ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2561
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 สิงหาคม 2561
 
All Blogs
 

Wojtek หมีชื่นชอบดื่มเบียร์และสหายร่วมรบทหารโปแลนด์






Wojtek in Princes Street Gardens, Edinburgh. Photo credit: Greg Bandur/Flickr



Archibald Brown เจ้าหน้าที่ท่าเรือ Naples
กำลังจ้องมองบัญชีรายชื่อทหารในมือและขานรายชื่อทหารทุกคนของ
กรมร้อยส่งกำลังบำรุงทหารปืนใหญ่ที่ 22 ของเหล่าทัพชาวโปแลนด์ 2
22nd Artillery Supply Company of the Polish II Corps
" ผมเห็นรายชื่อสิบโท Wojtek
แต่ไม่ยอมปรากฏตัว
และเดินเข้ามาด้านหน้า " Archibald Brown


ตอนนั้น มันเป็นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 1944
Archibald Brown กำลังทำงานอยุ่ที่ Naples
เพื่อประสานงานกับหน่วยทหารโปแลนด์หน่วยหนึ่ง
ซึ่งเพิ่งจะโดยสารมาทางเรือจาก Alexandria ประเทศ Egypt
เพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังพันธมิตร
ในการต่อสู้กับกองทัพนาซีเยอรมันและกองทัพอิตาลี
หนึ่งในหน้าที่ของ Archibald Brown คือ
การตรวจสอบรายชื่อลูกเรือและพูดคุยกับทหารที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง


Archibald Brown จึงมองที่เอกสารในมืออีกครั้ง
มีรายชื่อทหารคนหนึ่งว่า Wojtek
มีหมายเลขประจำตัวของทหารและสมุดบัญชีเงินเดือน
แต่ก็ยังไม่พบกับทหารรายนี้แต่อย่างใด


จนกระทั่ง พันเอกรายหนึ่งมีสีหน้ายิ้มแย้ม
ได้เดินเข้ามาหา Archibald Brown แล้วบอกว่า
" อีม เขาฟังได้แต่ภาษาโปแลนด์และเปอร์เซีย "
แล้วให้ Archibald Brown เดินตามไปที่กรงลูกหนึ่ง
ภายในกรงมีหมีสีน้ำตาลซีเรียตัวโตเต็มที่แล้ว
พันเอกรายนั้นได้อธิบายว่านี่คือ สิบโท Wojtek


ที่เทือกเขา Alborzทางตอนเหนือของ Iran
มีเด็กเลี้ยงแกะวัยรุ่นชายจากเขต Hamadan
ได้พบลูกหมีกำพร้าในป่าแห่งหนึ่ง
และเชื่อว่านายพรานบางคนได้ยิ่งแม่มันเสียชีวิตไปแล้ว
ดังนั้น เด็กเลี้ยงแกะจึงพามันกลับบ้านแล้วเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงที่บ้าน


ในช่วงฤดูใบไม้ร่วมในปี 1942
กลุ่มทหารโปแลนด์ Anders Army
ได้พบกับเด็กเลี้ยงแกะวัยรุ่นคนหนึ่งที่อุ้มหมีน้อยกำพร้า
กลุ่มทหารโปแลนด์จึงขอลูกหมีตัวนั้นกับเด็กเลี้ยงแกะ
โดยขอแลกกับอาหารกระป๋อง ช็อกโกแลต มีดสวิสและข้าวของอื่น ๆ
แล้วเด็กเลี้ยงแกะจึงเดินจากลูกหมีตัวนั้นไปตามทาง


ส่วนพวกทหารได้เลี้ยงดูตั้งชื่อลูกหมีตัวนั้นว่า Wojtek
ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปของชาวโปแลนด์
แต่บทบาทอาชีพทหารของ Wojtek
กลับได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ชื่อนี้ค่อนข้างถูกต้องกับชื่อของหมี
เพราะ Wojtek หมายถึง นักรบที่มีความสุข


พวกทหารต่างเลี้ยงดู Wojtek เป็นอย่างดีเหมือนเลี้ยงดูเด็กทารก
โดยป้อนนมข้นที่ดัดแปลงมาจากขวดเหล้า Vodka
ต่อมาก็ป้อนผลไม้ แยม น้ำผึ้งและน้ำหวานที่เป็นอาหารของทหาร
Wojtek เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางพวกทหาร
และไม่นานหลังจากนั้น Wojtek ก็เริ่มดื่มเบียร์
ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ Wojtek โปรดปรานมาก
Wojtek ยังชอบกินบุหรี่แต่ไม่ชอบสูบบุหรี่
แม้ว่าบางคนจะบอกว่า Wojtek ทั้งกินทั้งสูบบุหรี่


