ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
พระบ้าคุยกับนกรู้เรื่อง





พระบ้าคุยกับนกรู้เรื่อง

เรื่องนี้ได้รับฟังและถ่ายทอดมาจากพระมหาจรูญ
เจ้าอาวาสวัดบ้านในไร่ ตำบลคอหงษ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ซึ่งแกก็ได้รับฟังถ่ายทอดมาอีกทีหนึ่งจากพระเถระอีกรูปหนึ่ง
พระผู้ใหญ่ ตามพระวินัยกําหนดว่า พระมีพรรษา ตั้งแต่ ๑๐ ขึ้นไป
เรียกว่า พระเถระ. (ป.). จากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน
ในส่วนตัวผมก็คลับคล้ายคลับคลาว่า
ได้อ่านมาจากที่ไหนสักแห่งจำไม่ได้แล้วเช่นกัน

ในละแวกแถวลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
ช่วงรอยต่อระหว่างสทิงพระกับระโนด
สมัยหนึ่งมีพระภิกษุรูปหนึ่ง
แต่งกายไม่เรียบร้อย อัฎฐบริขารก็ไม่ครบ
จีวร สบง อังสะ ก็ขาดแหว่ง ๆ วิ่น ๆ
ผมเผ้าหนวดเคราก็ยาวรุงรัง บางครั้งก็โกนสะอาดเรียบร้อย
แต่ส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยมีการโกนแต่อย่างใด
ไม่ปรากฏว่าสังกัดวัดไหน หรือจำพรรษาที่วัดไหน
ที่ยังบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นพระภิกษุก็คือ
บาตร ที่แกเที่ยวเดินขอบิณฑบาตทุกเช้า
กับบรรดาชาวบ้านในละแวกหมู่บ้าน
ที่แกเดินผ่านไปมาตามเส้นทางไปมารอบทะเลสาบ
ส่วนคนเฒ่าคนแก่ในเส้นทางนั้นต่างก็รู้ว่าแกเป็นพระภิกษุมาก่อน
แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะใช่หรือไม่ หรือเป็นคนบ้า

พระภิกษุรูปนี้มีรูปร่างตัวดำสูงใหญ่
ชอบเดินท่องไปมารอบริมทะเลสาบสงขลา
ไม่พูดจาหรือพูดคุยกับผู้คนหรือชาวบ้านเลย
มักจะพูดจาเออเองออเองกับบรรดานกต่าง ๆ
ที่มักจะบินมาห้อมล้อมแกเพื่อกินเศษอาหารที่แกโปรยให้ทุกวัน
หลังจากแกฉันเสร็จแล้วหรือบางวันแกก็ไม่ฉันเลย
แต่จะโปรยอาหารที่แกบิณฑบาตได้ให้นกทั้งหมด
บรรดานกต่าง ๆ ก็มักจะบินติดตามแกตลอดวัน
เวลากลางคืนก็มักจะพำนักแถวต้นไม้/พุ่มไม้ทุกเย็น
อยู่ใกล้ ๆ กับสถานที่แกมักจะเลือกจำวัดตามศาลาพักแรมริมทาง
ที่แต่เดิมมีการปลูกสร้างอยู่มากรอบ ๆ ริมทะเลสาบสงขลา
หรือบางครั้งก็ตามหนำ(บ้านหลังเล็กๆ ที่พอกันแดดกันฝนได้)
มักจะใช้พักผ่อนเวลากลางวันหรือช่วงทำนาหรือปีนต้นตาลเพื่อทำน้ำตาล
ชาวบ้านมักปลูกไว้แถวทุ่งนาที่มักจะมีตาลโตนดขึ้นรายรอบ
ส่วนกลางคืนก็มักจะกลับไปนอนที่บ้านของตนเอง





ขณะเดียวกันขโมยขโจรสมัยนั้น
ที่มักจะนิยมลักขโมยวัวของชาวบ้าน
หรือเตรียมเข้าปล้นบ้านเจ้าทรัพย์
ที่ร่ำรวยเวลากลางค่ำกลางคืน
เมื่อเจอแกนอนอยู่ในที่พักต่าง ๆ
หรือเดินผ่านไปมาเห็นแกในช่วงเวลาต่าง ๆ
ก็ไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวกับแกด้วย
รวมทั้งชาวบ้านส่วนมากก็ไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวกับแก
เพราะต่างคนต่างคิดว่าแกบ้าแล้ว
แต่ต่างก็สงสารตักบาตรให้แกทุกเช้าที่แกมาขอบิณบาตเช่นกัน
ส่วนข้าวปลาอาหารที่แกบิณฑบาตรเสร็จก็มักจะโปรยให้นกกิน
ตัวแกเองก็กินเพียงเล็กน้อยหรือบางวันก็ไม่กินเลย
แถมยังเที่ยวพูดจากับนกเหล่านั้นอีก
แกประพฤติปฏิบัติอย่างนี้มาหลายปีดีดัก

