ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
13 ผลงานที่น่าทึ่งด้านวิศวกรรมโยธา





Model of a bridge reacting under seismic loading [Image Source: PDS Limited]


โครงการวิศวกรรมโยธายังคงครองรายการพาดหัวข่าวทั่วโลก
ตั้งแต่อาคารที่สูงที่สุดในโลก ไปจนกระทั่งถึง
หมู่เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นมามีขนาดใหญ่ที่สุด
ทุกคนต่างพึ่งพากับนวัตกรรมวิศวกรรมโยธา
นวัตกรรมทั้งหมดนี้และความสัมพันธ์กับด้านก่อสร้าง
ต้องย้อนกลับไปที่จุดประสงค์หลักเรื่องหนึ่งคือ
การสนับสนุนการดำรงชีวิตของมนุษย์
ให้ดูที่ผลงานการสร้างแรงบันดาลใจ
จากสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมโยธา
ที่น่าทึ่งมากที่สุดและโครงการก่อสร้างที่เหนือกาลเวลา


1. Three Gorges Dam (2003)

เขื่อนใหญ่ที่สุดในโลก เช่นเดียวกับ
โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุด
ที่มีขนาดผนังเขื่อนสูง 185 เมตร
ชื่อของมันมาแม่น้ำสามสายที่ท่วมท้นลงมาในเขื่อนแห่งนี้
มาจากแม่น้ำ Qutang, Wu Xia และ Xiling
โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา
สามารถผลิตไฟฟ้าได้รวม 4,700,000,000 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงในแต่ละปี
ในระหว่างการก่อสร้างต้องใช้คอนกรีตถึง 27,200,000 ลูกบาศก์เมตร
ถ้าเทียบอัตราส่วนก็คือ ปริมาณขนาดเติมสระว่ายน้ำโอลิมปิดได้ถึง 10,200 สระ



Three Gorges Dam [Photo via Wikimedia]




2. Jeddah Tower (Under Construction)

เดิมรู้จักกันในชื่อว่า หอคอยราชอาณาจักร
ทีมงานเริ่มก่อสร้างอาคารหลังนี้ในฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 2013
เมื่อสร้างเสร็จแล้วคาดว่า จะมีค่าใช้จ่าย 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
และติดลำดับว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก
แต่เดิมวิศวกรพยายามที่จะสร้างโครงสร้างสูงที่สุด
เท่าที่จะสร้างได้ถึง 1 ไมล์ (1.6 กิโลเมตร)
อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการออกแบบ
กลับมีการลดสัดส่วนลงไปที่ 3,281 ฟุต (1,000 เมตร)
ถึงแม้จะมีการลดขนาดความสูงอาคารนี้ลง
แล้ว
แต่มันก็ยังสูงกว่าอาคารที่สูงที่สุดในปัจจุบัน คือ
Burj Khalifa สูง 2,716.5 ฟุต (828 เมตร)
จะสูงกว่า 564.5 ฟุต (172 เมตร)


Jeddah Tower under construction [via Hamed1122, Wikimedia]


3. Carlsbad Desalination Plant (Under Construction)

น้ำจะกลายเป็นทรัพยากร
อีกประเภทหนึ่งที่มีค่ามากที่สุดในโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
เรื่องน้ำดื่มกลายเป็นเรื่องที่หายากด้วย
หลายเมืองในพื้นที่ต้องนำน้ำดื่มมาจากที่ห่างไกลหลายร้อยไมล์
ขณะที่ราคาน้ำจืดก็ได้เพิ่มขึ้นสูงไปมากแล้ว
การนำน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำจืดจึงเป็นหนึ่งในทางเลือก
โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะใช้น้ำทะเล
ถึง 50 ล้านแกลลอนต่อวันมาผลิตเป็นน้ำจืด
หรือ 189,270.5892 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
และกระจายน้ำจืดให้กับผู้อยู่อาศัย San Diego County



Birdseye view of current plant [via carlsbaddesal.com]



4. Danyang-Kunshan Grand Bridge (2010)

สะพานนี้มีระยะทาง 102.4 ไมล์ (164.8 กิโลเมตร)
เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในโลก
และใช้เวลาเพียง 4 ปีในการก่อสร้าง
ทั้งยังแตกต่างจากสะพานส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมา
ด้วยการออกแบบสะพานที่ทอดข้ามหุบเขาจำนวนมาก
เชื่อมต่อเมืองเซี่ยงไฮ้และหนานจิงในมณฑลเจียงซู
มีทางรถไฟที่สะพานเชื่อมต่อครอบคลุม
ระยะทาง 818 ไมล์ (1,317 กิโลเมตร)
ซึ่งเป็นผลงานทางวิศวกรรมโยธาของจีนเอง



via Lazerhorse.org]



