ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
ซื้อขาย/เช่าที่ดิน

ปุจฉา

เวลาซื้อขายที่ดินหรือบ้านพร้อมที่ดิน

1. ค่าธรรมเนียมคนละครึ่ง

2. ภาษีจากการขายเป็นของผู้ขาย

3. ให้บอกราคาซื้อขายที่ดินต่ำ ๆ จะได้เสียค่าธรรมเนียมถูก ๆ

4. ให้บอกว่าเป็นที่ดินว่างเปล่า ไม่มีบ้าน จะได้เสียค่าธรรมเนียมถูก ๆ

5. ให้บอกสิ่งปลูกสร้างสร้างมาหลายปีแล้ว ถ้าหลบได้/โกหกทึ่ดินได้
จะได้คิดค่าส่วนลด/ค่าเสื่อมราคาสูง ๆ จะได้เสียค่าธรรมเนียมต่ำ ๆ

6. ค่านายหน้าร้อยละ 3/2 หรือร้อยละ 2.5/2.5 ของราคาซื้อขาย เก็บจากคนซื้อ/คนขาย

7. ภาษีเงินได้จากการขายกับค่าอากรแสตมป์ขอคืนจากสรรพากรได้

วิสัจฉนา

1. ค่าธรรมเนียมคนละครึ่ง จริง ๆ ตามกฎหมายระบุว่า พึงจ่ายฝ่ายละกึ่งหนึ่ง

2. ภาษีจากการขายเป็นของผู้ขาย จริง
แต่อาจจะขอให้ช่วยคนละครึ่ง
หรือเป็นของคนซื้อทั้งหมดเลยก็ได้
กฎหมายไม่ห้าม เพราะคู่สัญญาไม่มีใครเสียหาย

3. ให้บอกราคาซื้อขายที่ดินต่ำ ๆ จะได้เสียค่าธรรมเนียมถูก ๆ
แต่ก่อนใช่ เดี๋ยวนึ้ไม่ใช่ ตั้งแต่ ปี 2541 เป็นต้นมา
ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา สำนักงานที่ดินจะยึดเอาราคาประเมินเป็นหลัก
บอกสูงบอกต่ำเท่าไร มี่ดินไม่สนใจแล้ว

แต่ถ้าเป็นนิติบุคคล คิดค่าธรรมเนียมตาม
ราคาที่แจ้งกับราคาของที่ดิน
แล้วแต่ราคาไหนจะสูงกว่ากัน

4. ให้บอกว่าเป็นที่ดินว่างเปล่า ไม่มีบ้าน
จะได้เสียค่าธรรมเนียมถูก ๆ
อันนี้จริง
บางคนเลยชี้ที่ดินในระวางไกล ๆ
เพราะ หนึ่งระวางจะมีพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
เว้นแต่สำนักงานที่ดินจะทำแผนที่แบบละเอียด
เคยมีรายหนึ่งชี้ที่ข้างเคียงในละแวกเดียวกันที่ไม่มีบ้าน
แม้พนักงานที่ดินจะจำได้ว่าแถวนั้นมีบ้านแล้ว
แต่มีแปลงหนึ่งบนถนนสายนั้นมีที่ดินว่างจริง
คนซื้อคนขายจึงได้ลดรายจ่ายส่วนนี้ลงมามาก

5. ให้บอกสิ่งปลูกสร้างสร้างมาหลายปีแล้ว
จะได้คิดค่าส่วนลด/ค่าเสื่อมราคาสูง ๆ
จะได้เสียค่าธรรมเนียมต่ำ ๆ
อันนี้จริง

6. ค่านายหน้าร้อยละ 3/2 หรือ ร้อยละ2.5 ของราคาซื้อขาย
เรียกเก็บจากคนซื้อ/คนขาย
แต่ก่อนใช่ เดี๋ยวนี้จะมีการตกลงทำสัญญากัน
เพราะเคยมีเรื่องนายหน้าบอกขายได้เป็น 120 ล้านบาท
จากราคาที่รับมา 100 ล้านบาท แต่จะไปคิดค่านายหน้าคนขายอีก
กะว่าจะกินสองเด้ง คนขายไม่ยอม ทะเลาะกันวุ่นวายหมด
จึงมักตกลงราคาแน่นอน หรือมีอัตราจ่ายกันชัดเจนว่าเป็นของใคร