" Wojtek ต้อนรับทหารที่ผ่านการฝึกรบ
ซึ่งมักจะเหน็ดเหนื่อยอย่างแรง
สำหรับพวกเราแล้ว Wojtek คือ
เพื่อนที่คอยปลอบประโลมใจและสร้างรอยยิ้ม

Wojtek บางครั้งเหมือนกับลูกสุนัขตัวหนึ่ง
มันดื่มเบียร์เหมือนกับทหารทั่วไป
หนึ่งขวดไม่สาไหร (ไม่เมา) "
Wojciech Narebski อดีตสหายศึกให้สัมภาษณ์กับ BBC News ในปี 2008


ทหารหลายคนในค่ายทหารแห่งนี้เคยเป็นเชลยศึกมาก่อน
หลายคนถูกจับกุมหลังจากการรบระหว่างนาซีเยอรมันกับโซเวียตรัสเซียในปี 1939
โดยได้รับการอภัยโทษจากสตาลินเป็นกรณีพิเศษในปี 1941
เชลยศึกหลายคนรอดตายจากการใช้แรงงานหนักที่คุก Gulag
เมื่อถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระจากการเคยต้องโทษในคุกโซเวียตรัสเซีย
เชลยศึกเหล่านี้ก็ถูกส่งตัวไปยังค่ายทหารฝ่ายสัมพันธมิตร
ที่ค่ายทหารในเปอร์เซียและค่ายทหารในตะวันออกกลาง
พวกเชลยศึกได้รับการฝึกฝนให้เป็นทหารเพื่อทำการรบ








ทหารหลายคนที่เคยทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก
ในค่ายกักกันใช้แรงงานในโซเวียตรัสเซีย
หลายคนต่างกระตือรือร้นที่จะได้กลับบ้าน
แต่พวกเขากลับต้องไปทำสงครามแทน
เพราะประเทศของตนเองถูกกองทัพนาซีเยอรมันยึดครองไปแล้ว
หลายคนสูญเสียบ้านเพื่อนฝูงและสมาชิกในครอบครัว
ทหารเหล่านี้จึงไปสมัครเป็นทหารอาสาฝ่ายสัมพันธมิตร


สำหรับพวกทหารเหล่านี้ มีแต่ลูกหมีที่น่ากอดฟัด/เล่นมวยปล้ำ
คือ ความสุขเพียงอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ของพวกเขา
พวกทหารชอบเล่นมวยปล้ำสู้กับหมีตั้งแต่ตัวยังเล็ก ๆ
ทั้งยังชื่นชอบกีฬามวยปล้ำมาก
บ่อยครั้งที่มันเล่นมวยปล้ำกับทหารคนอื่น ๆ

Wojtek ยังสามารถวันทยาหัตถ์ทักทายทหารคนอื่น ๆ ได้

นอกจากนี้ Wojtek ยังเป็นยามที่ดีมาก
มีคืนหนึ่งมีโจรอาหรับแอบลอบเข้ามาจะมาขโมยของ
แต่เข้าไปในในจุดที่ Wojtek นอนหลับอยู่
เมื่อโจรอาหรับเห็นหมีก็ร้องเสียงหลง จึงถูกจับตัวได้


พวกทหารมักพา Wojtek ติดตามไปด้านหลังรถบรรทุกทหาร
ที่ใดก็ตามที่มีการเดินทัพไป ก็จะมี Wojtek ติดตามไปด้วย
มีการเดินทัพจากเปอร์เซียไปยังอิรักแล้วผ่านซีเรียปาเลสไตน์และอียิปต์


ในปี 1944 สองปีต่อมา
ในตอนนั้น Wojtek ไม่ใช่ลูกหมีอีกต่อไปแล้ว
Wojtek ยืนสูงถึง 6 ฟุต (182 เซนติเมตร)
และน้ำหนัก 485 ปอนด์ (220 กิโลกรัม)
นั่นหมายความว่า เริ่มกลายเป็นเรื่องยากแล้ว
ในการระบุว่า Wojtek เป็นสัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการอธิบายให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือ
เพื่อรับฟังและอนุญาตให้ Wojtek ร่วมเดินทางไปด้วย


