ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ประตูผี ที่ระนอง

วันสงกรานต์ที่ผ่านมา
ได้ไปเที่ยวจวนเมือง/บ้านพักเก่าแก่ของ
พระยาดำรงสุจริต (คอซูเจี๊ยง)
ต้นสกุล ณ ระนอง
ที่เป็นบิดาของพระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้)
เกิดหลังจากท่านคอซุเจี้ยงอายุกว่าหกสิบปีแล้ว
กับแม่กิม (ภริยาคนที่สาม) ท่านคอซิมบี้
เป็นผู้นำยางพารามาเผยแพร่คนแรกของประเทศไทย
ที่ให้ชาวบ้านทำเป็นสวนยางพาราจนกระทั่งปัจจุบัน
คอซูเจี้ยงได้เดินทางเข้ามาทำมาหากิน
ขอสัมปทานเหมืองแร่ดีบุกที่ระนอง
ตั้งแต่ต้นรัชกาลที่สาม
จนได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองสมัยรัชกาลที่ 4

สรุปความได้ว่าท่านคอซูเจี้ยงเป็นจีนฮกเกี้ยน
(จากหนังสือของสกุล ณ ระนอง กับค้นคว้าเพิ่มเติม
อาจจะผิดพลาดก็ได้เพราะระยะเวลาห่างกันกว่า 50 ปี
โดยประมาณการ)
ที่ทำให้สามารถเป็นกากีนั้ง (คนกันเอง) ลูกหลานของ
ท้าวเทพกษัตรีย์ ซึ่งเป็นภริยาของ พระยาพิมล (ขัน) ณ นคร
ในหนังสือของสกุล ณ ระนอง แจ้งว่า พระยาน้อย ณ นคร
เพราะท้าวเทพสุนทร เป็นบุตรของพ่อคนไทย กับแม่คนจีนฮกเกี้ยนที่ปีนัง
แต่ในบางตำนานอ้างว่าเป็นบุตรของป็นบุตรีของเจ้าเมืองถลาง
นามว่า พระถลางจอมร้าง (บ้านตะเคียน)
มารดาท่านมีเชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรี
ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร
เป็นนามเทิดพระเกียรติแห่งวีรกรรมที่
พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้
ท่านผู้หญิงจัน เป็นท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุก เป็น ท้าวศรีสุนทร
ทำให้มีส่วนสนับสนุนในการดำรงชีพและทำการค้าขายของท่าน
เพราะสามารถพูดจาภาษาเดียวกันได้

สถานที่ตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองระนอง
ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศ
ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙
จวนเมืองระนองสร้างในสมัยพระยาดำรงสุจริต (คอซูเจี้ยง)
ประมาณปี พ.ศ.๒๔๒๐ มีพื้นที่ภายในกำแพงประมาณ ๓๓ ไร่เศษ
ปัจจุบันยังมีลูกหลานของท่านเข้าอยู่อาศัย
สอบถามได้ว่าอยู่กัน 26 ครอบครัว
เฉพาะคนสกุล ณ ระนอง เท่านั้น
ตัวกำแพงสร้างด้วยอิฐธรรมชาติเผาสุก
สูงประมาณ ๓.๕๐ เมตร หนาประมาณ ๕๐ เซนติเมตร
(โดยใช้อิฐสามก้อนซ้อนชิดกัน)
ใช้การสอด้วยปูนทรายแบบโบราณทำให้ไม่ค่อยเกาะแน่นมากนัก
ฐานสร้างด้วยอิฐธรรมชาติสูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร
หนาประมาณ ๖๐ เซนติเมตร มีประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออก
บริเวณประตูด้านหน้ามีเรือนหอรบขนาดใหญ่สร้างด้วยไม้(ผุพังหมดแล้ว)
มุมกำแพงด้านทิศเหนือ ติดกับมุมด้านทิศตะวันออก
มีป้อมขนาดเล็กอยู่หนึ่งป้อม ในอดีตอาจใช้เป็นที่รักษาการณ์ของยาม
เลยไปจากป้อมไปตามแนวกำแพง มีประตูขนาดเล็ก
ตัวกำแพงมีช่องมองหรือช่องปืนทำไว้เป็นระยะ ๆ (ไว้จะเสนอในบทต่อไป)
ในด้านในกำแพงด้านนี้ จะเห็นซากของอาคารที่ทำเชื่อมติดกับตัวกำแพง
เดิมเป็นโรงเก็บสินค้า โรงช้าง โรงม้า โรงต้มกลั่นสุรา โรงต้มฝิ่นและฉางข้าว
แต่ปัจจุบันมีบ้านของสกุล ณ ระนองปลูกสร้างอยู่ภายในหลายหลังแล้ว


