ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
เพื่อนที่มีชื่อเล่นว่า ลิง คนที่สอง

เพื่อนที่มีชื่อเล่นว่า ลิง คนที่สอง

เพื่อนคนนี้เป็นหลานชายของร้านขายยาจีนร้านหนึ่งในหาดใหญ่
อยู่ละแวกบนถนนสายเดียวกันทางไปโรงเรียนแสงทองวิทยา
เมื่อเดินตรงมาจากสถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่
มุ่งไปทางทิศตะวันออกของหาดใหญ่
ก็จะเห็นเทือกเขาคอหงษ์เป็นแนวยาวในสมัยก่อน
แต่ปัจจุบันตึกสูงบังเกือบหมดแล้ว
เว้นแต่ขึ้นไปบนตึกสูง ๆ ก็จะเห็นความงามของทิวเขานี้

สำหรับเพื่อนคนนี้ค่อนข้างจะเรียบร้อย
แกใส่แว่นกรอบสีดำหนาและหน้าตอบผอม
ตัวค่อนข้างเล็กและออกจะผอมสักเล็กน้อย
ค่อนข้างจะคล่องแคล่วว่องไว
เลยเรียกกันเล่น ๆ ในหมู่เพื่อนฝูงว่า ลิง

หน้าที่หลักและงานประจำของแกคือ
ช่วยทางร้านยาของอาแกโขกยาจีนในกระปุกทองเหลือง
ที่ค่อนข้างจะดังมากเวลาโขกยาจีน
จะดังกร้องแกร้ง ๆ ๆ และกรุก
เป็นเสียงที่ใช้ในการเรียกแขกหรือ
บอกว่ากำลังปรุงยาดี มีสรรพคุณวิเศษอยู่
สนใจก็เข้ามาจัดหาจัดซื้อได้เลย

การทำงานอย่างนี้บ่อย ๆ
มีส่วนทำให้แกค่อนข้างจะหูตึง
เวลาพูดมักจะพูดเสียงดังกว่าปกติ

ยามว่างจากการทำงานประจำวัน
แกก็จะเอายาจีนในตู้ไปตากแดดที่หน้าร้าน
เพื่อไล่ความชื้นของยาจีนหรือเป็นการกันเชื้อราส่วนหนึ่ง
บางครั้งก็ช่วยอาแกสับยาจีนจากมีดเล่มใหญ่
เพื่อตัดยาที่มาเป็นท่อน ๆ ให้ออกเป็นชิ้น ๆ บาง ๆ หรือ หนา ๆ
(สมัยนั้นเครื่องบดยายังไม่มี หรือถ้ามีก็แพงมาก)

แกเล่าให้ฟังว่า ใบมีดสับยาจีน
เวลาลับต้องใช้หินลับมีดอย่างดีและใช้เวลาลับนานมาก
หินลับมีดที่ใช้ลับมีดนั้น หินก้อนหนึ่งราคาเป็นพันบาท
ก็ไม่ค่อยเชื่อแกเท่าไรนัก คิดว่าแกขี้โม้มากกว่า
เพราะหินลับมีดที่พบหรือขายตามท้องตลาดหาดใหญ่
ก็ราคาไม่กี่สิบบาท ยิ่งหาซื้อตามตลาดนัดทั่วไปก็ทุกอย่างชิ้นละสิบบาท
แต่เมื่อโตขึ้นมาและศึกษาเพิ่มเติมมากขึ้นก็ยอมรับว่า
ยังโง่มากในเรื่องนี้ เพราะถ้าทำการศึกษาจริง ๆ
จะมีรายละเอียดประเภทหินลับมีดและราคาแพงจริง ๆ
ถ้าเป็นของดีเยี่ยมในการลับมีดและหินลับมีดที่เป็นของนอกแท้ ๆ

ที่สนิทสนมกับแก่ค่อนข้างดีมากเพราะ
ชอบนั่งคุยกันหน้าบ้านเพื่อนอีกหลังหนึ่ง
ยามแกว่างจากการช่วยงานที่ร้านแล้ว
และบางครั้งแกก็หยิบฉวยโดยวิสาสะ
ประเภทชะเอม หรือ ยาจีนที่เป็นแผ่น ๆ
มาให้เพื่อนฝูงอมเล่นกันในเวลาคุยกัน

หลังจากหลายคนเริ่มจบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่สาม
ต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ หรือบางคนก็รับช่วงกิจการ
เป็นทายาทธุรกิจของครอบครัวต่อไป
ส่วนเพื่อนสนิทอีกสองคนก็ย้ายบ้านไปอีกฟากของหาดใหญ่
ก๊วนเพื่อนที่สนิทสนมกันหรือมีแหล่งพักพิงแน่นอนก็แตกสลายไป
สักพักร้านขายยาของอาแกก็ปิดกิจการไป
เพราะพี่น้องส่วนใหญ่ย้ายไปทำการค้าประเภทอื่น
บางคนก็ไปทำธุรกิจไฟแนนท์ที่กรุงเทพฯ

ทราบข่าวต่อมาว่าแกไปบวชเป็นพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่ง
เคยสอบถามเพื่อนที่รู้จักว่าแกอยู่ไหน จะไปเยี่ยมบ้าง
เพื่อนก็บอกว่า อย่าไปเลย กันดารมาก
บางครั้งแกก็ไม่อยู่ที่วัดออกเดินทางธุดงค์ไปเรื่อย
ทางเข้าช่วงหน้าแล้งพอสะดวกหน่อย
แต่ถ้าฝนตกเลิกคิดว่าจะไปหาเลย
มีสิทธิ์ติดฝนหรือติดหล่มกลางทางก่อนเข้าวัดนี้ได้
ก็เลยไม่ได้ไปเยี่ยมสักทีหนึ่ง