7. ภาษีเงินได้จากการขายกับค่าอากรแสตมป์ขอคืนจากสรรพากรได้
อันนี้จรืง
แต่ต้องดูฐานภาษีผู้ขายด้วย ถ้ารวมเงินได้ทั้งหมด
เข้าอัตราก้าวหน้าระดับสูง อาจจะเสียเพิ่มมากกว่าเดิม



นิทาน

ทิดพาไน ซื้อที่ดินจะสร้างสาขาที่ป้าดตาลุง
จากลูกหลานเจ้าของที่ดิน อยู่ที่กรุงเทพฯ ในราคา 15 ล้านบาท
ตอนมีหนังสือสัญญาซื้อขายแจ้งจากสำนักงานใหญ่ ระบุชัดเจนว่า
ภาษีเงินได้ผู้ขาย ค่าธรรมเนียมในการโอนเป็นของผู้ซื้อทั้งหมด

วันที่ไปจดทะเบียนสัญญาซื้อขายที่สำนักงานที่ดิน
จึงต้องทำตั๋วแลกเงิน draft ธนาคาร จ่ายชื่อคนขาย
แล้วโอนเงินไปที่บัวหลวง สาขาป้าดตาลุง ร่วม 7 แสนบาท
สมัยทองคำบาทละ 3 พันเศษ
เพื่อไปเบิกจ่ายภาษี/ค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน
พนักงานบัวหลวงยิ้ม ๆ คงได้ข่าวระแคะระคายมาก่อน
รีบนำเงินสดมาให้ทันทีที่ขอเบิกเงินสด

ตอนไปที่สำนักงานที่ดิน
ใบมอบอำนาจของสำนักงานใหญ่
มีรอยขีดฆ่าไม่ได้ลงนามกำกับ
เจ้าหน้าที่รับเรื่องจะไม่ยอมทำเรื่องให้
เพราะตื่นเต้นกับราคาซื้อขายสูงมาก
งานนี้หัวหน้าสำนักงานที่ดิน(เจ้าที่ดิน)
รู้ข่าวว่าจะมีการโอนราคาสูงสุดในยุคนั้น
ไม่ใช่ราคาโมเมหรือลอกอ(หลอกลวงกัน)
เลยลงมารับเรื่องเอง ติดตามเรื่อง อนุมัติเอง ลงนามเองทั้งหมด
เป็นเรื่องฮือฮากันมาก Talk of the town ดังไปทั้งเมืองป้าดตาลุง
ราคาที่ดินละแวกนั้น กับละแวกใกล้เคียง เลยขยับกันขึ้นยกแผง

อีกครั้งที่สุไกงโก_ลค
ลูกหนี้ยาลออดีตเจ้าพ่อทำเหมืองหิน
ที่เคยถูกโจรแขกปล้นฝักแคทำระเบิดเหมืองหิน
นัดไปโอนที่ดินจะสร้างสาขากันที่สำนักงานที่ดิน
ตอนจ่ายเงิน แกลูกเล่นบอกเตรียมเงินมาไม่พอ
ให้พนักงานธนาคารจ่ายเงินไปก่อน
แกบอกว่าหัวหน้าพนักงานตกลงตามนั้นแล้ว
โดยแกให้ลูกน้องแกกันหัวหน้าออกไปยืนไกล ๆ

ตอนขายเสร็จเคลียร์ค่าใช้จ่ายกัน
แกโยกโย้ว่า ขายไม่คุ้มหนี้ ไม่พอกำไร ส่วนแบ่ง นายหน้า
สรุปงานนั้นต้องจ่ายแทนแกทั้งหมด
พวกค่าอากรภาษี ค่าธรรมเนียมในการโอน
โดยทำเรื่องขอสัตยาบันการขออนุมัติทางโทรศัพท์
จากสำนักงานใหญ่ตามหลังในเย็นวันนั้น