จากภาพประตูดังกล่าว
ได้สอบถามคุณโกศล ณ ระนอง
ทายาทลำดับห้าของสกุลนี้
แกบอกว่าเป็นประตูผี








สำหรับคนงาน ข้าทาสบริวาร ที่ตายในบริเวณป้อมค่าย
นำศพออกจากบริเวณดังกล่าวแทนการออกไปจากประตูทั่วไป
สภาพประตูค่อนข้างเล็ก
ต้องมุดเข้ามุดออกต่างกับประตูทั่วไป
ในเวลาปกติไม่น่าจะเป็นทางสัญจรไปมา
เพราะสภาพถนนด้านหน้าแม้ในปัจจุบัน
ยังค่อนข้างจะเปลี่ยวหรือไม่ได้ราดยางแต่อย่างไร
สันนิษฐานว่า น่าจะมีประตูไม้ขนาดใหญ่หรือบานเหล็กปิดไว้
จะเปิดต่อเมื่อมีการขนศพออกจากบริเวณบ้าน







ส่วนการเดินเข้าออกไม่ทราบว่ามีธรรมเนียมเช่นไรบ้าง
เพราะไม่มีการบันทึกหรือจดจำในส่วนนี้
แต่น่าจะมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งวิญญาณ
และคงเป็นการเดินออกไปเลย
ไม่มีการเดินกลับเข้ามาอีก
เพราะที่ประสาทหินพิมาย ที่
อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ตรงประตูพระกาฬที่อยู่ด้านใน
มัคคุเทศน์ที่เป็นนักเรียนหญิงคนหนึ่ง
แจ้งให้ทราบว่าตอนเดินเข้าให้เดินเข้าตามปรกติ
แต่ตอนเดินออกมาให้เดินถอยหลังออกมา
เพราะเป็นการแก้เคล็ดว่า
ไม่ให้พระกาฬกลืนกินเข้าไปได้

แต่สำหรับผู้เขียน
เดินเข้าเดินออกในประตูผีที่ระนองตามปรกติ
เพราะเชื่อมั่นในพระธรรมของพระพุทธเจ้าในเรื่อง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
และไม่เคยอ่านพบเลยว่า
ในพระไตรปิฏกเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้แต่อย่างใด

ส่วนการจะนำศพไปเผาหรือฝัง
แล้วแต่ธรรมเนียมการนับถือศาสนา
แต่คาดว่าน่าจะเป็นการฝังมากกว่า
เพราะลูกน้องหรือกุลีทำเหมืองแร่ส่วนมากเป็นคนจีน
ที่มาทำมาหากินประเภทอาชีพรับจ้างในประเทศไทย
น้อยคนที่จะประสบความสำเร็จร่ำรวย
ส่วนมากแล้วมักจะกลบฝังในประเทศไทย
แล้วไม่ปรากฎชื่อปรากฎนามต่อไป

เหมือนคนยากไร้ทั่วไปที่ไร้ชื่อเสียงไร้นาม
ไม่ปรากฎหลักปักฐานว่าเป็นที่ฝังศพของใคร
จะมีการจดจำหรือเล่าขานก็เป็นเพียงตำนาน
หรือเรื่องเล่าสู่กันฟังในหมู่เพื่อนฝูงญาติพี่น้อง
ไม่ค่อยจะมีการบันทึกหรือจดจำเป็นตัวหนังสือ
นานวันเข้า ๆ ก็ลืมเลือนกันไป

ไม่ช้าไม่นานศพก็อาจจะถูกทำลายด้วยภัยธรรมชาติ
เช่น น้ำท่วมรุนแรง หรือการทำเหมืองแร่ที่ใช้น้ำ
ใช้พื้นที่ในการทำแร่จำนวนมาก
หรือถูกขนย้ายออกไปโดยการล้างป่าช้า
เพื่อนำพื้นที่มาทำประโยชน์

