Group Blog
มีนาคม 2562

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
30
31
 
 
ฉุยฉาย
  • จดหมาย/รัก/หนังสือ
  • ฉบับที่ ๑๕
  • ถึงคุณ..
     
    ฉันไม่ชอบฤดูร้อน!!! คุณได้ยินฉันไหมฉันตะโกนอยู่
    .
    ไมเกรนมักแวะมาเยี่ยมตอนช่วงนี้บ่อยซะด้วยสิ แต่ฟ้าก็สวยสุดกว่าฤดูไหน หากฉันมีความกล้าพอจะพาร่างออกไปแหงนหน้ามอง กับอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่อาจเกลียดฤดูร้อนได้เต็มใจนักคือ เหล่าไม้ต้นใหญ่ที่ธรรมดายืนต้นใบดกหนาดาษดื่นประดับริมถนน ได้เวลาอวดเสน่ห์ของตัวเองบรรณาการดวงตะวัน ริมทางจึงเต็มไปด้วยสีสันแห่งฤดูร้อนอันเจิดจ้า ความงดงามแห่งฤดูถูกปลุกตื่น
    .
    ฉันรักไม้ต้นใหญ่ที่ออกดอกเล็กจิ๋วสุดใจ เหมือนคนเฉยชาที่ใจดียังไงยังงั้นคุณว่ามั้ย เหมือนคุณไง พอฉันได้เจอคุณจริงๆ อีกครั้งฉันรู้เลยว่าคุณเปลี่ยนไปมากทีเดียว คุณดูเก้อตอนฉันบอกว่าขอกอดหน่อย คุณระวังตัวเกินไปนิดจนฉันใจแป้ว เพราะหากเป็นเมื่อก่อนโน้นคุณคงกอดฉันทันทีที่เราเจอกัน คุณยังเหมือนเดิมและไม่เหมือนเดิมในเวลาเดียวกัน
    .
    คงเพ้อเจ้อเกินไป หากจะหวังว่าทุกสิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ช่างน่าแปลก ตอนเจอกันเรากลับคุยถึงเรื่องอื่นที่ไม่ใช่หนังสือ สบายดีไหม มีความสุขไหม ตัวเล็กเกินไปแล้ว กินข้าวเยอะๆ หน่อยสิ และฉันยังคงเป็นน้องสาวคุณอยู่เหมือนอดีตไม่เคยมากกว่านั้น ฉันเข้าใจนะถึงเมื่อก่อนจะไม่เข้าใจก็เถอะ แบบนี้ก็ดีแล้วมันมีค่ามากกว่าใช่ไหม ใช่หรือเปล่า
    .
    แล้วฉันก็กลับมาอ่านหนังสือหลายเล่มในเวลาเดียวกันอีกครั้ง เรื่องของเรื่องคือพยามอ่านออกให้เยอะกว่าซื้อเข้านั่นแหละ แต่เป็นเกมส์ที่ไม่เคยชนะสักทีอย่างที่คุณรู้มาตลอด นอกเสียจากว่าฉันจะปิดตาไม่ส่องหนังสือ ไม่ตามสำนักพิมพ์ แต่มันก็มีข้อยกเว้นอีกล่ะ
    .
    หากเราไม่ซื้อตอนนี้ ต่อไปกลายเป็นหนังสือหายากราคาแสนแพงขึ้นมา ถึงตอนนั้นต้องตาลีตาเหลือกเสาะหากันให้วุ่นวายอีก จึงสรุปได้ว่าเสียทรัพย์แต่วันนี้ดีกว่าเสียทรัพย์หนักในอนาคตจริงไหม จะมีคำแก้ตัวใดดีกว่านี้เป็นไม่มีล่ะ ฉีกยิ้มรับมือที่เอื้อมมาเคาะกะโหลกของคุณอย่างทันท่วงที
    .
    คุณอยากฟังถึงเรื่องไหนก่อนดี นิทานเบาๆ กับเรื่องแฟนตาซีไซไฟ เมื่อก่อนฉันมักจะหลีกเลี่ยงหนังสือพวกไซไฟมาตลอด ไม่ชอบ สมองน้อยอ่านเข้าใจยากพวกเรื่องวิทยาศาสตร์เนี่ย แต่พอมาวันหนึ่งฉันกลับชอบที่จะอ่านแฟนตาซีไซไฟ มันเริ่มจากเรื่องไหนนะ อาร์ทิมิส ฟาวล์ หรือนิทานจักรวาล หรือก่อนหน้านั้นที่จำไม่ได้
