Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

Happy Halloween Day 2009





Photobucket





ความเป็นมาวันฮาโลวีน

วันฮาโลวีน เรามักจะคุ้นเคยเรียกกันเป็นภาษาปากว่า วันปล่อยผี
ในวันดังกล่าวมักมีการจัดตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า โดยใช้ฟักทอง
ที่คว้านเป็นรูปผี หรือใช้วัสดุอื่น ๆ ประดิษฐ์เป็นตัวผีหรือทำให้มี
หน้าตาเป็นผีเพื่อสร้างบรรยากาศให้กลายเป็นงานรื่นเริง วันฮาโล
วันมีที่มาอย่างไร และเหตุใดจึงเรียกเช่นนั้นในเรื่องนี้ คณะกรรม
การจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล แห่งราชบัณฑิตยสถาน
ได้จัดทำคำอธิบายถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจของ “ฮาโลวีน”
ไว้ดังนี้แนะนำวิธีทำงานอย่างไรให้มีรายได้ 5 หมื่น บาทในเดือน
ถัดไปรีบดูด่วน //www.make.18.to

ในคริสต์ศาสนา นิกายคาทอลิก Halloween เป็นคำภาษาอังกฤษ
เพี้ยนมาจากคำ All Hallows Evs ซึ่งแปลว่า วันก่อนวันสมโภช
นักบุญทั้งหลาย โดยวิธีตัดต่อ Hallow + Eve = Halloween
คำ Hallow เป็นคำแองโกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์
ตรงกับภาษาเยอรมันว่า heiligen ในปัจจุบันนิยมใช้คำมาจาก
ภาษาละตินว่า sanctify คำ Hallow ยังมีใช้ในบทสวดอธิษฐาน
เก่า ๆ เช่นHallowed be thy Name (ขอพระนามจงเป็นที่สักการะ)

คำ Hallow ยังแปลว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญ คำ
All Hallowmas จึงแปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ใน
ปัจจุบันใช้คำว่า All Saints Day คู่กับ Christmas ซึ่งแปลว่า
วันสมโภชพระคริสต์หรือคริสต์มาสนั่นเอง วันก่อนวันสมโภช
คริสต์มาสมี Chrismas Eve ที่นิยมเรียกว่า คืน (ก่อน) คริสต์มาส
วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายก็มี All Hallowmas Eve ซึ่ง
ต่อมาย่อเป็น Halloween โดยมีงานรื่นเริงและพิธีกรรมทาง
ศาสนาเช่นเดียวกับคืนคริสต์มาส ชาวคาทอลิกพร้อมใจกัน
เลื่อนพิธีกรรมทางศาสนาไปหลังวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย
และเรียกว่า วันวิญญาณในแดนชำระ (All Souls Day)
เพื่อให้คู่กับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints Day)

การสมโภชนักบุญทั้งหลายเริ่มโดยสันตะปาปาโบนีเฟสที่ 4
(Boniface IV ครองอำนาจ ค.ศ. ๖๐๘–๖๑๕) โดยกำหนด
วันที่ ๑๓ พฤษภาคมของทุกปี ตั้งแต่ ค.ศ. ๖๑๓ เป็นต้นมา
สาเหตุเนื่องจากเป็นวันเปิดโบสถ์แพนทีอัน (Pantheon) อันเป็น
โบสถ์สรรพเทพของชาวโรมันมาแต่เดิม และจักรพรรดิโฟกัส
(Phocas) ยกให้เป็นของคริสต์ศาสนา ต่อมา สันตะปาปา
กรีโกรีที่ ๔ (Gregory IV ครองอำนาจ ค.ศ. ๘๒๗–๘๔๔)
เปลี่ยนเป็นวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตั้งแต่ ค.ศ. ๘๓๕ เป็นต้นมา

ชาวคาทอลิกขณะนั้นถือว่าวันฮาโลวีนมีความสำคัญคู่เคียงกัน
กับวันคริสต์มาสและวันอีสเตอร์จึงเริ่มงานตั้งแต่วันก่อนหรือวัน
สุกดิบ ขณะนั้นเกาะอังกฤษยังรับอำนาจของสันตะปาปาอยู่ ชาว
อังกฤษจึงรับนโยบายของสันตะปาปาไปปฏิบัติตาม

