กุมภาพันธ์ 2554

 
 
1
2
12
18
20
21
22
23
24
25
27
 
 
19 กุมภาพันธ์ 2554
All Blog
ขายของหลอกเด็ก?
เป็นงานประจำไปแล้วสำหรับเย็นวันศุกร์ที่ฉันต้องออกไปขายของที่ถนนคนเดิน หรือเรียกบ้านๆ ว่าตลาดนัดนั่นแหละ ร้านของฉันเป็นร้านกิฟต์ช็อป ไม่ใช่ร้านขายกิ๊บติดผมแต่อย่างใด แต่เป็นร้านขายของกระจุกกระจิก น่ารักน่าใช้ เป็นของที่อยู่นอกเหนือปัจจัยสี่ ซึ่งตอนขายแรกๆ ก็ทำใจยากเหมือนกันเพราะมันไม่ใช่ของจำเป็นต่อชีวิต เป็นของฟุ่มเฟือยด้วยซ้ำ จะขายได้สักเท่าไร ร้านข้างๆ ทั้งสองข้างต่างก็เป็นร้านขายเสื้อผ้าที่ดูจะขายได้เป็นกอบเป็นกำกว่าฉันเยอะ

จุดเริ่มต้นในการขายก็แค่เพียงต้องการระบายของเก่าเก็บออกไปจากความครอบครองบ้าง-ของขวัญที่ได้มาในโอกาสต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยนอกจากโชว์อยู่ในตู้ เพื่อให้ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยและเป็นการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ฉันเลยขนของเก่ามาขาย แต่ที่ที่ไปจองขายเขาให้ขายตลอดปี ทีนี้จะทำไงล่ะ กว่าจะได้ล็อกมาก็ไปเข้าแถวเบียดเสียดรอตั้งนาน คนที่บ้านลงความเห็นว่าให้เก็บที่ไว้ก่อน...แล้วจะขายอะไรดี คิดไปร้อยแปดก็มาลงตัวที่กิฟต์ช็อปนี่แหละ เพราะของน่ารักย่อมคู่กับคนน่ารัก อิอิ (อนุญาตให้แหวะได้ค่ะ)

การลองตลาดในช่วงแรกลงทุนไปซื้อของจากสำเพ็งมาพันกว่าบาท เป็นพวกของใช้ลายน่ารัก เหมาะกับเด็กๆ และวัยรุ่น และลูกค้ารายแรกของฉันไม่ใช่ใครอื่น เจ้าหมูน้อยนั่นเอง เห็นอะไรก็อยากได้ไปซะหมด ทุกครั้งที่ฉันลงของใหม่จะมีหมูน้อยคอยประเดิมเสมอ เพราะถนนที่ขายของใกล้โรงเรียนของหมูน้อย ทุกเย็นวันศุกร์หมูน้อยกับยายจะมานั่งเป็นนางกวักให้ฉันสักพักแล้วถึงกลับไปพร้อมของจากร้านฉันทุกครั้ง

แรกๆ ฉันคิดว่าของที่เอามาขายเป็นของที่เหมาะกับวัยรุ่น แต่เอาเข้าจริงกลับเป็นเด็กๆ อนุบาล เด็กประถม ที่ชอบตรงรี่เข้ามาเกาะดูของที่ร้านฉัน เพราะจะมีพวกสติกเกอร์หรือตุ๊กตาด้วย อย่าคิดว่าเด็กๆ ไม่มีตังค์นะ ก็อ้อนพ่อแม่นั่นแหละ ลูกไม้เด็กๆ เขาละ บางคนพ่อแม่บอกให้เอาเงินตัวเองซื้อ คุณหนูก็มีจ่ายด้วย เพราะของที่ร้านฉันราคาไม่แพง ห้าบาท สิบบาทก็ซื้อได้ เด็กบางคนมองคอหันตาละห้อยพอถูกผู้ปกครองดุไม่ให้ซื้อ ฉันเองก็ผูกมิตรกับเด็กๆ ไว้ นำเสนอของราคาถูกให้บ้าง หรืออันไหนที่ไม่เหมาะกับเด็กก็บอกเขาตรงๆ ให้ลองดูชิ้นอื่น