ทราบแต่ว่าทั้งวัดมีพระอยู่เพียงหนึ่งหรือสองรูปเท่านั้นเอง
เวลาวันพระ(ขึ้นแปดคำ หรือขึ้นสิบห้าค่ำ หรือแรมแปดค่ำ หรือแรมสิบห้าค่ำ)
พระภิกษุก็ต้องบอกบริสุทธิ์ซึ่งกันและกัน
เพราะคณะสงฆ์ไม่ครบสี่รูป
หรือยังไม่มีเขตพระพัทรสีมา(เขตพื้นที่สงฆ์)
หรือยังไม่มีพระภิกษุที่สามารถสวดโอวาทะปาติโมกข์ได้
ธรรมเนียมนิยมของวัดปากน้ำหาดใหญ่ ที่ได้บวชช่วงเดือนเศษ
ส่วนวัดอื่นไม่แน่ใจในเรื่องนี้มากนัก
พระที่สวดได้ค่อนข้างหายาก เพราะต้องจำแล้วสวดได้เลย
ไม่ใช่ประเภทอ่านหนังสือแล้วสวดโอวาทะปาติโมกข์
เพราะคำสวดยาวมาก เกี่ยวกับศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ดข้อ
ของพระภิกษุตามคำสอนพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระที่เก่ง ๆ จะใช้เวลาสวดเสร็จอย่างเร็วสุดก็สามสิบนาที
แต่ส่วนมากจะมากกว่าสี่สิบห้านาทีถึงหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป

หลังจากที่ทราบข่าวว่าแกบวชเป็นพระภิกษุอยู่
เป็นเวลานานมากกว่าสิบห้าปีเศษ
ก็ไม่มีใครคิดว่าแกจะสึกออกจากความเป็นพระ
แต่แล้วก็เหมือนภาษิตคำพังเพยที่ว่าไว้
ฝนจะตก แดดจะออก ขี้จะไหล พระจะสึก ห้ามกันไม่ได้

ทราบข่าวสั้น ๆ ว่า มีเพื่อนคนหนึ่งเจอแกแล้ว
แกก็ลาสึกออกมาเป็นลูกจ้างโรงงานไม้เฟอร์นิเจอร์
ของพรรคพวกและเพื่อนฝูงของแก
รู้ว่าอยู่แถวหาดใหญ่แต่ไม่รู้หลังไหน
เพราะเพื่อนที่รู้จักกับแกหรือเจอแก เวลาสอบถามแก
แกก็มักจะตอบแบบเลี่ยง ๆ ไม่บอกตรง ๆ ว่าอยู่ที่ไหน
เพราะนิสัยแกก็ค่อนข้างเงียบสมกับการผ่านการเป็นพระมานาน
เวลาเลิกงานก็กลับบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้กับโรงงาน
ดำรงตนเป็นฆราวาสและอยู่เป็นโสดแต่คนเดียว
บ้านหลังนั้นก็เป็นบ้านที่เถ้าแก่ให้แกอยู่และช่วยดูแลวัสดุสินค้าโกดัง

ทราบข่าวครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว
พอดีเจออาแกอีกคนหนึ่งที่ย้ายกลับมาอยู่หาดใหญ่แล้ว
อาแกบอกว่า แกไหลตายไปหลายปีแล้ว
คือ ตอนเช้าไม่ไปทำงาน เถ้าแก่เลยให้คนไปตามที่บ้าน
ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรหรือเสียงขานตอบรับ
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่า แกนอนตายเสียแล้ว

ศพก็ทำการเผาและนำเถ้าถ่านกระดูกลอยน้ำ
ที่คลองอู่ตะเภาที่หาดใหญ่
ฝังความหลังความฝันในอดีตที่รู้จักคุ้นเคยกัน
ไปกับสายน้ำพระคงคาสู่ห้วงทะเลใหญ่
เป็นบทจบอีกตอนหนึ่งของชีวิตเพื่อน
หรือบอกอำลาวัยเยาว์ที่ได้ก้าวผ่านพ้นมาด้วยกัน

เขียนจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนที่จะเลือนหายไปกับกาลเวลาที่ล่องลอยเข้ามา


Create Date : 21 พฤษภาคม 2553
Last Update : 23 มิถุนายน 2553 23:34:50 น. 6 comments
Counter : 714 Pageviews.

 
มารำลึกถึงเพื่อนด้วยค่ะ

เพื่อนเราในรูปบล็อกเราก็ไปเฝ้าพระเยซูเจ้าหลายปีแล้วค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:19:47 น.  

 


โดย: ravio วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:41:34 น.  

 
ดู Greyson Chance แล้วไม่รู้เป็นไง ไหงคิดถึง โต๋ เปรียบเที่ยบค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:53:14 น.  

 
^
^
^

เพลง In and Out เป็นเสียงแบบที่เราชอบ ส่วนใหญ่จัชอบฟังเพลงของ Irish เช่นของ Celtics Woman

>


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:06:26 น.  

 
เพลงนี้เพลงเก่าดั้งเดิมค่ะ เอามาร้องกันเรื่อย ๆ ค่ะ

นักร้องวงนี้มี 4 คน ทุกคนเสียงดีหมดเลย



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:09:25 น.  

 
วันนี้ทำทานกลางวัน เอามาฝากค่ะ




เพลงห้าร้อยไมล์ เป็นหนึ่งในเพลงที่ฝึกตอนหัดเล่นกีตาร์ค่ะ เสียงเพราะเนาะ ประสานก็ดีด้วย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:08:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.