ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
10 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
พ่อที่แท้จริงของ Steve Jobs




Abdulfattah  John  Jandali
ชายชราอายุ 80 ปี
ผู้จัดการทั่วไป(GM) ของ Boomtown Casino
ตั้งอยู่แถบเทือกเขาแห้งแล้งด้านนอกของ Reno รัฐเนวาดา
ทำหน้าบริหารจัดการพนักงานเจ้าหน้าที่คาสิโนประมาณ 450 คน
Jandali ได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมงาน
สำหรับภาวะความเป็นผู้นำที่เยือกเย็น
และความเข้าใจจิตวิทยาการตลาด

Jandali เดินเข้ามาที่ทำงานในวันศุกร์
แต่ถูกทักให้หยุดเดินชั่วคราว
โดยพนักงานที่เดินมาขอบคุณ
Jandali ที่อนุมัติให้มีการติดตั้ง/ปรับปรุงใหม่
เครื่องโจรแขนเดียว (Slot machine) ที่ต้องหยอดเหรียญ
ขั้้นต่ำครั้งละ 5 เหรียญสหรัฐในการเล่นพนันเครื่องนี้

Jandali เดินเข้ามาและจับมือกับพวกเรา
ก่อนจะนั่งร่วมโต๊ะที่ร้านอาหารจีนของคาสิโน
ที่เน้นขายอาหารประเภทเส้นหมี่ ก้วยเตี๋ยว
เขาได้สั่งอาหารมารับประทาน
พร้อมกับปลาแซลมอนแบบพิเศษ
เหมือนที่ทำมาหลายวันก่อนหน้านี้

" ผมไม่สามารถได้รับเกียรติยศ(มีชื่อเสียง)
ร่วมกับความสำเร็จของลูก ๆ ของผมเองได้เลย "


Jandali ยังเป็นพ่อของนักเขียนนวนิยายชื่อดัง Mona Simpson
น้องสาวพ่อแม่คนเดียวกันกับ Steve Jobs
Jandali รับว่า เขาแทบไม่มีการติดต่อกับ Steve Jobs เลย
แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ร้าวลึก/บาดหมางอย่างรุนแรง
กับ Mona Simpson น้องสาวของ Steve Jobs ด้วย

เพื่อนสนิทของ Jandali บอกว่า
ความเหินห่างกับลูก ๆ ของ Jandali
เป็นที่มาของความโศกเศร้าที่ยิ่งใหญ่
ของ Jandali เนิ่นนานมาหลายปีแล้ว
ที่ต้องเก็บความลับคับอกกับเรื่องจริงที่ว่่า
ลูกทั้งสองคนเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

เรื่องดังกล่าวทั้งสองเรื่องนี้้
เป็นเรื่องลับเฉพาะส่วนตัว
Jandali ไม่ยอมบอกเล่ากับใคร ๆ เลย
แม้กับเพื่อนฝูงที่สนิท/ใกล้ที่สุด
เพราะ Jandali กลัวว่าจะถูกมองว่า
เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป หรือคนบางจำพวก
ที่ต้องการเป็นคนดังหรือเป็นที่รู้จัก
ด้วยการเกาะเกี่ยว/ใกล้ชิดกับคนดัง

สำหรับ Keith Henson ผู้จัดการทั่วไป (GM)
ของ L'Auberge Lake Charles Casino
ใน รัฐหลุยเซียนา ได้พูดถึงเรื่องนี้

" มันรู้สึกเหมือนว่าชีวิตทั้งชีวิตของเขา
ที่ต้องมีความบาดหมางกับลูกทั้งสองคน
เป็นเรื่องที่เขาเสียใจเป็นอย่างมาก
Jandali ปรารถนาว่า
ได้ทำการตัดสินใจ
ที่แตกต่างออกไปจากเรื่องในอดีต
หรืออยากให้มีผลลัพท์ที่แตกต่างไปจากเดิม "

Henson กล่าวว่า เมื่อช่วงสามปีก่อน
เขาเพิ่งจะได้ระแคะระคายและเริ่มรู้ความจริงว่า
Jandali เป็นพ่อที่แท้จริงของ Steve Jobs
ถึงแม้ว่า Henson จะได้รับการแนะนำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
จาก Jandali ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง
ในช่วงฝึกงาน/ทำงานที่ี่ Boomtown Casino มาก่อน
และ Henson ยังเป็นเพื่อนใกล้ชิดที่สุด
ที่มาร่วมงานแต่งงานครั้งที่สามของ Jandali

