Love that will live forever
Love is all around

...รักร้ายเล่ห์ ... ตอนที่ 7

“นี่เธอเป็นใคร มาอยู่ในห้องคริสได้ยังไง” พนิดาแว้ดเสียงขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องทำงานกฤษกรแล้วเจอณัฐกาญจน์
นั่งทำงานอยู่ในนั้น
ณัฐกาญจน์เงยหน้ามองคนมาใหม่ที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาติ
อย่างสงสัยก่อนที่นิรดาที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ช่วยของเธอจะเข้ามาอธิบายพร้อม
กับขอโทษขอโพยที่ไม่ได้โทรเข้ามาบอกเธอก่อน ...นี่ฉันมาทำงานวันแรกก็เจอปัญหาแล้วรึเนี่ย... ณัฐกาญจน์พยักหน้าให้นิรดาประหนึ่งเป็นการบอกว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“ดิฉันณัฐกาญจน์ เป็นเลขาของคุณกฤษค่ะ คุณคงจะมาพบคุณกฤษ ไม่ทราบว่านัดไว้รึเปล่าค่ะ”
“ไม่จำเป็น ฉันมาหาคริสได้เสมอไม่จำเป็นต้องนัดเวลา”
“งั้นคุณคงต้องรอค่ะเพราะตอนนี้คุณกฤษติดธุระสำคัญ เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปรอที่ห้องรับรองนะค่ะ”
“ไม่รบกวนคุณดีกว่าค่ะ เพราะทุกทีฉันก็รอคริสที่ห้องนี้” พนิดาถือวิสาสะนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะกฤษกร พยายามบอกกลายๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าฉันนะคนสำคัญรู้ไว้ซะด้วย
ณัฐกาญจน์มองอาการคนตรงหน้าอย่างไม่ใสใจนัก หันมากดโทรศัพท์หานิรดาแทน
“คุณนิค่ะ”
“ค่ะคุณณัฐ นิขอโทษนะค่ะคือคุณพนิดาเธอไม่ยอมฟังเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณนิให้ใครเอาน้ำมาให้เธอทีนะค่ะ” ณัฐกาญจน์วางสายลง ...ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ ก็คือคนที่กฤษกรหนีไปช๊อปปิ้งกับเธอนั่นเอง
พนิดานั่งมองณัฐกาญจน์อย่างไม่สบอารมณ์นัก ไม่รู้ว่ากฤษกรนึกยังที่รับเธอมาเป็นเลขาอีกคนทั้งๆ ที่ก็มีคุณนิเป็นเลขาอยู่แล้ว ทีเวลาที่เธอขอเขามาทำงานด้วย เขากลับบ่ายเบี่ยงมาตลอด .....ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเขม่นหน้าเธอยังไงไม่รู้
ณัฐกาญจน์รับรู้ในท่าทีของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี แต่การที่เธอทำงานของตัวเองไปโดยไม่สนใจเธออาจเป็นการดีที่จะหลีกเลี่ยง
การมีปัญหากับพนิดา เพราะตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่ากฤษกรให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้มากขนาดไหน
ครึ่งชั่งโมงแห่งความเงียบกำลังจะพ้นไป เมื่อกฤษกรเข้าห้องมาพร้อมกับเอกสารการประชุมในมือ
“ณัฐช่วยถือค่ะ” ณัฐกาญจน์รับอาสาเมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ถนัดนัก
“ขอบคุณครับ” กฤษกรกล่าวพร้องส่งยิ้มหวานให้ณัฐกาญจน์ พลางหันไปหาคนที่เขารับรู้จากเลขาหน้าห้องแล้วว่าเธอเข้ามาคอยเขาเป็นนาน