ด้วยเหตุที่ชาวเผ่าเคลต์ของเกาะอังกฤษ (ไอร์แลนด์และสกอต
แลนด์)ถือเอาวันที่ ๑ พฤศจิกายน เป็นวันต้นฤดูหนาวและเป็นวันขึ้น
ปีใหม่ (Samhoin) มาเป็นเวลานานแล้ว โดยจัดพิธีเป็น ๒ วัน คือ
วันสุกดิบ(๓๑ ตุลาคม) เป็นวันทำบุญเลี้ยงผี ซึ่งเชื่อกันว่าทั้งคืน
จะมีผีออกเพ่นพ่านรับส่วนบุญ เมื่อจัดทำพิธียกอาหารทำบุญแล้
วก็ปิดประตูหน้าต่างอยู่แต่ในบ้านอธิษฐานขอให้ผีไปที่ชอบ ๆ
วันรุ่งขึ้น (๑ พฤศจิกายน) เป็นวันปีใหม่ ได้ทำพิธีบูชาเทพเจ้า
ตามด้วยการรื่นเริงตามประเพณี เมื่อชนพวกนี้ยอมรับนับถือ
ศาสนาคริสต์แล้วก็ยังคงปฏิบัติประเพณีนี้ต่อมา ครั้นได้รับน
โยบายจากสันตะปาปาแล้ว ผู้นำศาสนาก็หาวิธีแทรกพิธีกรรม
ของศาสนาคริสต์เข้ากับประเพณีเดิมวันสุกดิบจึงกลายเป็นวัน
ทำบุญให้วิญญาณของผู้ล่วงลับที่อาจจะยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์ คือ
วิญญาณที่ยังใช้โทษใช้บาปกรรมของตนยังไม่หมดสิ้น ยังอยู่
ในแดนชำระ (purgatory) จึงทำพิธีสวดอ้อนวอนขอ
พระเป็นเจ้าเมตตาให้ได้ขึ้นสวรรค์เร็วขึ้น

วิญญาณเหล่านี้จึงไม่น่ากลัวเหมือนผีที่เร่ร่อนขอส่วนบุญ เมื่อ
ชาวบ้านหันมานับถือศาสนาคริสต์แล้วก็ไม่เชื่อเรื่องผีมาขอส่วน
บุญอีก แต่ก็ยังถ่ายทอดประเพณีนี้ต่อไป โดยปรับให้เข้ากับ
สถานการณ์ใหม่ คือคืนวันสุกดิบถือเป็นคืนเล่นผี มีผู้แต่งตัว
สมมุติเป็นผีออกเพ่นพ่านขอส่วนบุญ ใครที่ไม่ชอบแต่งตัวเป็น
ผีก็ยินดีจัดเลี้ยงต้อนรับผีในครอบครัวของตน โดยคว้านฟักทอง
หรือใช้วัสดุอื่นทำให้มีหน้าตาเป็นผี สร้างบรรยากาศให้มีผีในบ้าน
ต้อนรับผีนอกบ้าน กลายเป็นงานสนุกสนานรื่นเริงที่มีบรรยากาศ
แปลก วันรุ่งขึ้นจึงเป็นวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย และต่ออีกวัน
หนึ่งจึงเป็นวันทำบุญให้วิญญาณในแดนชำระ

เมื่อชาวไอริชและชาวสกอตอพยพไปตั้งหลักแหล่งในสหรัฐ
อเมริกาก็นำเอาประเพณีนี้ไปปฏิบัติ ปรากฏว่าถูกใจชาวอเมริกัน
ทุกเชื้อชาติ จึงปฏิบัติตามกันอย่างจริงจังตลอดมา และตั้งแต่
กลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เป็นต้นมาก็กลายเป็นเทศกาล
ประจำชาติมาจนทุกวันนี้








การปฏิบัติในคืนวันฮาโลวีน

อังกฤษ

ที่ประเทศนี้ถือว่าวันฮาโลวีนนี้เป็นวันดี เหมาะสำหรับจัดงานแต่ง
งาน การทำนายโชคชะตา หรือแม้แต่เรื่องความตายยังถือว่า วันนี้
เป็นเพียงวันเดียวที่ภูติผีวิญญาณจะช่วยดลบันดาลให้สิ่งที่คนเป็น
ต้องการสามารถเป็นไปตามใจปรารถนา ประมาณเที่ยงคืนของวัน
ฮาโลวีนสาวอังกฤษจะออกมาหว่าน และไถกลบเมล็ดป่าน พร้อมตั้ง
จิตอธิษฐาน และท่องคาถาร้องขอให้มองเห็นภาพของว่าที่คู่ชีวิตของ
ตนในอนาคต เมื่อสาวเจ้าเหลียวมองผ่านบ่าด้านซ้ายก้จะได้เห็นภาพ
นิมิตของผู้ที่จะมาเป็นสามีของตนในอนาคต