ทั้งนี้มาจากข่าวคราวล่าสุด
เกี่ยวกับสุขภาพของ Steve Jobs
เป็นเรื่องกระทบกับความรู้สึกสนใจของ Jandali
Jandali มักกล่าวว่า " รู้สึกไม่สบายใจ "

Jandali ตกลงที่จะให้การสัมภาษณ์
ในร้านอาหารจีนของคาสิโน
ที่เน้นขายอาหารประเภทเส้นหมี่ ก้วยเตี๋ยว
โดยเฉพาะหลังจากที่ได้พูดว่า

" ไม่คิดว่าเรื่องราวชีวิตของผมจะเป็นที่น่าสนใจ
เพียงพอที่จะสร้างข่าวฮิอฮาให้กับคนทั่วไปได้ "

ภายใต้หนังตาที่เหี่ยวย่น
และผมสีขาวด้านข้างสองด้านบนหัวโล้น
Jandali มีลักษณะทางกายภาพ
คล้ายคลึงเหมือนกับ Steve Jobs

ในที่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน
ภายในสำนักงานของ Jandali
มีภาพการประกาศเกียรติคุณ
ที่ใส่กรอบไว้อย่างเด่นชัด
เป็นรูปของ Mona Simson
Jandali กล่าวว่า
เป็นภาพที่ download จาก Internet
แล้วพิมพ์ภาพดังกล่าวนี้ขึ้นมา

ในที่ทำงานตอนวันพุธ
เขาได้รู้ข่าวการตายของ Steve Jobs
เพราะมีสายโทรศัพท์จากคนไม่รู้จัก
โทรมาแสดงความเสียใจ
เขารีบวางสายโทรศัพท์ทันที
Jandali กล่าวว่า

" มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกอกตกใจอย่างใด 
  โดยทั่วไปแล้วมันเป็นเรื่องที่รู้กันดีอยูแล้ว
  ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า "


ในช่วงปี 2005 Jandali เพิ่งจะรู้ว่า
Steve Jobs เป็นลูกชายคนหนึ่งของเขา
เขาจำไม่ได้ว่า เขาได้ยินมาอย่างไร
แต่เขากล่าวว่าพอทราบข่าวดังกล่าวคือ

" เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างที่สุด "

หลังจากนั้น Jandali
เริ่มดูวิดีโอออนไลน์เกี่ยวกับ
การพูดหลายครั้งในการเปิดตัวสินค้า
ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Steve Jobs
ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ล

Jandali ได้ส่งอีเมลเพียงไม่กี่ฉบับ
ในปีที่ผ่านมาให้กับ Steve Jobs
หลังจากที่รับรู้ถึงสุขภาพที่เลวร้ายของ Steve Jobs
Jandali กล่าวว่า

" ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ส่งอีเมลไป
  ผมคิดว่าเพราะผมรู้สึกไม่สบายใจ
  เมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับภาวการณ์สุขภาพของ Steve Jobs
  แม้ว่าเขามีชีวิตของเขาเอง
  และผมก็มีชีวิตของผมเอง
  แม้ว่าเราจะไม่ได้เคยใกล้ชิดกันเลย
  ถ้าผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา
  ผมก็ไม่รู้ว่า ผมจะพูดอะไรกับเขาได้ "


Jandali กล่าวว่า
หลังจากที่ได้ทราบข่าวการตายของ Steve Jobs แล้ว
Jandali ได้โทรศัพท์ไปหา Mona Simson
แต่เธอไม่ยอมตอบกลับหรือโทรศัพท์กลับมาหาอีกเลย
Jandali ทำได้เพียงแต่จ้องมองรูปภาพ Steve Jobs
ที่กลายเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม
ตามเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ต่าง ๆ
เกี่ยวกับชีวิตในช่วงยุค 20 และยุค 30
ที่ผ่านมาของ Steve Jobs

Jandali กล่าวว่า

" นั่นคือเรื่องเดียวที่ผมทำได้ "