ในวันที่ 14 เมษายน 1944
Wojtek ติดค้างอยู่ที่ท่าเรือ Alexandria
เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะให้ Alexandria ขึ้นบนเรือด้วย
โดยระบุว่า Wojtek เป็นสัตว์ป่า
และมีแต่ทหารเท่านั้นที่สามารถเดินทางไปพร้อมกับเรือได้


ดังนั้น พวกทหารจึงร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว
และได้รับอนุมัติจากผู้บัญชาการทหารที่ Cairo
ด้วยการอนุมัติให้ Wojtek เป็นทหารประจำกองทัพ
ให้ยศทหารสิบโท หมายเลขประจำตัว และแม้กระทั่งสมุดบัญชีเงินเดือน
เคล็ดลับนี้ได้ผลและทำให้ Wotjek ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเรือได้


ถึงตอนนี้ Wojtek ได้รับการบรรจุเป็นทหารยศสิบโทแล้ว
Wojtek จึงต้องเข้ารับการฝึกฝนโดยทหารเพื่อนร่วมรบ
ด้วยการให้ขนลังบรรจุลูกปืนใหญ่หรือลูกกระสุนปืนใหญ่
แต่โดยนิสัยส่วนตัว Wojtek มักจะทำตนขี้เกียจเสมอ
โดยมักจะมองหาลังที่ว่างเปล่าเพื่อแบกขนแทน


อย่างไรก็ตาม ในปี 1944
ในช่วงสงคราม Monte Cassino
Wojtck ได้ทำงานอย่างสมศักดิ์ศรีการเป็นทหารอย่างเต็มที่
ด้วยการช่วยหน่วยรบแบกลังบรรจุลูกกระสุนปืนใหญ่ขนาดหนัก 100 ปอนด์
และยุทธภัณฑ์อื่น ๆ ร่วมรบกับทหารในแนวหน้าอย่างมุ่งมั่นแข็งขัน


เพื่อรับรู้และยอมรับความกล้าหาญ
และความเต็มใจที่จะเข้าร่วมรบของ Wojtek
กองร้อยส่งกำลังบำรุงทหารปืนใหญ่ที่ 22
จึงได้มีการขอเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายประจำหน่วยรบ




Wojtek สัญลักษณ์ของกองร้อยส่งกำลังบำรุงทหารปืนใหญ่ที่ 22





หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
พวกทหารโปแลนด์กลุ่มนี้ก็ลังเลใจที่จะกลับบ้าน
เพราะโปแลนด์ถูกปกครองโดยโซเวียตรัสเซียไปแล้ว
ความทรงจำของทหารหลายคนที่เคยผ่านคุกใช้แรงงานหนัก Gulag
ทำให้หลายคนหวาดกลัวว่าจะต้องไปเผชิญหน้าอีก
และสถานะการณ์ภายในโปแลนด์ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นใด
เพราะหลายคนเป็นอดีตนักโทษโซเวียตรัสเซีย
ได้รับการปล่อยตัวเพราะการให้อภัยของสตาลิน
ทำให้ทหารหลายพันคนจึงขอลี้ภัยในอังกฤษ


Wojtek พร้อมกับทหารโปรแลนด์ 3,000 นาย
จึงถูกส่งตัวไปที่ค่าย Winfield Aerodrome
ที่ Hutton ใน Berwickhire ประเทศScotland
เพียงเวลาไม่นานนัก Wojtek ก็กลายเป็นคนดังที่ประจำท้องถิ่นแห่งนั้น
Wojtek ได้เข้าร่วมงานเต้นรำในหมู่บ้าน
งานปาร์ตี้สำหรับเด็ก ๆ และร่วมงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ
ยอมให้พวกเด็ก ๆ ขี่บนหลังต่างม้า
และตอนที่ Wojtek ว่ายน้ำในแม่น้ำ Tweed
ชาวบ้านต่างกระตือรือร้นที่จ้องมอง Wojtek จากด้านบนสะพาน


ในที่สุดทหารกองร้อยส่งกำลังบำรุงทหารปืนใหญ่ที่ 22
ก็ถูกปลดประจำการทุกคนและสลายกองกำลัง
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า Wojtek ควรไปอยู่ที่ใด
ที่อิหร่าน หรือ โปแลนด์ หรือยังอยู่ในสกอตแลนด์



