ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
27 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
ตะเครียะ

ตะเครียะ เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
เดิมเป็นดินแดนกันดารมาก ไกลผู้ไกลคน
หรือภาษาชาวบ้านเรียกกันว่าไกลปืนเที่ยง
พื้นที่แถบนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ
มีดินดอนที่พอจะทำนาได้ค่อนข้างน้อย
ดินที่มีอยู่ก็ปลูกข้าวได้น้อยเพราะน้ำกร่อย
เคยขับรถยนต์ผ่านหลายปีก่อน
สองข้างทางจะมีการขายปลาช่อนปลาดุกตากแห้งกันมาก
ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะยากจน

อาชีพหลักคือ การทำนาที่ได้ข้าวน้อย และประมงน้ำจืด
เส้นทางติดต่อกับสงขลาสมัยก่อนที่สะดวกที่สุดคือ เดิน
หรือพายเรือจากภายในทะเลน้อยมาออกที่เกาะยอ สงขลา
หลวงพ่อปัญญาเคยเขียน/เล่าไว้สมัยท่านมาจำพรรษาที่สงขลา
แต่ถ้าเดินจะเร็วกว่านั่้งเรือมาก
แต่ใช้เวลาประมาณสองวันจากสงขลาถึงระโนด
เพราะสมัยนั้นเรือเครื่องยนต์ยังไม่มี
ต้องใช้พายกับมือแต่อย่างเดียว และโอกาสหลงทางหรือ
ติดค้างกับกอหญ้าหรือเกยตื้นมีมาก

ตะเครียะ สมัยก่อนจะมีชื่อเสียงมากในเรื่องเหล้าป่า
หรือ เหล้าไม่เสียภาษีสรรพสามิต
จนมีฉายาหรือยอมรับกันในหมู่่นักเลงสุราว่า
แรงเหมือนเหล้าเครียะ ดีเหมือนเหล้าเครียะ
เพราะคนทำเหล้าขาวที่นี่จะใจถึงคือ
ใช้น้ำหัวเหล้าแรกไม่เกินสองหัวในการขาย

อุปกรณ์การทำเหล้าเถื่อนที่เห็น
จะเหมือนกับการกลั่นน้ำกลั่นทั่วไป
แต่ของชาวบ้านทำจะเป็นลักษณะง่าย ๆ กว่า
คือ ต้มหวาก(น้ำตาลเมา) ให้มีความร้อนระดับหนึ่ง
ให้ไอน้ำวิ่งขึ้นชนบนถังข้างบนที่หล่อน้ำเย็นไว้
ไอน้ำจะค่อย ๆ หยดลงมาตามท่อ

น้ำเหล้าหัวแรก ๆ จะมีสีค่อนข้างใส
หรือเรียกกันว่า ใสเหมือนตาตั๊กแตน
และรสชาติรุนแรงมากคือ
ประมาณแปดสิบถึงเก้าสิบดีกรี
เรียกว่า แรงถึงใจ กินแล้วร้อนวูบวาบ

พอกลั่นไปเรื่อย ๆ ตามอุณหถูมิ
ความร้อนและไอน้ำกระทบความเย็นข้างบน
ดีกรีเหล้าก็จะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ
สมัยก่อนคนกลั่นเหล้าเก่ง ๆ จะใช้กะกับสายตาเอา
หรือใช้ประสบการณ์ที่เรียนรู้กันมายาวนาน

สรรพสามิตท่านหนึงเคยเขียนเล่าไว้ในต่วยตูนว่า
สมัยก่อนชาวบ้านแถวนี้จะขึ้นชื่อมากเรื่องกลั่นเหล้า
ตามจับกันไม่ค่อยได้ด้วย
เพราะกันดารมาก เรียกว่าเดินกันเป็นวัน ๆ
กว่าจะไปถึงที่กลั่นเหล้าก็หลักฐานหายหมดแล้ว
เพราะคนทำผิดกฎหมายมักจะหูตาไว
บางรายก็ไม่มีหลักฐานจับไม่ได้คั้นไม่ตาย
ก็ต้องปล่อย ๆ กันไป หรือใช้อาญาเืถื่อนให้รับสารภาพ

มีอยู่รายหนึ่งพายเรือขายเหล้า
ตามจับตัวมาได้แต่ไม่มีหลักฐาน
กล่อมกันอยู่นานกว่าจะยอมรับสารภาพว่า
เอาเหล้าใส่ไหทิ้งลงเก็บไว้ในน้ำ
ต้องงมขึ้นมาจึงจะมีหลักฐาน
นำไปดำเนินคดีได้