เขาได้อ่านคำปราศรัยหลายครั้งในเรื่อง
สัปดาห์สุดท้ายที่ Steve Jobs
พูดที่ Stanford University ในปี 2005
ในฐานะผู้นำของแอปเปิ้ล
ได้สะท้อนถึงปัญหาชีวิตและความตาย
และเล่าเรื่องการเป็นบุตรบุญธรรมของ Steve Jobs
Steve Jobs พูดในครั้งนั้นว่า

" แม่แท้ ๆ ของผม เป็นสาววัยรุ่น
และยังไม่ได้แต่งงาน
   เธอเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัย...
   เธอมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าที่จะยกลูกของเธอ คือ ผม
   สมควรที่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคนสำเร็จการศึกษา
   อย่างน้อยระดับปริญญาตรี "


Steve Jobs เกิดในซานฟรานซิสโกในปี ค.ศ. 1955
กล่าวไว้ในการกล่าวขอบคุณ/บรรยาย
ที่มหาวิทยาลัย Standford
ในการได้รับปริญญากิติมศักดิ์ในครั้งนั้นว่า

แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วปรากฎว่า
ในที่สุดแล้ว แม่แท้ ๆ ของ Steve Jobs ตกลง
จะยกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของ Paul Jobs,
ที่ออกจากการศึกษาระดับมัธยมปลายกลางคัน
ต่อมากลายเป็นช่างเครื่องยนต์
กับแม่บุญธรรม Mrs. Clara Jobs ของ Steve Jobs
ที่ี่ไม่เคยจบการศึกษาระดับวิทยาลัยแต่อย่างใดเลย

Steve Jobs เติบโตขึ้นมาแถบท้องถิ่นใกล้ซานฟรานซิโก
แม้ว่าต่อมา Steve Jobs จะรับรู้ถึงความสัมพันธ์เกี่ยวกับ
แม่ที่แท้จริง และน้องสาวของเขา Mona Simson
น้องสาวพ่อแม่คนเดียวกันกับ Steve Jobs
แต่ใช้นามสกุลพ่อเลี้ยง Simson
หลังจากแม่ที่แท้จริงได้หย่าขาดกับ Jandali
แล้วแต่งงานใหม่กับคนนามสกุล Simson
แต่เรื่องนี้ Steve Jobs ไม่เคยพูดเปิดเผย
เรื่องเกี่ยวกับพ่อ Jandali ต่อสาธารณชนแต่อย่างใดเลย
หรือรวมทั้งการพูดเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับ Jandali

หมายเหตุ Steve Jobs พูดไว้ในหนังสือ Steve Jobs ว่า

" ขอบคุณ รังไข่และน้ำเชื้อ ที่ทำให้ผมได้เกิดมา "

ต่อมาภายหลังจากที่ Steve Jobs
ได้ให้อภัยกับแม่ที่ต้องลำบากมากในช่วงวัยรุ่น
ในการที่มีท้องก่อนแต่งงานในช่วงกำลังเรียน
กับต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพกับเลี้ยงน้องสาว
อย่างลำบากยากเย็นหลังจากหย่าขาดกับ Jandali
ก่อนที่จะแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนนามสกุล Simpson

คนที่รู้จักใกล้ชิดกับ Jandali มักพูดว่า
Jandali ได้ถ่ายทอดพันธุกรรม
ด้านความรู้ความสามารถ
ทางสติปัญญาและสัญชาติญาณ
ในการเข้าใจของความต้องการผู้บริโภค
ใกล้เคียงหรือเหมือนกับลูกชายของเขา
แม้ว่าจะอยู่ในบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน

แม้จะไม่เหมือนกับ Steve Jobs ทีเดียว
ที่มักจะชอบเล่นบทเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง
สำหรับการสร้างเสียงโห่ร้อง
และเป็นชื่นชมจากฝูงชน
ในเรื่องเกี่ยวกับการออกตัวสินค้าใหม่ ๆ

แต่ Jandali ชอบที่จะอยู่เบื้องหลัง
และในขณะที่คนอื่นมักจะพูดถึง
" Jandali มีอิทธิพลอย่างสูงกับคนรอบ ๆ ตัว "
Anthony Sanfilippo ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ
Pinnacle Entertainment Inc.,
ผู้เป็นเจ้าของ Boomtown Casino พูดถึง Jandali

