ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
Awas ไม่ใช่ Avast

ป้ายจราจรเส้นทางถนนกาญจนวนิชย์
จากอำเภอสะเดามาอำเภอหาดใหญ่
ระหว่างช่วงเทศบาลตำบลปริก กับเทศบาลตำบลคลองแงะ
เขียนเป็นภาษามาเลย์ แปลว่า ให้ระวัง
เพื่อให้คนขับรถยนต์มาเลย์เข้าใจได้
เพราะเส้นทางสายนี้คนมาเลย์เข้ามาประเทศไทยได้สองทาง
คือ ปาดังเบซาร์ กับ ด่านนอก(หรือ จังโหลน)
จังโหลน ภาษาใต้คนสยามในมาเลย์
คือ ใบต้นจ้งหล่นลงมา หรือบางท่านว่า
ช้างหล่นจากภูเขา

เพิ่มเติม/ปรับปรุง ที่เขียนไว้ใน //www.pantip.com/cafe/writer

ป้ายจราจรของไทย
แต่ใช้คำศัพท์มลายูว่า Awas แปลว่า ระวัง
อยู่ระหว่างเส้นทางถนนกาญจนวนิชย์
จากอำเภอสะเดามุ่งหน้าเข้าหาดใหญ่
ช่วงเทศบาลตำบลปริก กับเทศบาลตำบลคลองแงะ
อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ให้สังเกตอยู่ด้านซ้ายมือ

ถนนเส้นนี้เป็นสายหลักจากตอนเหนือมาเลย์
วิ่งเข้าสู่ประเทศไทย

ซึ่งมาได้สองทางคือ ปาดังเบซาร์
ที่น่าจะเป็นตำบลเดียวในโลก
ที่มีชื่อเหมือนกันทั้งสองประเทศ
และสะกดเหมือนกันด้วย
ดังนั้นเวลาระบุตำบลปาดังเบซาร์
ต้องระบุว่า ฝั่งไทย หรือ ฝั่งมาเลย์
หรือระบุว่า อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งคือ ด่านนอก
หรืออีกชื่อว่า จังโหลน
มาจากภาษาไทยของคนสยามในมาเลย์ว่า
จังหล่น คือ ใบจังที่ใช้มุงหลังคาได้หล่น
หรือบางคนว่า ช้างหล่น หรือตกเขาลงมา
เพราะบริเวณนี้มี บูกิต (ภูเขา) อีตำ (สีดำ)
เป็นป่ารกทึบมีภูเขาหลายลูก
มีต้นไม้ขนาดใหญ่มากพื้นที่สีเขียวจัด
เวลากลางวันเรียกว่าแทบไม่เห็นแสงตะวันใต้ต้นไม้

จังโหลนเป็นจุดสุดท้ายของประเทศไทยในจังหวัดสงขลา
ที่มีการรับแจ้งว่าเป็นคนไทยหรือคนสยาม
สมัยรัชกาลที่ 5 เสียดินแดนให้อังกฤษ
ให้มารายงานตัวที่จุดนี้ว่า จะอยู่ในบังคับสยาม หรืออังกฤษ
บางคนก็มารายงานตัวไม่ทัน เพราะไม่รู้ข่าวสาร
สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์ อินเตอร์แนต หรือโทรโข่ง
ต้องอาศัยผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รู้ไปป่าวประกาศ
บางคนก็ไม่สนใจ เพราะเข้าออกเป็นเรื่องธรรมดา
หรือมีครอบครัว มีที่ดินทำกินในฝั่งมาเลย์แล้ว
ทำให้มีคนสยามตกหล่นในห้ารัฐเดิมของไทย
ประมาณการว่าไม่น้อยกว่าสองล้านคน
มีบางคนก็กล่าวหาว่า ประเทศไทยทอดทิ้งพวกเขาไว้ในมาเลย์

ตอนนี้ คนสยามในมาเลย์ มีสิทธิ์เท่าเทียมคนภูมิบุตรา
หรือคนพื้นเมือง หรือคนเผ่าต่าง ๆ ในมาเลย์
เพราะถือว่าอยู่มาก่อนแต่ดั้งเดิม
ไม่เหมือนคนจีน คนทมิฬ(อินเดีย) คนพม่า ที่เข้ามารับจ้างทำงาน
หรือมีการเกณฑ์เข้ามาทำงานปลูกยางพารา ทำไร่ชา ทำเหมืองแร่ดีบุก
ในสมัยมาเลย์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ
คนกลุ่มพวกนี้ ไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไรมากมาย
และไม่ถือว่าเป็นคนพื้นเมืองแต่อย่างใด

มาเลย์เรียกว่าคนสยามหรือคนไทยว่า
โอรัง (คน) เซียม (สยาม)

ถ้า โอรัง อุตัง (เหมือนคน) คือ ลิงประเภทหนึ่ง

คนสยามบางส่วนก็เปลี่ยนเป็นนับถือศาสนาอิสลามแล้ว
แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานมาเรียนภาษาไทยที่วัดไทยในมาเลย์
เคยพบมัคคุเทศน์ คนขับรถยนต์ ที่เป็นชาวสยาม
ก็พูดภาษาไทยได้ แต่พูดปักษ์ใต้
สำเนียงผสมระหว่างพัทลุงกับสงขลา หรือนครศรีธรรมราช
บางคำก็ไม่เคยได้ยินแล้ว