ตะเครียะ สมัยก่อนเป็นอะไรที่เรียกกันว่า
บ้านนอกมาก ๆ หรือภาษาวัยรุ่นคือ ซกราว
ข่าวสารบ้านเมืองหรือเรื่องความเจริญ
ที่เกิดขึ้นมักจะไม่รู้เรื่องรู้ราว
รอฟังได้แต่นายหนังตะลุง นายโนราห์
หรือพ่อค้าแม่ขาย หรือคนที่เดินทางออกนอกตะเครียะ
กลับมาเล่าสู่กันฟัง จริงบ้างเท็จบ้างตามประสา

ทำให้สมัยก่อนคนที่มาจากตำบลนี้
มักจะบอกแต่ว่ามาจากระโนด (เพราะเจริญกว่า)
ต่อ ๆ มาบ้านเมืองเจริญขึ้นมักจะพูดว่ามาจาก ตะ เคีย รี ยะ
หรือแบบสมัยก่อน สะ มะ พล (สมพล)
หรือบางคนหลอกคนญีุ่ปุ่นว่าจบจาก
บา งะ บัว อะ อะ เค เด มี อิก (ฺBangBua Academic)

เรื่องนี้ ศาตราจารย์ สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์
คนดั้งเดิมจากตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด
เป็นศาสตราจารย์ที่จบปริญญาตรี ด้านคณิตศาสตร์
จากวิทยาลัยครูสมัยก่อน
แต่หันมาสนใจเรียนรู้ภาษาไทย
เพราะต้องเข้าสอนในรายวิชานี้

จนกระทั่งหันมาสนใจศึกษา
ค้นคว้าศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้
ได้รวบรวมสร้างสารานุกรมท้องถิ่นของภาคใต้
และสร้างสถาบันทักษิณคดีศึกษา ที่เกาะยอ จังหวัดสงขลา
เคยเล่าให้ฟังและบรรยายไว้
คนรุ่นก่อนจึงมักจะให้ลูกหลานได้รับการศึกษา
เพื่อให้พ้นจากฐานะความยากจน
หรือได้รับราชการจะได้มาช่วยเหลือทางบ้านได้

ทำให้ความนิยมสมัยก่อนมักจะให้ลูกเรียน
พลตำรวจ นายสิบ เตรียมทหาร
เพราะมีรายได้ช่วงเรียนและไม่เป็นภาระทางบ้าน
ส่วนบางบ้านก็กัดฟันส่งลูกหลานเรียนจนได้ดิบได้ดีหลายคน
เช่น ครอบครัวสุวรรณคีรี (ภิญโญ อำนวย ไตรรงค์) ศรียาพันธุ์
ที่มีบ้านเกิดอยู่ที่จะทิ้งพระ เป็นต้น

ภาพการต้มเหล้าเถื่อนของชาวลาว
ใกล้เคียงกับของชาวบ้านสมัยก่อน






คำว่า ตะเครียะ มีความหมายอย่างไร
เรื่องนี้ได้สอบถาม แปฏง บุญเรือน คชมาย์
ปราชญ์ท้องถิ่นที่ชำนาญภาษาเขมร
และเคยสอนภาษาไทยใ้ห้กับเขมรอพยพ สมัยเขมรแดง
และสอนภาษาเขมรไทยที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ

//www.oknation.net/blog/pateng

ตะเครียะ ท่านสันนิษฐานแปลว่า เย็น ในภาษาเขมร
สภาพดั้งเดิมน่าจะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ
เต็มไปด้วยพืชประเภทกก เตย หรือหญ้าที่ขึ้นในน้ำกร่อย

สันนิษฐานร่วมกันว่า น่าจะมาจากภาษาเขมรเดิม
กล่าวคือ ดินแดนเดิมของภาคใต้
สมัยก่อนจะนับถือศาสนาภูติผีปิศาจ ฮินดู ก่อนศาสนาพุทธ
เพราะแขกอินเดียรุ่นแรก
ที่หนีการกดขี่จากพวกอารยัน
สามารถหล่อสัมฤทธิ์หรือทองเหลืองอพยพเข้ามาก่อน
เข้ามาครอบครองทำกินดินแดนแถบนี้
ซึ่งมีพวกเซมัง ซาไก หรือคนพื้นเมือง
ที่สู้รบไม่ได้อยุ่แล้ว เพราะอาวุธไม่มีประสิทธิภาพ