5. Palm Islands (2014)

ด้วยความพยายามของเมืองที่ค้าน้ำมันที่ร่ำรวย

นายกรัฐมนตรีของดูไบได้มอบหมายให้มีการก่อสร้าง
โครงการก่อสร้างขนาดยักษ์ใหญ่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ในทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ได้เห็นภาพของ
หมู่เกาะปาล์มนอกชายฝั่งของดูไบ

รีสอร์ทบนเกาะแห่งนี้เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่
และความสำเร็จของของวิศวกรรมโยธาครั้งสำคัญ

เพราะโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกัน
จะถูกสร้างขึ้นมาจากท้องทะเล

ทรายจำนวนกว่า 3 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (85,000,000 ลูกบาศก์เมตร)
จะถูกขุดขึ้นมาจากท้องทะเลโดยเรือขุด
พร้อมเสริมกับคอนกรีต ทรายเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการสร้างรูปร่าง
วางรากฐานที่ซับซ้อนของต้นปาล์มและสนับสนุนตัวโรงแรม
หมู่เกาะปาล์มในดูไบก่อสร้างเสร็จวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.2008

ก่อนการก่อสร้างหินปูน หิน และทราย 210 ล้านลูกบาศก์เมตร
ถูกนำมาใช้งานสร้างฐานรากเพื่อรองรับโครงสร้าง
หาดทรายและแนวหินใช้หินกับทรายประมาณ 100 ล้านลูกบาศ์กเมตร
แล้วยึดเกาะด้วยคอนกรีตเพื่อให้สามารถสร้างรูปร่างขึ้นมา
วงแหวนรอบนอกของหมู่เกาะปาล์ม
ใช้หินกับทรายถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร
หินที่ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างของเกาะจะต้องถูกนำมาจาก
เหมือง United Arab Emirates มีทั้งหมด 16 แห่งถูกนำมาใช้
รวมปริมาณของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างของหมู่เกาะปาล์ม
จะเพียงพอที่จะทำกำแพงขนาดเล็กรอบโลกไม่ต่ำกว่า 3 รอบ



[via cntraveler.com]



[Image Courtesy of the Palm Jumeirah]



6. Venice Tide Barrier Project (2015)

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดในโลก
Venice อิตาลีที่เต็มไปด้วยความงดงาม
แต่ภายในเมืองกลับประสบปัญหาวิศวกรรมที่สำคัญ
เพราะเมืองนี้ที่ได้รับลมฝนกระหน่ำในปีที่ผ่านมา
ทำให้ทั้งเมืองเกิดน้ำท่วมจากน้ำฝน
เช่นเดียวกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล
เพื่อมองหาหนทางที่จะทำให้เมืองนี้ปลอดภัย
วิศวกรได้คิดค้นวิธีการเฉพาะ
ด้วยการใช้แนวกำแพงกั้นน้ำขึ้นลงได้
เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำขึ้นที่ท่วมที่อ่าวได้

ปัญหาและอุปสรรคที่จะต้องเผชิญหน้าในอนาคตก็คือ
ความสามารถในการปิดล้อมเมืองเวนิส
จากกระแสน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นสูง
โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนทดลองนำร่อง
วิศวกรที่ออกแบบให้มีเอกลักษณ์
และให้ความสำคัญกับการป้องกัน
น้ำท่วมของเมืองที่มีชื่อเสียงแห่งนี้



View of the mobile barriers in place [via guim.co.uk]



7. Kansai Airport (1994)

เมื่อวิศวกรญี่ปุ่นไม่มีห้องพัก/ที่ทำงานเพียงพอ
การที่จะขยายพื้นที่ภายในสนามบินนานาชาติโอซาก้า
ก็ทำได้อย่างยากลำบากเพราะความแออัดในเมือง
พวกเขาจึงแสวงหาเทคนิคในการก่อสร้างโครงการแบบใหม่
ที่ผิดแปลกไปจากเดิมเหมือนที่เคยทำมาในอดีต
เหมือนกับการสร้างเกาะปาล์มของดูไบ
หรือวิศวกรจีนสร้างเกาะเทียมในมหาสมุทรแปซิฟิค
ที่กลายเป็นกรณีพิพาทกับหลายประเทศในตอนนี้

