ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
ทองสูง






วันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมงาน
บุญเดือนสิบ วัดบ่อดาลตะวันตก
ที่บ้านเกิดแฟน บ้านใหม่ ตำบลบ่อดาล
อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

มีช่วงหนึ่งตอนลูกสาวยังอยู่ชั้นอนุบาลหนึ่งหรือสอง
ไปร่วมพิธีบุญเดือนสิบที่วัดแห่งนี้
ร้องเสียงดังว่า จะไปดูเปรต จะไปดูเปรต
ชาวบ้านกับคนในวัดต่างอมยิ้ม หรือหัวเราะกันสนุก
ส่วนมากก็ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเด็กในเมือง
หมายถึงไม่ใช่เด็กที่มีบ้านเกิดที่นี่
เลยต้องพาแกเดินไปเดินเวียนรอบวัด
ให้แกหยุดร้องเรื่อง จะไปดูเปรต

เรื่องที่เล่านี้ได้ทราบจากคำบอกเล่า
จากชาวบ้านที่เก่าแก่ในเรื่องของ
ประเพณีบุญเดือนสิบ ที่อาจจะ
สะท้อนความรู้สึกลึก ๆ บางอย่าง
ที่ต่อมาได้รับการกล่อมเกลาทางศาสนาพุทธ
ให้อภัย/อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร
หรือให้เลิกแล้วต่อกันก็เป็นคนละความหมายเดียวกัน
แต่เดิมน่าจะเป็นพิธีสาปแช่งหรือรำลึกถึงญาติพี่น้อง
ทีถูกจับกุมตัวไปเป็นไพร่ เชลย หรือทาส
ไปต่างบ้านต่างเมือง โอกาสหนีรอดกลับมาคงไม่มีแล้ว




สมัยก่อน ทองสูง
จะไปจัดทำและซุ่มซ่อนอยู่ที่ป่าช้าแถว ๆ ใกล้วัด
พอได้เวลาที่มีการชิงเปรตตามประเพณี
ก็จะแห่พาทองสูง มาร่วมประเพณีด้วย
เสมือนหนึ่งว่า ผีปู่ย่าตายาย หรือ ญาติพี่น้อง
ที่ล่วงลับไปแล้วกลายสภาพเป็นเปรต
มาร่วมขอส่วนบุญด้วย
แต่ต่อ ๆ มา ก็ร้างลาหายไป
เพิ่งกลับมารื้อฟื้นใหม่ในช่วงหลังนี้

หรือมีนัยว่าเป็นพวกโจรสลัดมาลายู
หรือศัตรูจากเมืองอื่นมาจับตัวหรือมาหลอกหลอน

หรือ อาจจะว่าสภาพที่น่ากลัว
มือไม้ที่สะเปะสะปะ อาจจะทำอันตรายกับเด็กหรือผู้คนได้
เลยให้เลิกการมาร่วมขบวนชิงเปรต
เป็นการแห่แหนร่วมในพิธีกรรมเท่านั้น





ส่วนภาพนี้คือ สภาพข้างในของ ทองสูง
สมัยก่อนคนรุ่นก่อนจะแข็งแรงกว่าปัจจุบันมาก
เพราะทำไร่ไถนา และใช้แรงงานโดยตลอด
การแห่แหนทองสูงจึงทำได้ทั้งวันและสนุกสนาน
แต่คนปัจจุบัน น่าจะอ่อนแอกว่า เลยทำเพียงช่วงประมาณ
ไม่เกินกว่าสองชั่วโมงก็เลิกกิจกรรมดังกล่าวแล้ว



ภาพเป็นกึ่ง ๆ การประท้วงเล็กน้อย ทางการเมือง





ขนมที่ใช้ในพิธีกรรมเดือนสิบ
ขนมลา ในความหมายของชาวบ้านเดิม
คือ การสื่อความหมายถึงเสื้อผ้าอาภรณ์
ให้กับญาติพี่น้อง ที่ตกทุกข์ได้ยาก
เพราะถูกจับกุมไปเป็นทาส หรือ ไพร่
จากเมืองหลวง (กรุงศรี) หรือ โจรใจทมิฬ
แขกจากเมืองโจละ หรือแขกทมิฬ

สมัยก่อนเสื้อผ้าเป็นอะไรที่หายาก
และแพงมาก คนที่ถูกกวาดต้อน
จะลำบากในเรื่องการหาเสื้อผ้าใส่

แต่ต่อมาก็ได้รับการเทศนาสั่งสอนจากพระภิกษุ
ว่าเป็นอาหารของเปรตที่ปากเท่ารูเข็ม
แทนการเป็นเสื้อผ้าให้ญาติพี่น้อง
ที่ตกทุกข์ได้ยาก





