เมษายน 2553

 
 
 
 
1
2
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
4 ปีนรกในเขมร มอบความหมายของคำว่าชีวิต
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ซึ่งบันทึกระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๒
ผู้ปรากฏชื่อในเรื่องนี้บางฅนยังมีชีวิตอยู่ แต่บางฅนล้มหายตายจากไปแล้ว
นี่เป็นความจริงที่โหดร้ายที่สุด น่าเศร้า และไม่น่าเชื่อ

หน้า ๓๑

* * *

"---ฉันเชื่อว่า สามีและลูกสองฅนที่ตายไป ช่วยคุ้มครองฉันไว้ วิญญาณของเขาคงคอยดูแลฉันให้รอดปลอดภัย--- เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น ฉันเองก็ไม่เชื่อว่าจะรอดกลับมาได้ คราวนี้ฉันเชื่อว่าพระมีจริง เวลาที่ฉันไม่สบาย ฉันฝันเห็นลูกและสามีมาพูดให้กำลังใจว่า อีกไม่นานฉันจะได้กลับบ้าน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันทนอยู่มาได้ ไม่เสียสติไปเสียก่อน ไม่คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินของพนมเปญอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาหนึ่งพันห้าร้อยวันของฉันนั้น อยู่ในบันทึกที่แอบเขียนไว้---"

ยาสึโกะ นะอิโต

* * *

หนังสือเล่มนี้จะพิมพ์กี่ครั้งกี่หนแล้วไม่ทราบ
แต่ผมอยากให้ฅนไทยได้อ่านกันไม่ต่ำกว่าสิบล้านเล่ม---
คุณผุสดี ผู้แปล ก็เปรียบเสมือนราชินีภาษาแห่งความเรียบง่าย
ปูพื้นเดินเรื่องได้หมดจดกลมกลืน
สามารถมองเห็นภาพของความจริงได้ติดตาติดใจ
อ่านแล้ววางไม่ลง
ได้ความรู้ได้ความสะเทือนใจสุดเหลือคณานับ---
ถ้าฅนไทยทั้งในและนอกเครื่องแบบได้อ่าน "๔ ปี นรกในเขมร" กันมากๆ
ก็จะเป็นพระคุณแก่แผ่นดินไทยเป็นที่สุด---
อย่าเพิ่งเขียนจดหมายมาถามผมว่า ของดีมีอยู่ ฉบับนี้อยู่ตรงไหน
กำลังตอบอยู่แล้วครับว่า
ของดีมีอยู่ ก็คือ หนังสือ "๔ ปี นรกในเขมร" นี่แหละ

ขรรค์ชัย บุนปาน
มติชนสุดสัปดาห์ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๘



Create Date : 04 เมษายน 2553
Last Update : 8 มกราคม 2556 20:34:44 น.
Counter : 1526 Pageviews.

8 comments
  
อ่านแล้วทำให้ต้องกินข้าวหมดจานทุกครั้ง จนถึงเดี๋ยวนี้จะรู้สึกเสียดายข้าวมากหากเหลือไว้

ภูมิใจเหลือเกินที่เกิดมาเป็นคนไทยในยุคนี้แล้ว ไม่เคยต้องเจอกับการบังคับ บีบคั้นที่ต้องอดทนด้วยความกลัวเพื่อความอยู่รอด
.
.
.
นอนหลับได้สนิท
เดินมองทุกที่ ไม่ต้องห่วงอันตราย
.
.
อยากให้คนไทยได้อ่านจริงๆค่ะ
แล้วจะรักตัวเอง
รักเมืองไทย
รักคนรอบข้างได้มากขึ้น
โดย: pumekha วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:0:14:24 น.
  
โดย: thanitsita วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:12:54:28 น.
  

สวัสดีคะ แวะมาทักทาย มีความสุขในวันหยุดนะคะ

โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:13:20:59 น.
  
ขอบคุณนะคะ กลับไทยจะรีบไปหามาอ่านคร่า
โดย: xiao ye zi วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:19:03:45 น.
  
มีเล่มนี้ในลิสต์เหมือนกันค่ะ อ่านจบไปนานมากแล้วเหมือนกัน แต่ยังจำเนื้อหาได้ดีอยู่

จำได้ว่า ตอนนั้นอ่านแล้วน้ำตาไหล ที่เค้าบรรยายตอนเค้าเห็นลูกชายเค้าตาย อ่านแล้วคับแค้นใจ อึดอัดใจไปกับเค้า ว่าทำกันขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมมันโหดเหี้ยมได้ขนาดนั้น

และก็แอบดีใจไปกับเค้า ที่มีเครื่องบินมารับกลับญี่ปุ่น

คนไทย ควรจะได้อ่านเล่มจริงๆ ค่ะ

เคยอ่าน พม่าเสียเมือง รึยังค่ะ แนะนำค่ะ ว่าน่าอ่านมาก
โดย: Ning_999 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:15:22:54 น.
  