แต่มีที่มาปั่นราคาใน ห.ใ
เป็นห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ กทม.
มาบอกขอซื้อทางเข้าออกที่ดินอีกฟากถนน
ติดกับโรงแรม/ที่ดินแปลงใหญ่
ที่จะมาซื้อจากลูกหนี้ทิดพาไน
ให้ราคาห้องละ 12 ล้านบาท
แต่มีข้อแม้ต้องซื้อยกแปลง 10 ห้อง
ตอนนั้นราคาห้องละ 5-7 ล้านบาท
เจ้าของบ้านแถวนั้นเลยเกี่ยงกันไม่ขาย
แต่รายนี้ได้ราคาไปบอกกับบัวหลวง
เลยมีการปรับราคาประเมินที่ดินแปลงใหญ่
ทำให้สัดส่วนหนี้/ราคาประเมิน พุ่งพรวด ๆ

การซื้อขายที่ดินในช่วงหลัง
จะตกลงราคาสุทธิเลยว่า ราคาเท่าไร
ค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดิน ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีเงินได้ของผู้ขาย ใครเป็นคนจ่าย
แล้วแต่อำนาจต่อรอง ใครร้อนรนกว่าใคร
เรื่องแบบนี้แล้วแต่โชคใคร เคราะห์ใคร

เช่น ลูกหนี้บางรายตีทรัพย์ใช้หนี้ธนาคาร
ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อปลดหนี้
หรือบางรายซื้อจากคนร้อนเงิน ร้อนที่ เป็นต้น

ซื้อขายที่ดิน เงินสดดีที่สุด

ตั๋วแลกเงิน เช็คธนาคาร เช็คส่วนตัว ไม่จำเป็นอย่าเสี่ยง
เพราะที่ห.ใ เคยมีคนชั่ว จดทะเบียนซื้อขายเสร็จ

พอไปเบิกเงิน หรือนำเข้าบัญชี
ตั๋วแลกเงิน เช็คธนาคาร เช็คส่วนตัว
มีการแจ้งอายัดกับธนาคาร หรือเช็คเด้ง
เพราะคนซื้อไปอ้างว่ามีข้อพิพาทกัน
เรื่องเนื้อที่ดินไม่ครบ ไม่มีทางสาธารณะ ฯลฯ
พอคนขายไปหาตำรวจ
ตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง
ให้ไปฟ้องร้องกันเอง

จนผู้ขายต้องไปหากำนันคนหนึ่ง
พากันไปบ้านผู้ซื้อ
กำนันแกถามง่าย ๆ
จะจ่ายเงินหรือให้ฝังศพไว้ในที่ดินเลยไหม
คนขายเลยได้เงินครบ

เรื่องนี้ได้ยินจากปากกำนันเอง
ตอนไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินให้สำนักสงฆ์
แล้วจะให้กำนันเป็นพยานให้
เพราะคนขายค่อนข้างล็อกแล็ก
(ไว้ใจไม่ค่อยได้)ติดพนัน
แกด่าให้ฟังชุดใหญ่
นึกว่ามากับพวกนายทุนในเมือง
พอบอกว่ามากับพระภิกษุเจ้าสำนักสงฆ์
แกไม่พูดมากรีบลงชื่อให้ทันที
พร้อมกำชับคนขายให้โอนตอนได้เงินครบ
ภายในระยะเวลา 6 เดือน

เรื่องนี้มีตำนาน
ราคาไร่ละ 4 แสนบาทยุคนั้น 3 ไร่
วางมัดจำไป 1 แสนบาท
แต่แล้ว เจ้าสำนัก ฯ นั่งกุมขมับ
เพราะแกซื้อตามใจฝัน
กับ คิดว่าเทพเทวดาจะช่วย
ตกลงนั่งพูดคุยกัน
ได้ข้อสรุปขอเลียนแบบวัดธรรมกาย