สองนาน พนิดามองสายตาที่กฤษกรมองเลขาของเขาอย่างไม่ชอบใจนัก มันมากกว่าสายตาที่เจ้านายจะใช้มองพนักงานทั่วไป มันลึกซึ้งมากกว่านั้น
“สวัสดีค่ะคริส” พนิดาปรับเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่เขาหันมาหาเธอ
“สวัสดีครับแพท มานานแล้วเหรอครับ” เขาถามคำถามที่เขารู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะนิรดาได้บอกกับเขาก่อนที่เข้ามา
“ก็สักพักแล้วค่ะ ก็นั่งรอคริสกับคุณเลขานี่แหละค่ะ” เธอเลี่ยงที่จะเรียกชื่อของสาวอีกคน พลางก้าวเขาไปคล้องแขนเขาอย่างถือเป็นเจ้าของ
“แพทรู้จักคุณณัฐแล้วรึครับ” เขาถามพร้อมกับดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของเธออย่างสุภาพ
“ค่ะ” พนิดารับคำอย่างอารมณ์เสียเมื่อเขาพยายามหนีออกจากเธอ “แพทไม่เข้าใจคริสจริงๆ ทำไมคริสถึงต้องจ้างเลขาใหม่ด้วยค่ะในเมื่อมีคุณนิเป็นเลขาอยู่แล้ว” เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ว่าแต่แพทมีเรื่องอะไรรึครับถึงมารอผมได้” กฤษกรไม่ตอบคำถามเธอ แต่ถามถึงสาเหตุที่ทำให้พนิดามานั่งรอเขาเป็นนานสองนานมากกว่า เพราะเขารู้นิสัยพนิดาดีถ้าหากเป็นเรื่องไม่สำคัญเธอคงกลับไปนานแล้ว
พนิดายักไหล่ อย่างไม่สนกับท่าทีที่เขาไม่ใส่ใจที่จะตอบคำถามเธอ เพราะเรื่องแค่นี้ไม่ยากที่เธอจะหาคำตอบด้วยตนเอง ก้าวเท้าตามกฤษกรไปยังโซฟาที่เขาเดินนำหน้าเธอไป
“เรื่องสำคัญค่ะ ขอคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหม” ประโยคท้ายๆ เธอหันมาบอกกับณัฐกาญจน์
“ฉันขอตัวนะค่ะ” ณัฐกาญจน์เข้าใจความหมายทันที แต่ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นประตู กฤษกรก็คว้าข้อมือเธอได้ทัน
“ไม่ต้องออกไปไหนหรอก” กฤษกรลากเธอมานั่งข้างๆ เขา แล้วหันมาบอกกับพนิดา “ผมกับคุณณัฐไม่จำเป็นต้องมีความลับกับต่อกันครับ คุณมีเรื่องอะไรก็ว่ามาได้เลย”
พนิดาเริ่มสงสัยทันทีกับความสัมพันธ์ของกฤษกรกับเลขาส่วนตัวของเขา ก็การแสดงออกตลอดจนคำพูดของเขามันสื่อออกมาชัดแจ้งว่าเขาใส่ใจ สนใจ และแคร์ความรู้สึกของณัฐกาญจน์ มากกว่าเธอและนั่นมันทำให้พนิดาไม่ชอบหน้าณัฐกาญจน์มากขึ้น แต่การเป็นนักธุรกิจแถวหน้าทำให้เธอต้องเก็บอารมณ์ไว้ เพราะการได้ร่วมทุนกับโรงแรมในเครือของเขามันจะทำเงินให้กับธุรกิจสปา
ของเธอมากมายมหาศาล พนิดาจึงได้แต่สงสายตาอาฆาตไปยังคู่กรณี ก่อนปรับสีหน้ามาคุยกับกฤษกรอย่างเป็นการเป็นงาน
“เรื่องที่ดินที่เราให้นายเกรียงเป็นนายหน้าไปติดต่อขอซื้อนะค่ะ ตอนนี้เจ้าของตกลงที่จะขาย แต่มีข้อแม้นิดหน่อยค่ะ”
“เรื่องอะไรครับ” กฤษกรถามอย่างสนใจเพราะที่ดินแปลงที่เขาอยากได้เป็นแปลงที่สวยที่สุด
ในละแวกนั้น