ทำให้พวกเขาสร้างหนึ่งในสนามบินที่ยาวที่สุดในโลก
เสร็จสิ้นและเปิดทำการได้ในปีค.ศ.1994
ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 20 พันล้านเหรียญสหรัฐ
และเป็นสนามบินแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนเกาะเทียม
มีระยะทางยาว 4 กิโลเมตรกว้าง 2.5 กิโลเมตร
ใช้เวลา 3 ปีในการก่อสร้าง
ใช้คนงานมากกว่า 10,000 คน
พร้อมกับเรือขุดจำนวน 80 ลำ
ใช้ขยะกว่า 21 ล้านลูกบาศก์เมตรจากหลุมฝังกลบ
ซึ่งจัดว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น
เพราะญี่ปุ่นมีการคัดแยกขยะมานานแล้ว
จัดว่าเป็นหนึ่งในโครงการวิศวกรรมโยธาที่แพงที่สุด
สนามบินที่สร้างขึ้นมานี้
มีโครงสร้างบางส่วนคล้ายรูปปีกเครื่องบิน
เพื่อให้ทนต่อลมพายุไต้ฝุ่นในพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง




Arial view of airport structure atop the manmade island [via aveasia.files]



[Image Courtesy of the Kansai international airport]



8. Delaware Aqueduct (1945)

มหานครนิวยอร์กเป็นศูนย์กลาง
สำหรับการท่องเที่ยวธุรกิจและศิลปะ
ทั้งยังเป็นบ้านที่มีคนอยู่อาศัยประมาณ 8.5 ล้านคน
เช่นเดียวกับพื้นที่ที่มีประชากรมากมายทุกแห่ง
ปัญหาของการจัดหาน้ำจืดเข้ามาใช้ก็ตามมาเช่นกัน
ท่อส่งน้ำก็เป็นหนึ่งในรายการของโครงสร้างที่จะต้องมีอยู่แล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่างานของวิศวกรรมโยธา
ในการวางรากฐานขนาดความยาวท่อรวมทั้งสิ้น 137 กิโลเมตร
จัดว่าเป็นท่อส่งน้ำระบบอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในโลก
ลำเลียงน้ำเกือบ 50,000,000 ลูกบาศก์เมตรในแต่ละวัน

น้ำจะถูกส่งผ่านอุโมงค์นี้ในแต่ละวัน
ไปยังเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา
จัดว่าเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำทั้งหมด
ที่ใช้ในแต่ละวันของมหานครแห่งนี้
ทำให้โครงการนี้มีความสำคัญมากกับ
การอยู่อาศัยและชีวิตของผู้คนอเมริกันหลายล้านคน



A portion of the aqueduct system [via pabook2]



9. Mubarak Pumping Station (2005)

เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ อีกมากมาย
อียิปต์มีประสบการณ์การเจริญเติบโตในหลายปีที่ผ่านมา
พื้นที่ส่วนมากของประเทศอียิปต์เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง
และความพยายามที่จะขยายพื้นที่ใช้สอย
โดยให้วิศวกรสร้างสถานีสูบน้ำ
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะทำให้นำ้ใช้ได้ถึง 25%
ของที่ดินของอียิปต์ที่มีคนอาศัยอยู่
ก่อนหน้าที่จะมีโครงการนี้
จะมีเพียง 5% ของที่ดินของประเทศที่มีการอยู่อาศัย
และสามารถทำให้มีการพัฒนาของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต

สถานีสูบน้ำจืดเป็นส่วนหนึ่งของ
แผนวิศวกรรมโยธาที่เรียกว่าโครงการ Toshka
ศูนย์กลางสถานีถูกออกแบบมาเหมือนเกาะ
ที่มีโครงสร้างวางไว้ตรงกลางของทะเลสาบนัสเซอร์
มีปั้มน้ำจำนวน 24 ตัววางแนวตั้ง
เป็นช่องทางน้ำที่จะไหลไปสู่รอบเมืองจากตำแหน่งตรงกลางนี้



A view of the castle-like building surrounded by water [via industrytrap.com]