    .
    งั้นฉันเล่ารวมเรื่องสั้นฉุยฉายของสมเถาให้คุณฟังดีกว่า อ่านจบไปตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้วแน่ะ เป็นหนึ่งในรวมเรื่องสั้นที่มีข้อยกเว้นอย่างที่เคยบอกไปกับจม.ฉบับก่อนไง สมเถาเป็นหนึ่งในนักเขียนปลื้มของฉันล่ะ โดนตกด้วยเมืองแก้ว หลังจากนั้นหลายเล่มก็เดินขบวนเรียงหน้าเข้ามา แต่ยังอ่านไม่หมดหรอกแค่ได้ไว้ครอบครองก่อนมันอุ่นใจ เพราะฉันคือซึนโดะขุ
    .
    งานเขียนสมเถาบางเรื่องต้องอ่านหลายรอบ อ่านแล้วต้องคิดล่ะว่าเขาตั้งใจเสนออะไร คือมันไม่จำเป็นต้องตั้งใจหรอก เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าอ่านหนังสือแล้วไม่สนุกพาลเลิกอ่านเสียอีก แค่ว่าพอฉันอ่านหนังสือเยอะขึ้นหัวมันไปเองของมันมั้ง เขียนถึงสิ่งนี้เพื่อจะถ่ายทอดความคิดหมายถึงสิ่งนั้นนะ และบางเรื่องค่อนข้างสลับซับซ้อนจนต้องอ่านซ้ำว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่เคยชินกับลายเส้นการเขียนของเขาคงเข้าใจได้ไม่ยากเท่าไหร่หรอก
    .
    ส่วนตัวกินหนังสือน้อยๆ อย่างฉัน ต้องค่อยละเลียดตามไปทีละขั้นกระดึ่บกระดึ่บไป ฉันชอบรูปแบบการนำเสนอแบบนี้วิธีคิดแบบนี้  รวมเรื่องในเล่มนี้เป็นแฟนตาซีไซไฟเขย่าขวัญนิดๆ สะท้อนเรื่องราวในมุมแปลกการขายบริการทางเพศ เรื่องของเด็กที่ไม่มีทางเลือกไม่ว่าหญิงหรือชายการยอมรับชะตากรรมล่ะมั้ง
    .
    โดยเหลนของดร.แฟรงเคนสไตน์ในโครงการสลับอวัยวะ ฉันเข้าใจว่าเมื่อใครสักคนเข้ามาเป็นเหยื่อด้วยเรื่องนี้ หมายความว่าเขาหรือเธอได้ตายไปแล้วในด้านการเปรียบเปรย มีกลิ่นของดอกไม้ช้ำด้วยแรงขยี้ กลิ่นดอกไม้เน่า แต่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็มีความเปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง โหยหา ให้ถมเต็มกันทั้งนั้น เป็นอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ เราเป็นใครหลายคนในขณะนั้นได้แม้ไม่ต้องสับเปลี่ยนอวัยวะก็ตาม จริงหรือเปล่า
    .
    เรื่องของความเคยชินการกระทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า จุดจบของเรื่องจึงเป็นสิ่งเดิมเสมอ จนกว่าเราจะลุกมาทำบางสิ่งที่แตกต่างออกไปบ้าง เหมือนเป็นการปลดปล่อยตัวเองจากความซ้ำซาก ในวันเดิมไปเจ็ดล้านปี เราไม่ใช่สัตว์ทดลองของมนุษย์ต่างดาวเพื่อเรียนรู้พฤติกรรม ที่แลกเปลี่ยนด้วยความเป็นอมตะเพื่อให้เรากระทำเรื่องเดิมทุกวันเป็นกรณีศึกษา เรายอมหรือเปล่า หรือว่าทุกวันนี้เราทำอยู่โดยไม่รู้ตัวเป็นมนุษย์ทดลองอยู่ มันก็น่าคิดอยู่นะ