“คือเจ้าของที่อยากให้เรารับพนักงานในเก่าๆ ของเขามาทำงานกับเราด้วยค่ะ” พนิดาหยุดพูดพร้อมจับสีหน้าของอีกฝ่าย “คริสว่าไงค่ะเรื่องนี้”
“ได้ครับ เพราะถึงยังไงเราก็ต้องจ้างพนักงานอยู่แล้วถ้าได้คนที่เป็นงานอยู่แล้วมาทำเรา
ก็ไม่ต้องเสียเวลาในการอบรมพนักงานมากนัก” กฤษกรให้เหตุผลเพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีอะไรต้องเสียและการที่ได้พนักงาน
เก่าๆ ที่อยู่ในพื้นที่มาทำงานด้วยก็เท่ากับเขาลดอัตราเสี่ยงกับการไม่เห็นด้วยของ
คนในชุมชน เพราะการลงทุนของเขาครั้งนี้มันค่อนข้างใหญ่พอสมควร
การทำ Resort & spa ถึงแม้ว่ามันจะไม่เสียหายอะไร แต่อย่างน้อยมันก็ทำลายความสงบที่ชาวบ้านแถวนั้นเคยมี
ณัฐกาญจน์นั่งฟังการสนทนาของเขาทั้งสองเงียบๆ แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งคุ้น แล้วยิ่งข้อตกลงนั่นอีก ทำไมมันช่างเหมือนกับข้อตกลงของเธอที่ให้กับนายหน้าได้ล่ะ “คิดมากน่า ใครๆ เขาก็คิดได้เรื่องแค่นี้” ณัฐกาญจน์ส่ายหน้าน้อยเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น
“เป็นอะไรไปครับณัฐ” กฤษกรถามขึ้นเมื่อเห็นเธอทำท่าทางแปลกๆ ยกมืออังข้างแก้มแล้วถามอย่างห่วงใย “ไม่สบายเหรอ เป็นอะไรมากรึเปล่า”
เธอส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ”
พนิดามองอาการห่วงใยที่เขาหยิบยื่นให้กับเลขา ยิ่งทำให้ความสงสัยที่เก็บงำไว้กระพือขึ้น เธอไม่ได้หวังแค่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาเท่านั้น แต่เธอหวังไกลกว่านั้นมาก อย่างน้อยการได้เป็นหุ้นส่วนชีวิตของเขา มันจะเปิดทางให้ครอบครัวและธุรกิจของเธอก้าวสู่สังคมชั้นสูงได้ไม่ยากนัก เรื่องอะไรที่เธอจะต้องมายอมแพ้ยายเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนี้ล่ะ ถ้ายอมก็เท่ากับที่ลงทุนมาทั้งหมดมันสูญเปล่านะซิ
“แค่ก...แค่ก....” พนิดาไอขัดจังหวะคนทั้งสอง
“ขอโทษครับแพท ลืมไปว่าคุณยังอยู่”
....อ๊ะ..ลืมเขาพูดได้ไงว่าลืมเธอกันเนี๊ย สงสัยจะปล่อยเด็กนี่ไว้ไม่ได้เสียแล้ว พนิดาสงสายตาชิงชังไปยังณัฐกาญจน์ ก่อนหันมาหาคนที่เธอหมายปอง
“แล้วคริสจะไปพบเจ้าของที่หรือเปล่าค่ะ”
“ผมว่าจะไปวันเสาร์นี้ครับ อยากคุยในเรื่องของรายละเอียดอื่นๆ ด้วยตนเองมากกว่า” กฤษกรเอ่ยทั้งๆ ที่ยังสนใจอาการของณัฐกาญจน์มากกว่าจะสนใจคู่สนทนา
“ดีค่ะ เดี๋ยวแพทไปจัดการเรื่องที่พักให้คุณดีกว่า” พนิดายิ้มมุมปาก ได้เวลาที่เธอจะต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายไปเสียแล้ว เธอเดินออกจากห้องไปโดยไม่ฟังคำทัดทานจากคนในห้องที่ตอนนี้ หันมานั่งกุมขมับเมื่อนึกได้ว่าพลาดท่าให้กับคนที่เพิ่งเดินจากไป
“ณัฐ วันเสาร์นี้คุณไปเป็นเพื่อนผมหน่อยซิ” กฤษกรหันมาขอความเห็นใจจากหญิงสาว