เหมือนอำเภอนาหม่อม ที่จังหวัดสงขลา
มีการนำที่ดินป่าช้าเก่าแก่
ที่ไม่ปรากฎหรือรู้ว่ามีการฝังศพใครบ้าง
สันนิษฐานว่า ส่วนมากมักจะเป็นคนงานเหมืองแร่ดีบุก
หรือชาวบ้านแถวนั้น รวมทั้งกุลีชาติต่าง ๆ
ที่ทำงานเหมืองแร่ดีบุกแถวนั้น
ยังมีขุมเหมืองเก่าแก และแหล่งแร่ดีบุกเก่าแถวนาหม่อม

ในการทำพิธีล้างป่าช้า
โดยความร่วมมือของคนในชุมชนและคนจากภายนอก
ได้ศพจำนวนหนึ่งมา
ก็ทำการเผาเป็นเถ้ากระดูกแล้วลอยอังคารไป
แต่บางท่านว่าบรรจุไว้ใต้ฐานพระพุทธรูปประจำอำเภอ
(ถ้ามีผู้ทราบข้อเท็จจริงก็โปรดแจ้งให้ทราบด้วย)
แล้วใช้พื้นที่เป็นที่ว่าการอำเภอนาหม่อม
กับสถานที่ราชการในปัจจุบันที่แห่งนี้
อำเภอนาหม่อมห่างจากอำเภอหาดใหญ่สิบเจ็ดกิโลเมตรโดยประมาณ

แต่มีข้อสันนิษฐานอย่างหนึ่งที่ระนอง
จะมีสภาพฝนตกมาก (ฝนแปด แดดสี่)
หมายถึงหนึ่งปีมีฝนประมาณแปดเดือน
หรือมีแสงแดดประมาณสี่เดือน
โดยนับรวมวันกันในหนึ่งปี
เพราะจะมีฝนตกทุกฤดูกาล
ทำให้การเผาศพจะค่อนข้างน้อย
เพราะฝนมากส่วนหนี่ง
กอปรกับไม้มักใช้ทำประโยชน์ทางด้านเหมืองแร่
มากกว่าการมาใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น




Create Date : 27 เมษายน 2553
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2555 20:50:47 น. 7 comments
Counter : 1424 Pageviews.

 
เป็นจังหวัดที่ยังไม่เคยไปและอยากไปเป็นที่สุดค่ะ

กำแพงหนามากจริง ๆ 50 เซนต์ ก็ครึ่งเมตร

พูดถึงเรื่องอ้วนตอนนี้กำลัง เชียวค่ะ เพราะทำอาหารทานเองบ่อย ทานมาก

ต้องลดข้าวลงครึ่งจานเสียแล้ว


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:20:11:45 น.  

 

ไม่เป็นไรเรามีพระเยอะเลยค่ะ
แวะมาอ่านยามดึกๆ จ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:22:15:45 น.  

 
น่ากลัว...จะมีคนไม่รู้เดินผ่านมั้ยนั่น

ฝันดีค่ะ


โดย: ลายมือยุ่งๆของคนไม่มีเวลา วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:3:59:57 น.  

 
ไม่น่ากลัวหรอกค่ะ มีคนเดินผ่านเยอะแยะไปเพราะเราถือว่านี้เปนแหล่งโบราณคดีของจังหวัดเราค่ะ ที่ระนองมีที่เที่ยวเยอะนะค่ะแม้เมืองจะไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่แต่ก็มีที่เที่ยวเยอะมากๆเลยนะค่ะ ^^


โดย: เด็กระนอง IP: 180.180.199.115 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:17:42 น.  

 
เช่นกันครับ
ชอบเมืองนี้เพราะเป็นเมืองเงียบเมืองหนึ่ง
ไปวันสงกรานต์ รถยนต์ยังวิ่งกันแบบหลวม ๆ สบาย ๆ
ผิดกับเมืองอื่น ๆ ในวันสงกรานต์
ในตอนช่วงเช้ากับช่วงค่ำเงียบดีทั้งเมือง
แต่บางคนอาจจะไม่คุ้นชินเพราะเงียบเกินไป
แต่ผมชอบมาก ไปมาไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้วครับ


โดย: ravio วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:12:20 น.  

 
ไปพิมายอีกทีคงต้องไปดูใหม่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:42:03 น.  

 
มาแปะหัวใจ พร้อมขอนำ้ลิ้งค์นี้ไปแปะที่บล็อคค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:17:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.