ขนมเจาะหู หรือ ใกล้เคียงโดนัท ในปัจจุบัน
ความหมายเดิม คือ การรำลึกถึงความโหดร้ายในสมัยก่อน
หรือคือ โซ่ตรวน หรือ การถูกร้อยรัดที่เอ็นร้อยหวาย
ที่ได้รับการกวาดต้อนจากเมืองหลวง หรือ โจรใจทมิฬ
(โจรสลัด ในสมัยก่อนที่มีการปล้นบ้านเรือนและกวาดต้อนข้าทาส)
เพื่อนำไปเป็นข้าทาส หรือไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน

แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นอาหารสำหรับเก็บได้นาน
หรือเป็นแก้วแหวนเงินทองให้กับเปรต





ข้าวพอง หรือ ขนมคอเป็ด (ชาวบ้านแถวนี้นเรียกกัน)
จะดูเหมือนหัวเป็ดส่วนหนึ่ง
ความหมายเดิมคือ ขอให้เป็นเรือเป็นแพ
ให้ญาติพี่น้องได้ใช้เกาะเกี่ยว ข้ามน้ำ ข้ามทะเล
อย่าได้เป็นข้าทาส หรือ ไพร่ จากเมืองหลวง หรือ โจร อีกเลย

แต่ความหมายปัจจุบันคือ
การเป็นอาหารส่วนหนึ่ง เป็นเรือเป็นแพสำหรับ
ญาติพี่น้องที่เป็นเปรตจะได้กินได้แทน




ส่วนภาพนี้จะเป็นที่วัดประจำอำเภอสทิงพระ
หรือ วัดจะทิ้งพระ
สันนิษฐานว่ามาจากภาษาเขมร คือ จะทิ้ง 
แปลว่า แม่น้ำ หรือ คลอง
สทิง สทึง แปลว่า ชักลาก ดึง
อาจจะมาจากที่ตั้งต้นเรือชักพระ แห่พระ

แต่บางตำนานว่า เจ้าชายเจ้าหญิงสององค์
ถามกันว่า จะทิ้งพระหรือคือ

เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลา และเจ้าฟ้าชายทนทกุมาร
นิทานชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมามาว่า
เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลาและเจ้าฟ้าชายทนทกุมาร
เป็นพระธิดาและพระโอรสของ
พระเจ้าโกสีหราชกับพระนางมหาเทวี
ครองเมืองนครทันตะปุระ(ประเทศอินเดีย)
เมื่อเกิดศึกสงครามพระเจ้าโกสีหราชแพ้สงคราม
ถึงกับสวรรคตในสนามรบ

เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลา และเจ้าฟ้าชายทนทกุมาร
จึงได้หลบหนีและนำพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า
ออกจากเมืองทันตะปุระตามคำสั่งของ พระชนก
ลงเรืองสำเภามุ่งสู่ประเทศศรีลังกา(เกาะลังกา)
เดินทางผ่านหมู่เกาะอันดามันในมหาสมุทรอินเดีย
เข้าสู่ช่องแคบมะละกา มาออกอ่าวไทย
จุดมุ่งหมายเพื่อนำพระบรมธาตุ
ไปบรรจุพระเจดีย์ที่เมืองนครศรีธรรมราช

ตามที่อ่านพบและคนเก่าคนแก่เล่าว่า
ถ้าล่องเรือทวนน้ำตามลำคลองจากประเทศมาเลเซีย
มีโอกาสออกทางคลองอู่ตะเภา
สายจากไทรบุรีผ่านหาดใหญ่
ที่ไหลขึ้นทิศเหนือมาออกทะเลสาบสงขลา
แล้วมาที่สทิงพระได้
เส้นทางเดืนเรือนี้ สมัยก่อนเป็นเส้นทางที่
คนสยามที่ไทรบุรีเดินทางมาติดต่อ/ค้าขายกับ
ญาติพี่น้อง/คนแถว สงขลา สทิงพระ
ระโนด พัทลุง ก่อนที่จะเลิกรากันไปเพราะ
ดินแดนสยามตกเป็นของอาณานิคมอังกฤษ
เหมือนกับเส้นทางกะบี่ที่มาออกที่ฝั่งอ่าวไทยได้
ตามปูมเรือโบราณ (แต่ต้องเป็นเรือขนาดเล็ก)

ตามประวัติและตำนานพระมหาธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช
สร้างพระธาตุเจดีย์ ประมาณ พ.ศ.850
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองพาราณศรี(เมืองสทิงปุระเมืองพัทลุงเก่า)
หาดมหาราช ชายหาดตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสทิงพระปัจจุบัน
เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลาและเจ้าฟ้าชายนนทกุมาร
เสด็จขึ้นมาพักผ่อนเพื่อหาน้ำจืดดื่ม สรงน้ำ
และมาพักผ่อน ณ บริเวณวัดปัจจุบันแห่งนี้
จึงวางพระธาตุไว้ ณ ที่บริเวณวัดแห่งนี้
เมื่อพักผ่อนหายจากเหน็ดเหนื่อย
ทรงเดินทางกลับขึ้นเรือสำเภาต่อไป
เพื่อไปยังเมืองนครศรีธรรมราช
ทั้งสองพระองค์ก็หลงลืมพระธาตุไว้