" ตอนผมอายุ 17 ปี ผมต้องประหลาดใจมาก
เพราะตรงด้านหน้าที่พักของผมมีลูกหมีตัวหนึ่งนอนอยู่
มิตรภาพที่ยาวนานช่วง 3 ปีระหว่างผมกับมัน
เพราะเรามีชื่อเหมือนกัน
มันเหมือนกับเด็กทารก เหมือนกับสุนัขตัวน้อย ๆ
มันกินนมจากขวดเหมือนเด็กทารก
มันรู้สึกว่า พวกทหารเป็นพ่อแม่ของมัน
มันจึงไว้วางใจพวกเราเหมือนกับเพื่อนเลยทีเดียว

มันมีสมุดจ่ายเงินเดือน แต่ไม่เคยได้รับเงินเดือน
เพราะมันกินอาหารเป็นสองเท่าของทหารทั่วไป
แต่มันมียศสิบโทของทหารโปแลนด์

เบียร์ขวดเดียว มันไม่รู้สึกเมาแต่อย่างใด
เพรามันตัวใหญ่หนักถึง 200 กิโลกรัม

มันค่อนข้างเงียบสงบและรักสันติ
แต่มันก็ไม่ชอบพวกลิงหรือหมีตัวอื่น ๆ
ที่ทหารนำมาเลี้ยงไว้ในค่าย

สำหรับทหารที่ห่างไกลจากครอบครัวและบ้านเกิด
ในมุมมองนักจิตวิทยา การมี Wojtek เป็นเรื่องสำคัญมาก

มีครั้งหนึ่งที่ชายหาดทะเล Adriatic ใกล้ Ancona ใน Italy
Wojtek กระโจนลงทะเล แล้วรีบวิ่งขึ้นบนบก
บนชายหาดมีสุภาพสตรีหลายคนกำลังเล่นน้ำอยู่
คุณคงจินตนาการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ผมต้องตะโกนว่า ไม่ต้องกลัว หมีตัวนี้ไม่เป็นอันตราย

เจ้าหน้าที่คอมมิวนิสต์ในโปแลนด์
ต้องการจะพามันไปที่สวนสัตว์ในโปแลนด์
แต่สหายศึกที่อยู่ในสกอตแลนด์ต่างต่อต้านเรื่องนี้
เพราะทุกคนต่างลี้ภัยจากการปกครองของเผด็จการคอมมิวนิสต์ "
Wojciech Narebski วัย 86 ปี ศาตราจารย์ทางเคมีธรณีวิทยาและธรณีวิทยา
ได้เดินทางมาจาก Krakow ประเทศ Poland
มายังมหานคร London ในการฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้




Wojtek เดินทางหลายประเทศมาก ช่วงร่วมรับกับทหารโปแลนด์
ตั้งแต่ตะวันออกกลางจนถึงสกอตแลนด์





Wojciech Narebski พบกับ Wojtek ครั้งสุดท้ายใน Italy
ก่อนการรบที่ Bologna เดือนเมษายน 1945

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง
กองร้อยของท่านถูกย้ายไปที่ Berwickshire ใน Scotland
ส่วน Wojtek ถูกย้ายไปที่สวนสัตว์ Edinburgh Zoo
ซึ่งมักจะมีทหารผ่านศึกชาวโปแลนด์ไปเยี่ยมเยือนมัน

Wojciech Narebski ใช้เวลาอยู่ที่ Yorkshire พักหนึ่ง
ก่อนเดินทางกลับประเทศ Poland
ทำให้ยากยิ่งขึ้นในการติดต่อกับสหายศึกในอดีตที่ยังอยู่ใน Scotland
เพราะความจำกัดทางการสื่อสารในยุคนั้น
และข้อจำกัดทางการเมืองการปกครองของ Poland
แต่ท่านไม่เคยลืม Wojtek เลย

" เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ในโปแลนด์
ต้องการพา Wojtek กลับไปที่สวนสัตว์ในโปแลนด์
แต่สหายศึกของผมในสกอตแลนด์ต่างคัดค้านเรื่องนี้

ผมรู้สึกดีใจที่มีคนคิดถึงมัน
ผมคิดว่ามันเหมือนพี่ชายผมคนหนึ่ง

มันเป็นเรื่องที่เศร้ามากสำหรับผม
ตอนที่ผมทราบข่าวการตายของ Wojtek ในปี 1963 " Wojciech Narebski