อืมมมมน่าสนน๊ะอยากอ่านมากเลย
โดย: maistyle วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:48:21 น.
  
เคยอ่านเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร จนปวดหัว แต่วางหนังสือไม่ลง จนถึงตอนนี้ก้อยังจำเนื้อเรื่องได้ แต่ที่จำได้ติดใจ คือตอนที่ ยาสึโกะ ขอทหารกลับมากระท่อม เพราะเป็นห่วงลูกชายไม่สบายมาก พอมาถึง เค้ามองขึ้นไปบนเพิงที่ลูกชายนอนอยู่ เห็นเลือดไหลเป็นทางออกจากปากลูก แต่พอเข้าไปไกล้ มันไม่ใช่เลือด มันเป็นมดที่ไต่เป็นทาง... ตอนนั้นกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ พออ่านหนังสือเล่มนี้จบ คิดว่าความทุกข์ใจของเรา มันไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของเธอเลย รูสึกว่าเราโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย..
โดย: pat IP: 182.232.61.51 วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:10:47:37 น.
  
อ่านแล้ว เกลียดสงครามมาก ทำไมมนุษย์ต้องต่อสู้กันเพื่อความฝันที่ไม่เป็นจริง ผมชอบเพลง Imagine ของ John Lenon แต่ก็รู้ว่าไม่มีวันเป็นจริง
โดย: bangyai001 IP: 10.1.28.120, 203.148.211.250 วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:19:31:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



pumekha
Location :
สมุทรสาคร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



รักการอ่านค่ีะ เลยเอาหนังสือที่มีอยู่มาแนะนำ ขอบคุณเว็บต่างๆที่ได้เอารูป และเรื่องย่อมาลงนะคะ เพราะไม่ค่อนถนัดถ่ายรูปนัก (คือดูไม่สวย คือฝีมือตัวเองค่ะ
เจตนาให้คนไทยอ่านหนังสือกันมากๆ การอ่านก็เปิดโลกได้นะค่ะ

แต่ความชอบคนเราก็มีหลากหลาย เหมือนกับปุ๋ม ชอบงานฝีมือด้วย ตอนนี้เป็นแม่คนแล้ว ก็เลยสนใจถักชุดสวยๆให้ลูก ก็เลยเริ่มหัดถักโครเชต์ แต่ยังเป็นพวกบ้าตำราอยู่ ปฏิบัติยังไม่ถึงไหนเลย ก็ได้พี่ๆที่ทำงานช่วยสอนให้ค่ะ

ยังมีงานผ้า ที่ตอนลาคลอด 1 ปี ได้ไปฝึกฝนมา จนเย็บชุดให้ต้นน้ำได้ เป็นภูมิใจที่สุดแล้ว แต่ยังต้องฝึกฝนกันต่อไป

ตอนแรกที่เริ่มตั้งครรภ์ ก็ศึกษาจากเว็บต่างๆผสมกับอ่านหนังสือ ถึงขั้นมีตำราอาหารลูกน้อบเมื่อวัย 6 เดือนแล้วด้วย จนตอนนี้ลูก 2 ขวบครึ่งแล้ว (31 ธค. 55) ก็จะมีหนังสือเลี้ยงลูก พัฒนาการต่างๆอีกเพียบ อิอิ เป็นคุณแม่มือใหม่ เลี้ยงตามตำรานิดนึง ก็เลยเอามาลงในบล็อกให้เพื่อนๆ ได้ศึกษาข้อมูลกันค่ะ จะทยอยลงมาให้เรื่อยๆนะคะ

ปุ๋มยังไม่ได้เก่งเรื่องอะไรเลย ทั้งงานถัก งานคุณแม่ เลยสอนใครเขาไม่เป็นหรอกค่ะ แต่ก็อยากแบ่งปันความรู้ต่างๆ จากหนังสือที่ตัวเองมี ก็เลยจะเอามาลงให้เพื่อนได้อ่าน ได้เอาไปทดลองทำด้วยตัวเองกัน ใครทำได้สำเร็จแล้ว ก็เอามาโชวกันบ้างนะคะ

สวัสดีวันดีๆทุกวันค่ะ
New Comments
MY VIP Friend