ต่อมา เจ้าฟ้าชายนนทกุมาร
ระลึกขึ้นได้ก็ตกพระทัย
ถามเจ้าฟ้าหญิงเหมชาลาว่า
น้องจะทิ้งพระธาตุแล้วหรือ
คำนี้เลยกลายเป็น ชื่อสถานที่ วัด ,บ้าน, สืบมา
จนปัจจุบันว่า จะทิ้งพระ และได้มีการสร้าง
เจดีย์เป็นอนุสรณ์สถานไว้ ณ จุดลืมพระธาตุ

เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลาและเจ้าฟ้าชายทนทกุมาร
ได้กลับไปที่ชายหาดอีกครั้ง
เพื่อนำพระธาตุกลับขึ้นเรือเพื่ออัญเชิญ
พระบรมสารีริกธาตุไป บรรจุพระบรมธาตุเจดีย์
นครศรีธรรมราชประมาณ พ.ศ. 854
หรือพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช
ซึ่งได้รับเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย และทันตธาตุจากประเทศอินเดีย
ตามที่ เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลาและเจ้าฟ้าชายทนทกุมารได้
ทรงอัญเชิญมาเมื่อประมาณ พ.ศ.850
โดยได้ทรงก่อพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ไว้ที่หาดทรายแก้ว นครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ.854
ซึ่งสอดคล้องกับตำนานของนครศรีธรรมราช
แต่ชือเสียงเรียงนามแตกต่างกันบ้าง







ข้อมูลเพิ่มเติม ทองสูง
ภาพและข้อเขียนทองสูงวัดม่วงค่อม

ขอขอบคุณ https://goo.gl/fBFXHo

ทองสูง หรือ หุ่นเชิดขนาดใหญ่
ที่คนเชิดต้องไปอยู่ข้างในหุ่นเป็นหุ่นเชิดของวัดม่วงค่อม
หมู่ที่ 5 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทองสูง หรือหุ่นเชิดมีอยู่ 2 ตัวคือ
ทองสูงชาย มีชื่อว่าไอ้ท่อม ทองสูง
หญิงมีชื่อว่า ทองแจ่ม
ทองสูงทั้งสองตัวจะถูกเก็บไว้ที่วัดม่วงค่อม
เล่ากันว่าทองสูงทั้งสองตัวนี้(โดยเฉพาะส่วนหัว)
ปู่เนี่ยม นวลจันทร์ ปู่ของ
หนังแนบ นวลจันทร์ (หนังแนบ ศ.นครินทร์)
และญาติมิตรชาวม่วงค่อม เป็นคนแกะ
จากไม้ทองหลางเมื่อประมาณ 50-60 ปีก่อน

ทองสูงผู้ชาย หรือไอ้ท่อมจะแต่งแต้มด้วยสีดำให้ดูน่ากลัว
ส่วนทองแจ่มซึ่งเป็นทองสูงผู้หญิง
ก็ใช้สีที่สวยงามให้สมกับที่เป็นผู้หญิง
ทั้งนี้ทองสูงทั้งสองตัวนี้เปรียบได้กับผีเปรต
ที่อยากจะมีส่วนร่วมในงานบุญของหมู่บ้าน
เรียกได้ว่า งานบุญประจำปีของชาวม่วงค่อม
แม้ผีเปรตก็ยังขอมีส่วนร่วม
กล่าวกันว่า ไอ้ท่อมและทองแจ่ม
เป็นทองสูงที่ชาวม่วงค่อมให้ความเคารพนับถือ
จะต้องเก็บ หัวทองสูงทั้งสองไว้ในห้องที่มิดชิด
ห้ามมิให้ใครข้ามโดยเด็ดขาด
ปีหนึ่งๆไอ้ท่อมกับทองแจ่มจะมีโอกาส
ออกมากระโดดโลดเต้น ระบำรำฟ้อน
สนุกสนานกับลูกหลานได้เพียงครั้งสองครั้ง
โดยเฉพาะงานเดือนสิบ(รับเปรต-ส่งเปรต)
และงานทอดกฐินประจำปี เท่านั้น





เพิ่มเติม ภาพงานบุญเดือนสิบที่วัดจะทิ้งพระ
บริเวณที่ตั้งสิ่งของไหว้บรรพบุรุษ
และให้คนไปแย่งชิงสิ่งของ/อาหาร
เพื่อนำกลับบ้านกินกันถือว่าได้บุณย์
หรือเป็นสิ่งของมงคลในการนำกลับบ้าน
หรือเรียกกันว่า ชิงเปรต





ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เจ้าฟ้าหญิงเหมชาลา และเจ้าฟ้าชายทนทกุมาร
ซึ่งพระนามอาจจะแตกต่างกันบ้าง และรูปปั้นที่สร้างที่พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช
อาจจะแตกต่างจากที่ วัดจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา




Create Date : 22 กันยายน 2552
Last Update : 14 เมษายน 2559 11:37:07 น. 14 comments
Counter : 2133 Pageviews.

