ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
ตำนานเสี่ยโรงเหล้า สัตตะบท

ผลการประชุมวาระพิเศษที่โรงงานแม่น้ำของ
เริญยอมลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการ
เพราะทำให้ยอดขายเหล้าลดลงกว่าเดิมมาก
แพ้ยอดขายเหล้าของโรงงานพ่อตา
แล้วตั้งคนของเริญที่โอวมักกุ้ยเห็นสมควร
เข้าไปดำรงตำแหน่งแทนทันที

ก่อนวันประชุมใหญ่ครึ่งปี
ของโรงงานเหล้าแม่น้ำของ
เริญ ได้นัดประชุมที่บ้าน
มีพ่อตา โอวมักกุ้ย  
เข้าร่วมประชุมเหมือนเดิม

" ป๊า เราจะแตกหักกับพวกมัน
ในวันนั้นเลยดีมั๊ยครับ "

เริญถามในที่ประชุม

" ป๊าว่าก็ดีเหมือนกัน
เสี้ยนหนามคาใจได้หลุด ๆ ไป "

พ่อตาเริญกล่าวนำ

" ผมว่าเราต้องเริ่มปล่อยข่าว
ทำลายพวกมันก่อน
เพื่อสร้างความชอบธรรม
ก่อนที่พวกเราจะแตกหัก
กับกลุ่มอ้ายแต้เสี่ยวป้อ "

โอวมักกุ้ยเสนอในที่ประชุม

" ดีเหมือนกันครับ
ดีกว่าเราตกเป็นเบี้ยล่าง
โอวมักกุ้ยมีแผนอะไรบ้างครับ
ลองนำเสนอมาให้ดูด้วยครับ "

เริญสอบถามในที่ประชุม

" ผมมีหลักฐานภาพถ่ายไอ้แต้เสี่ยวป้อ
ที่อุจาดตากับเมียน้อยของมัน
กับหลักฐานการโกงของลูกหลานมัน

แล้วก็ยอดขายที่หลุดหายไปมาก
เรียกว่าธุรกิจนี้ดูแล้วมีปัญหาแน่นอน "

โอวมักกุ้ยนำเสนอในทีประชุม

" ป๊าว่าก็ดีเหมือนกัน
โจมตีมันก่อนที่จะโจมตีเรา
ทำให้พวกมันดูด้อยค่า
ทุเรศตายมากในที่สาธารณะ
ข่าวแบบนี้ชาวบ้านยิ่งชอบ "

พ่อตาเริญกล่าวในที่ประชุม

" นั้นลงมือทำเลยครับ

เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้
อีกอาทิตย์ก็ประชุมใหญ่แล้วครับ

ข่าวไม่เกินหนึ่งอาทิตย์
คนจะสนใจยังจำไม่ลืมเลือน
แน่นอนเราน่าจะมีชัยครับ "

เริญสรุปปิดประชุม




พาดข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์

แก่แล้วไม่เจียมสังขาร

ตาแก่อยากมีเมียสาว
ถือไม้เท้ายักแย่ยักยัน

ภาพหลุดสุดสยิว
แต่ดูแล้วน่าเวทนา

อุ้ยเสี่ยวป้อกลายเป็นดาราหนังโปีตอนแก่
ในยุคที่หนังสือพิมพ์มีแค่สีขาวดำ
คนอ่านคนดูต้องมโนเอาว่าเป็นเช่นไร

พอ ๆ กับภาพหลุดของอดีตนางงามจักรยาน
ที่ส่งต่อ ๆ กันทางโทรสารจนภาพยับเยิน
แต่คนดูแต่ละคนต่างจิ้นเอา (Imagine)
แล้วพูดคุยกันแบบสนุกสนานปาก

พร้อม ๆ กันข่าวการขุดคุ้ย
ของหนังสือพิมพ์หัวสีเขียว
ถึงการโกงกันในโรงงงานเหล้าแม่ของ

มีภาพแผนผังการกินตามน้ำ บนน้ำ ใต้น้ำ
จนสุดท้ายเงินที่เป็นแม่น้ำไหลไปลงที่ใคร

คนที่แบกหน้าทาถ่านสีดำบนใบหน้า
ก็หนีไม่พ้นพี่น้องตระกูลแต้เสี่ยวป้อ

งานนี้โจษจันกันมันมาก
ทั้งในและนอกวงการเหล้า
ต่างสนใจพร้อมกับระดมกันคุย
จนเรียกว่าแต้เสี่ยวป้อแทบเอาปี๊บคลุมหัว
ตอนเดินออกจากบ้านหรือไปประชุมที่ต่าง ๆ

