ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
Eadweard Muybridge ผู้สร้างภาพเคลื่อนไหว (ปฐมบท)

Muybridge Eadweard






ชาตะ 9 เมษายน ตศ.1830(2373)
มตะ 8 พฤษภาคม คศ.1904(2437)
Muybridge Eadweard
คือ ชื่อภาษาอังกฤษ ของช่างภาพ
ที่มีเชื้อสายชาวดัตช์
และใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิต
ทำมาหากินในสหรัฐอเมริกา.
เขาเป็นที่รู้จักสำหรับงานริเริ่มสำรวจเกี่ยวกับ
การเคลื่อนไหวของสัตว์
ด้วยการใช้กล้องหลายตัว
ในการจับภาพการเคลื่อนไหว

//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/6b/Zoopraxiscope_16485u.gifv



และ zoopraxiscope อุปกรณ์ต้นแบบสำหรับการฉาย
ภาพเคลื่อนไหวที่มีขึ้นก่อนแถบฟิล์ม
ที่มีความยืดหยุ่นและมีรูพรุน/ปะทั้งสองด้าน

//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/6b/Zoopraxiscope_16485u.gif



ชื่อ

Edward James Muggeridge เป็นชื่อแรกเกิด
เขาได้เปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง
ในอาชีพของเขาในสหรัฐอเมริกา
ครั้งแรกเขาเปลี่ยนชื่อต้นของเขาที่เทียบเท่า
Eduardo Santiago ของสเปน
บางทีอาจเป็นเพราะอิทธิพลของสเปน
มีมากในแถบแคลิฟอร์เนีย

นามสกุลของเขาที่ปรากฏมี
Muggridge และ Muygridge
อาจเนื่องมาจากการสะกดผิด
และ Muybridge ในยุค 1860



King Edward
เขาเปลี่ยนชื่อครั้งแรกของเขาอีกครั้ง
เป็น Eadweard ให้ตรงกับพระนามของพระองค์



ที่จารึกไว้บนพระแท่นศิลา
บรมราชาภิเษกคิงส์ตัน
ซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง
ในคิงส์ตันในปี คศ.1850(2393)
ชื่อของเขายังคงเป็น
Eadweard Muybridge
ในช่วงปลายชิวิตของเขา

แต่อย่างไรก็ตามแต่
ป้ายหลุมศพของเขาก็ยังคงมี
ความแตกต่างจากเดิมคือ
Eadweard Maybridge



เขาใช้นามปากกาหรือนามแฝงว่า
Heilos (เทพเจ้าดวงอาทิตย์ของกรีก)



ในหลาย ๆ ภาพของเขา
และยังเป็นชื่อของห้องทำงาน(Studio)ของเขา
และชื่อกลางของลูกชายของเขา

ชีวิตในวัยเด็กและอาชีพ



ภาพใจกลางเมือง Kingston upon Thames

Muybridge Eadweard เกิดที่
Kingston upon Thames อังกฤษ
เมื่อ 9 เมษายน คศ.1830(2373)
เขาอพยพไปยังสหรัฐอเมริกา
เดินทางมาถึง San Francisco ในปี คศ.1855(2398),
โดยเริ่มต้นอาชีพการเป็นตัวแทน
ของสำนักพิมพ์และร้านหนังสือ



เขาออกจาก SanFrancisco
ในช่วงปลายปี คศ.1850(2397)
หลังจากเกิดอุบัติเหตุจาก
รถม้าบรรทุกผู้โดยสารขนาดใหญ่
ที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง
โดยก​​ลับไปอยู่ที่อังกฤษเพียงไม่กี่ปี

ในขณะที่พักฟื้นกลับมาอยู่ในอังกฤษ
เขาเริ่มต้นเรียนรู้อย่างจริงจัง
ในช่วงระหว่าง คศ.1861(2404) และ คศ.1866(2409)
ซึ่งเขาได้เรียนรู้กระบวนถ่าย
ภาพแบบจานเปียก
(การถ่ายภาพแบบใช้น้ำยาเคลือบบนแผ่นกระจก)










เขาปรากฏตัวอีกครั้งใน San Francisco ปี คศ.1866(2409)
และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายภาพ
โดยเน้นหลักในภาพถ่ายสถานที่
และโครงการของสถาปนิก

แม้ว่านามบัตรธุรกิจของเขา
ยังโฆษณาบริการของเขา
สำหรับการถ่ายภาพส่วนบุคคล
ภาพของเขาถูกนำไปขาย
โดยผู้ประกอบการถ่ายภาพต่าง



Montgomery Street
ถนนย่านหลักพาณิชย์ใน San Francisco
ที่ยอมรับมากที่สุดคือ บริษัทของ Bradley & Rulofson

ภาพถ่ายภาคตะวันตก



Muybridge เริ่มสร้างชื่อเสียงของเขาในปี คศ.1867(2410)
ด้วยภาพถ่ายของ Yosemite และ San Francisco