“ไม่ดีกว่าค่ะ” ณัฐกาญจน์เอ่ยอย่างไม่อาทรกับท่าทีของอีกฝ่ายมากนัก “แล้วที่คุณให้ฉันนั่งเป็นก้างเมื่อกี้มันก็ทำให้คุณพนิดาเธอไม่ชอบใจพอแล้ว ฉันไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว” ว่าเสร็จก็ทำท่าจะลุกหนี แต่ก็ช้าไปเมื่อกฤษกรคว้าข้อมือเธอดึงให้ลงนั่งข้างๆ กัน ก่อนจะสวมกอดเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน
“คุณไม่ห่วงผมเหรอ” กฤษกรทำเสียงอ๊อดอ้อน
“ไม่ค่ะ” ณัฐกาญจน์ตอบช้าๆ ชัดๆ
“ไม่หึงเลยรึไง” ...เขาไม่ยอมแพ้
“ไม่หึงเลยสักนิด” ...เธอตอบไร้ความรู้สึก ขยับตัวหนีจากอ้อมแขนของเขา แปลกที่กฤษกรยอมปล่อยเธอแต่โดยดี ไม่คิดรั้งไว้อย่างเช่นครั้งก่อนๆ
กฤษกรปวดหนึบตรงหน้าอกคำตอบไร้ความรู้สึกที่ได้รับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเอง
เหมือนคนไร้ค่า ไม่มีความหมายกับเธอเลยซักนิด บางทีเขาอาจเป็นแค่คนที่เธอหลงไปมีความสัมพันธ์ด้วยชั่วครั้งชั่วคราวอย่างท
ี่เธอเคยพูดใส่หน้าเขาไว้ก็ได้ ไม่มีอะไรลึกซึ้ง ไม่ควรค่าแก่การจดจำ
ณัฐกาญจน์มองสีหน้าของคนที่ยังนั่งนิ่ง ไม่มีทีท่าจะขยับไปไหนแล้วผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนบอกสาเหตุที่แท้จริงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วันเสาร์แม่ยายณาจะขึ้นเครื่องไปอยู่สวิตฯ ฉันต้องไปส่งเพราะยังไงน้าวีณาก็เป็นผู้มีพระคุณของฉัน” เธอหันมามองหน้าคนที่ยังนั่งนิ่งบนโซฟานิดนึงก่อนเอ่ยต่อ “แล้วเรื่องส่วนตัวของคุณกับคุณพนิดา คุณต้องจัดการให้เรียบร้อยด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”
กฤษกรหน้าบานขึ้นประดุจได้ยินเสียงนางฟ้าจากสวรรค์ ทบทวนคำที่ได้ยินเมื่อครู่ ถ้าเขาแปลความหมายไม่ผิดเธอคงอยากสื่อว่า “ถ้าเขาจัดการเรื่องเกี่ยวกับพนิดาได้ เธอจะยอมเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัวของเขางั้นเหรอ” …หวังว่าเขาคงไม่ได้แปลผิดไปนะ...
ณัฐกาญจน์มองคนบนโซฟาที่ตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือ อย่างอ่อนอกอ่อนใจ “หวังว่าเขาคงไม่แปลคำพูดเข้าข้างตัวเองมากไปนะ ดูซิ หน้าบานเชียว” ถึงยังไงณัฐกาญจน์ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ ....ก็สายตาที่พนิดาใช้มองมาที่เธอทำไมเธอจะไม่รู้ ว่าหมายความว่ายังไง มีหวังเรื่องยุ่งๆ คงตามมาอีกมากแน่ แต่ก็ดีกว่าให้กฤษกรปล่อยทุกอย่างให้มันคลุมเครืออย่างนี้ ถ้าหากในอนาคตเธอจะต้องเกี่ยวดองกับเขาในฐานะสามี-ภรรยา เธอก็ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งของของใคร ณัฐกาญจน์ถอนหายใจอีกครั้ง พลันก็รับรู้ถึงวงแขนแข็งแรงที่โอบรอบเอวเธอจากด้านหลัง มันรัดแน่นเสียจนเธอหายใจแทบไม่ออก ใบหน้าของเขาซุกอยู่ตามซอกคอของเธอ ...อ๊ะ...อะไรกันเนี๊ย เมื่อกี๊นั่งคอตกอยู่เลย ฉันคิดผิดรึเปล่าเนี๊ย....