ต่อมาพวกอารยันตามไล่ล่ามาอีก
สามารถรบชนะคนดั้งเดิมได้
เพราะหล่อดาบจากเหล็ก
ที่เหนียวแน่นและคมกว่า
คนชุดนี้ก็หนีไปอยู่ที่เขมรในปัจจุบัน
ทางเรือคือ ซุปเปอร์ไฮเวย์ ในอดีต
ก่อนจะถูกกลืนชาติหายไปในที่สุด
จากการติดตามของพวกอารยันชุดหลัง
เคยจำได้ว่ามีคนมักพูดกันว่า
ขอม ผิวดำ ตัวสูงใหญ่ (น่าจะพวกแขกอินเดียรุ่นแรก)
เขมร ผิวคล้ำ ตัวเล็ก (น่าจะพวกคนพื้นเมืองดั้งเดิม)

ทางเรือสมัยก่อนมีปูมเรือโบราณ หรือเล่ากันว่า
เข้ามาทางอ่าวไทยได้สองทางคือ
ทางกระบี่ ตัดเข้าทาง สุราษฎร์ธานี
ตามแม่น้ำลำคลองที่เชื่อมถึงกัน
อีกเส้นสายใต้จากสตูลล่องตามแมน้ำ
เข้ามาต่อเชื่อมกับอู่ตะเภาออกทะเลสงขลาได้
หรือจากไทรบุรี(อันดามัน)เข้ามาทางคลองอู่ตะเภา

สมัยรัชกาลที่สามมีพงศาวดารบันทึกว่า
มีการยกทัพเรือไปบุกไทรบุรี
โดยล่องทวนน้ำจากทะเลสาบสงขลา
แถวคูเต่า (ตำบลเดียวของอำเภอหาดใหญ่ที่ติดทะเล)
ด้านหลังเกาะยอ จังหวัดสงขลา
ทวนน้ำคลองอู่ตะเภา ที่ไหลจากทิศใต้ขึ้นทิศเหนือ
ได้พักเรือรบที่บ้านหาดใหญ่
ก่อนจะมีนิยามที่มาของคำว่า หาดใหญ่ แบบปัจจุบัน
กับมีการเกณฑ์สร้างเรือแถวคลองแงะ ทุ่งลุง
ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่า ๆ

ดังนั้นร่องร่อยดั้งเดิมของภาษาเขมร
ที่น่าจะมาจากอินเดียดั้งเดิมทิ้งไว้คือ
จะทิ้ง (คลอง) จมึก (การดื่มน้ำ)
พัง ตระพัง (บ่อน้ำ เก็บกักน้ำ)
ท่าแซะ (อานม้า) กะเปอร์ (จรเข้)
ละงู (ละงัว) งาดำ ชะแล้ ตะไคร่น้ำ
ชะแม พืชแตงกวาเล็ก ๆ ขึ้นตามธรรมชาติ (ตำลึง) ลูกสีแดง ให้นกกิน
กะเดา หรืออาจเป็นสะเดา แปลว่า ร้อน

หรือ สงขลา น่าจะมาจาก สิงขร
เพราะก่อนเข้าสงขลาจะมีเกาะสองเกาะ
จินตนาการเหมือนมีสิงห์หมอบอยู่สองตัว

เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ ก่อนที่จะเลือนหายไป
เหมือนกับคำโบราณบางคำที่ไม่รู้ที่มาที่ไป





รูปปั้นนางเงือกนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2509
ตามดำริของ นายชาญ กาญจนาคพันธุ์
บุตรชายของ ขุนวิจิตรมาตรา กับ นางวิเชียร อภิวัฒน์
อดีตปลัดจังหวัดสงขลา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองสงขลาด้วย
ในสมัยก่อนสามารถควบสองตำแหน่งได้ เช่น
ผู้ว่าราชการจังหวัด ควบตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นายอำเภอ ควบตำแหน่งนายกเทศบาล หรือ ประธานกรรมการสุขาภิบาลได้
ตำแหน่งสุดท้ายของท่านคือ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