 
เพิ่งเข้าใจค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:15:17:54 น.  

 
ผมไม่ได้ไปร่วมงานเดือนสิบ ที่บ้านเกิดเป็นเวลายี่สิบปีแล้ว ตั้งแต่มาทำงานที่ส่วนกลางนี้ จำได้ว่าตอนเด็กๆ สนุกสนานมากในงานนี้ เพราะไม่ต้องไปโรงเรียน ได้รวมญาติ บ้านเมืองคึกคัก ผู้ใหญ่อารมณ์ดี อาหารอร่อย ๆ ชอบตรงที่ได้ไปแย่งเศษเหรียญที่ซุกไว้ตามถาดอาหารที่ให้เปรต อาหารกระจุกกระจาย เพราะเด็กๆ อยากได้เงินอย่างเดียว แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ว่า เด็กๆ เลยสนุกสนานกัน เสร็จพิธีจากวัดแล้ว ก็ชักชวนคนในชุมชน ไปนั่งกินข้าวกันที่แหลมสมิหรา ปูเสื่อปูสาด ผู้ใหญ่นั่งคุยกัน เด็กๆ เล่นน้ำทะเล แต่ที่วัดในตัวเมืองสงขลา ไม่เคยเห็นทองสูงน่ะ เพิ่งมารู้ ว่ามีหุ่นแบบนี้ในเทศกาลด้วย ก็เพราะคุณ ravio นี้แหละ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้สื่อให้คนทั่วๆ ไป และเด็กรุ่นใหม่ ได้รู้จักกับประเพณีที่ดีงามของบรรพชน ที่ได้ซ่อนเร้นความหมายดีๆ ให้ลูกหลานได้ระลึกถึง รากเหง้า ของตัวเอง และทำให้ลูกหลานได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อพบปะพูดคุยกันดังเก่า


โดย: จันทราอาทิตย์ วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:15:33:43 น.  

 
เดือนสิบปีนี้ ก็ยังไม่ได้กลับไปร่วมงานชิงเปรต เหมือนเดิม เพราะไม่ตรงกับวันหยุดบริษัท แต่ยังจำรสชาด ขนมลา ขนมเจาะหู ข้าวพอง อยู่ไม่หาย


โดย: จันทราอาทิตย์ วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:16:07:10 น.  

 
เอากำลังใจมาฝากก้าบ สู้ๆ


โดย: พลังชีวิต วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:21:24:02 น.  

 
เป็นประเพณีที่น่าสืบสานต่อนะคะ อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลย


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:23:24:35 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เราเป็นคนไม่พูดโกหกค่ะ ... จริงจัง

ถ้าจำเป็นก็เลี่ยงเมืองเอาค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 กันยายน 2552 เวลา:13:29:34 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรูปสวย ๆ ตุ๊ก save เก็บไว้ทุกรูปเลยค่ะ


โดย: HS1CMC (tuk-tuk@korat ) วันที่: 24 กันยายน 2552 เวลา:21:48:35 น.  

 
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:0:26:45 น.  

 
มาชวนไปฟังเวลาในขวดแก้ว time in a bottle ค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:22:19:24 น.  

 
มาชวนให้ไปอ่านเรื่อง "พลาด ??? " ตั้งไว้เป็นหน้าบล็อกอยู่ค่ะ แต่ลงไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

เวลามีเรื่องราวดี ๆ ก็คิดถึง อยากให้อ่านเรื่องสาระเรื่องแรกของเรานะเนี่ย

เกรงใจนะเนี่ยมาชานไปบ้านบ่อย ๆ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:47:47 น.  

 
It has been raining since 4 am. today here.
Non stop raining.


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:21:56:12 น.  

 
THIS IS SO TRUE!!!!

We have 3 stupid stages of life………..

Teen age:

Have Time + Energy …but No Money



Working Age:

Have Money + Energy …but No Time



Old age:

Have Time + Money …but no Energy






โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:10:04:45 น.  

 
สวัสดีค่ะ

มีความสุข รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:14:23:44 น.  

 
THIS IS SO TRUE!!!!

We have 3 stupid stages of life………..

Teen age:

Have Time + Energy …but No Money




Working Age:

Have Money + Energy …but No Time





Old age:

Have Time + Money …but no Energy






โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:15:20:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.