Wojtek ใน Jordan Park เมือง Kraków ประเทศโปแลนด์





ในที่สุด Wojtek ก็ต้องย้ายไปบ้านใหม่ที่ Edinburgh Zoo
สถานที่ Wojtek ใช้ชีวิตในบั้นปลายตราบจนวันตาย
แม้ว่า บรรดาเพื่อนเก่าของ Wojtek จะไปเยี่ยมเยือนโดยตลอด
แต่ชีวิตที่ถูกกักขังยิ่งทำให้ Wojtek ยิ่งหดหู่และเดียวดายมากขึ้น
ซึ่งทำให้ Wojtek มีความเป็นมิตรกับผู้คนน้อยลงกว่าเดิมมาก
Wojtek ยังจำคำพูดในภาษาโปแลนด์ได้


" ทันที ที่ผมเรียกชื่อมัน
มันจะนั่งลงและส่ายหัวเพื่อขอบุหรี่ "
Augustyn Karolewski ให้สัมภาษณ์กับ BBC News
แต่ไม่มีใครจุดบุหรี่ให้มันสูบแล้ว
ตอนที่มันอยู่ในกรงสัตว์ที่สวนสัตว์


ในปี 1963 Wojtek ก็ล้มตายลงตอนอายุ 22 ปี
โดยไม่ทราบสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บ
สร้างความเศร้าโศกเสียใจกันอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหายร่วมรบกับผู้คนที่คุ้นเคยกับ Wojtek


Wojtek กลายเป็นสัญญลักษณ์สัมพันธไมตรี
ระหว่างโปแลนด์กับสกอตแลนด์
และอยู่ในความทรงจำของทั้งสองประเทศ


ในเดือนมีนาคม 2009
รัฐสภาสกอตแลนด์ประกาศรับรองเกียรติยศ Wojtek


ในเดือนพฤศจิกายน 2011 ในใจกลางเมือง Edinburgh
มีขบวนทหารผ่านศึกพร้อมคณะ ปี่สก็อต เป็นกองเกียรติยศ
ร่วมกันเดินเฉลิมฉลองพร้อมกับป้ายคำยกย่องสรรเสริญ หมีสหายร่วมรบ/สหายศึกทหารโปแลนด์
เขียนในภาษาโปแลนด์และอังกฤษ
และมีการรณรงค์ให้มีการสร้างอนุสาวรีย์
Wojtek ใจกลางเมือง Edinburgh




ประวัติและชื่อเสียงของ Wojtek
มีการผลิตซ้ำในรูปหนังสือและภาพยนตร์ต่าง ๆ
ในปี 2011 Will Hood ผู้อำนวยการภาพยนตร์เรื่อง
Wojtek --The Bear That Went to War
ได้บอกว่าท่านประทับใจเกี่ยวกับเรื่องหมีสหายศึก
" มันมีเรื่องราวครบทุกรส เหมือนมหากาพย์ของละคร Shakespeare
มันเป็นเรื่องราวของสงคราม ความรัก และการสูญเสีย
ที่สร้างความสะเทือนใจในตอนจบของภาพยนตร์

มันเป็นไปได้ที่จะสร้างเรื่องราวคล้ายคลึงกับเรื่องราว Wojtek
และเรื่องราวชีวิตประชาชนชาวโปแลนด์
เรื่องราวทางการเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เรื่องราวของผู้คน ความเห็นอกเห็นใจกัน
แน่นอนเรากำลังพูดถึงเรื่องของหมีตัวหนึ่ง

ตามจริงแล้วมันคิดว่า มันคือมนุษย์คนหนึ่ง
ในทำนองกลับกัน ก็มีคำถามกลับในแบบเดียวกัน
ความเป็นมนุษย์คืออะไร "


ในตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์
มีอดีตทหารผ่านศึกชาวอังกฤษได้เล่าเรื่องราวในอดีต
ที่รู้สึกตกใจมากที่เห็นหมีตัวสูงราว 1.82 เมตร (6ฟุต)
กำลังแบกลูกระเบิดในสงคราม Monte Cassino ใน Italy
ตราสัญลักษณ์กองร้อยนี้คือ ภาพ Wojtek กำลังแบกลูกระเบิด




