ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
15 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
โตัว หญิงชราชาวจีนคนหนึ่ง

ขอเขียนเรื่องนี้จากความทรงจำเก่าๆก่อนที่จะลืมเลือนไป
ช่วงหนึ่งที่ทำงานที่ธนาคารไทยแห่งแรกของอำเภอหาดใหญ่
จะต้องเดินผ่านร้านขายรถจักรยานยนย์ยี่ห้อหนึ่งเป็นร้านอยู่ที่หัวมุมสายสอง
มักจะเจอผู้หญิงจีนชราสูงวัย เที่ยวเดินตะโกนโหวกเหวก ดุด่าคนงานคนนั่นคนนี้อยู่เสมอ
ในที่ทำงานร้านนี้ และคนในร้านกับคนทั่วไปก็จะเรียกแกว่า โต้ว
(ลูกสะใภ้ หรือ ป้า/น้า/อา ภาษาจีนไหหลำ)
จนนานวันเข้าจึงรู้ว่า อดีตของแกเป็นพี่เลี้ยงลูกสาวลูกชายเจ้าของร้านคนแรก
ก็ไม่สนใจมากนัก เพราะคิดว่าคงเป็นคนเก่าคนแก่
ที่คนงานทั่วไปต้องให้เกียรติเป็นธรรมดา

ต่อมา เริ่มเจอแกมากขึ้น เพราะแกชอบมานั่งคุยกับโต้วเจ้าของร้านน้ำชาแห่งหนึ่งที่สายสาม
ซึ่งพอดีก็จะสนิทกับลูกชายทั้งสี่คนของโต้วเจ้าของร้านน้ำชา
เพราะเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันในหาดใหญ่
และโต้วแม่ของเพื่อนผมก็ชอบพอผมพอประมาณ
เพราะครอบครัวหาดใหญ่สมัยก่อนมักจะรู้จักกัน
ว่าเป็นลูกหลานใคร พ่อแม่ทำมาหากินอาชีพอะไร
มีช่วงหนึ่งลาออกจากงานประจำที่ธนาคารไทยแห่งแรก
เลยต้องรับจ้างทำงานให้ครอบครัว ทำให้ไม่ได้อยู่เป็นที่เป็นทาง
โตัวเจ้าของร้านน้ำชา เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ช่วงที่แกป่วยหนักมาก แกมักจะบอกลูกหลานแกว่า ผมมาเยี่ยมแกแล้ว
แต่ว่าผมไม่ได้ไปเยี่ยมแกแต่อย่างใด จนกระทั่งแกเสียชีวิต
ลูกหลานของแกก็พยายามถามหาผม
แต่ก็ไม่พบและอาจจะนึกว่าอาการของแกคงไม่หนักมาก อาจจะหายได้
แต่สุดท้ายแกก็เสียชีวิตไป ยังเสียใจอยู่ทุกวันนี้ว่าไม่ได้พบ/เยี่ยมแกก่อนแกจะตาย


โตัวทั้งสองคนจะสนิทกันมาก เพราะสามารถพูดคุยภาษาไหหลำด้วยกัน
ไปไปมามา แกก็เริ่มมากินนอนที่ร้านน้ำชาแห่งนี้
โดยเจ้าของร้านก็นำเงินมาฝากให้เป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน
สอบถามเพื่อนได้ความว่า สมัยแกสาวๆ แกดูแลลูกสาวลูกชายเจ้าของร้าน
เหมือนกับลูกคนหนึ่ง ตามรับตามส่งไปโรงเรียน ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ
ดุด่าและดูแลอย่างดี จนกระทั่งลูกของเจ้าของร้านที่แกดูแลไปจบเมืองนอก
สองคน และไปรับราชการช่วงหนึ่ง ก่อนกลับมาเป็นเจ้าของร้านร่วมในปัจจุบัน

มีช่วงหนึ่งโต้ว ก็หายไปจากเมืองไทยหลายเดือน
เจออีกครั้งหนึ่ง ท่าทางแก ซึม ๆ เหงา ๆ
สอบถามจากเพื่อนก็ได้ความว่า แกกลับไปตกทุกข์ยากที่เมืองจีน(ไหหลำ)
แกนำเงินเก็บแกร่วมสี่แสนบาท กลับไปหาลูกชายของแกที่ไหหลำ
คาดว่าจะไปตายที่นั่นและอยู่ร่วมกับลูกชายที่แกจากมาหลายปีแล้ว
กว่าห้าสิบปีแล้ว (ตอนนั้นโตัวอายุกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว)
ช่วงเดือนแรก ลูกชายก็ดูแลแกอย่างดี
แต่พอเดือนต่อ ๆไป ก็เริ่มให้แกอด ๆ หยาก ๆ
เพราะแกมอบเงินทั้งหมดให้ลูกชาย
ไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
หลังจากนั้น ก็เริ่มทุบตีแกและไม่ให้แกกินข้าว
เลยต้องแอบเขียนจดหมายมาบอกโต้วที่ร้านน้ำชา

เจ้าของร้านขายรถจักรยานยนต์ทราบข่าวจากโตัวร้านน้ำชา
เลยบอกว่าให้ไปพาตัวกลับมาให้ได้
ค่าใช้จ่ายเท่าไรให้มาเบิกล่วงหน้าได้เลย
โต้วร้านน้ำชาเลยให้ลูกชายคนโต
ที่พูดภาษาจีนไหหลำและภาษาอังกฤษได้
ร่วมเิดินทางไปเมืองจีนไหหลำเพื่อพาตัวแกกลับมา
ปรากฏว่าต้องจ่ายค่าเครื่องบินสองคนเที่ยวไป
กับค่าเครื่องบินเที่ยวกลับรวมสามคน
และยังต้องจ่ายค่าไถ่ตัวแกให้ลูกชายของแก
อีกประมาณสามหมื่นกว่าบาท (ค่าเงินสมัยสิบปีก่อน)

หลังจากนั้นแกก็มากินอยู่ประจำที่ร้านน้ำชาแห่งนึ้
กลางวันแกก็มักจะนอน แต่ดึกๆค่ำคืนก็จะตื่นขึ้นมาคุยกับโต้วเจ้าของร้าน
เป็นอย่างนี้ประจำ ทุกเดือนเจ้าของร้านจักรยานยนต์
บางทีก็เป็นผู้หญิงหรือบางครั้งก็เป็นผู้ชาย
ถ้าว่างก็จะมาเยี่ยมแก หรือไม่ก็ใช้ให้ลูกน้องฝากเงินค่าใช้จ่ายมาให้แก
ซึ่งแกก็รับบ้างไม่รับบ้างบอกว่าพอใช้อยู่เสมอ

สุดท้ายแกก็สิ้นชีวิตที่ร้านน้ำชาแห่งนี้
ไร้ลูกหลาน แต่ไม่ไร้น้ำใจมิตรภาพจากโต้วร้านน้ำชา
และความรักกตัญญูจากคนที่แกเลี้ยงดูตอนเด็ก ๆ
ที่ร่วมกันนำพาธาตุเถ้าอังคารของแกก็ลอยน้ำไป
เป็นสุข เป็นสุขเถิด

คือความทรงจำของผมก่อนที่จะเลือนหายไป
ถึงผู้หญิงจีนชราคนหนึ่ง
ที่เคยพบเคยเจอที่บ้านเกิด



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 8 กรกฎาคม 2552 1:00:36 น. 1 comments
Counter : 656 Pageviews.

 
อยู่ให้มีความสุขก็คุ้มค่าค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:12:47:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.