หลายภาพของ Yosemite
มีการถ่ายทำซ้ำฉากเดียวกันโดย Carleton Watkins



Muybridge เป็นที่รู้จักและทำรายได้จากรูปถ่ายทิวทัศน์
ซึ่งแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่และความกว้างใหญ่ไพศาล
ของสหรัฐอเมริกาทางภาคตะวันตก
ได้ตีพิมพ์ภาพภายใต้นามแฝงของเขา Heliso



ในฤดูร้อนของปี คศ.1873(2417)
Muybridge ได้เป็นนายทหารที่
จะถ่ายภาพสงคราม Modoc



หนึ่งในการเดินทัพของกองทัพสหรัฐ
ในการทำสงครามกับชาวอินเดียนแดง
West Coast Indians.





Stanford และคำถามสำรวจยอดนิยม



Leland Stanford ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Stanford

ในปี ตศ.1872(2415)
อดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
นักธุรกิจและเจ้าของคอกม้าแข่ง
เป็นหัวหอกในการยืนกรานคำถาม
ที่มีการโต้เถียงและวิพากษ์วิจารณ์สมอมาว่า

กีบเท้าทั้งสิ่ของม้าจะไม่แตะบนพื้นดิน
ในเวลาเดียวกันในระหว่างการวิ่งเหยาะ ๆ




จนถึงทุกวันนี้
ภาพเขียนส่วนใหญ่ของม้า
ที่กำลังถูกควบอย่างเต็มที่
จะพบว่าขาหน้าแตะไปข้างหน้า
และขาหลังแตะไปยังด้านหลัง

Stanford
ยืนกรานและเข้าข้างเรื่องนี้
และระบุว่า "การวิ่งที่เป็นไปไม่ได้"



และเพื่อพิสูจน์กันด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
Muybridge ได้รับการว่าจ้าง
ให้เขาหาคำตอบสำหรับคำถามนี้
ที่เป็นประเด็นปัญหาสำคัญ

ในการศึกษาค้นหาคำตอบนี้
Muybridge ใช้กล้องชุดขนาดใหญ่ที่ใช้แผ่นกระจก
วางอยู่เป็นแนวเส้นตรง
กล้องแต่ละตัวจะทำงาน
โดยด้ายที่ถูกขึงไว้
เพื่อกระตุกกล้องให้ทำงานเมื่อม้าวิ่งผ่าน



ต่อมาอุปกรณ์จับเวลาทำงานก็มีการผลิตขึ้น
ภาพที่ถ่ายได้จะถูกคัดลอก
ในรูปแบบของเงาลงบนแผ่นจาน
และดูในเครื่องที่เรียกว่า Zoopraxiscope







โดยความจริงแล้ว
การใช้วิธีการแบบนี้เริ่มกลาย
เป็นขั้นตอนแรกของ
ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพยนตร์

ในช่วงปี คศ.1877(2420),
Muybridge ได้ตัดสินคำถามดังกล่าว
ด้วยภาพถ่ายขาวดำเพียงรูปเดียว
ที่แสดงให้เห็นว่า
การควบม้าวิ่งเหยาะ ๆ
ม้าชื่อ Occident ของStanford
ขาทั้งสี่ลอยขึ้นบนอากาศ

ภาพขาวดำชิ้นนี้ได้สูญหายไป
แต่ที่หลงเหลืออยู่รอดเป็นภาพสำเนา
ภาพพิมพ์บนไม้แกะสลักที่ทำในเวลาเดียวกัน
โดยในปี คศ.1878(2421)
ด้วยแรงผลักดันของ Stanford
เพื่อขยายผลการทดลอง
Muybridge ประสบความสำเร็จ
ในการถ่ายภาพเกี่ยวกับ
ม้าที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ภาพอีกชุดหนึ่งของรูปถ่ายได้ถ่ายที่ฟาร์ม
Palo Alto Stock Farm ใน California
หรือที่เรียกกันว่า Gardner at a Gallop
หรือ ม้าเคลื่อนไหว



แสดงให้เห็นว่า
กีบเท้าม้าทั้งสี่ขา
สูงจากพื้นดินพร้อมกัน 

แม้ว่าจะไม่แสดงว่ามี
ขาทั้งสองคู่ที่ดันไปข้างหน้า
หรือดันกลับข้างหลัง
เหมือนกลับที่มีการจินตนาการ
หรือมีแนวโน้มคาดคิดไว้ว่า
ควรจะเป็นเช่นนั้น

แต่ภาพที่ปรากฎในขณะนั้น
กีบเท้าม้าทั้งหมดจะถูกซุกอยู่ใต้ท้องม้า
ขณะที่มันเปลี่ยนจาก
ดึงพร้อมกับขาคู่หน้าไปที่ข้างหน้า
ด้วยการดันด้วยขาคู่หลัง
ภาพถ่ายชุดนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบแรกของ
ภาพถ่ายแบบการเคลื่อนไหว