Aileen Orr นักเขียน Wojtek the Bear: Polish War Hero
และผู้ร่วมก่อตั้ง Wojtek Memorial Trust
เพื่อสร้างรูปปั้น Wojtek ใน Edinburgh
เพื่อเป็นเกียรติกับ Wojtek ที่เป็นเครื่องหมายสัมพันธไมตรี
ระหว่าง Scotland และ Poland
เธออาศัยอยู่ในฟาร์ม Hutton เมืองที่ Wojtek เคยอาศัยอยู่หลังสงคราม


" ฉันยังเคยเห็นรอยกรงเล็บของ Wojtek บนต้นไม้ของเราในสวน
Wojtek ไม่เคยสวมเครื่องแบบทหาร
บางครั้งมันสวมผ้าพันคอสีแดงและขาว บางครั้งสีธงชาติโปแลนด์
Wojtek ชอบสวมหมวกด้วยความสมัครใจ
และบางครั้งแย่งชิงขโมยหมวกเพื่อนทหาร เพื่อความสนุก

พวกทหารร่วมรบต่างไม่ต้องการให้คนภายนอกเห็นว่า
Wojtek เป็นแค่หมีนักเต้น หรือเหมือนคนที่โง่เง่า
เพราะ Wojtek คือ หมีของพวกเขา ทุกคนต่างรักมันมาก
มันเป็นที่ชื่นชอบของพวกเขาเป็นอย่างมาก
มันได้รับการยอมรับในการเล่นสนุกกับมัน
ด้วยการเล่นมวยปล้ำกับมัน ต่อสู้กับมัน
และมันเข้าร่วมรบในสงครามกับทหารในกองร้อย
บางคนจึงไม่คิดว่ามันเป็นหมี
แต่คิดว่ามันเป็นทหารคนหนึ่งด้วยเช่นกัน


สิบโท Wojtek ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
ในช่วงการรบ Monte Cassino ในปี 1944
หลังจากที่ Wojtek ได้เฝ้าดูเพื่อนทหารของตน
กำลังแบกหามลังกระสุนปืนใหญ่และลูกระเบิดปืนใหญ่
ถึงแม้ว่า Wojtek จะไม่เคยได้รับการฝึกฝนมาก่อน
ในการยกลังกระสุนหนัก 100 ปอนด์
และลูกระเบิดขนาดหนัก 25 ปอนด์
รวมทั้งยุทธภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ
Wojtek จะสังเกตเห็นสิ่งที่เพื่อนทหารกำลังทำอยู่
และเข้าร่วมช่วยงาน ด้วยการยืนตรง
ยื่นอุ้งเถ้าด้านบนที่เหมือนมือออกมา
แล้วยกของหนักอย่างลูกระเบิดได้อย่างง่ายดาย
Wojtek นำอาวุธไปยังพื้นที่จัดเก็บ
วางไว้ข้างตำแหน่งปืนใหญ่
แล้วกลับไปที่รถบรรทุกเพื่อแบกขนของกลับมาอีก


ฉันถามทหารร่วมรบเกี่ยวกับเรื่องราวของ Wojtek
ที่ช่วยแบกขนกระสุน/ลูกระเบิดในการรบที่ Monte Cassino
พวกท่านรำลึกถึงมันและบอกว่า มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก
Wojtek มักจะช่วยเราแบกหามยุทธภัณฑ์
ทั้งที่โดยปกติแล้ว Wojtek มักจะทำตัวขี้เกียจ
และมองหาแต่ลังกระสุนที่ว่างเปล่าเท่านั้น

แต่ในช่วงรบที่นั้น Wojtek กลับทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง
จนเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัดจากพวกทหารในกองร้อย


Wojtek ทำตัวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ประพฤติตัวดีมาก
บางครั้ง มันก็ทำตัวโง่เขลาเหมือนสัตว์ทั่วไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่มันก็ดีกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป
เพราะเมื่อรู้ว่ามันทำผิด มันก็จะสำนึกผิด
และทำท่าเสียใจที่ถูกลงโทษหรือถูกตำหนิ
แต่มันจะทำตัวดีมากเวลาอยู่ในงานสังคมรื่นเริง