Sanfilippo คือผู้สนับสนุนให้ Jandali
เป็นผู้จัดการทั่วไป GM ของคาสิโน
ผลจากการเป็นประเมินผลงานว่า
อยู่ในระดับหัวกะทิของหัวหน้างาน
ของหัวหน้างานในระดับเดียวกันในรอบปีที่ผ่านมา
ในด้านจิตวิทยาการด้านการให้บริการ

" Jandali มักจะทำตรงข้ามของนักแสดงอื่น ๆ
เพราะเขามักจะให้แสงสี (โอกาส) กับคนอื่น ๆ บนเวที
เขาเข้าใจในสิ่งที่ผู้เข้าพัก(ลูกค้า) ต้องการ
และสิ่งที่ลูกค้าเต็มใจและยินดีที่จะจ่าย "

ภาพแผนที่ทางอากาศ Boomtown Casino


Jandali กล่าวว่า
เขาไม่เคยเข้าใจเทคโนโลยีมากนัก
แต่เขาได้พิจารณากับตัวเองแล้ว
และยอมรับว่า ควรเริ่มเรียนรู้เสียแต่เนิ่น ๆ เลย
คอมพิวเตอร์ตัวแรกและตัวอื่น ๆ ของเขา
เป็นผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล
มีทั้ง laptop และ Desktop ที่บ้าน
และยังซื้อ iPhone ทุกรุ่นทันที
เมื่อมีการวางขายในท้องตลาด
พร้อมกับมีใช้งาน iPad
ทั้งยังเป็นสมาชิก Twitter และ Facebook ด้วย
Jandali กล่าวว่า

" คุณต้องใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีมาให้คุณ "
  มันเป็นเรื่องโง่ที่จะไม่ใช้มัน "


Jandali เล่าให้ฟังว่า
เขาเกิดและเติบโตในเมือง Homs
เมืองใหญ่อันดับสามของซีเรีย,
ครอบครัวของเขามีชื่อเสียงและฐานะร่ำรวย
เป็นเจ้าของชุมชนและที่ดินจำนวนมากมายที่อยู่นอกเมือง
ซึ่งบรรดาคนงานเก็บเกี่ยวข้าวสาลีและฝ้าย
เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับครอบครัวของเขา

พ่อของเขาสนับสนุนการศึกษา
เพื่อบุตรชายทั้งสามคน
Jandali เป็นน้องคนสุดท้อง
Jandali วางแผนที่จะเป็นนักการทูตในประเทศซีเรีย

ในปี 1952 เขามาถึงสหรัฐ
และได้เข้าเรียนต่อในปีต่อมา
ได้รับปริญญาเอกในสาขารัฐศาสตร์
ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
โดยเน้นการศึกษาในเรื่อง
วิธีการที่ประเทศในเอเชียตะวันออกกลาง
สามารถหลุดพ้นจากลัทธิล่าอาณานิคม

ในปี 1956 เขาได้รับปริญญาเอก
โดยมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ได้บันทึกไว้ว่า Jandali ทำดุษฏีนิพนธ์เรื่อง
"ความพยายามขององค์การสหประชาชาติ
ที่จะกำหนดมาตรฐานสำหรับเอกราชของชาติอาณานิคม."

ในขณะที่ Jandali ยังเป็นนักศึกษาที่
วิิทยาเขตแมดิสัน มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ได้ตกหลุมรักกับ Joanne Schieble,
นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่จบการศึกษาเกี่ยวกับ
การรักษา/บำบัดวิธีการพูด จาก Green Bay

ในปี 1954 Jandali กล่าวว่า
Schieble หรือที่รู้จักกันในตอนนี้คือ Joanne Simpson
ได้ตั้งครรภ์ขึ้นมาโดยยังไม่ได้มีการสมรสกับ Jandali
แต่ว่าพ่อของเธอไม่ชอบความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง

Simpson ได้ย้ายไปอยู่ที่ซานฟรานซิสโก
ช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน
เพี่อเตรียมการยกบุตรให้คนอื่น
ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์
ในที่สุดเธอมอบลูกชายของคนทั้งสอง
ให้เป็นบุตรบุญธรรมของ Paul Jobs