อีกประเพณีหนึ่งของชาวอังกฤษ คือ การหย่อนเหรียญ 6 เพนนีลง
ในอ่างน้ำ พร้อมแอปเปิ้ล ผู้ใดสามารถแยกแยะของสองสิ่งนี้ออก
จากกันได้โดย ใช้ปากคาบเหรียญ และใช้ส้อมจิ้มแอปเปิ้ลให้ติดได้
ในครั้งเดียว ผู้นั้นจะมีโชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังจะมาเยือน

อเมริกา

พวกเด็กๆ จะสนุกสนานมากในคืนวัน "ฮาโลวีน" เพราะพวกเขาจะ
ได้แต่งตัวเลียนแบบคนตาย เช่น เป็นโจรสลัด, กัปตัน, โครงกระดูก,
หญิงในสมัยโบราณ หรือสุดจะคิดค้นกันขึ้นมาอย่างในสมัยปัจจุบัน
และก็เดินไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม, ลูกกวาด ฯลฯ
โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกฟักทองล้วงเนื้อออกเพื่อใส่เทียนเข้าวางไว้
และจะมีแสงสว่างออกมาจากรูจมูก, ลูกตาและปากที่เจาะไว้บนลูก
ฟักทอง ตั้งไว้หน้าบ้าน เด็กๆ จะเคาะประตูและเมื่อเจ้าของบ้านเปิด
ประตู พวกเขาก็จะร้องทักว่า "Trick or Treat" ซึ่งเด็กๆ ทั่วไปก็เป็น
เพียงคำพูดไร้เดียงสา เพื่อพูดตามธรรมเนียมการขอขนม พวกเขา
ไม่เข้าใจความหมายแท้จริงของมัน เพราะว่าคำว่า "Trick or Treat"
คำนี้ เป็นคำคล้ายคำพูดของพวกบูชาลัทธิปีศาจ ทำนองว่า ทำสนธิ
สัญญาตกลงกับมันหรือไม่ก็จะมีการล่อลวงเพราะพวกเด็กๆ จะแต่งตัว
เป็นผู้ล่วงลับหรือผี ก็มาขู่เจ้าของบ้าน เด็กๆ ไม่เข้าใจความหมาย แท้
จริง ก็เลยพูดกันมาตามธรรมเนียม และพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร
เพียงแต่สนุกสนานเท่านั้น

พวกเจ้าของบ้านเมื่อเอาขนม, ลูกกวาดออกมาให้แล้ว บางแห่งก็จะ
มีการร้องเพลงให้แก่บ้านนั้น ซึ่งบางแห่งดั้งเดิมก็จะสวดภาวนาให้แก่
เจ้าของบ้าน หรืออุทิศแด่วิญญาณผู้ล่วงลับ เราไม่จำเป็นต้องทำให้
เด็กเสียความรู้สึกกับคำว่า "Trick or Treat" แต่ควรสอนเด็กๆ ว่า
ปีศาจซ่อนเร้นอยู่ในรูปภายนอกที่ดูสวยงามคอยหลอกลวงเรา
คล้ายมันใส่หน้ากาก หลอกลวงผู้คนเพื่อปิดบังโฉมหน้าแท้จริงขอ
งมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า "เราทั้งหลายรู้ว่า คนที่เกิดจากพระเจ้าไม่
ทำบาป แต่พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองรักษาเขา และ
มารร้ายไม่แตะต้องเขา เราทั้งหลาย รู้ว่าเราเกิดจากพระเจ้า
และโลกทั้งสิ้นอยู่ใต้อานุภาพของมารร้าย" (1ยน. 5:18-19)