“ปล่อยนะ คนเจ้าเล่ห์” ณัฐกาญจน์บ่นอุบอิบ ...ถ้าฟังไม่ผิดเธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะ หึ..หึ..อยู่ข้างใบหู เธอดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนเขา แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่สามารถหนีออกจากวงแขนของเขาได้ ...ไม่รู้ว่าเขากลายร่างเป็นตุ๊กแกรึยังไง มือเหนียวชมัด
“ปล่อยค่ะ”
“ไม่” กฤษกรกระซิบอยู่ข้างหู “คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะ”
“เรื่องอะไรค่ะ” ...เธอทำหน้างง
“เรื่องที่ผมถามเมื่อวันก่อนไง คุณจะยอมอยู่กับผมรึเปล่า”
“ฉันไม่อยู่กับคุณหรอก ทีคนที่อยากอยู่กับคุณมากกว่าฉัน ทำไมคุณไม่ไปขอเธอล่ะ” ณัฐกาญจน์แว้ดใส่
“ก็ผมไม่ได้อยากอยู่กับเขา ผมอยากอยู่กับคุณต่างหาก”
“ไม่เอา...ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” เธอเปลี่ยนวิธีใช้ไม้อ่อนเข้าลูบ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรต่อ นิรดาก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน
....อึ้ง.... ต่างคนต่างอึ้งไม่มีใครปริปากเอ่ยอะไรออกมา ทำให้บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบเป็นนาน ถ้าหากมีอะไรตกไปสักชิ้นเสียงมันคงดังกลบเสียงหายใจของคนทั้งสามแน่แท้ แต่คนที่มีสติก่อนใครเพื่อนเห็นจะเป็นกฤษกร ที่ยอมปล่อยให้ณัฐกาญจน์เป็นอิสระก่อนหันไปหาคนที่เข้ามาใหม่
“มีอะไรครับ คุณนิ” เขาเน้นเสียงหนักที่ชื่อของเธอ
“เออ...ขอโทษค่ะ คือจะเข้ามาบอกคุณณัฐว่ามีแขกมาขอพบรออยู่ที่ห้องรับรองค่ะ” นิรดาตอบตะกุกตะกัก ซวยจริงๆ เลยฉันรู้งี้โทรเข้ามาบอกดีกว่า
“แล้วทำไม คุณไม่เคาะประตูก่อนเข้ามาล่ะ” กฤษกรฉุน
“เคาะแล้วนะค่ะ แต่บอสไม่ได้ยินเอง” ปลายเสียงเธอเบาลงจนเกือบไม่ได้ยิน
“คุณกฤษค่ะ พอเถอะค่ะ” ณัฐกาญจน์ขัดขึ้นเมื่อเห็นนิรดาก็ยืนสั้นเป็นเจ้าเข้าและกฤษกรไม่ยอมจบง่ายๆ ก่อนลากนิรดาออกจากห้องไป ปล่อยให้กฤษกรนั่งโมโหค้างอยู่คนเดียว
ในห้อง กฤษกรนั่งมองร่างระหงเดินออกจากห้องไปอย่างเสียดาย ....ไม่นานนักหรอก เขาจะทำให้เธอยอมรับเขาให้ได้ แต่ก่อนอื่นเขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครมาขัดจังหวะเขากับเธอ
“คุณนิ ณัฐเขาไปพบแขกที่ห้องไหน” กฤษกรถามคนหน้าห้องอย่างมีน้ำเสียง เพราะเขารู้สึกว่าเขารอณัฐกาญจน์อยู่มานานมากแล้ว ...รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอเธอก็ไม่มาซักที
“ห้องรับรอง 2 ....” ยังไม่ทันที่จะเอ่ยจบนิรดาได้ยินปลายสายวางหูดัง ...กึก... วางสายยังไม่ทันเสร็จก็เห็นเจ้านายเดินผ่านไปแว๊บๆ ....ไว้ยังกับปรอท....

“หวัดดีณัฐ” วรุตยืนขึ้นกล่าวทักทาย
“ดีจ๊ะ รุต มาได้ไงเนี่ย” ณัฐกาญจน์แปลกใจนิดๆ เธอจำได้ว่ายังไม่เคยบอกใครว่าทำงานที่ไหน แม้แต่แม่ของเธอ
“พอดีรุตเจอกับณาเมื่อวานจ๊ะ เลยรู้ว่าณัฐทำงานที่ไหน ณัฐไม่ว่าใช่ไหมที่รุตมาโดยไม่บอกแบบนี้”
“ไม่หรอก เราเป็นเพื่อนกันนี่ ว่าแต่รุตเถอะมีอะไรกับณัฐเหรอ”
วรุตหน้าเจือนลง ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร เขาก็ยังคงเป็นแค่เพื่อนเธอเท่านั้น
“รุตแวะมาเยี่ยมนะ คิดถึง...”