โดยท่านให้อาจารย์จิตร บัวบุศย์
อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง
เป็นผู้ปั้นหล่อจากบรอนซ์รมดำ
โดยใช้งบประมาณของเทศบาล 60,000 บาท
ตั้งชื่อว่า เงือกทอง (Golden Mermaid)
เป็นสัญลักษณ์ของแหลมสมิหลามาจนทุกวันนี้

นางเงือก เป็นนางในวรรณคดีไทย
เรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่
เอกกวีสมัยรัชกาลที่ 2 (พ.ศ.2352-2367)

ตามคำบอกเล่าของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์)
มีนิทานปรัมปราไทยเรื่องหนึ่งมีว่า
ในคืนท้องฟ้างาม ณ ชายหาดสวยแห่งหนึ่ง
จะมีนางเงือกขึ้นจากทะเลมานั่งหวีผมอยู่
คืนหนึ่งมีชายหนุ่มชาวประมงไปพบเข้า
นางเงือกตกในหนีลงน้ำไป ทิ้งหวีทองคำไว้
ชาวประมงผู้นั้นเฝ้าแต่รอคอย
แต่นางเงือกก็ไม่ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย

มีข้อสังเกตที่นมนางเงือกจะเหลืองเป็นมัน
เพราะรอยมือรอยนิ้วของคนชอบไปจับไปลูบไปคลำ
ภาพเกาะหนู เกาะแมว ถ่ายร่วมกับนางเงือกของสงขลา

เกาะหนูจะอยู่ด้านขวามือ ส่วนเกาะแมวจะอยู่ด้านซ้ายมือ





ภาพนางเงือกเดนมาร์ก




ภาพนางเงือกไทย




Create Date : 27 พฤษภาคม 2555
Last Update : 6 กันยายน 2555 22:42:27 น. 32 comments
Counter : 3511 Pageviews.

 
เจิมนะคะคุณ ravio

ขอบคุณสำหรับกุหลาบชมพูสวยค่ะ

ต๋าสงสัยคำว่า อาชีพหลักคือทำนาที่ได้ข้าวน้อยน่ะค่ะ ว่าเป็นยังไง แล้วทำไมไม่ทำแบบได้ข้าวเยอะๆ (อันนี้สงสัยจริงค่ะ)

เคยสงสัยคำว่า "ซกราว" ค่ะ ได้ยินในเดี่ยวของคุณโน๊ต อุดม
ตอนหลังถึงทราบความหมาย

พักผ่อนอย่างมีความสุขในวันนี้ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:9:15:18 น.  

 
ปราชญ์ชาวบ้านลุงลัพย์ หนูประดิษฐ์
เล่าให้ฟังว่า การทำนาเป็นเรื่องลำบากมาก
ทั้งเรื่องหนู แมลง วัว ควาย ที่มากัิดกินข้าว
พันธุกรรมของเมล็ดข้าว
การรับช่วงแสงของข้าว (ระยะเวลา 4-6 เดือน)
แสงน้อยไปข้าวก็ไม่ออกรวง
(เช่น ครึ้มฟ้าครึ้มฝน)
แสงมากไปก็เหี่ยวแห้งตาย
(เช่น ร้อนหรือมีแสงแดดมาก)
พายุ ลมหมุน ในนาข้าว

น้ำมากไปข้าวก็จมน้ำไม่รอด
เว้นแต่บางพันธุื์ที่ถึบตัวสูงพ้นน้ำได้
แต่ก็เก็บเกี่ยวลำบาก ต้องใช้เรือเก็บเกี่ยว
รวงข้าวก็น้อยลงไปอีก
เพราะธาตุอาหารต้องไปเลี้ยงลำต้นข้าว
ปุ่ยในนาข้าวถ้ามีน้อย
ยิ่งเป็นน้ำกร่อย
ยิ่งปลุกข้าวได้ผลผลิตน้อย

สรุปแบบชาวบ้านคือ
ดิน น้ำ ลม ไฟ
ต้องผสมกลมกลืนอย่างเหมาะสม
ผลิตผลจึงจะได้สมบูรณ์และดี

ลืมบอกไปว่า
แถบคาบสมุทรสงขลาช่วงมีนาคม-เมษายน
จะเริ่มปลุกข้าวกันช่วงนี้ เพราะน้ำไม่ท่วมแล้ว
แต่ต้องอาศัยน้ำในคลองกับฝนเป็นหลัก
จะไปเก็บเกี่ยวก็อีกประมาณสิงหา-กันยายน
หลังจากนั้ำนตุลาคม หน้าฝนของแถวนี้จะตกนานตกแรง
น้ำท่วมกันเป็นเรื่องธรรมดาครับ


โดย: ravio วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:9:48:34 น.  