10. Lake Kariba (1963)

ปริมาตรของทะเลสาบ Kariba
เป็นอ่างเก็บน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตั้งอยู่ทางหลายไมล์จากทางเหนือของมหาสมุทรอินเดีย
ใกล้กับลุ่มน้ำชายแดนของซิมบับเวและแซมเบีย
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของ 5,580 ตารางกิโลเมตร
ทะเลสาบแห่งนี้มีความจุน้ำสูงสุดถึง 180 ลูกบาศก์กิโลเมตรน้ำ
นี่คือน้ำที่มีน้ำหนักจำนวนมากมายมหาศาล
ผลของน้ำหนักเกินอย่างมหาศาล
ทำให้เกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 20 ครั้ง
ในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง
ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นมานี้

ปริมาณน้ำจืดจะถูกบริหารจัดการด้วยเขื่อนขนาดใหญ่
หากเขื่อนเกิดพังขึ้นมา
จะมีคนตายนับล้านคนขึ้นไป
ไม่รวมทรัพย์สินและหายนะอื่น ๆ
ที่จะตามมาเพราะไหลผ่านหลายประเทศ



A view of the Kariba Dam which holds back the Kariba Reservoir [via wikimedia]



11. The Burj Khalifa, Dubai

สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ.2010
ไม่เพียงแต่เป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกที่ 828 เมตร
ยังเป็นอาคารสูงที่สุดที่ยืนตะหง่านฟ้า
โครงสร้างมีอุปสรรคมากมายที่จะต้องเอาชนะ
ตั้งแต่ปัญหาในการออกแบบและการสร้าง

โครงสร้างเป็นเรื่องหนึ่ง
เพราะในบริเวณนั้นมีลมแรงในที่สูง

ปัญหาเกี่ยวกับลมแรงด้านบน
ทำให้โครงสร้างขนาดใหญ่นี้
มีการทดสอบแบบจำลองมากกว่า 40 ครั้งในอุโมงค์ลม
ไม่ใช่ปัญหาในเรื่องการก่อสร้างเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
แต่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับเครนที่ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้าง



[Image Courtesy of the Burj Khalifa]



12. The Skywalk, Grand Canyon

Skywalk รูปเกือกม้าที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ.2007
เป็นความคิดของ David Jin นักธุรกิจจากลาสเวกัส
ที่สรุปผลทำโครงการนี้ร่วมกับชนเผ่าอินเดียนแดง Hualapai
เขาฝันถึงทางเดินบนกระจกครึ่งวงกลม
ที่ทอดยาวออกไปใน Grand Canyon
Skywalk มีน้ำหนักรวม 71 ล้านปอนด์
เทียบเท่าประมาณเครื่องบินรุ่น 747 จำนวน 71 ลำ
ทางเดินมีระยะทาง 1,219 เมตรเหนือแม่น้ำโคโลราโด
และยื่นออกไปจากหน้าผา 21 เมตรจากขอบหน้าผา
กระจกจำนวน 83,000 ปอนด์ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้าง
พร้อมกับเหล็กจำนวนหนักกว่า 1.0 ล้านปอนด์
ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นและประกอบในสถานที่
มีการขุดเจาะพื้นดินสำหรับสร้างโครงการนี้
ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีตั้งแต่ต้นจนจบ



[Image Courtesy of the Grand Canyon]



13. The Millau Viaduct, France

สะพานนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2004
เป็นสะพานที่สูงที่สุดในยุโรปและสูงที่สุดในโลก
สะพานมีความสูง 270 เมตรเหนือแม่น้ำ Tarn เป็นจุดที่ไต่ระดับ
ไปจนจุดที่สูงที่สุดของสะพาน 342 เมตรจากฐานเสาถึงปลายเสา
สูงกว่าหอไอเฟลที่รวมยอดเสาอากาศ 324 เมตร
มีความยาว 2,460 เมตร ความกว้าง 32 เมตร
สะพานเชื่อมทางเดินระหว่างกรุงปารีสกับสเปน
ช่วยในการบรรเทาความแออัดทางจราจร
มีอายุการใช้งานราว 120 ปี
และมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างราว 320 ล้านยูโร



[Image Courtesy of the French Tourism Board]


เรียบเรียง/ที่มา

//goo.gl/HxUcEv
//goo.gl/P4ZT30


Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 27 มิถุนายน 2559 0:51:54 น. 0 comments
Counter : 456 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.