Wojtek มักจะเข้าร่วมงานเต้นรำในหมู่บ้าน
ที่นี่มันมักจะเข้าร่วมปาร์ตี้ของพวกเด็ก ๆ งานคอนเสิร์ต
และร่วมว่ายน้ำในแม่น้ำ Tweed กับพวกเด็ก ๆ
ที่คนในหมู่บ้านต่างเฝ้ามองจากบนสะพาน
พวกเด็ก ๆ ชอบนั่งบนหลัง Wojtek
Wojtek ไม่ได้ถูกบังคับเพื่อให้พวกเด็กได้นั่ง
แต่ Wojtek ชอบมัน
Wojtek ชอบที่จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
และอยู่อย่างสะอาดมากและอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย


Wojtek เป็นหมียอดนิยมตอนที่อยู่ในสวนสัตว์
ฉันจำได้ว่าได้ ฉันเห็นมันที่นั่นตอนที่ฉันอายุ 8 ขวบ
และเมื่อใครพูดภาษาโปแลนด์กับมัน มันจะโบกคืนให้กับคนพูด "


เรื่องราวของ Wojtek เพิ่งจะเป็นที่รับรู้และรู้จักกันดีใน Edinburgh
แต่ตอนนี้ดังไปทั่วโลก เพราะโลกลืมเรื่องนี้ไปนานแล้วเช่นกัน


" ชาวโปแลนด์ในสกอตแลนด์รุ่นเก่า ๆ
ยังคงมีความทรงจำกับประสบการณ์ที่เลวร้ายในสงคราม
หลายคนที่ไม่อนุญาตให้เด็ก ๆ พูดภาษาโปแลนด์
และบางคนก็เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามไม่มีเค้าคนโปแลนด์
แต่เรื่องราวเกี่ยวกับหมีตัวนี้ มีการบอกเล่าเป็นครั้งคราว

ฉันได้ยินเรื่องนี้มาจากปู่ของฉัน
แต่การสืบสาวราวเรื่องนี้ทำได้ยากเย็นมาก
เพราะผู้ร่วมประสบการณ์ต่างมีบาดแผลฝังลึกหลังสงคราม
บางครั้ง มีคนแปลกหน้ามาบอกเล่าถึงเรื่องราวของพวกเขา
และพวกเขาจำหมีตัวนี้ได้อย่างไร
แต่คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านและรอบ ๆ ฟาร์มของเรา
คือ ผู้ที่สามารถเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดได้ "


ชาวโปแลนด์กลายเป็นคนรุ่นใหม่ในสกอตแลนด์
ชุมชนโปแลนด์ขยายตัวจากขึ้นถึง 52,000 ถึง 61,000
ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปี 2001 (จากแรกเริ่มไม่เกิน 3,000 คน)
หลายคนต่างไม่เคยรู้เรื่อง Wojtek
จนกระทั่งรัฐสภาสกอตแลนด์ได้ประกาศเกียรติยศเมื่อเร็ว ๆ นี้


" อย่างไรก็ตามเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้
ต่างเริ่มถามพ่อแม่และปู่ย่าตายาย
ที่อพยพกลับไปบ้านที่ประเทศโปแลนด์
เกี่ยวกับเรื่องหมี Wojtek และประสบการณ์ของพวกท่าน
และเรื่องราวต่าง ๆ ที่เริ่มค่อย ๆ ลุกลาม
ออกมาจากประเทศโปแลนด์มากขึ้นเรื่อย ๆ
และสำคัญยิ่งกว่านั้น คือ จากทหารผ่านศึก
ที่อยู่ในอังกฤษที่มักจะไม่ค่อยยอมบอกเล่าในตอนแรก "


Brendan Foley จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
Wojtek the Bear: Polish War Hero
ใน 2015-16 และคาดว่าจะฉายในปี 2017


" เราเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรในเรื่องเกี่ยวกับหมี
Dreamworks, Disney หรือ มหาเศรษฐีคนใดที่สนใจเรื่องนี้
เรายินดีร่วมมือ เราอยากสร้างหนังเรื่องใหญ่
ทีมงานของเรามีผู้กำกับ Gavin James (Alexander, Basic Instinct 2)
Ned Dowd (Last of the Mohicans)
และผู้สนับหนึ่งในผู้กำกับชาวสกอตที่มีผลงานดังที่สุด
Iain Smith (Seven Years in Tibet) 7 ปี โลกไม่มีวันลืม
เรามีทีมงานที่ดี เรากำลังเปลี่ยนรายละเอียดเป็นบทภาพยนตร์
และได้รับความร่วมมือจากสาธารณะชนทั้งในอังกฤษและโปแลนด์ " Brendan Foley