 
หุุหุ อ่านหัวข้อทีแรก แอบคิดว่า มันมาจากคำว่า "ตะเคียน" หรือเปล่าหว่า ที่แท้น่าจะเป็นภาษาเขมรนี่เอง เป็นความรู้เกี่ยวกับอีกท้องถิ่นหนึ่งที่ไม่เคยทราบ ขอบคุณที่หามาให้อ่านกันเจ้าค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:37:28 น.  

 
ชอบอ่านแบบนี้ค่ะ
เพราะยังได้รู้ที่มาที่ไป ของถิ่นฐานที่เดิม

นมนางเงือกถูกคลำเหมือนถือเคล็ดอะไรสักอย่าง
ความเชื่อเช่นนี้ ที่อิตาลีนมของจูเลียตก็เช่นกันค่ะ
เป็นมันวาวสีเหลืองสวย

เชื่อหรือไม่เชื่อ ทุกคนที่ไปเที่ยวทั้งสองที่
(ไทย-อิตาลีก็เข้าแถวลูบเช่นเดียวกัน)

อาจารย์สุทธิวงศ์จบคณิตศาสตร์สถาบันเดียวกัน
แต่มาบรรยายเก่งทางภาษาไทย
เป็นที่ยอมรับของคคูไทยในอดีตค่ะ

น่ายกย่องท่านยิ่งนัก

ขอบคุณสำหรับกุหลาบสวยๆค่ะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:33:39 น.  

 
เป็นที่ยอมรับของคคูไทยในอดีตค่ะ
.............................................
ขออภัยเขียนผิด

เป็นที่ยอมรับของครูภาษาไทย
ในอดีตจนถึงปัจจุบันค่ะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:36:17 น.  

 
รู้สึกว่าโดนถูจนเงาเลยนะค่ะ นางเงือก
ขบอคุณที่แวะไปทักทายนะค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:33:27 น.  

 
แวะมาส่งขนมหลังอาหารเที่ยงให้ 1 ถาดค่ะ



จากบล๊อกเดิมมาอัพเดทใหม่ ส่วนบล๊อกใหม่ยังไม่คลอดค่า


โดย: Sweet_pills วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:54:16 น.  

 
ฝากมิโซะซุปให้ค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:20:30 น.  

 
เวลาไปไหน ก็จะชอบเรื่องเส้นทางการเดินทางของคนโบราณมาก ๆ ค่ะ

สงสัยว่าเขาไปทางไหนกัน ใช้เวลากันขนาดไหนน่ะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:54:29 น.  

 
ฮ่าๆๆ เดี๋ยวสงสัยต้องลงยันต์ไว้หน้าบล็อคว่า...บล็อคไหนขอบ่น คนจะได้ไม่หลงเข้าไปเน๊อะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 30 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:47:18 น.  

 
เอารูปหล่อจูเลียตมาฝากค่ะ




และมีอีกที่ รูปหล่อของ ? จำไม่ได้อยู่ใน โบสถ์ Hofkirche ที่เมือง Innsbruck ออสเตรีย

จำได้ว่า พอเดินเข้าประตูก็ได้ยินเสียง ทัวริส หัวเราะกันคิกคักค่ะ

Photos of Court Church of Innsbruck (Hofkirche), Innsbruck
This photo of Court Church of Innsbruck (Hofkirche) is courtesy of TripAdvisor>





โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:28:00 น.  

 
แวะมาราตรีสวัสดิ์ค่ะ
นอนหลับฝันดีนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:08:45 น.  

 
ขอบคุณคุณ ravio สำหรับวีดีโอ Bee Gees ที่ไพเราะนะคะ
ชื่อเพลง In the morning ต๋าเพิ่งจะได้มาฟังตอนสองยาม
พรุ่งนี้เช้าจะฟังซ้ำอีกรอบค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะ





โดย: Sweet_pills วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:57:53 น.  

 
มาตามสิบโทปลดประจำการไปรายงานตัวค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มิถุนายน 2555 เวลา:16:49:43 น.  

 
เสิร์ฟซูชิในวันหยุดค่ะ



พักผ่อนอย่างมีความสุขนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 2 มิถุนายน 2555 เวลา:12:27:25 น.  