เขียนบนกระดาน ไร่ละ 4 แสนบาท วาละ 1,000 บาท
1 ไร่มี 400 ตารางวา หรือ 1,600 ตารางเมตร
หรือตารางเมตรละ 250 บาท
เขียนบนกระดานบอกบุญซื้อที่ดินสำนักสงฆ์
ผล 1 เดือนได้เงินครบ ชาวบ้านกับคนในเมืองรู้ข่าว
ต่างมาช่วยกันคนละตารางวา/ตารางเมตร
ถือว่ามีส่วนในที่ดินแปลงดังกล่าว


หมายเหตุ

ตั๋วแลกเงิน เช็คธนาคาร ยกเลิกได้ ขอเงินคืนได้
ถ้าเจ้าของมาขอยกเลิกด้วยตนเอง
พร้อมกับตั๋วแลกเงิน เช็คธนาคาร

ถ้ามีคำสั่งให้โอนเงินเข้าบัญชีคนขายหลังสัญญาซื้อขาย
ให้รีบเบิกเงินสด หรือโอนกระจายบัญชี หรือโอนไปต่างธนาคารยื่งดี
ป้องกันธนาคารแก้ไขรายการ/อายัดรายการ/ยกเลิกรายการเข้าบัญชี
เป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ หรือเชิญชวนทำนั่นทำนี่ เบ็ดเตล็ด


ราคาซื้อขายที่ดินจริง
มักมาจากนิติบุคคล
ที่ต้องมีใบเสร็จ/รายการจริง
แนบเอกสารที่มาที่ไปตามกฎหมาย
เพื่อหักค่าใช้จ่ายถูกต้องตามกฎหมาย

ราคาซื้อขายแมงโม้
มักมาจากพวกสร้างภาพ
ราคาคุย แบบว่าซื้อมาแพง
หรือประเภทกินกั๊กเมาแบรนด์
หรือจ่ายเงินแค่เหล้าโรง
แต่โม้ว่าจ่ายแพง ๆ พอ ๆ กับ Blue Rabel

ราคาแมงโม้ มักมาจากโครงการบ้านจัดสรรค์ยุคก่อน ๆ
พวกสร้างภาพว่ารวย ซื้อมาแพง แต่มาขายถูก
ยอมเสียภาษีกับค่าธรรมเนียมเป็นการสร้างภาพ PR

อีกราย เป็นชาวบ้านพรรคพวกพรรคแมลงสาป
แจ้งราคาซื้อขาย 200 ล้านบาท
ยอมเสียค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ก่อนปี 2541
เพราะที่ดินแถวนั้นจะมีการเวนคืนทำคลอง ร.4
ระบายน้ำท่วมใน ห.ใ
กะว่าจะดั้ม/ปั้มราคาที่ดิน รับทรัพย์
คณะกรรมการเวนคืนสอบสวน/หาข้อเท็จจริงแล้ว
ตกลงไม่จ่าย แกเลยเสียค่าโง่กับตกควายไป
ตกควาย = ตกลงคิงกลายเป็นควาย


ราคาซื้อขายที่ดิน ราคาบ้านในที่ดิน
ถ้าบุคคลธรรมดา ที่ดินไม่สนใจแล้ว
ยึดเอาราคาประเมินสำนักงานที่ดินเป็นหลัก
ถ้าบอกราคาซื้อขายร้อยล้าน
ที่ดินประเมินได้หนึ่งล้าน
ก็เสียค่าธรรมเนียม/ภาษีในวงเงินหนึ่งล้าน

ยกเว้นแต่นิติบุคคลถือเอาราคาที่สูงกว่า
ระหว่างราคาที่จดแจ้งกับราคาที่ที่ดินประเมิน

ส่วนใครจะเอาหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ดิน
ไปหลอกขาวบ้าน เรื่องนี้ราชการไม่เกี่ยว
ตัวใครตัวมัน ใครจะตกควายก็เป็นกรรมของมัน