“...รุต...” สีหน้าณัฐกาญจน์ไม่สบายใจนัก
วรุตเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเธอ จึงยกมือณัฐกาญจน์มากุมไว้ “...คิดถึงในฐานะเพื่อนคงได้นะ”
ณัฐกายจน์ส่งยิ้มหวานให้วรุตด้วยความสบายใจ “ณัฐก็คิดถึงรุตมากๆ จ๊ะ”
ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนมองภาพบาดตาบาดใจอย่างเจ็บปวด กฤษกรแค่ได้ฟังประโยคท้ายๆที่ณัฐกาญจน์เอ่ยออกมา สำหรับเขาคำพูดที่ได้ยินมันมากมายเกินพอที่ทำให้เขาหันหลังเดินจากไป โดยที่คำพูดของณัฐกาญจน์ยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ...นี่เขาแปลความหมายผิดงั้นเหรอ เธอไม่ได้อยากเกี่ยวพันกับเขาอย่างที่เขาอยากให้เป็น


“คุณณัฐค่ะ....คุณณัฐ” นิรดาสะกิดณัฐกาญจน์
“ค่ะ...คุณนิ มีอะไรค่ะ” ณัฐกาญจน์ส่งยิ้มแหย่ให้
“ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ....” นิรดาเว้นวรรคนิด จับสีหน้าและแววตาของคู่สนทนาที่วันนี้ดูหงอยเหงากว่าทุกวันก่อนเอ่ยต่อ “จะมาชวนคุณณัฐไปทานข้าวค่ะ บอสไม่มา คุณณาไม่อยู่ กลัวคุณจะไม่มีเพื่อนไปด้วยกันไหมค่ะ นี่ก็เลยเวลามามากแล้วด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญคุณนิตามสบายนะค่ะ” ณัฐกาญจน์ส่งยิ้มให้มองคนที่เดินออกจากห้องไปด้วยสายตาเหงาๆ วันนี้เธอยังไม่ได้เห็นหน้ากฤษกรเลย ...อ่ะ....ไม่ใช่สิ ไม่ได้เจอมาตั้งแต่เมื่อวานต่างหาก เพราะหลังจากที่แยกจากวรุตเธอก็ไม่ได้เห็นเขาอีก สอบถามจากนิรดาเธอก็บอกว่าเขาตามเธอไปที่ห้องรับรอง แต่เธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา เรื่องแปลกอีกอย่างที่คนอย่างเขาจะทิ้งงานได้เพราะนิรดาเคยเล่าให้เธอฟังว่า
กฤษกรเป็นคนจริงจังกับงานมากขนาดไหน..รึว่าไม่สบาย... คงไม่หรอกเมื่อวานยังแข็งแรงดีอยู่เลย ณัฐกาญจน์หน้าแดงขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องที่เขากอดเธอแล้วนิรดาเข้ามาเห็นพอดี ...อ๊ะจริงสิ...อาจไปดูเรื่องที่ดินก็ได้ ไม่มีอะไรหรอกน่าคิดมากไปได้ ณัฐกาญจน์ส่ายหน้าปัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ...ดีล่ะในเมื่อวันนี้เจ้านายไม่อยู่งั้น ขอโดดงานไปช่วยน้าวีณาเก็บของดีกว่า ...อย่าว่ากันเลยนะคุณเจ้านายขา... ว่าแล้วก็เก็บของหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องไปไม่รีรอ
“เออ...คุณนิค่ะ ณัฐรู้สึกว่าไม่สบายขอตัวไปหาหมอก่อนนะค่ะ” ประโยคแก้ตัวสุดฮิตที่เธอหยิบเอาขึ้นมาอ้างกับเลขาฯ สาวหน้าห้อง.... กันไว้ก่อนเผื่อเจ้านายจะโทรเข้ามา...