ในค่ำคืนวันหนึ่งก่อนใกล้รุ่งเช้า
คนในละแวกบ้านที่แกไปพักที่ใกล้ ๆ กับศาลาแถวนั้น
คนเฒ่าคนแก่ไม่ต่ำกว่าเจ็ดคน
ต่างฝันอย่างเดียวและเหมือนกันเลยว่า
แกมาบอกลาในสภาพที่นุ่งห่มจีวรเรียบร้อยสวยงาม
พร้อมกับอัฎฐบริขารครบตามวินัยสงฆ์
สมณรูปเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
แกมาเข้าฝันสั่งให้ชาวบ้านทำการเผาศพแกด้วยในเร็ววัน
แล้วให้ช่วยจัดการโปรยเถ้ากระดูกทั้งหมดลงในทะเลสาบสงขลาด้วย

รุ่งเช้าชาวบ้านที่ฝันอย่างเดียวกันเหมือนกันทั้งหมด
ต่างก็ออกมาจับกลุ่มคุยกันในเรื่องความฝันที่เหมือนกัน
แล้วต่างร่วมกันออกเดินตามหาแกที่ศาลา/ที่หนำ
ที่คาดว่าแกน่าจะไปนอนพักอยู่
เพื่อตรวจสอบว่าจริงหรือไม่จริงกับความฝันดังกล่าวที่พร้อม ๆ กันนั้น
โดยนัดหมายไปพร้อม ๆ กันหลายคน
ก็ปรากฎพบตัวแกจริงอยู่ที่ศาลาของหมู่บ้าน
แต่ตรวจสอบแล้วพบว่า แกมรณภาพแล้ว
พร้อมกับนุ่งห่มจีวรเรียบร้อยสวยงาม
มีอัฏฐบริขารครบถ้วนตามวินัยสงฆ์
หน้าตาและเส้นผมโกนเสร็จเรียบร้อย
รูปลักษณ์สมกับการเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างยิ่ง
ในสภาพมือวางบนหน้าอกซ้อนกันข้างขวาทับข้างซ้าย
นอนหงายลำตัวตั้งตรงแน่นิ่งอยู่ที่ศาลาแห่งนั้น
ส่วนบรรดานกกาที่เคยบินห้อมล้อมแก
วันนั้นก็ไม่รู้ว่าบินหายไปไหนหมดเลย

ชาวบ้านจึงต้องรีบไปแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบ
ถึงการตายของพระภิกษุรูปหนึ่ง
แล้วต่างร่วมมือร่วมใจกันรีบเร่ง
เตรียมจัดการอาหารหวานคาว
เพื่อรองรับแขกงานศพที่จะมาจากที่ต่าง ๆ
พร้อมกับรีบไปนิมนต์พระภิกษุมาจากวัดต่าง ๆ
เท่าที่จะนิมนต์มาได้ในช่วงเวลานั้น
มาฉันเพลงานศพของพระภิกษุ
แล้วทำการสวดอภิธรรมศพให้แกหนึ่งคืน

วันรุ่งขึ้นช่วงกลางวันหลังจากให้พระภิกษุ
ทำบุญฉันอาหารตอนเช้ากับตอนเพลเสร็จแล้ว
ชาวบ้านก็ช่วยกันจัดการฌาปนกิจศพ
ด้วยการเผากับไม้ฟืนไม้ท่อนเท่าทีจะรวบรวมได้
ช่วงขณะเผาศพแกอยู่นั้นท้องฟ้าก็สีมืดครึ้ม
บรรดานกกาก็ไม่ปรากฏให้เห็นในละแวกนั้นเลย
ชาวบ้านเมื่อทำพิธีเผาศพแล้ว
ก็ต่างรีบกลับบ้านเพื่อรอตอนเช้ามาเก็บกระดูก
เพื่อไปโปรยที่ทะเลสาบสงขลาตามความฝันที่รับรู้มา

ประเพณีเผาศพชาวบ้านชาวใต้สมัยก่อน
ตามที่ผมได้พบเห็นมาไม่ต่ำกว่าสี่ครั้ง
จะเผาศพกันในที่กลางแจ้งให้ชาวบ้านเห็นกันไปทั่ว
เรื่องนี้ได้นมัสการสอบถามพระภิกษุรูปหนึ่ง
ท่านก็เทศนาให้ฟังว่า
เป็นการแสดงธรรมอย่างหนึ่ง
ถึงความไม่เที่ยงแท้ หลีกหนีไม่พ้นทุกคน
เพราะฉะนั้น จงยังจิตอย่าให้ประมาทและหมั่นทำความดีไว้

การเผาศพส่วนมากจะนำออกจากโลงไม้
เพื่อให้วัดสามารถนำไม้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้
แต่ปัจจุบันมักจะเผาพร้อมกับโลงไม้เลย
โดยจะมีท่อนไม้ใหญ่ ๆ ทับ/วางขวางเป็นรูปกากะบาดตรงหลัง
ให้ศพคว่ำหน้าลงบนเชิงตะกอนหรือหน้าหันสู่พื้นดิน
เพื่อไม่ให้ศพที่มีอาการเกร็งของเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ
เมื่อถูกความร้อนของเปลวเพลิงที่เผาผลาญ
กระเด็นกระดอนออกมาจากเชิงตะกอน
หรือมีลักษณะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับ
ท่าอ้าแขนโอบกอดไม้ให้น่ากลัวขึ้นไปอีก
แต่ถ้าคว่ำหน้าลงก็จะงอลงข้างล่าง
ดูหลังโค้งไม่น่ารังเกียจเท่าไรนัก