เช่าที่ดิน

ปุจฉา

1. ซื้อขายที่ดินทำนา ต้องให้ชาวนาเช่าครบ 6 ปี

2. ผู้ให้เช่าต้องเสนอขายบ้านให้เช่าหรือที่ดินให้เช่ากับผู้เช่าก่อน

3. ผู้ให้เช่า/คนซื้อบ้านที่มีคนเช่าต้องให้ค่าขนย้ายกับผู้เช่า

วิสัจฉนา

1. จริง มีกฎหมายบัญญัติไว้

2. ไม่จริง ต้องมีการระบุชัดแจ้งในหนังสือสัญญาเช่า
และไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องนี้

3. จริงส่วนหนึ่งเพื่อตัดความรำคาญ/ไม่ต้องฟ้องขับไล่

ที่กทม. มีบ้านพักส่วนหนึ่งปิดทางเข้าที่ก่อสร้าง
ที่ทำการทิดพาไน สนญ.
ที่ขอเช่าจากทางไปทุกที่แต่ต้องมีรางเวลา 50 ปี

เรื่องนี้ มีคนอยากอวดฉลาด
แบบมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
คนถามผู้จัดการใหญ่ว่า
แล้วถ้าครบ 50 ปีจะทำอย่างไรต่อ
คำตอบที่ได้

" ถึงตอนนั้นคุณกับผมคงไม่อยู่แล้ว "

(แต่ละคนน่าจะ 80 กว่าปีขึ้นบนกันแล้ว
หรือบางคนก็ไปพบพระผู้เป็นเจ้าแล้ว)

คนที่อยู่ในบ้านชุดนั้น
บางคนก็ย้ายออกแล้ว
บางรายก็ดื้อแพ่งไม่ยอมย้ายออก
บอกไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

คืนวันหนึ่ง มีรถตำรวจ รถแบ้คโฮว์ รถบรรทุก
ปิดทางเข้าออก แล้วเคาะเรียกคนอยู่ในบ้านให้ออกมา
พร้อมขนของใส่รถบรรทุกให้เสร็จ
จ่ายเงินให้คนละ 30,000 บาท
ส่วนจะเอาของไปลงตรงไหน
ไปอยู่ที่ไหน รถบรรทุกจะไปส่งถึงที่

บ้านที่ไม่มีคนอยู่ แต่มีข้าวของข้างใน
ก็จะขนย้ายใส่ลังอย่างดีไปฝากไว้ที่โรงพัก
ขณะเดียวกันรถแบ้คโฮว์ก็ทะยอยรื้อบ้านทิ้งไป

เพื่อนคนไปทำงานต่างจังหวัด
กลับมาบ้านเช่าหายไปซะแล้ว
ถามคนแถวนั้นบอกมีคนมารื้อแล้ว
เลยรีบไปแจ้งความที่โรงพัก
ตำรวจชี้ไปที่กล่องใส่ข้าวของ
แล้วให้รับเงินค่าขนย้ายซะโดยดี
อยากได้มากกว่านั้นไปฟ้องเอง
แต่ห้ามรับเงินค่าขนย้าย

อีกรายที่ กทม.
ทำตามกฎหมายมันช้า
เลยจ้างนักเลงมารื้อบาร์เบียร์
เป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศ
ต้องขึ้นศาลรอศาลฎีกาตัดสินปีหน้า
แม้ว่าจะจ่ายค่าชดเชยขนย้าย
ให้เจ้าของร้านในพื้นที่ภายหลัง
เพราะสำนึกผิดบาปเรื่องนี้ก็ตาม

ที่ห.ใ มีการซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งมีคนเช่าบ้านอยู่
คนขายบอกให้คนซื้อไปเคลียร์เรื่องคนเช่าเองไม่รับผิดชอบ
เพราะรำคาญกับการเก็บค่าเช่า ได้บ้างไม่ได้บ้าง
กับลูกหลานคนขายที่อยู่สหรัฐอยากได้เงินก้อน
กอปรกับช่วงนั้นมีข่าวไม่ค่อยดีว่า
เวียตนามใกล้จะแตกแล้ว
แล้วก็จริงในอีก 2 ปีถัดมาเวียตนามแตกจริง ๆ

