..คิดอย่างไรดีกับคนใกล้ตัว ชอบไปวัด…แต่ไม่ถึงวัด..

โดย ถนอมจิต คงจิตต์งาม

[บางส่วน]

ดิฉันมีคนรู้จักเป็นคนที่ศรัทธาเรื่องพระหลายคน ชอบทำบุญ ชอบไปวัด เจอกันทีไรก็ชอบเล่าว่าไปวัดโน้นมา ไปกราบอาจารย์คนนี้มา ตลอดเวลา มีเกจิอาจารย์ดังที่ไหนเป็นต้องเดินสายไปถึงหมด หนังสือธรรมะเล่มไหนออกใหม่มีทุกเล่มแถมยังใจดีเอามาฝากให้เราเสียด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นบุญของเราอย่างหนึ่งเหมือนกันที่มีเพื่อนนำธรรมะดีๆ มาให้

ดิฉันเคยสงสัยมานานแล้วว่า เพื่อนๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ไปวัดมาก็นานโขแต่ทำไมเวลาทำงานยังเป็นคนประเภทสามนาที สี่อารมณ์ แปรปรวน พร้อมที่จะทำทุกอย่าง ทั้งพูด ทั้งทำให้ตัวเองดูดี แต่คนอื่นดูร้ายไปเสียหมด ใครวิพากษ์วิจารณ์ก็โกรธจนหน้าดำ หน้าเขียว ไม่พูดไม่จาด้วย มนุษย์สัมพันธ์ดีกับคนไกล แต่ทำร้ายคนใกล้ โดยไม่รู้ตัว เป็นรักสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รักเพื่อนมนุษย์ ด้วยกันเลย เข้าข่าย “ไปวัดแต่ชอบกลับมากัดคนอื่น”

แต่กรณีที่หนักใจที่สุดคือ เป็นแม่ม่าย สถานะครึ่งๆ กลางๆ คือยังติดต่อกับสามีเก่าอยู่ แต่ก็พร้อมจะควงคู่กับชายคนใหม่ที่ต้องใจด้วยตลอดเวลา

โทรศัพท์มาหาทีไร จะเล่าเรื่องพระ เรื่องวัด ก่อนเสมอว่า ไปทำบุญ ที่ไหนอย่างไรมา แต่ปิดท้ายทุกครั้งด้วยการปรึกษาหารือเรื่องผู้ชายที่เธอหมายมั่นปั้นมือเสียทุกที

ดิฉันคิดเรื่องนี้มานานมาก คิดไม่ออก เพราะไปวัดแล้วก็น่ามีแต่ดีขึ้น สุดท้ายอดคุยกันในหมู่เพื่อนที่รู้จักคนพวกนี้เหมือนกันไม่ได้ เพื่อนคนหนึ่งฟันธงว่า เหตุที่เขาเป็นแบบนี้เพราะ “เขาไปวัดแต่ไม่ถึงวัด” คือไปวัดแต่ไม่ได้ไปหาธรรมะหรือนำธรรมะมาปฎิบัติ

ครั้งแรกเราก็คิดถึงคนพวกนี้ในด้านลบเพียงด้านเดียว เป็นแบบนี้จะไปวัดให้เสียชื่อวัด เสียความรู้สึกคนอื่นทำไม เพราะไปวัดแล้วก็ไม่ได้ดีขึ้น แต่คิดไปคิดมาแล้วอยู่นาน ท้ายที่สุดแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า คนแบบนี้แหละที่สมควรไปวัดอย่างยิ่ง ถ้าดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปหรอก นอนอยู่บ้านแค่หาหนังสืออ่านก็บรรลุธรรมได้เหมือนกัน

ยิ่งคิด ยิ่งสงสาร ก่อนนอนก็เลยอธิษฐานว่า ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกช่วยดลบันดาลให้เขาไปวัดแล้ว อย่าพบแค่วัดซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้าง หรือพบพระที่เป็นแค่คนห่มผ้าเหลือง แต่ให้มีพบพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่เป็นเพชรแท้และให้มีดวงตาเห็นธรรมที่แท้จริงด้วยเถิด

ตั้งแต่คิดได้แบบนี้ ดิฉันเลยเลิกค่อนขอดและตั้งคำถามถึงคนที่ “ไปวัดแต่ไม่ถึงวัด แถมยังชอบกลับมากัดคนอื่น”โดยสิ้นเชิง มีแต่ความเวทนา สงสารเข้ามาแทนที่

คิดแบบนี้แล้วสบายใจ เพราะหันมองไปทางไหน ท่ามกลางกระแสพุทธพานิชย์ที่กำลังมาแรงแบบนี้ เราก็เจอแต่คนแบบนี้มากมาย

ที่สำคัญย้อนกลับมาดูตัวเราเองยิ่งแย่กว่าเขา เพราะขนาดวัดอยู่ใกล้ๆ ก็ยังไม่ยอมไปเลย

เขาเองยอมเดินไปวัดเองตอนมีชีวิตก็ยังดีกว่าเรา เพราะตัวเราคงต้องรอเขาหามไปตอนสิ้นลม อย่างที่พระพยอมท่านชอบถามว่า โยมจะเดินไปวัดเองดีๆ หรือจะรอให้เขาหามไปนั่นแหละ

พระท่านถึงสอนว่า ให้เพ่งโทษของตน อย่าไปมัวแต่มองจับผิดแต่คนอื่น

คิดตกแล้วก็ปล่อยได้วางได้ ไม่เอาเรื่องของเขามาติดค้างในใจเราอีกต่อไป





 

Create Date : 06 กันยายน 2550
0 comments
Last Update : 6 กันยายน 2550 13:19:41 น.
Counter : 164 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Valentine's Month


 
คนที่เลือกแล้ว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คนที่เลือกแล้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.