ภาพถ่ายวัวไบซันกำลังวิ่ง

ในที่สุด Muybridge ได้ทะเลาะกับ Stanford
ในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการวิจัยของเขา
เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ม้า
Stanford ตีพิมพ์หนังสือ ม้ากำลังวิ่ง
โดยไม่ให้เครดิตหรืออ้างอิงว่าเป็นผลงานของ Muybridge
ทั้งภาพถ่ายและงานวิจัยของ Muybridge

อาจจะเป็นเพราะ Muybridge ไร้ชื่อเสียง
ไม่เป็นที่รู้จักในชุมชนวิทยาศาสตร์
ผลจากการขาดการอ้างอิงผลงานในการทำงาน Muybridge



Royal Society ของประเทศอังกฤษ

ทำให้ RoyalSociety ถอนข้อเสนอทุนสนับสนุน
ในการถ่ายภาพจับจังหวะการเคลื่อนไหว
ทำให้ภายหลัง Muybridge ยื่นฟ้องเรียก
ค่าเสียหายจาก Stanford
แต่สุดท้ายเขาก็แพ้คดี


ฆาตกรรม การพ้นผิด และพ่อแม่ลูก



ในปี คศ.1874(2417)
เขายังคงอาศัยอยู่ในบริเวณย่านอ่าว
San Francisco Bay Area
Muybridge พบว่าภรรยาของเขา
มีคนรักใหม่อีกคนคือ พันตรี Harry Larkyns

ในวันที่ 17 ตุลาคม คศ.1874(2417)
เขาขอนัดพบ พันตรี Harry Larkyns
และเมือ่เจอตัวเขากล่าวว่า
"สวัสดียามเย็น ท่านพันตรี"
กูชื่อ Muybridge และนี่คือคำตอบ
สำหรับจดหมายที่ส่งมาให้เมียกู
จากนั้นเขาก็ยิงพันตรีตายด้วยลูกกระสุนปืน

Muybridge ถูกฟ้องด้วยข้อหาการฆ่าผู้อื่นตาย
ด้วยข้อต่อสู้ในอีกแง่มุมหนึ่ง
นอกจากการป้องกันตัวของเขา
เขาใช้ข้ออ้างเรื่องของความไร้สติสัมปชัญญะ(ความบ้า)
เพราะอาการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างต่อเนื่อง
จากการเกิดอุบัติเหตุโดยรถม้าโดยสารขนาดใหญ่

เพื่อนของเขาเบิกความว่า
ผลของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนั้น
มีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของ Muybridge
จากคนใจดีมากและน่าชื่นชม
กลายเป็นคนไม่น่าชื่นชมและไม่แน่นอน

คณะลูกขุนศาลยุติธรรม
ยกเรื่องความบ้าออกจากข้อต่อสู้
แต่ให้เขาพ้นผิดด้วยเหตุผล
ฆาตกรรมอันสมควร
(ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย)

คดีความถูกขัดจังหวะบางช่วง
จากการทดสอบภาพถ่ายเกี่ยวกับม้าของเขา
แต่ความสัมพันธ์ของเขากับ
Stanford ไม่ดีขึ้นเลย
แม้ว่า Starford จะช่วยเหลือ
ทางการเงินให้กับ Muybridge
ในการต่อสู้คดีอาญาครั้งนี้ก็ตามแต่

หลังจากพ้นผิด Muybridge
ย้ายออกจากสหรัฐอเมริกา
เพื่อใช้เวลาในการถ่ายภาพ
ในแถบอเมริกากลาง

ในการกลับมาในปี คศ.1877(2420)
เขากลับมาพร้อมกับลูกชาย
Florado Helios Muybridge
ชื่อเล่นที่เพื่อนตั้งให้ "Floddie"



แม้ว่าเขาจะรับ Floddie
มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แต่ Muybridge ยังปักใจเชื่อว่า
พันตรี Harry Larkyns
เป็นพ่อที่แท้จริงของลูกชายของเขา
แม้ตอนเป็นวัยรุ่นลูกชายจะมีหน้าตา
เฉพาะเจาะจงคล้ายคลึงอย่างโดดเด่น
เหมือนกับ Muybridge

ในตอนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว
Floddie เป็นคนทำงาน
ในฟาร์มปศุสัตว์และเป็นชาวสวน
ในปี คศ.1944(2487)
เขาถูกรถชนตายใน Sacramento




Create Date : 09 เมษายน 2555
Last Update : 6 กันยายน 2555 22:38:41 น. 1 comments
Counter : 1848 Pageviews.

 
ขอบคุณที่ค้นมาให้อ่านค่ะ

เดี๋ยวไปอ่านตอน 2 ต่อ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:20:12:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.