ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
5 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 

6 ถนนที่แคบที่สุดในโลก

6. Qianshi Hutong, Beijing



Hutong เป็นชื่อเรียกทางเท้าเก่าใน Beijing
Qianshi Hutong มีความยาวราว 180 ฟุต
ตั้งอยู่ในเขต Dongcheng District
วัดจุดที่แคบที่สุดราว 16 นิ้ว
ทำให้คนเดินเท้าต้องหันข้างเดินเข้าออก
ถนนสายนี้เคยมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
เคยเป็นศูนย์กลางทางการเงินสมัย Qing Dynasty
มีโรงกษาปณ์ 26 แห่งที่ผลิตเหรียญทองแดง
สำหรับทุกธนาคารใน Beijing
แต่ต่อมาความนิยมธนบัตรมากกว่าเงินเหรียญ
ทำให้โรงกษาปณ์ต้องค่อย ๆ ทะยอยเลิกกิจการไป


 



5. Strada Sforii, Romania


Strada sforii คือ ถนนสายที่แคบที่สุด
ใน Romanian ตั้งอยู่ที่ Braşov
ต้องย้อนกลับไปศตวรรษที่ 17
ถนนเส้นนี้สร้างเพื่อให้นักดับเพลิง
เข้าออกไปดับเพลิงได้เร็วได้ง่ายขึ้น
มีความยาวถนน 260 ฟุต
เชื่อมต่อกับถนน Stag Street
ถนนมีความกว้าง 44 - 53 นิ้ว
Strada sforii มีชื่อเสียงมาก
เพราะมักใช้เป็นจุดนัดพบ
และสถานที่ท่องเที่ยว








4. Mårten Trotzigs Gränd, Sweden


ถนน Mårten Trotzigs Gränd
ตั้งอยู่เขตตัวเมืองเก่า Stockholm ใน Sweden
ถนนกว้าง 36 นิ้วก่อนลดลงมาเหลือ 35 นิ้ว
โดยมีบันไดขึ้นลงเพื่อออกไปยังถนนอีกด้านหนึ่ง
จัดว่าเป็นถนนสายที่แคบที่สุดใน Stockholm
ชื่อถนนสายนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ Mårten Trotzig
ชาวเยอรมันนีที่อพยพมาทำมาหากินในปี 1581
ผู้ทำการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์บนถนนเส้นนี้
พร้อมกับเปิดร้านขายเหล็กและทองแดงที่นี่
และกลายเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยมากที่สุดใน Stockholm








3. Fan Tan Alley, Canada


ถนนสายที่แคบที่สุดทั้งของ Canada และ North America
ตั้งอยู่ที่ชุมชน Victoria’s Chinatown ใน British Columbia
ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อระหว่าง Pandora กับ Fisgard Avenues
ในช่วงแคบที่สุดราว 35 นิ้ว
เดิมย่านนี้เป็นย่านบ่อนการพนัน
มีการขายฝิ่น ร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ
แต่ตอนนี้เป็นที่ตั้งของร้านตัดผม สตูดิโอ โยคะ หอศิลป์
ร้านขายเครื่องดนตรี ร้านกาแฟ ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง
ร้านแผ่นเสียง และร้านเครื่องครัว
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม








2. Parliament Street, England


ถนนสายที่แคบที่สุดในอดีตคือ
Parliament Street of Exeter ใน England
ซึ่งตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ทางเข้าออกสายนี้
ต่างบอกว่าน่าจะเป็นถนน street มากกว่า
เพราะมีความยาวถนน 160 ฟุต
เชื่อมต่อระหว่าง High Street กับ Waterbeer Lane
ถนนเส้นนี้ต้องย้อนกลับไปยังศตวรรษที่ 14
เดิมมีช่วงถนนที่กว้างมากที่ 1.2 เมตร
และมีช่วงถนนที่แคบที่สุดที่ 0.64 เมตร
เดิมมีชื่อว่า Small Lane
ในปี 1832 มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Parliament Street of Exeter
ในปี 1836 ชาวบ้านได้เรียกร้องให้สภาท้องถิ่นขยายถนน
แต่ก็ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด



 


1. Spreuerhofstraße, Germany


ถนนเส้นนี้ได้รับการบันทึกจาก Guinness Book of Records ในปี 2006
ว่าเป็นถนนที่แคบที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่ Reutlingen ประเทศ Germany
แม้ว่าความจริงมันน่าจะเป็นทางเดินสัญจรมากกว่า
เป็นทางออกจากลานด้านหลังของบ้านพักสองหลังชนกัน
ในศตวรรษที่ 18 ย่านนี้ถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงครั้งใหญ่
ทำให้มีข้อตกลงว่า แนวถนนดังกล่าวเส้นนี้จะช่วยเป็นร่องดักไฟ
เพื่อทำให้ไฟไม่สามารถลุกลามจากบ้านหลังหนึ่งไปสู่อีกบ้านหลังหนี่งได้โดยง่าย ๆ
จึงมีการเว้นที่ว่างไว้ระหว่างบ้านในบริเวณนั้น
แต่ที่นี่มีขนาดความกว้าง 12.02 นิ้วถึง 19.68 นิ้ว
ถนนเส้นนี้เป็นที่นิยมทดลองความอ้วน/ผอมของคนสหรัฐและเอเซีย
เพื่อทดสอบว่าสามารถเดินผ่านได้ด้วยการตะแคงไปได้หรือไม่








เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2Z4jlDZ
https://bit.ly/2Ic6yKn




เรื่องเล่าไร้สาระ

ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน
มาจากลักษณะภูมิประเทศเดิมของบางกอก
แต่ก่อนคนไทยจะใช้ทางน้ำเป็นหลัก
คนมีเงินมีฐานะจะมีบ้านเรือนติดแม่น้ำ
ส่วนคนจนคนงานต้องเดินตามทางสัญจรเพื่อไปแม่น้ำ

ต่อมามีการสร้างถนนตัดผ่านที่ดินด้านหลัง
การสัญจรไปมาตามถนนจะสะดวกกว่าทางน้ำ
เจ้าของที่ดินจึงมักจะแบ่งที่ดินแปลงด้านที่ติดถนนให้คนเช่า
หรือสร้างตึกแถวให้คนเช่าเพื่อหารายได้
หรือขายเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

เจ้าของที่ดินเดิมจึงมักจะทำเป็นทางเท้าพอที่จะเดินเข้าออก
หรือเดินตามทางสัญจรเดิมจากบ้านติดแม่น้ำไปสู่ถนนได้
เพราะในสมัยนั้นใครมีจักรยานก็หรูหรือรวยแล้ว
การเดินทางไปไหนมาไหนมักจะเดินเท้าเป็นหลัก
พอต่อมามีบ้านเรือนขนาบข้างทั้งสองด้านก็จะเรียกว่า ตรอก
ถนนในอดีตรถราก็มีน้อย เลยไม่รู้ว่าจะทำกว้างไปทำไม

ตัวอย่างดังที่เห็นได้จากเมืองเก่า ๆ
ถนนภายในเมืองมักจะแคบกว่าทุกวันนี้
เพราะชาวบ้านมักจะเสียดายที่ดินที่ถูกนำไปทำถนน
ที่เชียงใหม่ สงขลา ก็จะเห็นถนนแคบมากเช่นกัน
ที่บ้านทุ่งหาดใหญ่ ถนนสาย 1 2 3 กว้างมากในปัจจุบัน
เพราะเจียกีซี(ขุนนิพัทธ์จีนนคร) ไปดูแบบอย่าง
ความเจริญที่ปีนัง อีโปร์ อาณานิคมของอังกฤษ
เลยมาสร้างขยายแนวถนนให้กว้างมากในยุคนั้น
แต่พออำมาตย์จากบางกอกมาครองเมืองบ้านทุ่งหาดใหญ่
ก็ตัดถนนให้แคบลงตามวิสัยทัศน์อำมาตย์เมืองหลวง

ปัญหาส่วนหนึ่งของบางกอกที่มีตรอกมากในบางแห่ง
เพราะเป็นทางสัญจรตั้งแต่ดั้งเดิม
กับทางเข้าออกของออนแหวงรถเข็นขนอุจจาระ
ซึ่งในสมัยก่อนยังไม่มีการใช้ส้วมซึมแบบทุกวันนี้
รองลงมาคือ ความไม่กินเส้นกันระหว่างเพื่อนบ้านเรือนเคียง
ที่ไม่ยอมให้สร้างบ้านติดแนวเขตที่ดิน/หมุดที่ดิน
แบบไม่ยอมให้รั้วบ้านชนกัน/ใช้รั้วบ้านร่วมกัน
จึงต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 50 เซ็นติเมตรตามกฎหมาย
ตรอกในสมัยก่อนบางแห่งมักจะกว้างราว 0.5-1 เมตร

พอต่อมามีคนหัวหมอ/รู้จักกับที่ดินข้างเคียงขอสร้างบ้านติดแนวเขตที่ดิน
ทำให้บ้านเรือนของตนขยายเต็มพื้นที่เลย
โดยเว้นระยะห่างจากกึ่งกลางหมุดที่ดินอีก 5 เซ็นติเมตร
ทำให้ตรอกเดิมมีเนื้อที่เหลือ 50 เซ็นติเมตร หรือน้อยกว่า
รวมทั้งทางเข้าออกตรอกเดิม/ที่ดินข้างเคียงเปลี่ยนเจ้าของ
มีคนสร้างบ้านชิดแนวเขตที่ดินมาก/ชิดตรอกมาก
ตรอกเดิมก็เลยกลายเป็นซอกเล็กซอกน้อยไป
ซึ่งคนตัวผอม ๆ หรือเด็กพอเดินลอดไปมาได้
แต่ความที่ไม่มีเจ้าภาพดูแล
เลยมักจะสกปรกหรือรกรุงรังเต็มไปด้วยขยะมูลฝอย