โดยส่วนมากเวลาเผาศพก็มักจะกะเวลาว่า
ไฟจะลุกไหม้ศพได้หมดก่อนรุ่งเช้า
และไฟจะมอดทันพอดีตอนหัวรุ่งที่มาเก็บกระดูก
จึงมักจะไม่มีคนนั่งเฝ้าหรือนอนเฝ้าแต่อย่างใด

ในตอนรุ่งเช้าบรรดาญาติพี่น้อง
ก็จะมากันพร้อมหน้าพร้อมตากันให้มากที่สุด
เพื่อค่อยมาเก็บรวบรวมกระดูกไปทำบุญ
บางครั้งก็เตรียมไว้แล้วโดยสัปเหร่อหรือคนที่ชำนาญในพิธีกรรม
ที่มักจะมองออกว่ากระดูกที่เผาแล้ว
แม้ว่าจะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยค่อนข้างละเอียด
ก็มักจะบอกได้ว่าชิ้นส่วนนี้เป็นหัว หรืออก หรือแขน หรือขา
มักจะวางเรียงเป็นนัยว่ารูปคนก่อนตาย
เสร็จแล้วค่อยรวบรวมห่อผ้าขึ้นมา
เพื่อนำไปบรรจุในโกฐหรือลอยน้ำตามพิธีกรรมต่อไป

ช่วงที่ชาวบ้านกำลังรวบรวมกระดูกพระภิกษุดังกล่าวนั้น
ปรากฏว่ามีฝูงนกฝูงกาบินมาเต็มไปหมด
ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่และบินเป็นฝูงใหญ่ตามกลุ่มชาวบ้าน
ที่กำลังเดินทางไปทะเลสาบเพื่อนำเถ้ากระดูกลอยอังคารต่อไป
เมื่อชาวบ้านลอยอังคารเสร็จแล้ว
ฝูงนกก็บินวนรอบ ๆ สักพักใหญ่แล้วก็บินหายไปในที่สุด

เรื่องนี้ได้สอบถามพระมหาจรูญว่า
พอทราบไหมว่าต้นเรื่องอยู่แถวไหน จะได้ตามไปสอบถามดู
แกก็บอกว่าไม่ทราบเหมือนกัน เป็นตำนานที่เล่าสู่กันมา
รู้แต่ว่ามีเหตุการณ์นี้แถวละแวกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
เพราะพระเถระต่างได้เล่าสู่กันมานานแล้ว
และบรรดาพระเถระที่เล่าต่างมั่นใจหรือคิดว่า

พระองค์นี้น่าจะบรรลุธรรมขั้นสูงอะไรสักอย่างหนึ่งแน่นอน
แต่ไม่สามารถจะถ่ายทอดหรือสอนกับชาวบ้านได้
หรืออาจจะเบื่อมนุษย์มนาแล้วก็ได้
ต้องการจะโปรดนกโปรดกาให้พ้นวัฎสงสารได้เร็วขึ้นก็ได้
ดังที่เห็นได้จากที่ชอบพูดชอบเจรจากับนกกา
และมาบอกลาชาวบ้านโดยการเข้าฝันพร้อมกันเจ็ดคน
ให้มาจัดการงานศพของแกให้เสร็จในเร็ววัน
ในสภาพที่มรณภาพก็นุ่งห่มจีวรถูกต้องครบถ้วน
พร้อมอัฏฐบริขารตามวินัยสงฆ์ทุกประการ
ทั้ง ๆ ที่ปรกติก็ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนแต่อย่างใด
(ถ้าใครพอทราบสถานที่และพระภิกษุในตำนานนี้
ก็โปรดแจ้งให้ทราบด้วย จักขอบคุณยิ่ง)

เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนที่จะเลือนหายไปกับกาลเวลา

 




Create Date : 29 พฤษภาคม 2553
Last Update : 14 เมษายน 2559 14:45:08 น. 8 comments
Counter : 1171 Pageviews.

 

แวะมาอ่านก่อนนอนค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:58:59 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:02:34 น.  

 
อยู่ที่ไหนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ก็สวยเสมอค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:52:11 น.  

 


เพลงก็เพราะ คนร้องก็น่ามองค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:03:16 น.  

 
ดีคร่า ทักทายนะคะ


โดย: www.24hotcasino.com IP: 180.183.245.22 วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:12:53:25 น.  

 
ไงเพื่อน




โดย: adws123 IP: 182.93.190.103 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:15:11:25 น.  

 
สบายดีหรอ


โดย: 123 IP: 182.93.190.103 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:15:13:55 น.  

 
คับ


โดย: 123 IP: 182.93.190.103 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:15:15:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.