ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
15 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ชายชราชาวจีน คนที่หนึ่ง

ชายชาวจีน ผู้ยากไร้ (คนที่หนึ่ง)

หลายงานที่ได้ไปร่วมงาน
ในวันสุดท้ายที่มีประเพณีส่งศพคนจีนที่หาดใหญ่
จะมีชายชราชาวจีนคนหนึ่ง ต้องใช้ไม้เท้าข้างหนึ่งพยุงตัวเวลาเดิน
มาร่วมเข้าแถวอยู่ท้ายสุด คำนับศพผู้ตายทุกครั้งอย่างตั้งอกตั้งใจ
(ตามประเพณีต้องคำนับสามครั้ง) และอาจจะมีหลายรอบ
แล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพงานศพว่ามีแขกเข้าร่วมมากน้อยเพียงไร

จนกระทั่งถึงงานศพพ่อของผู้เขียนเอง
ก็ได้เจอแกอีกครั้ง สอบถามแม่ก็ได้ความว่า
นานมาแล้วชายคนนี้ทำงานอยู่ร้านขายของที่ถนนสายสอง
เป็นร้านที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับร้านของพ่อ
ต่อมาแกเกิดโรคชนิดหนึ่งทำให้มีแผลที่ขาเหวอะหวะต้องมีค่าใช้จ่าย
ในการรักษามาก และต้องใช้เวลานานมากในการรักษาแผลดังกล่าว
(สมัยนั้นยาปฏิชีวนะยังไม่แพร่หลาย หรือถ้ามีก็แพงมาก)
เจ้าของร้านจึงให้ออกจากงานไป
เมื่อออกจากงานก็ไม่มีรายได้อะไรอีกแล้ว
ก็ต้องใช้บริการสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลหาดใหญ่
รักษาแผลจนหาย แต่สุดท้ายทำให้ขาข้างขวาต้องพิการไป
จนต้องใช้ไม้เท้าพยุงเวลาเดิน

ความที่เป็นคนจนและคนไร้บ้าน
แกจึงต้องร่อนเร่หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ
จากงานศพของชาวจีน
(คนจีนแต้จิ๋วมักพูดว่า เต้าเหล่ายัวะ-มาชุมนุมกันมากๆ)
โดยการที่แกมาร่วมงานศพ ก็จะได้รับประทานอาหารส่วนหนึ่ง
ซึ่งตามธรรมเนียมสมัยก่อนต้องมีการจัดเลี้ยงไม่ต่ำกว่าสามมื้อ
ไว้ต้อนรับคนมาร่วมงาน เพราะการเดินทางสมัยก่อนลำบาก
หรือบางคนก็จะมาจากทางไกล การเดินทางรถราก็มีน้อยต้องรอนาน
ทำให้ไม่สะดวกในการหาอาหารการกินเวลาเดินทางมาร่วมงาน
แต่ปัจจุบันก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปหลายแห่งแล้วธรรมเนียมแบบนี้
โดยชายชราคนนี้ก็จะหลบซ่อนอยู่หลังๆ แถวโรงครัวช่วยล้างจานชาม
และถ้วยแก้วที่มีการกินแล้วจากแขกร่วมงานเท่าที่จะช่วยได้
และเก็บเศษบุหรี่ที่คนสูบเหลือทิ้งไว้ไปสูบต่ออีกส่วนหนึ่ง
(สมัยนั้นการสูบบุหรี่เป็นเรื่องธรรมดามากไม่เหมือนตอนนี้)
หรือถ้ามีคนที่เคยรู้จักแก/เมตตาสงสารแก
ก็อาจจะให้เงินแกบ้างเล็กน้อย
ซึ่งพ่อก็เคยให้แกบ้างเหมือนกัน

หลายครั้งที่เจอแกเดินบนท้องถนนในหาดใหญ่
ก็พยายามให้เงินแกบ้างเล็กน้อย
แต่แกก็พยายามพูดว่า ไม่ (ไหม่ ๆ ๆ) พร้อมกับยกมือปัดการให้
ต้องยัดเยียดใส่กระเป๋าเงินที่หน้าอกเสื้อของแก
เสื้อผ้ามีสภาพเก่าแต่มีการพยายามซักให้ดูสะอาดพอสมควร
(จำได้ทุกครั้งที่เจอแกจะใส่เสื้อเชิ๊ตแขนสั้น
กางเกนขาสั้นยาวเกือบถึงหัวเข่า)
ครั้งสองครั้งที่เจอแกที่แถวหน้าธนาคารเอเซีย ที่สายหนึ่ง
(เลิกกิจการไปแล้วเปลี่ยนเป็นอีกชื่อหนึ่ง)
กับบริเวณถนนสายสองที่หาดใหญ่
ก็ให้เงินแกอีก แกก็พูดว่า ไม่ ๆๆ อีก พร้อมกับยกมือปัดการให้
แต่ก็ยัดเยียดให้แกจนได้
มีคนเดินผ่านไปผ่านมา และคนทำงานในธนาคารที่เดินผ่านจ้องมองแบบแปลก ๆ
เผลอ ๆ อาจคิดว่าผมเป็นลูกหลานที่ทอดทิ้งแกก็อาจเป็นไปได้
คิดในแง่ร้ายสักนิดในเรื่องนี้
แต่ก็คิดในแง่ดีว่า เป็นการช่วยเหลือคนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่ทำได้

ครั้งสุดท้ายที่เจอแก กำลังขับรถยนต์กะบะอยู่จะข้ามไปฝั่งหาดใหญ่ใน
(หาดใหญ่ในคือฝั่งตรงข้ามย่านพาณิชกรรม/เจริญมากสุดของเมืองหาดใหญ่
โดยมีทางรถไฟคั่นกลางแยกสองฝั่งตัวเมืองออก
การเดินทางไปมาหาสู่กันต้องข้ามทางรถไฟไป
โดยทางสะพานลอยสองสะพาน และอุโมงค์ลอดรางรถไฟอีกหนึ่งอุโมงค์
หรือกล่าวง่ายๆคือด้านทางทิศตะวันตก หรือที่ตั้งที่ว่าการอำเภอกับสถานีตำรวจ)
เห็นแกกำลังเดินข้ามสะพานลอยสายหน้าโรงพักเข้าฝั่งสายหนึ่ง
เดินบนทางลาดไหล่ทางสะพานลอยจะเข้าหาดใหญ่
ก็คิดว่าไม่เจอแกนานแล้วเหมือนกัน
จะให้เงินแกบ้าง แต่คงต้องหาที่จอดรถยนต์และวิ่งตามแกอีก
เลยคิดว่าจะให้แกในวันหลังก็แล้วกัน

หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอแกอีกเลย
คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว
เพราะสภาพแกตอนนั้นก็อายุประมาณเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว
อาจจะมีสุขภาพดีกว่าเถ้าแก่ในตลาดบ้าง
เพราะต้องเดินทุกวันไปตามงานศพคนจีนในหาดใหญ่
เพื่อหาอาหารกินและรายได้เล็กน้อยจากงานศพ

นี่คือชายชราชาวจีน ผู้ยากไร้คนหนึ่ง
ที่เคยพบเจอและรู้จักในบ้านเกิด
เขียนไว้จากความทรงจำก่อนที่จะเลือนหายไป



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 8 กรกฎาคม 2552 1:00:17 น. 1 comments
Counter : 602 Pageviews.

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:12:49:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.