พร้อม ๆ กับพยายามจ้างนักสืบว่า
ข่าวหลุดจากใครบ้าง  
โดยพร้อมจ่ายเงินไม่อั้น
ก็ได้รับคำตอบว่า

" ผมบอกคุณไม่ได้
ถ้าผมบอกคุณ
ผมต้องฆ่าคุณก่อน "




วันแดงเดือดที่ประชุมใหญ่
ในโรงงานเหล้าแม่น้ำของ
มีการระดมทหารตำรวจ
เข้าตรวจค้นคนเข้าประชุม
มีการนับจำนวนผู้ถือหุ้นในที่ประชุม
กับสิทธิในการอออกเสียงของผุ้ถือหุ้น
สื่อมวลชนกับนักข่าวต่างแห่กันไปงานนี้

รัฐมนตรีกระทรวงเงินทอง กับอธิบดีกรมโรงเหล้า
ต่างไม่ใกล้กรายแกล้งเมินเข้าที่ประชุมใหญ่ครั้งนี้
เพราะเดี๋ยวจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน
หรือหาว่าวางตัวไม่เป็นกลางในที่ประชุม

ก่อนวันเข้าประชุมหนึ่งวัน
ต่างฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์เพื่อดึงคะแนนเสียง
จากกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ตอนนี้แยกเป็นสามฝ่าย
ฝ่ายของแต้เสี่ยวป้อ  ฝ่ายของเริญ 
กับฝ่ายชนะข้างไหนก็เช้าด้วย
หรือมักจะบอกว่าตนเองเป็นกลาง

แต่ Margaret Thatcher
อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกว่า
คุณยืนอยู่กึ่งกลางถนนไม่ได้หรอก
เพราะคุณมีโอกาสถูก
รถยนต์ชนตายทั้งสองข้าง "

ฝ่ายเริญนับคะแนนเสียงได้ 40%
ฝ่ายแต้เสี่ยวป้อนับคะแนนเสียงได้ 35%
ส่วนฝ่ายที่ยังไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใดมี 25%

ประธานในที่ประชุมต้องตั้งคนอายุมากที่สุด
เป็นประธานที่ประชุมชั่วคราวก่อน
แกทำหน้าที่แบบฤาษีเลี้ยงลิง
ไม่มีใครยอมใคร
วิ่งวุ่นวายกันไปหมด
เพราะไม่มีใครยอมรับใคร
ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมด

สุดท้ายจึงสรุปให้ตัวแทนของ
กระทรวงเงินทอง
ขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม

ฝ่ายเริญเข้ามาพร้อมกับโอวมักกุ้ย
ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯการค้ากิจการ
รวมรวมคะแนนเสียงในมือได้ 40%
อยู่แบบสงบสยบความเคลื่อนไหว

ส่วนกลุ่มแต้เสี่ยวป้อออกอาการ
ส่งเสิยงทักทายเชิญชวนพวกเป็นกลาง
ให้เข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์อีกครั้ง
เพราะคะแนนที่ได้มาในมือ
เป็นของตระกูลตนเอง
กับผู้ถือหุ้นที่เป็นลูกหนี้
ของธนาคารตระกูลนี้
ถูกบังคับให้ร่วมหัวจมท้าย

ฝ่ายไม่ฝักฝ่ายฝายใดมีของกรมโรงงานเหล้า
ที่ถือในนามของกระทรวงเงินทอง
กับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ไม่มีบทบาทอะไร

ในที่ประชุมมีตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อย
ซักถามการเงินของโรงงานผลิตเหล้า
และการยักยอกเงินตามที่
ปรากฎในหนัาหนังสือพิมพ์

ท่ามกลางเสียงโห่ฮาเป้นระยะ ๆ
เวลาที่มีการตอบชี้แจงในที่ป่ระชุม
พร้อม ๆ กันการกระเหี้ยนกระหือรือ
ที่จะส่งคนเข้ามาจัดการคนตั้งคำถาม
แบบจับกระทืบได้ก็กระทืบเลย
ตบหน้าถ่มน้ำลายใส่ได้ก็ทำเลย
แต่ตำรวจกับทหารต้องกัน
บรรดาอริหรือคนไม่เกี่ยวข้องออกไป