นอกจากเด็กๆ แล้ววัยรุ่นที่เป็นกลุ่มหลักก็มีมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นกลุ่มคนทำงานซึ่งพวกนี้ต่อราคาของน่ากลัว อันไหนฉันลดให้ได้ก็ลด บางอย่างลดไม่ได้คุณพี่ก็เดินหนีซะงั้น โธ่...ที่ขายทุกวันนี้ยังไม่คุ้มค่ารถที่ฉันไปเอาของมาเลย พี่ต่อโหดอย่างนี้ก็ไม่ไหวค่ะ แต่ส่วนมากฉันจะตั้งราคาไว้เผื่อต่ออยู่แล้ว ประเภทลงท้ายด้วยเก้าด้วยห้านั่นแหละ บางคนไม่ต่อฉันก็เสนอตัวลดให้ก็มี เป็นแม่ค้าที่ใจดีไปไหมเนี่ย
-_-"

การค้าย่อมมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา บางวันขายได้เยอะ บางวันขายได้ร้อยกว่าบาท ลบค่าเช่าที่ค่าของกินเหลือไม่ถึงร้อยก็เครียดเหมือนกัน ทำเอาไม่อยากไปขายอีกเลย แต่ป้าฉันแนะนำให้ขอขมาเจ้าที่ เอาพวงมาลัยไปไหว้บ้างแล้วจะดี ฉันลองตามคำแนะนำ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พอวันแรกที่ขอเจ้าที่ยังไม่มีมาลัยยอดพุ่งกระฉูด ครั้งต่อมาฉันเลยมีมาลัยมาเป็นกำลังใจทุกครั้ง แล้วก็ไม่มีครั้งไหนที่ขายได้ต่ำอย่างคราวนั้นอีกเลย จะอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก-ของอย่างนี้ไม่เชื่อก็เป็นขวัญกำลังใจไว้ได้

การขายกิฟต์ช็อปที่เป็นของนอกเหนือความจำเป็นทำให้ฉันคิดมากพอดู เพราะมันเป็นการฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ แถมของที่ขายยังมีเด็กมาซื้อเหมือนฉันตั้งใจหลอกเด็กอย่างนั้น ของบางอย่างตั้งราคาแพงเพื่อให้คุ้มทุน ก็คิดว่าเราเอาเปรียบเขามากไปหรือเปล่า ฉันกำลังทำให้คนหลงใหลวัตถุไร้ความจำเป็นหรือเปล่า มันเป็นเพียงความสวยงามที่ฉาบฉวย ไม่มีก็มีชีวิตอยู่ได้ แต่ฉันกำลังค้าขายของไร้ประโชน์ให้พวกเขา ฉันทำถูกหรือเปล่า

ตอนนี้เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่ฉันขายของมา กำไรไม่ต้องพูดถึง แค่คุ้มทุนก็พอ เพราะของบางอย่างแพงเกินไปฉันก็ปรับราคาลงมาให้คนจับแล้วพอจะซื้อได้ ของในร้านฉันราคาไม่เกินร้อยแทบทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะขายดี ร้านเสื้อผ้าข้างๆ คุยกันได้วันละสองสามพัน แต่ฉันได้แค่ห้าหกร้อยก็พอใจแล้ว อย่างน้อยของที่ฉันนำมาขายก็ไม่ได้สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้ฉัน แค่นี้ฉันก็รู้สึกดี ที่ได้แบ่งปันความสวยงามของของเหล่านั้นให้เด็กๆ ได้สร้างเสริมประสบการณ์...ฉันไม่ได้ขายของหลอกเด็กใช่ไหม



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2554 0:10:52 น.
Counter : 733 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



ข้าวเหนียวหวาน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเพียงเศษละอองของจักรวาล
ที่มีคำถามมากมาย ^_^