จ่ายทุกเดือนทำไมถึงเวลาต้องใช้จริงๆ กลับถูกลิดรอนสิทธิมากมาย โรงพยาบาลเอกชนมีมาตรฐานเดียวกันกับโรงพยาบาลรัฐไหม ทำไมต้องให้เข้ารัฐอย่างเดียว ข้อนี้ไม่ต้องบอกทุกคนคงทราบดี แต่ถามถึงจรรยาบรรณแพทย์ ทุกคนที่เข้ารับการรักษาเป็นมนุษย์เหมือนพวกท่าน

เอกชนเน้นอะไร ความพึงพอใจสูงสุด การแพทย์แบบพานิชย์ เพราะคุณคิดว่าคนที่เขาเลือกคุณคือคนที่มีปัญญาจ่าย แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ความตายมันอยู่ใกล้ตัวทุกคน หน้าที่ของคุณที่เคยปฏิญาณไว้ลืมแล้วหรือ เอกชนจะร่วมมือกับรัฐบาลทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยมันไปไกลกว่านี้ได้ไหม

สรุปแล้วได้เงินคืนมาครึ่งเดียว แล้วอีกครึ่งฉันจะเอาที่ไหนมาคืน ทั้งที่จ่ายเงินประกันสังคมทุกเดือน แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้าม ฉันจ่ายเงินประกันสังคมไปมากกว่าค่ารักษาครั้งนี่เสียอีก แต่ได้อะไรมา เป็นความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวงของระบบประกันสังคม ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาเป็นอย่างไร เคยไปศึกษาดูงานกันหรือไม่ หรือเพียงแค่ไปเที่ยวถ่ายรูปดี๊ด๊ากัน ข้าร้าชการไทยเคยสำนึกบ้างไหมว่าท่านเอาเปรียบประชาชนตาดำๆ มากขนาดไหน ทั้งที่ท่านก็เป็นคนเหมือนกันเพียงแต่ทำงานให้หน่วยงานรัฐ ท่านมีสวัสดิการมากมาย เลี้ยงไปจนท่านตาย ในขณะที่เกษตรกรที่เขาปลูกข้าวให้ท่านแ_ก เขากลับไม่ได้ได้รับอะไรเลย ท่านที่เป็นข้าราชการที่คอยนั่งโต๊ะก็ทำงานไปโดยไม่ขลับเคลื่อนคนระดับล่างให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเลย ข้าราชการคุณยังมีสำนึกใรความเป็นคนอยู่หรือเปล่า คุณสุขสบาย มีเมียน้อยมีกิ๊กเต็มกระทรวง คุณมีโอกาสดีกว่าคนหลายคนแต่คุณโครตเห็นแก่ตัวเลยว่ะ

วันนี้ฉันติดต่อประสานงานไปหลายที่ ผลที่ได้รับกลับมามันน่าเศร้าใจ เขาตอบได้แต่เพียงว่ามันเป็นนโยบาย นโยบายที่มีผลประโยชน์แอบแฝงน่ะสิ คนตัวเล็กก็ล้มหายตายลงทุกวันโดยไม่มีใครรู้ คนตัวใหญ่ตายทีคนแห่มายังกะงานชิงเปรต คนเราเกิดมาไม่เท่ากันจริงๆ

ฉันเหนื่อยกับการต่อสู้ที่ดูจะไม่ได้อะไรเลย แต่ฉันไม่ไม่หยุดแค่นี้ เพื่อนถามว่าฉันจะไปอุทธรณ์ให้ได้อะไร เพื่อความถูกต้องไง ถ้าคนไทยไม้รู้จักสิทธิหน้าที่ของตัวเองก็จะโดนเอาเปรียบร่ำไป เด็กในอนาคตจะมีสภาพเป็นเช่นไร เพื่อนฉันบอกว่าก็จะบอกเขาว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ แล้วอะไรล่ะที่ควรทำตั้งแต่วันนี้คุณก็ไม่ทำ แค่เราแสดงพลัง ใช้สิทธิที่เราต่างมีเท่าเทียม (ในทางทฤษฎี) ให้เต็มที่ เท่านั้นแหละหน้าที่พลเมืองเบื้องต้นเพื่อนฉันบอกว่ามันเสียเวลา นี่แหละกลยุทธ์ของระบบราชการไทย ปล่อยให้รอจนมันเบื่อไปเอง

สรุปแล้ววันนี้ฉันได้รับคำอธิบายจากพยาบาลที่ดูแลก็มีความเข้าใจระดับหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ ฉันจะไม่ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้อีกเด็ดขาด การหาประโยชน์จากคนเจ็บป่วยมันเป็นจรรยาบรรณของแพทย์ที่เคยปฏิญาณไว้หรือ หากระบบสาธารณะสุขไทยมันดีเพียงพอคงไม่ต้องมานั่งแยกโรงพยาบาลเอกชนกับรัฐบาลแต่คงต้องรอไปอีกพันปีแสง เพราะนักการเมืองไทยและฝ่ายบริหารทั้งหลายต่างอ้วนพีเพราะกินยาและวิตามินไปหลายขนาน จนยาที่ตกมาถึงประชาชนที่มีรายได้น้อยกลายเป็นซากอ้อยไป ขอให้นักการเมืองและฝ่ายบริหารที่ชอบบริโภคยาเกินขนาดได้ไปสู่สุคติเร็วๆ เผื่อประเทศไทยจะได้พัฒนากว่านี้

สุขภาพกายและใจที่ดีของประชาชนจะเป็นแรงผลักดันในการสร้างความรุ่งเรืองผาสุกให้ชาติ เราไม่จำเป็นต้องวัดที่ตัวเลขรายรับรายจ่ายของประเทศหรอก แต่เราคารจะมองตัวเลขสุขภาพมวลรวม และความสุขของคนในชาติเป็นสำคัญ

เราเปิดชาติให้ผู้คนเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมเราได้ แต่เราอย่าลืมว่ารากเหง้าของเราอยู่ไหน

สิทธิคือสิ่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ฉะนั้นจงเข้าใจและใช้มันให้ถูกต้อง เราทุกคนล้วนเท่ากัน...ที่สุดแล้วก็กลายเป็นเพียงความว่างเปล่า จงใช้สิทธิของตัวเองให้คุ้ม และอย่าเผลอไปละเมิดใครเข้าล่ะ ทุกคนต่างหวงแหนสิทธิตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วที่จะรักษามันไว้




Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:37:09 น.
Counter : 507 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ข้าวเหนียวหวาน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเพียงเศษละอองของจักรวาล
ที่มีคำถามมากมาย ^_^