คนเช่าไม่ยอมออกง่าย ๆ
บอกไม่มีที่ไป อยู่ในที่นี้มากว่า 30 ปีแล้ว
กับว่าคนขายไม่บอกขายบ้าน/ที่ดินให้พวกตนก่อน
ผิดธรรมเนียมประเพณี
(ไม่มีในสัญญาเช่าเรื่องนี้)

เรื่องวุ่นวายกันไปหมด
หาว่าคนรวยรังแกไล่ที่คนจน
คนขายเอาเปรียบคนเช่าเดิม
ไม่ยอมขายให้คนเก่าก่อน
มีการฟ้องร้อง/ร้องห่มร้องไห้
ส่งคนมาคุกคามบ้านคนซื้อที่ดิน
มีคนวิ่งหาตำรวจ อำเภอ
กับคณะกรรมการมูลนิธิคนจีน
เข้ามาไกล่เกลี่ยก็ไม่มีข้อยุติ
มีคนเช่ารายหนึ่งไปหาโจรจีนมาจากแถวสะเดา
นัดมาเจรจาทั้งคนซื้อกับตัวแทนคนเช่า

ตกลงได้ข้อยุติร่วมกันว่า
จ่ายค่าขนย้ายให้คนเช่ารายละ 40,000 บาท
ให้อยู่ฟรีอีกบ้านละ 6 เดือน
เป็นอันเข้าใจและตกลงกันนะ

ถึงเวลาก็เป็นไปตามข้อตกลงทุกอย่าง
ทุกคนต่างทำตามข้อตกลง
อย่างเคร่งครัดไม่มีใครกล้าดื้อแพ่ง
เพราะใครบิดพริ้วได้ไปนอนใต้รากมะม่วงแน่

สมัยนั้นอิทธิพลโจรจีนมีจริง ๆ
คนขี้ลักขี้ขโมยตามบ้านตามสวนยาง
จะตักเตือน/ถูกซ้อมไม่เกิน 3 ครั้ง
ถ้าไม่เขื่อฟัง จะยิงทุ่ม
ทิ้งประจานบนท้องถนน/ในสวนยาง
คล้ายเชือดคนให้ชาวบ้านดูกันจะ ๆ แบบพวก ISIS

ไนช่วงปี 2527 ที่ปาตัง
มีโจรจีนมากัน 2 คนขอพบเกงลี่ (ผู้จัดการ)
ขึ้นไปคุยกันบนชั้นลอย
จะขอค่าคุ้มครอง
กับค่าตะเกียงคนงานทุกคน

สมัยก่อนคนตัดยางจะใช้ตะเกียงแก๊ส
ติดหน้าผากเวลาไปกรีดยาง
อัตรารายละ 5 บาท/เดือนขั้นต่ำ
เก็บหลายคนก็ได้มากเหมือนกัน

ส่วนเถ้าแก่สวนยางต้องจ่ายเงินแต๊ะเอีย
ช่วงตรุษจีนเป็นก้อนใหญ่
หรือเทศกาลหาทุนของพรรคโจรจีนมลายา
ทั้งยังมีค่ายินดีต้อนรับ
การมาเป็นเจ้าของสวนรายใหม่
แบบมีจดหมายภาษาจีนส่งตรงถึงที่บ้าน
ไม่ระบุที่มาแต่นัดที่พบปะเจรจาในป่ายาง

ตกลงในวันนั้น
เกงลี่กับโจรจีนได้ต่อรองกันว่า
ไม่มีค่าตะเกียงคนงาน
จ่ายม้วนเดียวจบ 30,000 บาท
แล้วสำนักงานใหญ่ไปลงบัญชี
หักค่าใช้จ่ายในการนี้
จากค่าตั๋วเรือบินไปเมืองนอกของผู้จัดการใหญ่

ปีต่อมา หายหน้าหายตาไปทั้ง 2 คน
ไม่มาเรียกค่าคุ้มครองอีก
ส่วนปี 2535 จีนเป็งรายงานตัวกับไทย
เรื่องเลยยุติลง อิทธิพลโจรจีนก็หมดลง