ฝ่ายเริญยังนิ่งเงียบอยู่
ไม่มีคำถามใด ๆ ในที่ประชุมใหญ่
การซักฟอกเนิ่นนานกว่าสิบชั่วโมง
แบบไม่มีใครยอมใคร
ไม่มีใครยอมถอย

จนสุดท้ายกลุ่มแต้เสี่ยวป้อ
เกิดอาการฟิวส์ขาดขึ้นมาเอง

" ถ้าดีแล้ว พวกลื้อก็ทำกันเองสิวะ
อ้ายฮ่า  ปวดหัวชิกหาย "

แต้เสี่ยวป้อสรุปขึ้นมาเอง

งานนี้สรุปออกมายิ่งทำให้กลุ่มเริญ
สามารถร้องเพลงโต้อ้อม  สุนิสา บุญสังข์
ไม่ถอยดีกว่า อยากเอาดีกว่า  ไม่อยากเปลี่ยนใจ
ไม่รู้ว่าพวกเธอทำต่อไปอย่างไร  ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พร้อมกับท่องโศลกของมหาภารตยุทธ์

รบเถิดอรชน หากเจ้าปราชัยในสนารบ สวรรค์ยังรอเจ้าอยู่
หากแม้เจ้ามีชัยชนะในครั้งนี้ ทุกพงพื้นปฐพีรอเจ้าเข้าครอง

ข้อสรุปในที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ
เพื่อค้นหาว่าใครต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้สิน
ที่เกิดจากการทุจริตในโรงงานผลิตเหล้าแม่ของ

ขณะเดียวกันขอความร่วมมือจากผู้ถือหุ้น
ให้ร่วมมือกันก่อนเพื่อประมูลสัมปทานโรงเหล้า
ที่จะหมดอายุในเดือนกันยายนปีนี้

แม้ว่าคะแนนเสียงของฝ่ายกระทรวงเงินทอง
จะไม่เทให้ฝ่ายไหนในที่ประชุม แบบแทงกั๊กอยู่




รอยร้าวและลางร้ายในทีประชุมก็เริ่มขึ้น
พายุลมดูสงบเงียบ  แต่พายุใหญ่กำลังจะมา
มีเสียงก่นด่าจากพวกแต้เสี่ยวป้อว่า

" พวกไอ้เริญมันน่าจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมด
พาพวกคิงมาฆ่าพวกฮาในที่ประชุม
คบไม่ได้พวกไพร่สามานย์
ไม่มีสกุลรุนชาติ
ไอ้พวกขายหอดทอด
ชาติตระกูลเด็กล้างขวดเก่า
พวกข้าตระกูลดีสีชาด
ร่ำรวยมาก่อนพวกมันนับร้อยปี "

แบบที่ใน facebook ด่าพวกทำตัวเป็นสลิ่มบ่อย ๆ

" แน่จริงเอาเหตุผลมาด่าดิ
อย่าด่ามั่วเหมาหมด
อย่าเอาแต่ด่า
ด่าแบบ Hatred Speed
ด่าเอามัน  ไร้สาระเฟ้ย "




War Room ของเริญตั้งขึ้นแล้ว
ธงรบโบกสะบัด  ขุนพล พลพรรค
พร้อมรุก รบ ตั้งรับ ถอย

งานนี้มีการตั้ง War Room
ใกล้กับกระทรวงเงินทอง
ที่จะจัดให้เป็นที่ประมูลสัมปทาน
โรงเหล้าครั้งประวัติศาสตร์
หลังจากมีการผูกขาดมาจะครบสิบปี
แต่ได้กลุ่มเก่ามาร่วมสามสิบปีแล้ว

เริญตั้งกรรมการ War Room ขึ้นเป็นสามชุด
ชุดใหญ่ที่ตัดสินใจภาพรวมมี  พ่อตา  เริญ โอวมักกุ้ย

ชุดสองมี หัวหน้าที่ไปเป็นกรรมการธนาคารกรุงเทพฯการค้ากิจการ
เถ้าแก่โรงงานขวดเก่า  ผู้จัดการโรงงานเหล้าทั้งสองโรงงาน
ผู้จัดการฝ่ายขายทั้งสองโรงงาน  ยี่ปั้วขายเหล้ารายใหญ่ในประเทศ

