ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 พฤษภาคม 2561
 
All Blogs
 

นกคีรีบูนช่วยชีวิตชาวเหมือง






Canary Singing birds sounds at its best | Melodies Canary Bird song | Training Video






อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นของสะสมพิพิธภัณฑ์
Science Museum ใน South Kensington มหานคร London
มันดูเหมือนกับห้องรมก๊าซในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เพื่อใช้กำจัดศัตรูทางการเมืองการปกครองของรัฐ
ข้างในมีนกคีรีบูนที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอยู่ในห้องกรงขัง
รอเปิดวาล์วเพื่อปล่อยก๊าซพิษที่วางอยู่บนด้านบนลงไป
แล้วค่อยหัวเราะอย่างสะใจ
ขณะที่นกน้อยค่อย ๆ ดิ้นกระแด่ว ๆ แล้วตายไป


แต่เรื่องจริงกลับตรงกันข้ามไปเลย
อุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้ใช้ฆ่านกคีรีบูนแต่อย่างใดเลย
แต่กลับใช้เพื่อช่วยชีวิตของนกคีรีบูน
ถังเก็บลมด้านบนจะบรรจุก๊าซออกซิเจน
ซึ่งมีไว้เพื่อช่วยชีวิตและต่อลมหายใจให้กับนกคีรีบูน
อุปกรณ์ชิ้นนี้มีชื่อเรียกว่า Canary Resuscitators


ราว ๆ 30 ปีก่อนหน้านี้ ชาวเมืองแร่ถ่านหินที่จะลงไปทำงานในใต้ดิน
ต่างจะพานกคีรีบูนใส่ในกรงคล้ายแบบตัวอย่างนี้
ลงไปในเหมืองใต้ดินด้วยกัน เพื่อเป็นเพื่อนร่วมงานด้วย
เพราะในเหมืองใต้ดินมักจะมีก๊าซอันตรายถึงตายได้
เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่สะสมอยู่ภายใน
เพราะสาเหตุอุบัติเหตุ เช่น เพลิงรุกไหม้ หรือ การระเบิด
ก๊าซที่ไร้สีไร้กลิ่นนี้ ฆ่าทั้งคนทั้งนกคีรีบูนได้
แต่นกคีรีบูนจะมีปฏิกิริยาไวต่อก๊าซพิษมาก
และรู้สึกตัวได้อย่างรวดเร็ว
จึงแจ้งเตือนภัยชาวเหมืองได้ทันท่วงที
ถึงภยันตรายและภัยคุกคามจากก๊าซพิษ


เมื่อลงไปทำงานในเหมืองถ่านหิน
หรือเวลาเกิดภัยพิบัติขึ้นภายในเหมืองถ่านหิน
ชาวเหมืองจะนำนกคีรีบูนที่ถูกขังอยู่ภายในกรงพิเศษ
ที่มีลักษณ์เป็นกล่อง/กรงแก้วในกรอบโลหะ
มีช่องประตูแก้วเปิดปิดรูปวงกลมด้านหน้า
แต่ปิดตะแกรงไว้ด้านในเพื่อป้องกันนกบินหนีออกมา

ถ้ามีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์อยู่ในบริเวณนั้นมาก
นกคีรีบูนจะแสดงอาการออกมาอย่างเห็นได้ชัด
มันจะเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายขณะที่เกาะบนคอน
แล้วในที่สุดก็ตกลงจากคอนที่เกาะ

ถ้านกคีรีบูนเกิดอาการหมดสติขึ้นมา
ชาวเหมืองจะรีบปิดประตูแก้ว
แล้วรีบเปิดวาล์วปล่อยให้ออกซิเจนจากถังด้านบน
อัดอากาศเข้ามาภายในกล่องแก้ว
เพิ่มช่วยเติมอากาศและช่วยชีวิตนกคีรีบูน
ส่วนชาวเหมืองก็จะรีบอพยพออกจากพื้นที่อันตราย




Credit: https://www.healeyhero.co.uk




ในครั้งแรกนั้น แนวความคิดที่จะนกคีรีบูน
ถูกนำเสนอโดย John Haldane นักสรีรวิทยาชาวสก็อต
ที่ได้กล่าวถึงการค้นพบสรีรวิทยาการหายใจ
และลักษณะของก๊าซที่ส่งผลต่อร่างกายมนุษย์

John Haldane มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงมาก
ด้วยการขังตัวเองไว้ในห้องที่ปิดทึบ
พร้อมกับหายใจก๊าซพิษชนิดต่าง ๆ
ที่อาจทำให้คนเราถึงตายได้
ขณะที่ค่อย ๆ บันทึกอาการที่เกิดขึ้นจากก๊าซพิษ
ในระหว่างที่อยู่ภายในห้องทดลอง
และบันทึกเพิ่มเติมภายหลังที่ฟื้นสติ
หลังจากออกมาจากห้องทดลองแล้ว