“...ค่ะ...” นิรดารับคำ

ในเมื่อเสือร้ายอย่างกฤษกรไม่อยู่ ลูกวัวน้อยอย่างณัฐกาญจน์ก็ขอเวลาพักผ่อนสมองหน่อยก็แล้วกัน ก็อยู่ใกล้เขามันเหนื่อยน้อยซะที่ไหน....


กฤษกรนั่งเหม่ออยู่ในสวน ความคิดของเขาวนเวียนอยู่กับภาพที่เขาได้เห็นมาเมื่อวาน ‘ณัฐกาญจน์รู้สึกกับเขาอย่างไรบ้างนะ’ เป็นคำถามที่ยังคงวนเวียนอยู่ในสมองเขาอยากที่จะสลัดออกไปได้ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาเป็นห่วงจับจ้องมาท
ี่เขาอยู่นานแล้ว
“อ้าว...คุณกฤษ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอค่ะ” คุณชื่นเข้ามาขัดจังหวะความเงียบของกฤษกร นางมองอาการของเขาอยู่นานแล้ว เพราะโดยปกติกฤษกรไม่เป็นแบบนี้
“ไม่ครับน้าชื่น รู้สึกเหนื่อยๆ”
“’งั้นทานของว่างแก้เหนื่อยก่อนซิค่ะ” คุณชื่นบอกพร้อมเลื่อนจานของว่างที่เธอให้เด็กถือตาม มาวางใกล้ๆ กฤษกร
“ขอบคุณครับ นี่ถ้านายพัศรู้ว่าผมโดดงานมารอทานของว่างฝีมือน้า เขาคงอยากกลับมาเตะผมแน่ๆ”
“หึ..หึ..ไม่หรอกค่ะ ทานเยอะๆ นะค่ะ”
“ครับ...ผมจะทานให้หมดเลย” กฤษกรส่งยิ้มให้กับผู้สูงวัยกว่า แต่จนแล้วจนรอดนางก็เห็นเขาทานไปได้สามคำก็กลับมานั่งซึมเหมือนเดิม
“คุณกฤษไม่สบายใจเรื่องอะไรรึค่ะ” นางตัดสินใจถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรครับ แค่เรื่องงานนิดหน่อย” กฤษกรปด
“อย่าโกหกน้าเลยค่ะ น้าดูออกนะ ถ้าเป็นเรื่องงานจริงคุณจะไม่มานั่งถอนหายใจแบบนี้แน่”
กฤษกรส่งยิ้มแห้งๆ ให้ มีไม่กี่คนหรอกที่จะดูเขาออกทะลุปรุโปร่ง น้าชื่นเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนไม่กี่คนนั้น
“เรื่องผู้หญิงหรือค่ะ” นางตัดสินใจถามออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่
กฤษกรมองคนที่นั่งอยู่ข้างอย่างทึ่งๆ นอกจากจะดูเขาออกแล้วยังเดาถูกอีกว่าเขาคิดเรื่องอะไร
“ทำไมน้าชื่นคิดอย่างนั้นล่ะครับ”
“คุณเหมือนคุณพ่อคุณค่ะ รายนั้นนะถ้าเป็นเรื่องงานเขาจะโดดเข้าไปแก้ไขโดยไม่ห่วงสุภาพของตัวเอง แต่ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงล่ะก้อ บ๊อท่าเสียไม่มี”
กฤษกรหัวเราะกับความคิดของคุณชื่น นางพูดถูกถ้าเป็นเรื่องงานเขาจะเข้าไปแก้ปัญหาทันที แต่นี้เป็นเรื่องผู้หญิง เขาจึงต้องมานั่งกลุ้มอยู่แบบนี้
“เธอคนนั้นเป็นคนยังไงค่ะ”
กฤษกรทำหน้าฉงน คุณชื่นเอ่ยต่อเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย
“ก็คุณกฤษของน้าเคยแต่หนีผู้หญิง น้าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนหนีคุณสักที”
“แต่ตอนนี้มีแล้วครับ”
“คุณเลยชอบเธอใช่ไหมค่ะ”
“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้แต่ว่าเวลามีเธออยู่ใกล้ๆ ผมมีความสุข”
คุณชื่นยืนมือมาจับบ่าของกฤษกรอย่างให้กำลังใจ
“บอกเธอไปสิค่ะ ว่าคุณคิดยังไง”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ เธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว”