    .
    เรื่องความเจ็บปวดการถูกล่วงละเมิดในครอบครัว หนีจากการถูกกระทำ ความเจ็บปวดของชนเผ่าดั้งเดิมซึ่งกลายเป็นผู้ถูกขับออกจากแผ่นดินตัวเอง โยงใยการหลบหนีในสองเรื่องและความรู้สึกของความไม่เข้าพวก เป็นคนนอก การยึดครองของคนที่อ้างว่ามีความเจริญ อย่างเผ่าอินเดียแดงและไอนุของญี่ปุ่นโดยขับออกไป การต่อสู้เพื่อยืนยันตัวตนในชาติพันธ์ไม่ให้ถูกครอบงำ จากการขยายอำนาจในรูปแบบต่างๆ ของต่างชาติ
    .
    อำนาจ ความร่ำรวย สิทธิ์ของทายาทราชาโคเคน ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของพี่น้อง เพราะความเห็นแก่ตัว ความกลัว ศาสนาความเชื่อ ถูกยกเอามาเขียนไว้อย่างมหัศจรรย์ในเรื่องเมืองแมน(นึกถึง1Q84ของเฮียมูขึ้นมานิดๆ) ทั้งเล่มไม่ได้บอกเล่าอย่างซื่อตรงว่าเป็นแบบไหน เพียงแต่เราคนอ่านตีความเข้าใจเอาเอง แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปตามสภาวะล่ะนะ
    .
    ฉันก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดหรอก มีหลายแง่มุมมากในแต่ละเรื่องสั้นทั้งสี่เรื่อง แล้วการจะบอกเล่าถึงเรื่องสั้น นี่มันยากกว่าเรื่องยาวจริงจังทีเดียว ไม่อยากจะเชื่อเลย ไว้คุณอ่านเองคุณคงรู้แหละ หมายถึงว่าหากคุณอยากลองอ่านดู มีอะไรน่าสนใจเยอะอยู่สำหรับเล่มนี้ แค่ว่าอากาศร้อนทำสมองฉันปั่นป่วนนิดหน่อย โทษดินฟ้าอากาศไปเรื่อยเนอะ
    .
    พูดถึงดินฟ้าอากาศชอบนึกถึงชื่อหนังสือของคุณประภัสสร เป็นหนังสือที่จำชื่อแม่นมากในชีวิต ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ชื่อหนังสือน่ารักและเป็นคำพูดติดปากฉันตั้งแต่อ่านครั้งแรก ว่าแล้วทำให้อยากอ่านหิมาลายันขึ้นมาเชียว เฮ้อ...พูดถึงเล่มหนึ่งอยากอ่านอีกเล่มหนึ่งไปได้คนเรานี่นะ ประหลาดจริง
    .
    และวันนี้เป็นวันหนึ่งที่อากาศร้อนมาก ขอบคุณในวันนั้นที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่อยากบอกว่าคิดถึงแต่ก็ใช่คือคิดถึง.
    ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๒
  • #ฉุยฉาย
  • #สมเถา สุจริตกุล
     

     



Create Date : 29 มีนาคม 2562
Last Update : 29 มีนาคม 2562 9:49:32 น.
Counter : 22 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 1337611
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]