(สหรัฐอเมริกาจะมีหน่วยงานกลางของภาครัฐและเอกชน
ในการดูแลแม่เด็กที่ยังไม่พร้อมในการมีลูก
สามารถขึ้นทะเบียนยกลูกที่ยังไม่คลอดให้กับพ่อแม่บุญธรรมได้
โดยพ่อแม่บุญธรรมต้องขึ้นทะเบียนขอรับเด็กไปเลี้ยงดู
หน่วยงานจะจับคู่มาชนกัน ด้วยความยินยอมของแม่เด็ก
โดยจะปกปิดเป็นความลับระหว่างกัน
เป็นการลดปัญหาสังคม/ชีวิต/การทำแท้งเด็ก
ในภาวะที่ยังไม่พร้อมกับการเป็นแม่เด็กได้

เมืองไทยในสมัยก่อนที่มีชื่อเสียงมากคือ
คุณแม่หมอ คุณหญิง พญ.ดร.เพียร เวชบูล
ที่พยายามปกป้องการทำแท้งเด็กของแม่
ด้วยการรอให้แม่เด็กคลอดลูกให้เรียบร้อยก่อน
พยายามให้แม่เด็กซึ่งในสมัยนั้นมักจะเป็น
นักเรียน นิสิต นักศึกษา หญิงบริการ
พาลูกที่คลอดแล้วกลับไปเลี้ยงดูต่อ
แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ หรือไม่ต้องการแล้ว
จะหาพ่อแม่บุญธรรมให้กับเด็กนั้นต่อไป
เป็นการทำหน้าที่มากกว่าระบบราชการ)

เมื่อ Simpson กลับมายังเมดิสันอีกครั้ง
ไม่ช้าไม่นานพ่อของเธอก็เสียชีวิตลง
ทำให้ Simpson กับ Jandali ได้แต่งงานกัน
หลังจากที่ Jandali จบการศึกษาในปี 1956
พวกเขาทั้งคู่ได้ย้ายกลับไปอยู่ที่ซีเรีย

และแล้วในช่วงนั้น รัฐบาลซีเรีย
อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงและถ่ายโอนอำนาจ
ทำให้กระทบกับแผนการของ Jandali
ที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักการทูต
แต่ในที่สุด Jandali กล่าวว่า
เขาได้บริหารจัดการโรงกลั่นน้ำมัน
แต่ Simpson ไม่มีความสุขเลยในการอยู่ที่ซีเรีย
ขอย้ายกลับไปอยู่ที่ Green Bay
และเธอได้กำเนิดลูกสาวคนที่สอง, Mona

Jandali กล่าวว่า
ต่อมาเขาได้กลับมาที่สหรัฐอเมริกา
และเริ่มสอนวิชารัฐศาสตร์ที่ี่
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน วิทยาเขตแมดิสัน
และต่อมาที่มหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ
แต่เขาไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่บทความใด ๆ
ในหนังสือพิมพ์ภาษาอาหรับ

John Coleman, คณบดีคณะรัฐศาสตร์
ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน กล่าวว่า
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับ Jandali
ว่าได้รับการว่าจ้างเป็นอาจารย์
แต่เขาอาจจะเป็นอาจารย์ช่วยสอน
ในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เป็นไปได้,

เพียงไม่กี่ปีต่อมา
ทั้ง Jandali และ Simpson หย่าขาดกัน
หลังจากนั้นไม่นาน Simpson แต่งงานใหม่
Jandali แทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตกับ
Mona Simpson น้องสาว Steve Jobs เลยในวัยเยาว์
มันเป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภริยาทั้งคู่
Jandali ถูกคนใกล้ชิดกับครอบครัว Simpson
ที่ขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า

" Jandali ละทิ้งครอบครัว และ
ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมทำอย่างนั้น "

Steve Jobs เติบโตและเริ่มมีฐานะดีแล้ว
เขาได้พบและติดต่อกับ Joanne Simpson
แม่แท้ ๆ ของ Steve Jobs
และสานสัมพันธ์ที่ดีกับเธอ
เช่นเดียวกับ Mona น้องสาวของเขา
แต่สำหรับ Joanne Simspon
ไม่เคยแสดงความคิดเห็นใดใด
เกี่ยวกับ Jandali แต่ประการใดเลย

ในปี 1993 Mona Simpson
เขียนนวนิยาย  พ่อที่หายไป 
เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอกที่ค้นหาพ่อ
ที่เธอไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าค่าตา

Jandali ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
และรับรู้ว่าบทบาทของพ่อในเรื่องนั้น
คือ ตัวเขาเองที่เป็นพ่อที่หายไป