ช่วงคำสั่ง 66/2523 ของป๋าเปรม
คอมมิวนิสต์เข้ารายงานตัวกันมาก
ใน ปี 2527 พรรคคอมมิวนิสต์ไทย
ก็เริ่มแตกสลายแล้ว
มีประกาศยุบพรรคในปี 2536

ในยุคที่ชาติไทยมีสงครามระหว่างคนชาติเดียวกัน
เป็นสงครามที่น่าเวทนาและอัปลักษณ์ที่สุด
ชาวบ้านทีอยู่ท่ามกลางเขาควายจะชนกัน
ลำบากมากที่สุดในภาวะการณ์นี้
ต้องท่องคาถา นัตถิ ตรีโย (สามไม่)
ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยิน

บางรายก็โชคดี บางรายก็โชคร้าย
เพราะถ้าเพื่อนบ้านไม่ถูกใจกัน/เคืองกัน
ไปรายงานอีกฝ่ายว่าเป็นสายหรือสนับสนุนอีกฝาย
ก็มักจะได้ไปนอนใต้รากยางพารา

หรือบางรายถูกจับไปซักถาม
ถ้าตอบว่าไม่เข้าข้างฝ่ายไหน/พวกไหน
ก็ได้ไปอยู่กับพวกยมโลก
เพราะกลายเป็นคนใช้ไม่ได้ไม่มีจุดยืนไม่มีพวก
เหมือนคำกล่าวกับนางสิงห์เหล็ก
ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดินในอดีต
" คุณยืนกึ่งกลางถนนไม่ได้หรอก
เพราะคุณมีโอกาสจะถูกรถชนทั้งสองด้าน "

ในช่วงนั้นจึงมีเหตุการณ์แถวป้าดตาลุง
ประเภทถีบลงเขา เผาในถังแดง
เพื่อทำลายหลักฐานกับข่มขู่ให้กลัว
มีวัดหนึ่งเป็นที่รวบรวมเศษเถ้ากระดูก
ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น
และมีอนุสรณ์สถานที่รำลึก
ไม่นานน้ำท่วมได้ลบล้าง
ความทรงจำเหล่านี้ให้ลืมเลือนไป

ประวัติศาสตร์มักจะสอนให้คนลืมเลือน
มากกว่าจะจดจำว่าเคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน
ยกเว้นแต่เรื่องจำไม่ได้ แต่ลืมไม่ลง
Albert Camus ลูกหลานชนชาติผู้ผลิตกิโยติน
เคยกล่าววาทะกรรมประวัติศาสตร์ว่า
" ผมไม่มีศาสนา ไม่มีลัทธิ ไม่มีอุดมการณ์
เพราะผมเห็นคนที่มีสิ่งเหล่านั้น
ฆ่ากันตายมานักต่อนักแล้ว "

เรื่องราวทั้งหมดข้างบนนี้
ขอยืนยัน นอนยัน นั่งยัน
เรื่องทั้งหมดเป็นนิทาน มโนเขียนเอา
อย่าเชื่อ ๆ 10 หัวเรื่องที่อย่าเชื่อ
ตามหลักชาวกาละมะ
สอบถามพระศาสนโคดม


นิทานเก่าของผู้เขียน

//pantip.com/topic/34390960 ขุดคลองดีกว่าขุดสระน้ำ

//pantip.com/topic/34315093 หมอจากเทพกลายเป็นอสูร

//pantip.com/topic/30293610 ปุ๋ยอินทรีย์นรก

//pantip.com/topic/30284621 กากน้ำตาล


ตะเกียงกรีดยาง ใช้ แก๊สก้อน Calcium Carbide





ที่มา //goo.gl/FNU2i4



ภาระภาษีจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์กรณีผู้ซื้อรับภาระค่าใช้จ่ายในการโอนฯ















ที่มา //goo.gl/j6He4o



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 1 มีนาคม 2559 21:53:09 น. 1 comments
Counter : 607 Pageviews.

 
แวะมาอ่านเพลินๆ แต่ยาวมากๆ เลยค่ะ อิอิค่อยๆ ไล่อ่านทีละนิดทีละหน่อยแล้วกันนะคะ ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องที่ดินค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา:0:50:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.