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
John Haldane จีงมีความคืบหน้ามาก
ในการระบุก๊าซพิษที่ใช้โดยทหารเยอรมัน
ซึ่งนำไปสู่การประดิษฐ์หน้ากากป้องกันก๊าซพิษได้เป็นครั้งแรก






John Haldane ยังค้นพบว่า
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ทำให้คนงานเหมืองส่วนใหญ่ตาย
เพราะสังเกตเห็นว่าศพของชาวเหมืองมีสีคล้ายสีชมพูของผลเชอรี่
ทั้งนี้เป็นผลมาจากสารประกอบที่ก่อตัวขึ้นในเลือด
เมื่อมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รวมกับฮีโมโกลบิน


ในปลายยุค 1890
John Haldane จึงเริ่มทดลองกับสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนูขาวและนกคีรีบูน
เพราะสัตว์ขนาดเล็กมีอัตราการเผาผลาญอาหารได้เร็วกว่าคน
และด้วยสาเหตุนี้จึงแสดงอาการออกมาให้เห็นได้ชัดเจนและเร็วกว่าคน
ยิ่งอาการข้างเคียงจากก๊าซพิษของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
แม้ว่าจะมีปริมาณเจือปนในอากาศเพียงเล็กน้อยก็ตาม

นกคีรีบูนเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการทดลอง
การตรวจจับก๊าซพิษในอากาศรอบข้าง
เพราะระบบทางเดินหายใจที่มีลักษณะแบบพิเศษของพวกมัน




ความแตกต่างระหว่างระบบทางเดินหายใจของมนุษย์และนก Credit: Eleanor Lutz



นกคีรีบูนก็เหมือนกับนกทั่ว ๆ ไป ทุกชนิด
ที่มีระบบทางเดินหายใจที่สลับซับซ้อน
ซึ่งออกแบบมาเพื่อรวบรวมออกซิเจนให้มากที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้จากอากาศภายนอก
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกนก
เพราะเวลาบินพวกนกต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ในบางครั้งเอง ที่พวกนกบินขึ้นสูงมาก
ยิ่งจะมีก๊าซออกซิเจนน้อยมากในอากาศด้านบนที่สูง


ในการที่นกสูดอากาศหายใจแต่ละครั้ง
จะได้ปริมาณอากาศเป็นจำนวนมาก
เมื่อเทียบกับขนาดของตัวนก
ระบบทางเดินหายใจของนก
มีถึง 20% ของร่างกายนก
เทียบเท่ากับ 5% ในคน

อากาศบางส่วนของพวกนก
จะเก็บไว้ในพื้นที่ว่างที่เรียกว่า air sacs
ซึ่งมีอยู่กระจายไปทั่วร่างกายของนก
อากาศส่วนที่เหลือจะถูกนำเข้าไปในปอด
ที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เมื่อนกหายใจออกอากาศไปแล้ว
อากาศที่ที่เก็บไว้ในถุงลม air sacs
จะค่อย ๆ นำเข้าสู่ปอดนกอีกครั้ง
เพื่อเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ดังนั้น นกจะหายใจออกซิเจนได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งขณะที่นกหายใจเข้าและนกหายใจออก
เรื่องแบบนี้นกทำได้ดีกว่าคนมากในเรื่องใช้ก๊าซออกซิเจน
แต่ในทำนองกลับกัน
นกยิ่งเสี่ยงต่อสารพิษในอากาศมากกว่าคน




Credit: https://www.healeyhero.co.uk




ในปี 1986 ในอังกฤษ เพราะผลจากการรณรงค์กันอย่างแรง
เรื่องสิทธิของสัตว์ เสียงที่ไร้เสียง และหลักมนุษยธรรม
จึงมีการออกกฎหมายห้ามการใช้นกคีรีบูนในเหมืองแร่ถ่านหิน
ซึ่งในขณะนั้นมีนกคีรีบูนมากกว่า 200 ตัวที่ทำหน้าที่นี้อยู่
ทำให้พวกนกต่างตกงานและไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนอีกต่อไป
เพราะถูกแทนที่โดยเครื่องตรวจจับแบบอิเล็กทรอนิกส์
ที่มีราคาถูกและมีประสิทธิภาพมากกว่า



เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2Gr3FQG
https://bit.ly/2KyhLCr









ข้อมูลเพิ่มเติม



นกคีรีบูน

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์: ก๊าซอันตรายที่มองไม่เห็น






"ขุดบ่อบาดาล" อาชีพที่มาพร้อมกับภัยแล้ง - Springnews




เรื่องเล่าไร้สาระ



ภูมิปัญญาชาวบ้านไทยในเรื่องก๊าซพิษที่ทำให้ตายได้
ในการขุดบ่อน้ำของชาวบ้านไทยในยุคก่อน
ที่จะต้องวางปล่องบ่อลงไปทีละลูก ๆ
และต้องใช้แรงงานคนขุดลงไปในใต้ดิน
ขุดจนกว่าจะไปเจอตาน้ำ (น้ำซึมออกมาจากผิวดิน)