ธรรมเนียมการขอขนมก็มาจากประเทศอังกฤษอีกธรรมเนียมหนึ่ง
คือ ธรรมเนียมวัน "กี ฟอว์เก" อันเป็นวันฉลองต่อต้านพวกคาทอลิก
ในประเทศอังกฤษ "กี ฟอว์เก" เป็นคนไม่รอบคอบแต่มีหน้าที่ดูแล
คลังดินปืน ที่วางแผนจะระเบิดรัฐสภาของอังกฤษ และกษัตริย์เจมส์
ที่ 1 ทรงรู้เข้าเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1605, นาย "กี ฟอว์เก" ถูก
ตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ช่วงนี้เองที่บรรดาพวกนึกสนุก
ก็จะสวมหน้ากากและไปเยี่ยมเยียน บ้านชาวคาทอลิกที่กำลังถูก
เบียดเบียนตอนกลางคืนและขอขนมเค้กและเบียร์มาทานกัน วัน
"กี ฟอว์เก" มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับการตั้งนิคม
ใหม่ของชาวอังกฤษพวกแรกบนทวีปอเมริกา กษัตริย์เจมส์ก็
ค่อยๆ เลือนหายไปจากวิถีชีวิต แต่ธรรมเนียม ปฏิบัติยังคงสนุก
สนานเกินกว่าจะลืมเลือนได้ ที่สุดเพราะวัน "กี ฟอว์เก" ซึ่งตรง
กับวันที่ 5 พฤศจิกายน ใกล้กับวันฉลองนักบุญทั้งหลาย ก็เลื่อน
เอาธรรมเนียมขอขนมตามบ้านตอนกลางคืนมาไว้กับวัน "ฮาโลวีน
พร้อมกับการแต่งตัวแปลกๆ ด้วยเลย

แม้ว่า การจัดงาน วัน "ฮาโลวีน" ในปัจจุบันจะไม่บ่งถึงต้นตอ
ของที่มาทางความคิด เรื่อง "นักบุญ", และ "ผู้ล่วงลับ" อีกทั้ง
กลายเป็นงาน "ปาร์ตี้" ทางโลกเต็มตัวไปแล้ว แต่ผมเชื่อว่า
หากความสนุกสนานจะมีควบคู่ไปกับชีวิตเราแล้วล่ะก้อ, วัน
"ฮาโลวีน" ในฐานะเป็นงานสังสรรค์และเพิ่มสีสันให้กับชีวิต
ก็ไม่น่ารังเกียจอะไร โดยยังมีความหมายว่า "นรก" มีจริง และ
"เราควรจะหลีกเลี่ยงให้ได้", วัน "ฮาโลวีน" น่าจะเตรียมเราให้
ระลึกถึงผู้ที่จากเราไปก่อนล่วงหน้าในความเชื่อ, พวกเขาได้
อยู่บนสวรรค์ และพวกที่ยังต้องชดใช้โทษบาปในไฟชำระ
หากใครบางคนหลีกเลี่ยงงาน "ฮาโลวีน"ไม่ได้จริงๆ หรือมีคน
มาทักว่างานนี้จะทำให้เด็กๆ กลับไปบูชาปีศาจผมก็แนะนำ
ให้บอกต้นตอการเกิดวัน "ฮาโลวีน" ที่แท้จริงแก่พวกเขา
และให้พวกเขาได้รู้จัก รากความเชื่อแท้จริงของคาทอลิก
อันเกี่ยวกับความตาย, นักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ และวิญญาณ
ในไฟชำระอันเป็นความเชื่อสำคัญอันหนึ่งของเรา

หากเราคริสตังจะจัดงานวันฮาโลวีนการรับวัฒนธรรมจาก
ประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่า
จะแผ่มาทางภาพยนตร์, ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต หนังสือและ
บทเพลง จนกระทั่งลูกหลานรับกระแสงานวัน "ฮาโลวีน" เราผู้
เป็นคริสตังและผู้ใหญ่อาจจะถือว่าเป็นการสนุกรื่นเริงในบ้าน,
เพื่อนบ้าน, เพื่อนๆ ของลูกๆ ใกล้หูใกล้ตาเราภายในครอบครัว
ก็อาจทำได้ ซึ่งไม่ควรปล่อยลูกหลานไปจัดกันเอง หรือไปจัด
กันตามสถานที่ต่างๆ เพราะเป็น เวลากลางคืนอีกทั้งเราควบ
คุมความปลอดภัยไม่ได้ ส่วนครอบครัวใดที่ไม่มีกระแสตะวันตก
ในบ้านก็ไม่ต้องกังวลอะไรกับการจัดงานนี้อย่าลืมว่า ชาวต่าง
ชาติที่เป็นคาทอลิก เมื่อเขาจัดงานวัน "ฮาโลวีน" (31 ตุลาคม)
อันเป็นวันสุกดิบก่อนฉลองนักบุญทั้งหลายนั้น เป็นงานรื่นเริง
ทางสังคม มิใช่พิธีกรรมคาทอลิกแต่ควรแฝงความคิดเกี่ยวกับ
ชีวิตหลังความตายอันเป็นความเชื่อแบบคริสตังเข้าไว้ด้วย และ
ไม่จำเป็นที่เด็กๆ จะต้องแต่งตัวเป็นนักบุญเพียงอย่างเดียว,
การแต่งตัวเป็นวิญญาณต่างๆ และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับนรก
ก็สื่อความหมายดั้งเดิม การระลึกถึงวิญญาณทุกดวงของคริสตัง
โบราณว่าเราไม่ลืมเขา