โดยให้อธิบดีกรมโรงงานเหล้า  เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
มีเงื่อนไขพิเศษว่า  จะให้ถือหุ้นลมหลังจากประมูลได้
พร้อมกับเงินตำแหน่งที่ปรึกษาเดือนละ 2 แสนจนกว่าจะตายจาก

ชุดที่สาม ทีมงานที่ชุดที่สองสรรหามา
มีหน้าที่ป้อนข้อมูลและติดต่อประสานงาน
เป็นชุดที่ทำหน้าที่แนวหน้าออกรบ
หรือยอมตายเพื่อเจ้านายแบบถวายชีวิต
หรือ สู้ตายเพื่อช่วงชิงชัยชนะ




คณะกรรมการชุดที่สองเสนอเริญว่า

" น่าจะให้รายย่อยยี่ปั้วซาปั้วถือหุ้นบริษัทพ่อตาเริญ
เพื่อระดมทุนสำรองไว้สู้กับเจ้าเก่าโรงงานเหล้าแม่ของ
ส่วนผู้ถือหุ้นที่เป็นหนี้ธนาคารกลุ่มแต้เสี่ยวป้อ
ทางธนาคารกรุงเทพการค้ากิจการ
จะทำการ Refinance ให้ทั้งหมด
พร้อมกับ Injet เงินให้มากกว่า
ที่เคยกู้ธนาคารเดิมอีกหนึ่งเท่าตัว

เพราะเงินกองทุนของธนาคารนี้มากกว่าแล้ว
แถมยังไม่ถูกจับตามองเหมือนธนาคารพวกแซ่แต้
รับรองหุ้นกลุ่มโรงงานเหล้าแม่ของที่พวกแซ่แตัถือหุ้น
ลดลงแบบหายฮวบน่าจะเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 "

เริญ พ่อตา โอวมักกุ้ย
พิจารณาข้อเสนอ  อนุมัติดำเนินการ
พร้อมกับสั่งการให้ย้ายเงินฝาก
และบัญชีซื้อขายที่แต่เดิม
กระจัดกระจายอยู่หลายธนาคาร
ให้โอนเข้าที่ธนาคารกรุงเทพฯการค้ากิจการ
ที่สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ใครไม่ยอมทำตามเงื่อนไขนี้
ให้ลดการขายเหล้าให้
หรือขายให้แบบมีราคาแพงกว่าเดิม
เพราะตอนนี้ทางโรงงานเหล้าแม่ของเดิม

ฝ่ายการเงินวุ่นวายสับสนกับการค้นหาตัวเลข
เริญเลยส่งคนเช้าไปคุมการเงินในโรงงานทั้งหมด
แล้วออกคำสั่งให้ดำเนินการตามแผนนี้

ใครเป็นพวกของกลุ่มตระกูลแต้เสี่ยวป้อ
ดึงเงินจ่ายให้ช้าที่สุด  แต่รับเงินให้เร็วที่สุด

เงินเบิกจ่ายนอกรายการหรือใต้โต๊ะ
เพื่อหยอดน้ำมันให้งานเดินสะดุดไปหมด

ยิ่งวันยิ่งมีเสียงด่าโรงงานแม่ของมากขึ้น
เงินจ่ายค่าสัมปทานภาษีสวนทางลง

ขณะที่กลุ่มโรงหล้าแสงจันทร์เป็นขาขึ้น
ตัวเลขงดงาม จ่ายรายการก็ดีกว่า
เสียงเชียร์เสียงสนับสนุนเริ่มมากขึ้น ๆ

ผลลัพธ์คือ เงินฝากเข้าธนาคารแห่งนี้ถล่มทะลาย
เงินค่าธรรมเนียมรับต่าง ๆ ทะลักเข้ามาอีก
มีเงินฝากเหลือพอปล่อยกู้ในตลาดการเงิน
และตราสารทางการเงินจำนวนมาก
หนี้เสียลดลงฮวบ ๆ เพราะได้ลูกหนี้รายใหม่

ส่วนรายเก่าก็ไล่ไปที่อื่น  หรือบอกเชิญไปที่อื่น
ด้วยการไล่บี้อัตราดอกเบี้ยสูง ๆ
จนลูกหนี้หน้าบางต้องขายทรัพย์สินใช้หนี้
เริญจึงเริ่มซื้อที่ดินของดีราคาถูกในช่วงนี้
เพราะมีเงินเก็บจากโรงงานเหล้าของพ่อตา
แต่การบริการการเงินและรายได้เป็นของเริญ