" เนื้อเรื่องและสาระที่ได้อ่าน
มันเป็นวิธีการระบายความในใจของเธอ
และก็ใช่เลย "

Jandali กล่าวว่า

" เธอมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการเขียนแบบนั้น
   เพราะมันควรค่ากับการชดใช้กรรม
   สำหรับการไม่ได้อยู่ร่วมกับเด็ก ๆ
   เมื่อคุณเป็นพ่อคน ขณะที่พวกเขายังเป็นเด็ก
   ถึงแม้ว่า ผมจะไม่เคยพบเธอ
   แต่ผมก็รักเธออย่างสุดซึ้ง "


ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
เป็นมหาวิทยาลัยที่ Jandali ได้รับปริญญาเอก
Jandali ได้ร่วมงานกับหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ .
ในช่วงปี 1968 Jandali กล่าวว่า
ได้สอนในภาควิชารัฐศาสตร์ เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ
ที่ University of Nevada, Reno
และหยุดการสอนในปี 1970
ตามที่มหาวิทยาลัยได้บันทึกประวัติการสอนไว้
เพราะการที่เขาได้เป็นเจ้าของร้านอาหารใน Reno
ที่บางครั้งจะเป็นที่ Jandali จะพบปะสังสรรค์กับคณาจารย์
Joe Crowley เพื่อนร่วมงานในอดีตของ Jandali ได้รำลึกถึงเรื่องนี้
ต่อมาได้เป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

Jandali ได้แต่งงานใหม่กับผู้หญิง
ที่ทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีลูกที่โตแล้ว
Jandali กล่าวว่า
เขาได้ซื้อร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่งที่ล้มละลายใน Reno
และต่อมาได้ขายต่อให้คนอื่น
เพราะทำกำไรอย่างงามให้กับเขา
ก่อนที่จะมาร่วมงานกับคาสิโนที่สำคัญในลาสเวกัส
ในการบริหารและจัดการร้านอาหารในปี 1999
ในฐานะหัวหน้าห้องอาหารและเครื่องดื่ม
ของ Boomtown Casino

ในปี 2006 เขาหย่าอีกครั้ง
Jandali ได้แต่งงานใหม่
และตอนนี้อาศัยอยู่ใน Cul-de-Sac
ในเขตรั้วรอบขอบชิดของชุมชนชานเมือง Reno
เขายังอ่านหนังสือเป็นประจำและสม่ำเสมอ
เขามักจะอ่านหนังสือกับข่าวสารต่าง ๆ บน iPad
เขาและเพื่อนคนอื่น ๆ
มักจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องหนังสือเสมอ
ทั้งเขายังได้สรุปสาระสำคัญนวนิยาย
และหนังสือสารคดีไว้จำนวนมาก
โดยเขาหวังว่าจะเขียนหนังสือสักเรื่องหนึ่ง
ให้เสร็จสิ้นหลังจากเกษียณการทำงาน

แต่สำหรับในวันศุกร์นี้
Jandali ต้องให้ความสนใจมากขึ้น
กับกิจกรรมสำคัญของคาสิโนในวันรุ่งขึ้น(วันเสาร์)
คือ " หมุนวงล้อเสี่ยงโชครับรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ "
เป็นการประชาสัมพันธ์งานครั้งสำคัญของคาสิโน
ที่ผู้เล่นมีโอกาสที่จะชนะได้รับรางวัลถึง
400,000 เหรียญสหรัฐ
(ประมาณ 12,000,000.-บาท
อัตราแลกเปลี่ยน 30.-บาท/เหรียญ US.)
ด้วยการหมุนหรือปั่นวงล้อขนาดยักษ์

หลังเสร็จสิ้นอาหารกลางวัน
เขาเดินออกจากร้านอาหารจีน
เดินผ่านโต๊ะพนันต่าง ๆ ที่ตกแต่งด้วย
รูปภาพคาวบอย ที่คาดปืน ในท่าทางต่าง ๆ
และเดินผ่านนักเล่นการพนัน
ที่กำลังเล่นโป๊กเกอร์กับเครื่องเล่นเกมส์

ขณะที่ Jandali จะเดินหายเข้าไปในที่ทำงาน
ได้โบกมือลาพร้อมกับ iPhone ในมือ
พร้อมกับได้กล่าวอย่างเศร้าสร้อยว่า