ตำนานตะเกียงฟักทอง

ตำนานตะเกียงฟักทองหรือ ประเพณีแจ็ค โอ แลนเทริน
(Jack-O-Lanterns) ตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ได้เล่าไว้ว่า
มีผู้ชายชื่อว่า แจ็ค โอ แลนเทิร์น ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องดื่มเหล้าเมา
ยาและมีกลลวงมากมาย เคยหลอกให้ซาตานปีนขึ้นไปบนต้นไม้
หลังจากนั้นแจ็คก็จะจัดการแกะสลักรูปไม้กางเขนลงไปบนลำต้น
ของต้นไม้นั้น ซึ่งทำให้ซาตานลงจากต้นไม้ไม่ได้ แล้วแจ็คก็ได้
ทำการต่อรองกับซาตานว่าถ้าซาตานจะไม่จับตัวเขาไปเขาสัญญา
ว่าจะปล่อยซาตานลงจากต้นไม้นั้น

หลังจากแจ็ค โอ แลนเทริน ได้ตายไปแล้ว เขาปฏิเสธที่จะขึ้น
ไปอยู่บนสวรรค์เพราะเขามีความคิดไปในทางของความชั่วร้าย
แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะไปอยู่ที่นรกเพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับ
ซาตานไว้ดั้งนั้นซาตานได้ให้ถ่านไฟแก่เขาหนึ่งก้อนแทน เพื่อที่
จะให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดและหนาวเย็น ถ่านไฟก้อนนั้นได้
ถูกใส่ไว้ข้างในของผักกาดที่กลวงแล้วเพื่อที่จะให้มันจุดอยู่ได้นาน

คนอังกฤษใช้ผักกาดกลวงนี้ตามแบบอย่างดั้งเดิมของแจ็ค โอแลน
เทรินแต่เมื่อมีการโยกย้ายไปสู่อเมริกาพวกเขาพบว่าฟักทองนั้น
สามารถหาได้ง่ายกว่าผักกาด ดังนั้นรูปแบบแจ็ค โอ แลนเทรินใน
อเมริกาจะอยู่ในรูปของฟักทองกลวงและใส่ถ่านไฟไว้ข้างใน

ในทุกๆวันนี้มีโบสถ์เป็นจำนวนมากที่ได้มีการจัดงานปาร์ตี้วันฮาโลวีน
รวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ อีกหลายแห่งยังไงก็อย่าลืม “เมาไม่ขับ”
นะคะจะได้ฉลองปาร์ตี้ฮาโลวีนกันได้สนุกแถมยังไม่สร้างปัญหาให้
สังคมด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก
คุณกนกวรรณ ทองตะโก นักวรรณศิลป์ ๕
กองธรรมศาสตร์และการเมือง
//www.royin.go.th
//www.mthai.com
//campus.sanook.com








Thank God I Found You


















 

Create Date : 06 กันยายน 2552
4 comments
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 14:40:18 น.
Counter : 2264 Pageviews.

 

Happy Halloween Day 2009
ล่วงหน้าสำหรับเพื่อนๆ ชาว Blog ค่ะ

 

โดย: rayasuree2526 6 กันยายน 2552 22:23:27 น.  

 

หุ หุ เพลงไม่ได้เกี่ยวอะไร กับ วัน ฮาโล วีน เลย
ไม่เป็นไร เนอะ

 

โดย: Jeab (rayasuree2526 ) 9 กันยายน 2552 12:26:42 น.  

 

Happy Halloween Day 2009 ค๊าาา

 

โดย: i-yui IP: 124.121.94.163 18 ตุลาคม 2552 11:12:48 น.  

 

ชอบ ชอบ I Like ผีฟักทอง

 

โดย: ม.มุก อิอิ IP: 111.84.4.87 7 มีนาคม 2557 20:38:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


rayasuree2526
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






รายาสุรีย์ (เจี๊ยบ)
ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ
ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยม
เยียน กันเสมอขอบ
คุณสำหรับจดหมาย
หลังไมค์ยังรักและ
คิดถึงทุกคน
เสมอแล้วจะไปหา
เพื่อนๆ ทุกคนน๊า
ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
































Start April 2007






Friends' blogs
[Add rayasuree2526's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.