 
มาทักทายวันอาทิตย์ค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 3 มิถุนายน 2555 เวลา:19:14:18 น.  

 
นร.สห. ต่อตอน 3 แล้วค่ะ

ไม่ยาวขนาดแฮรรี่พอตเตอร์นะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:9:49:24 น.  

 
อาหาร 3 อย่างที่คุณ ravio ทำก็ประยุกต์เป็นอย่างอื่นได้อีกเยอะนะคะ
อย่างไข่เจียวนี่ ต๋าเพิ่งใส่ผักหวานลงไปด้วย แล้วเอามาหั่นชิ้นๆ
แล้วใส่ในแกงจืดอีกที เป็นแกงจืดไข่เจียวผักหวานใส่หมูบะช่อน่ะค่ะ
........
เมื่อวานต๋าไปเที่ยวมา เลยนำภาพสะพานปลาที่อ่างศิลากับปูนิ่มทอดกระเทียมมาฝากค่ะ





จิตใจแจ่มใสในวันวิสาขบูชาค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:12:34:15 น.  

 
ไปเห็นรูปโบสถ์เก่าวัดสีกูัยัง ?
เสียดายที่ไม่ได้แวะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:16:35:50 น.  

 
คืนนี้ไปเวียนเทียนที่ไหนหรือเปล่าคะ ฟ้าฝนแปรปรวน พกร่มไปด้วยก็ดีน้า สุขสันต์วันพระเช่นกันค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:19:51:02 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมเยียน
อยากเดินทางท่องเที่ยวก็ทำเลย
วันนี้ไม่สดวกก็ฝ้นไปก่อน
พอพร้อมก็ลุยโลดเลยค่ะ

คนเราอยู่ด้วยความฝัน
ดีกว่าอยู่อย่างว่างเปล่านะคะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:20:21:42 น.  

 
ห๋า?? บ่ายสองเนี๊ยะนะคะ สุดยอดเลยค่ะ

อนุโมทนาบุญด้วยนะเจ้าคะ

ตามมาหยาดน้ำ(กรวดน้ำ) ด้วยคน คริๆ
Photobucket

ปล.ไหว้ด้วยมือด้วยใจนี่ไผ่แอบเห็นด้วยนะคะ เพราะเทศกาลแบบนี้ ทั้งดอกไม้ธูปเทียนคงเกลื่อนวัดจนเกินพอดีแล้ว เมื่อจิตตั้งมั่นในกุศล ย่อมบังเกิดผลดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:21:15:14 น.  

 
แวะมาทักทายวันพระใหญ่ 2600 ปี
มีความสุข ได้บุญกันถ้วนหน้านะค่ะ
ซายูริพาไปไหว้พระในถ้ำนะค่ะ
Photobucket


โดย: หนูซายูริ วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:9:01:11 น.  

 

อุ้มแวะมาอ่านค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:21:26:07 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
เมื่อวานโดนวัคซีนไป 2 เข็ม ซายูริ สู้ ๆ ไม่ร้องไห้ค่ะ
Photobucket


โดย: หนูซายูริ วันที่: 6 มิถุนายน 2555 เวลา:9:54:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเพลงนะคะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 7 มิถุนายน 2555 เวลา:6:19:27 น.  

 
แวะมาทักทายยามเช้าค่ะ
???????????????????????????????????????????????


โดย: หนูซายูริ วันที่: 7 มิถุนายน 2555 เวลา:9:20:27 น.  

 
เสิร์ฟเทมปุระให้คุณ ravio ยามดึกค่ะ





ราตรีสวัสดิ์นะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 7 มิถุนายน 2555 เวลา:23:09:54 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ
แวะเอาภาพเด็ก ๆ มาทักทายค่ะ
Photobucket


โดย: หนูซายูริ วันที่: 8 มิถุนายน 2555 เวลา:9:11:26 น.  

 
สุข สดชื่นในวันนี้นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 8 มิถุนายน 2555 เวลา:19:00:44 น.  

 
ตอนจบ นร.สห. ลงบล็อกแล้วค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 มิถุนายน 2555 เวลา:10:16:11 น.  

 
สวัสดียามสายค่ะคุณ ravio พักผ่อนอย่างมีความสุขในวันนี้นะคะ...


โดย: Sweet_pills วันที่: 9 มิถุนายน 2555 เวลา:11:35:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.