“เธอบอกหรือค่ะ”
“ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกครับ เพราะผมเห็นเองกับตา”
“คุณเลยมานั่งถอนใจอยู่อย่างนี้นะเหรอ” คุณชื่นถอนหายใจให้กับความคิดของเขา “เมื่อก่อนมีอยู่ครั้งนึง เพื่อนน้าเขามาเชิญน้าไปงานแต่งงาน อยู่ๆ พ่อคุณมาเห็นพอดี เขาเข้าใจผิดก็เลยโกรธ ไม่ยอมคุยกับน้าอีก”
“แล้วพ่อกับน้ามาดีกันได้ไงครับ”
“ก็เพื่อนน้าคนนั้นเขาส่งการ์ดเชิญให้พ่อคุณด้วยนะสิ”
“บังเอิญจัง”
“ค่ะ บังเอิญ” หญิงกลางคนหันมาส่งยิ้มให้ลูกเลี้ยง “แต่เรื่องของคุณมันคงไม่โชคดีเหมือนกับเรื่องของน้ากับพ่อคุณหรอก คุยกับเธอซะเถอะ”
“ครับ ขอบคุณครับ” กฤษกรยิ้มรับ หยับโทรศัพท์ในกระเป๋ามาโทรหาเธอ ...คนที่คิดถึง แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเสียงปลายสายไม่ใช่เสียงของเธอ
“สวัสดีค่ะ” นิรดากรอกเสียงลงไป
“คุณนิ แล้วคุณณัฐล่ะครับ” กฤษกรสงสัย
“คุณณัฐเธอบอกว่าไม่สบายค่ะ เลยขอตัวไปหาหมอ” นิรดาตอบตามที่เธอได้ฟังมาจากณัฐกาญจน์
“เธอออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่บ่าย....” นิรดายังพูดไม่ทันจบแต่ปลายสายก็วางหูไปเสียแล้ว ...อ่ะ ทำไมต้องวางหูใส่ฉันตลอดเนี๊ย
“เธอไม่สบาย .... รึว่าจะ….” กฤษกรกลืนน้ำลายอย่างลำบาก กับสิ่งที่คิดว่าจะเกิด
กฤษกรยังคงนั่งเหม่ออยู่ในสวนเหมือนเดิม ตลอดทั้งบ่ายเขาได้แต่โทรหาณัฐกาญจน์ทั้งเบอร์มือถือ เบอร์บ้าน จนกระทั่งขับรถไปหาเธอที่บ้านกลับแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ เขาอยากรู้เป็นที่สุดว่าที่เธอไปหาหมอเพราะอะไร ไม่สบายธรรมดา หรือว่ามากกว่านั้น ในหัวมีแต่คำถามว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาคิดหรือไม่ ถ้าใช่เธอจะทำอย่างไร จะยอมรับข้อตกลงของเขาหรือเปล่า




 

Create Date : 22 เมษายน 2550
1 comments
Last Update : 22 เมษายน 2550 15:57:00 น.
Counter : 330 Pageviews.

 

ง่า..ยอมรับว่ายังอ่านไม่จบค่ะ..ตาลายเพราะหิวข้าว อิอิ..แต่เก่งจังนะคะ เขียนนิยายได้ด้วยอ่ะ เดี๋ยวว่างแล้วจะแว่บเข้ามาอ่านใหม่เน้อ..~~

 

โดย: พี่นู๋แหม่ม (i'm not superman ) 13 พฤษภาคม 2550 19:30:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ฐิรญา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Love is seeing yourself
through in someone' eyes,
and finding yourself
in someone's heart
ขอสงวนลิขสิทธิ์
ผลงานเขียนทุก
ชนิดในฐิรญา Blog
แห่งนี้ตามพระราช-
บัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 ห้ามคัดลอก
ดัดแปลง หรือนำไป
เผยแพร่ต่อที่อื่น
โดยไม่ได้รับ
อนุญาติจาก
เจ้าของผลงาน
The greatest thing you'll ever learn
is just to love, and beloved in return
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ฐิรญา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.