สมัยก่อนยังมีการติดต่อกันระหว่างญาติพี่น้องฝั่งไทย/มาเลย์
คนไทยแถวไทรบุรี(เกดาห์) มักจะมีญาติพี่น้องที่สงขลา ระโนด สทิงพระ
บางครั้งไปถึง พัทลุง กับ นครศรีธรรมราช
สอบถาม พนักงานปกครอง ก็ได้ความเห็นอีกแบบว่า
บางคนก็อพยพไปทำมาหากินหรือสร้างฐานะใหม่
บางคนก็หนีคดีไปที่นั่น เพราะการติดตามผู้ร้ายสมัยก่อนลำบากมาก
โดยเฉพาะแถวคาบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
มีการข้ามไปข้ามมาระหว่างระโนดกับพัทลุง
หรือสทิงพระกับพัทลุง ทางทะเลน้อยทางเรือ
หรือบางช่วงหน้าแล้งจัด ๆ ก็มีทางเดินข้ามไปได้
กับว่ายน้ำข้ามไปบางช่วงได้เ่ช่นกัน
ตอนนี้มีสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
ช่วงควนขนุนกับอำเภอระโนดแล้ว
สร้างทับแนวถนนที่ขุดถมดินขึ้นมาในช่วงหน้าแล้ง
เป็นถนนเดิมชื่อ ถนนพระสร้างประชาทำ
ตอนนี้เป็นสะพานคอนกรีตข้ามทะเลสาบสงขลา

เจ้าหน้าที่ปกครองสันนิษฐานเช่นกันว่า
ในกรณีที่มีการกดดันหรือตามจับผู้ร้ายอย่างจริงจัง
บางคนก็จะหนีเตลิดเข้ามาเลย์ไปเลย
หรือหนีจากมาเลย์เข้ามาฝั่งไทย
เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากมากทางบก
แต่ทางเรือเข้าออกได้สะดวกเหมือนซุปเปอร์ไฮว์เวย์
โดยเฉพาะจากสงขลาเข้าคลองอู่ตะเภา เข้าหาดใหญ่
เข้าทุ่งลุง คลองแงะ สะเดา เข้าไทรบุรี ได้เลย
คลองสายนี้ไหลจากทิศใต้ออกทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือ
น่าจะเป็นลำน้ำไม่กี่สายในประเทศไทย
ที่ไหลจากทิศใต้ไปออกทางทิศเหนือ

ดังนั้นคนไทยในรัฐเดิมของมาเลย์
บางส่วนหรือโดยมากน่าจะมาจาก
คนสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช
แต่เดิมเป็นเมืองเดียวกัน
ที่ข้ามกันไปข้ามกันมาทางทะเลสาบสงขลา
หรือเดินทางเลียบทะเลได้เช่นกัน
เหมือนสทิงพระ (วัดพะโคะ) ที่บางครั้งก็สังกัดพัทลุง
บางครั้งก็กลับมาสังกัด สงขลา
หรือบางครั้งก็เตลิดไปสังกัดนครศรีธรรมราช

ถ้าอยากฟังภาษาใต้ ลองไปที่ศูนย์การค้าปลอดภาษี ด่านนอก
คนสยามที่ขายของในศูนย์การค้า มักจะแหลงใต้กัน
แต่ฟังสำเนียงก็ไม่เหมือนสงขลา พัทลุง หรือ นครศรีธรรมราช
เป็นสำเนียงอีกแบบหนึ่ง แปลกหูดีเหมือนกัน
แต่ตอนนี้เวลาชาวสยามในมาเลย์คุยกัน
มักจะใช้ภาษามาเลย์ เพราะเป็นภาษาประจำวัน
หรือใช้เป็นภาษาท้องถิ่นไปแล้ว

ส่วนในฝั่งมาเลย์ เคยอ่านพบที่ด่านปาดังเบซาร์(ฝั่งมาเลย์)
กับด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จังโหลน (ในมาเลย์)
มีการเขียนภาษาไทย
ก็มักจะเป็นป้ายประกาศเตือน
เขียนด้วยลายมือบนแผ่นอลูมีเนียมขนาดใหญ่ว่า
"การมียาเสพย์ติดหรืออาวูธปืน
โทษประหารชีวิตสถานเดียว"
แต่ลายมืออ่านแล้วเหมือนเด็กประถม
หัดคัดลายมือให้อ่านได้เป็นภาษาไทย

เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนที่จะเลือนหายไปเหมือนป้ายจราจรในหลายเส้นทาง



ป้ายเตือนให้ระวังที่ฝั่งมาเลย์




Create Date : 02 ตุลาคม 2554
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2555 10:59:07 น. 4 comments
Counter : 3093 Pageviews.

 
บ้านเขาใช้ภาษาไทยเตือนบ้างไหมคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:20:23:06 น.  

 
ป้ายจราจรไม่เคยพบเห็น

แต่ป้ายเตือนการพกพาอาวุธ หรือยาเสพย์ติด

มีการเตือนเป็นภาษาไทย แต่ตัวอักษรแบบคัดลายมือ

กระโดกกระเดกแบบนักเรียนหัดคัดลายมือ

เคยเห็นที่ด่านปาดังเบซาร์(ฝั่งมาเลย์)

กับที่ด่านบูกิตอีตำ (ภูเขาสีดำ) หมายถึง ป่ารกมาก

ตรงจากจังโหลนเข้าไปในมาเลย์ ที่ตรวจสอบ/visa

ก่อนเดินทางเข้าไปในประเทศมาเลย์ครับ


โดย: ravio วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:21:26:14 น.  

 
กระโดกกระเดกแบบนักเรียนหัดคัดลายมือ

ทำให้วาดภาพถึงตัวอักษรไทยที่เคยเห็นฝรั่งเขียนค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:21:39:00 น.  

 

แหล่มเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำป้ายน่าสนใจมาฝาก
ได้ความรู้เกี่ยวกับภาษามาเลย์ด้วย
แหล่มค่ะแหล่ม


โดย: อุ้มสี วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:22:34:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.