ในช่วงพฤษภาทมิฬหลายปีก่อน
มีหลายคนรอดตาย/หนีจากการจับกุมจากทหารได้
เพราะบริเวณรอบ ๆ แถวราชดำเนิน/อาคารพาณิชย์แถวนั้น
มีตรอก/ซอกแคบ ๆ แบบนี้หลายจุดมาก
แต่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวสำหรับคนไม่รู้จักทางหนีทีไล่
ส่วนคนพื้นที่มักจะใช้เป็นทางลัดเข้าออกเป็นประจำ
ก่อนที่ความเจริญบ้านเมืองทำให้ตรอก/ซอก ค่อย ๆ หมดไป
หรือปิดตายไม่ให้คนสัญจรเข้าออก
เพราะกลายเป็นเส้นทางหลบหนีของโจรผู้ร้าย
เลยปิดไปตามคำแนะนำตำรวจ

แถวบ้านสมัยก่อนก็มีตรอกในเมืองหลายแห่งมาก
แต่ต่อมาปิดตายหมดเพราะกลายเป็นทางโจรผ่าน
ยิ่งพวกวิ่งงูยิ่งชอบวิ่งทางลัดเข้าตรอกทะลุไปอีกด้านหนึ่ง
พวกวิ่งงู คือ พวกกระชากชิงสร้อย พวกนี้มักจะวิ่งหลบไปหลบมา
อาการแบบงูเลื้อยคดไปคดมา เลื้อยไปตรง ๆ ไม่ได้
เพราะกลัวถูกสะกัดจับหรือเตะตัดขาให้ล้มลง

ถนนหนทาง ตรอกซอกซอย
มีความหมายแยกย่อย/ความหมายต่างกัน
เพราะในอดีตคนไทยใช้เดินเท้า/พายเรือ
การใช้ช้างม้าวัวควายเกวียนรถม้า
มีเฉพาะกษัตริย์ขุนนางคนรวยชาวไร่ชาวนาพ่อค้า
และต้องมี ทางที่ทำขึ้น เรียกว่า ถนน
เพื่อใช้เป็น ทางสัญจร ทางเกวียน ทางควายเดิน ทางม้าวิ่ง

ต่อมาบ้านเรือนเจริญขึ้นมาก
มีบ้านเรือนปลูกใกล้ชิดกัน
ทางสัญจรเดิมจึงเรียกว่า ตรอก
ตรอก คือ ทางแคบมีบ้านเรือนอยู่ ๒ ข้าง



สัญรูปถนน ทุกวันนี้
มีขึ้นในรัชสมัยพระปิยะมหาราช
ให้พวกฝรั่งใช้ขับขี่ม้าเล่นกัน
ก่อนที่จะมีการนำเข้ารถยนต์
และเริ่มขยายเส้นทางให้รถยนต์วิ่งได้ตามมา
เพราะคนนิยมกันมากในเรื่องความสะดวกรวดเร็ว
ในไทยหลายพื้นที่ยังมีถนนลูกรังหลายเส้นทางมาก
 




ถนนแก้ว Kaeo เริ่มจาก ถนนดิสมาร์ค ไป ตรอกจันทร์
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นถนนที่สั้นที่สุดในกรุงเทพมหานคร
มีความยาวเพียง 33 เมตร ที่มาลำดับที่ 24 https://bit.ly/1kEt6mS

ตรอกจันทน์/ถนนจันทน์ เดิมทีเป็นตรอกเล็ก ๆ คดเคี้ยว
ผู้คนเรียกกันติดปากว่าตรอกจันทน์ ที่แยกออกมาจาก
แหล่งความเจริญของถนนเจริญกรุงในยุคอดีต
ย่านนี้คือชุมชนเก่าแก่ของพ่อค้าชาวจีนรุ่นบุกเบิก ที่มา https://bit.ly/2v12Z10


ทางเดินรถที่แคบที่สุด ซอยข้างวัดปรก (สาทร) กรุงเทพมหานคร
Credit : สมาชิกหมายเลข 4925514
 




ถนน/ทางที่คนทำขึ้นมา
ที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว
ในยุโรป/จีนมักจะปูหินเรียงให้คนเดินทางสัญจรได้
ไทยมีที่ลพบุรีสมัยพระนารายณ์

สัญรูปถนนในไทยในทุกวันนี้
เริ่มสร้างถนนในรัชกาลที่ 5






 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2562
0 comments
Last Update : 6 พฤษภาคม 2562 20:10:37 น.
Counter : 128 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.