" พวกเขาผลิตสิ่งที่ดีที่สุด "

" Steve Jobs คือ อัจฉริยะ "

เรียบเรียงจาก

Steve Jobs Biological Father: Abdulfattah Jandali


//gradly.net/2011/10/10/steve-jobs-biological-father-abdulfattah-jandali/

ข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนจาก Steve Jobs สนพ.เนชั่นส์บุคส์







ชีวิตและประวัติผลงานของ คุณแม่หมอ คุณหญิง พญ.ดร.เพียร เวชบุล

//www.pierra-vejjabul.com/pierra/pierra03.php?ID=3




Create Date : 10 มิถุนายน 2555
Last Update : 16 มกราคม 2556 12:13:24 น. 9 comments
Counter : 1336 Pageviews.

 
อื่ม..เป็นซีรี่ส์ของคนดังระดับโลกที่น่าสนใจทีเดียวนะคะเนี๊ยะ ขอบคุณที่หามาให้อ่านกันค่ะ

นอนดึกจังเลย...เจอหมีแพนด้าร์ในกระจกหรือเปล่าเอ่ย คริๆ


โดย: คมไผ่ วันที่: 10 มิถุนายน 2555 เวลา:8:51:40 น.  

 
คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ค่ะ


เพลงที่นำมาฝาก ได้เติมเต็มเรื่องในบล็อก

ขอบคุณค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 มิถุนายน 2555 เวลา:10:50:44 น.  

 
เว็บไซต์ดีๆที่จะช่วยให้คุณรวยโดยไม่ต้องทำเอง!!!
อยากสร้างเว็บไซต์ อยากมีร้านค้าออนไลน์ วางใจใช้บริการ //www.MAKEWEB20.com
เว็บไซต์สำเร็จรูปที่สะดวก สบาย ไม่ต้องทำเอง
พร้อมด้วยทีมงานที่คอยบริการคุณตลอด 24ชั่วโมง!!

ติดต่อ
086-3102169
คุณฉัตรชัย นุชวงษ์ (จิม)
คุณศรัณย์พร วชิรนาวีกุล (จั่น)
sale@makeweb20.com




www.MAKEWEB20.com
เว็บไซต์สำเร็จรูปที่เราบริการทำให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ
ด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมจะให้คำแนะนำการทำเว็บไซต์ ตลอดจนช่วยแก้ปัญหา หรือแม้แต่ทำเว็บไซต์ให้คุณทั้งหมด
เราพร้อมบริการตลอด 24ชั่วโมง
สนใจสอบถามได้ที่ 086-3102169


โดย: makeweb20 IP: 203.156.92.212 วันที่: 10 มิถุนายน 2555 เวลา:17:39:36 น.  

 
เป็นซีรี่ที่หน้าสนใจจังเลยนะค่ะ
แวะมาราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:0:31:59 น.  

 
แม้ Steve Jobs และน้องสาวจะไม่ได้ใกล้ชิดผูกพันกับผู้เป็นพ่อ แต่ความสามารถบา่งอย่างในตัวผู้เป็นพ่อ คงถ่ายทอดถึงลูกๆได้จริงๆนะคะ

ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณผู้ให้ักำเนิดอัจฉริยะอีกคนนึงของโลกน่ะค่ะ

ขอบคุณคุณ ravio ที่เรียบเรียงเรื่องราวมาให้อ่านกันนะคะ





โดย: Sweet_pills วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:13:44:29 น.  

 
เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นและเลือกที่จะทำได้
สุดยอดเลยนะค่ะ
ขอบคุณ ที่เรียบเรียงเรื่องราวมาให้อ่านนะค่ะ
ปล.เข้ามากี่ครั้งก็ยังต้องอ่านอยู่ดี
แวะมาสวัสดียามเช้าค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 12 มิถุนายน 2555 เวลา:8:11:09 น.  

 
แวะมาเสิร์ฟขนมดังโกะให้ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 13 มิถุนายน 2555 เวลา:20:11:16 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
???????????????????


โดย: หนูซายูริ วันที่: 14 มิถุนายน 2555 เวลา:8:21:20 น.  

 
เสิร์ฟ Pistachios Loaf ให้คุณ ravio ค่ะ
มีความสุขตลอดวันนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 15 มิถุนายน 2555 เวลา:9:12:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.