ช่างขุดบ่อน้ำรุ่นเก่ามักจะมีการโยนกิ่งไม้/ใบไม้ลงไปเป็นระยะ ๆ
หรือสาดน้ำเย็นลงไปข้างล่างในบ่อให้คนขุดบ่อเป็นระยะ ๆ
ไม่ใช่เพื่อดับร้อนของคนขุดในบ่อเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการไล่ก๊าซพิษที่สะสมในบ่อด้วยส่วนหนึ่ง
ส่วนบางคนจะใช้วิธีจุดไม้ขีดไฟทดสอบดูก่อน
ถ้าไฟดับอย่างรวดเร็วจะรีบขึ้นมาจากบ่อเลย
เพราะแสดงว่าอากาศข้างล่างเริ่มไม่เพียงพอแล้ว

วิธีการนี้จะใช้ในตอนล้างบ่อน้ำ/ลอกบ่อน้ำเก่า
ถ้าโยนไม้ขีดไฟ/กิ่งไม้ติดไฟ/เทียนติดไฟ ลงไปในบ่อน้ำแล้วดับเร็วมาก
แสดงว่าอากาศข้างล่างในบ่อไม่เพียงพอ
ก็จะต้องสาดน้ำลงไปเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับโยนกิ่งไม้ใบไม้ลงไปตาม
เพื่อไปปัดเป่าไล่ก๊าซพิษจากล่างขึ้นมาข้างบน
มักจะมี คาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซมีเทน

แต่ช่างขุดบ่อน้ำบางคนจะโหดกว่านั้นหน่อย
หลังจากสาดน้ำลงไปพร้อมกับโยนกิ่งไม้ใบไม้ลงไปในบ่อเก่าแล้ว
มักจะใช้วิธีโยนไก่เป็น ๆ ทั้งตัวลงไปในบ่อเก่าด้วย
นัยอ้างว่าเพื่อบวงสรวงพระแม่ธรณี
ถ้าไก่ตายในบ่อก็จะเลื่อนวันขุดลอกบ่อเก่าออกไปก่อน
หรือโหดกว่านั้นจะเสี่ยงทายไปเรื่อย
โดยสาดน้ำพร้อมกับโยนกิ่งไม้ใบไม้ลงไปในบ่อเก่า
พร้อมกับโยนไก่ลงไปตามภายหลังจนกว่าไก่จะไม่ตาย
แล้วถือโอกาสนำไก่ตายมาทำเป็นอาหารต่อไป

แต่บางรายจะนำไก่หรือนกกระทาหรือกระรอกลงไปในบ่อด้วย
โดยใช้สัตว์เป็นตัววัดอากาศภายในบ่อ
ถ้าสัตว์เลี้ยงสะลึมสะลือหรือออกอาการน่าเป็นห่วง
ก็จะรีบขึ้นจากบ่อโดยเร็ว

แต่ปัจจุบันใช้พัดลมเป่าอากาศลงไปแทนที่ก่อน
หรือใช้เครื่องปั้มลมอัดอากาศลงไปไล่อากาศเสีย
ไม่มีพิธีกรรมแบบในอดีตที่ใช้สัตว์เป็น ๆ ลงไปในบ่อ
เพราะมักจะใช้เครื่องมือขุดเจาะบ่อบาบาล
แต่พิธีขอขมาพระแม่ธรณีและเจ้าที่เจ้าทาง
ยังมีอยู่ตามความเชื่อและความสบายใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง


ในปัจจุบันจะใช้เครื่องมือขุดเบาะบ่อบาดาล
แบบเจาะลงไปในดินฝังท่อขนาด 2 4 6 นิ้วแทน
ซึ่งเครื่องมือขุดเจาะบ่อบาดาลทั่วไปมักจะพบเห็นในขนาดนี้
เพราะท่อน้ำตัน/ท่อน้ำเซาะร่องพอหาซื้อได้ในท้องตลาดในราคาย่อมเยา
รวมทั้งปั้มน้ำที่สูบน้ำขึ้นจากบ่อบาดาลมักจะมีขนาดนิยม
ไม่เกิน 4 หุน 1 นิ้ว 2 นิ้ว แล้วแต่ความต้องการใช้น้ำ
ว่าต้องการปริมาณน้ำระดับใดบ้างและส่งไปในระยะทางเท่าใด




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2561
1 comments
Last Update : 18 พฤษภาคม 2561 0:02:52 น.
Counter : 468 Pageviews.

 

สุดยอดครับเป็นแรงบันดาลใจให้ดีจริงๆ

 

โดย: เป็ดสวรรค์ 17 พฤษภาคม 2561 22:32:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.