Shelly Goldstein ภริยาของ Brendan Foley
นักเขียนแนวสุขนาฏกรรมจาก Evanston
" Foley จะผสมผสานเรื่องราวให้มีชีวิตชีวา
ด้วยการแสดง การใช้ภาพตัดต่อ
และใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพเสมือนจริงขึ้นมา
ให้ Wojtek มีชีวิตขึ้นมาเหมือนจริง
และรายได้บางส่วนจะบริจาคเพื่อการศึกษา
เพื่อทำให้วัยรุ่นมาทำร่วมงานด้วยกัน
ในวิถีชีวิตแบบของ Wojtek เคยทำ

หนึ่งในเรื่องราวที่น่ารักที่สุด
คือ เกี่ยวพันกับหลายประเทศมาก
มันคือ หมีสีน้ำตาลที่พบในภูเขาที่อิหร่าน
ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากชาวโปแลนด์
มันเดินทางผ่านปาเลสไตน์ไปยังอียิปต์
มันเข้าร่วมรบในอิตาลี และมาใช้ชีวิตที่สก็อตแลนด์
เข้าร่วมขบวนเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามที่เมืองกลาสโกร์
วันทยาหัตถ์ด้วยอุ้งมือของมัน
ปลดเกษียณที่สวนสัตว์เอดินเบอร์ก
ดังนั้น มันคือ หมีของนานาชาติ "


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2vWcj7v
https://bit.ly/2BAPjjJ
https://trib.in/2MxEi6O
https://bit.ly/2OLpdvO
https://bbc.in/2MlOnV2
















ความจริงเรื่อง ‘คุณยายฮานาโกะ’ ช้างไทยในญี่ปุ่น 67 ปี ทูตแห่งความรัก





ล้มแล้ว ‘คุณยายฮานาโกะ’ ช้างไทยเชือกแรก ทูตสันถวไมตรีญี่ปุ่น อายุ 69 ปี




คุณยายฮานาโกะ" ช้างไทย ชื่อดังขวัญใจคนญี่ปุ่น กลายเป็นตุ๊กตาเกาะแก้วแล้วนะ







ตอนที่ฮานาโกะมาถึงญี่ปุ่น
มีคนหลายแสนคนมาเยี่ยมชมเธอที่สวนสัตว์
จนเป็นเหตุการณ์ Elephant fever ในญี่ปุ่น

ในปี 1956 มีคนเมาญี่ปุ่นปืนรั้วเข้าไปในปางช้างตอนกลางคืน
ทำให้ฮานาโกะตกใจแล้วกระทืบคนเมาจนตาย

อีก 4 ปีต่อมา คนดูแลสัตว์ก็ถูกกระทืบจนตาย
ทำให้ขาหน้าทั้งคู่ของฮานาโกะถูกตีตรวนและให้อยู่แต่ในปางช้าง
เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฮานาโกะเครียดและน้ำหนักลดลง

2 ปีต่อมา คนดูแลช้างชื่อ Yamakawa ได้ปลดโซ่ตรวนเธอออก
แล้วดูแลเธออย่างใกล้ชิดในเขตปางช้างที่มีพื้นที่ออกกำลังกาย
ด้วยเหตุนี้ทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นและน้ำหนักและสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม

Yamakawa ได้ดูแลเธอเป็นเวลากว่า 30 ปี
จนกระทั่งเกษียณอายุและเป็นข่าวดัง
ในหน้าหนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์ในญี่ปุ่น

ฮานาโกะ มีอายุ 68 ปีแล้ว เธอกลายเป็นช้างพังชรา
ขณะที่ช้างมีฟันเพียง 4 ซี่ตอนวัยเยาว์ เต็มที่ 26 ซี่
แต่ตอนนี้ ฮานาโกะ เหลือฟันล่างเพียง 1 ซี่เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้อาหาร เช่น กล้วยและแอปเปิ้ล จึงถูกสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ป้อนเธอ

ฮานาโกะมีแฟนคลับติดตามมากมายในญี่ปุ่น
แม้กระทั่งทุกวันนี้ เธอยัง เธอยังเป็นช้างยอดนิยมมาก
เวลาพวกเด็ก ๆ มาเยี่ยมชมสวนสัตว์


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2L63rR6









 

Create Date : 19 สิงหาคม 2561
0 comments
Last Update : 19 สิงหาคม 2561 22:56:37 น.
Counter : 255 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.