ส่วนธนาคารของแต้เสี่ยวป้อ
เริ่มมีอาการป้อเป้ ๆ รวนเร
เพราะคนขาดความมั่นใจ
สถาบันการเงินถ้าคนฝากเงินไม่มั่นใจก็แย่แล้ว
ยิ่งมีคนแห่กันถอนเเงินฝากก็ยิ่งร่องแร่ง
จนสุดท้ายธนาคาแห่งชาติด้อยพัฒนา
ต้องส่งคณะกรรมการเข้าไปกำกับและควบคุม

การยักย้ายถ่ายเทและตั้งป้อมสู้กับพวกเริญเริ่มลำบาก
ยิ่งวงเงินค้ำประกันเงินที่จะวางประกันสัมปทานบัตร
แม้ว่าน่าจะผ่านได้แต่ก็ต้องหืดขึ้นคอกว่าจะเจรจากับ
เจ้าหนี้ที่มาจากฝ่ายธนาคารชาติด้อยพัฒนาได้

แต่ฝ่ายเริญร้องได้คำเดียวแบบอดีตนายกชาติชาย
ไม่มีปัญหา  สบายมาก  สบม  หายห่วง
เงินกองทุนเหลือล้น  ธนาคารแห่งชาติด้อยพัฒนายังอุ้มอยู๋

พร้อม ๆ กันนั้นแผนทำลายฝ่ายตรงข้ามชุดต่อมา
ที่เสนอโดยคณะกรรมการชุดที่สอง
และได้รับความเห็นชอบจากชุดแรกคือ

การลดปริมาณขวดใส่เหล้า
ที่จะขายให้กลุ่มโรงงานเหล้าแม่ของ
พร้อมกับสะกัดกั้นเส้นทางขนส่งวางสินค้า
ด้วยการซื้อตัวคนขับรถยนต์ฝ่ายตรงข้าม
จ่ายรายการให้กับทางหลวงแผ่นดินมากกว่า

ทำให้การขนส่งสินค้าฝ่ายตรงข้ามวุ่นวายสับสน
พร้อมกับยี่ปั่วซาปั่วไม่ค่อยยอมรับสินค้า
ทำให้ยอดขายเหล้าแม่ของขี้เหร่ลง ๆ

ยอดขายตกต่ำ ๆ กำไรหาย ๆ
เงินที่ส่งให้รัฐก็หายไปมาก
ตัวเลขก็ประจานความตกต่ำ
มีการประกาศตลอดเวลา
ก่อนการประมูลชิงสัปทาน

แต่ตัวเลขฝ่ายเริญดีวันดีคืน
ผู้มีส่วนได้เสีย Stakeholders
ต่างพึงพอใจกับตัวเลข
ส่วนแบ่งที่ได้รับอย่างเป็นทางการ
กับอย่างไม่เป็นทางการ




คณะกรรมการชุดที่สามเริ่มรับบทบาท
ได้รับงบประมาณมาแบบเกินคาด
แบบไม่อั้นก็จริง  แต่คนทำงานรับรู้
และมั่นใจว่าผลตอบแทนวันหน้างดงามแน่
เลยร่วมมือร่วมใจทำงานแบบถวายหัว

เพราะเห็นจากหัวหน้าเก่าที่ได้ดิบได้ดี
มีเงินเดือนตำแหน่งงานในการทำงานกับเริญแล้ว
ต่างคนต่างอยากเป็นเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน
ออกข่าวร้ายฝ่ายตรงข้ามตลอด
ดีดสีตีเป่า ป้ายร้ายให้ข่าว  เลี้ยงดูนักข่าว
พร้อมกับให้ข่าวร้ายฝ่ายตรงข้ามทุกวี่ทุกวัน

ไม่ต่างจากพวกนาซีเยอรมัน Joseph Goebbels

" คุณโกหกสิบครั้งเขาไม่เชื่อ
ก็ลองโกหกเป็นพันครั้งซิ
ไม่เชื่อให้มันรู้ไป "

และแล้ววันศึกวันทรงชัย
นัดล้างตาแบบชกกันให้แพ้ไปเลย
ไม่มีใครยอมใครก็เริ่มต้น
ก่อนวันปิดงบประมาณประจำปีศยมกุก
เริ่มต้นวันที่ 22 กันยายน ปีนี้




Create Date : 07 มกราคม 2559
Last Update : 1 มีนาคม 2559 21:58:17 น. 0 comments
Counter : 284 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.