LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
เที่ยว “เมืองกาญจน์” สู่ทะเลสวยที่ “เมืองทวาย”






การเดินทางในทริป “เมืองกาญจน์”สู่ “เมืองทวาย” สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์เป็นทริปที่ต้องบอกว่า Adventure สุดๆ ลุยสุดๆ ในเรื่องของการเดินทางแต่เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ทะเลสวย@เมืองเมาะมะกัน สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของทวายแล้วละก็ฟินเลย 

ฟินกับความสวยงามของหาดทรายที่ขาวสะอาด แสงสุดท้ายที่กำลังจะลับขอบฟ้าขอบทะเลและ“กุ้งมังกร” ตัวโต+น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด แซ่บ!!! รังสรรค์โดยชาวเมียนมาร์ที่เคยฝึกมือในร้านอาหารเมืองพัทยาแล้วกลับมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ดที่@เมืองเมาะมะกันฉะนั้นใครก็ตามถ้ามาเที่ยวที่นี่แล้วต้องไม่พลาด “อาหารทะเล”แบบสดๆจากทะเลน้ำลึกฝั่งอันดามัน




“เมืองทวาย” เป็นเมืองหลวงของเขตตะนาวศรี หรือตะหนิ่นต่าหยี่มีประชากรราว 140,000 คน มีหลากหลายชาติพันธ์ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเมียนมาร์ ชาวทวายส่วนมากเข้าใจและพูดภาษาไทยได้หลายคนเคยมาทำงานที่เมืองไทย ประชากรชาวทวายส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์พม่าและมีชาติพันธุ์มอญ และกะเหรี่ยง




ปัจจุบัน ทวาย กำลังจะเป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย(Dawei SpecialEconomic Zone) ที่ทางการวางโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหรือที่รู้จักกันว่า “ท่าเรือน้ำลึกทวาย”




ตัว “เมืองทวาย” อยู่ห่างจาก “ด่านพุน้ำร้อน”ชายแดนเมืองกาญจน์ ไปประมาณ 168 -180กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง




การผ่านด่านทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวจะทำทั้งที่ฝั่งไทยและเมียนมาร์โดยยื่นบัตรประชาชนพร้อมรูปถ่าย 2 นิ้ว 1 ใบ และจ่ายค่าธรรมเนียม 30 บาทได้หนังสือผ่านแดนชั่วคราวอายุ 7 วัน สำหรับเดินทางไปเมียนมาร์เฉพาะเมืองทวายเท่านั้น

















แต่หากเป็นชาวต่างชาติต้องใช้หนังสือเดินทางยื่นเป็นหลักฐานแต่ถ้าเราอยากไปเที่ยวเมืองอื่นๆด้วยต้องขอวีซ่าและใช้พาสปอร์ตรถตู้ที่จะผ่านแดนไปทวายต้องเป็นรถมีทะเบียนเมียนมาร์ซึ่งก็ปรากฏว่ารถตู้ฝั่งไทยก็จะมีป้ายนี้กันแล้วนำมาแปะทับ





เมืองทวายเป็นเมืองหลวงของเขตตะนาวศรีหรือตะหนิ่นต่าหยี่ มีประชากรราว 140,000 คนมีหลากหลายชาติพันธ์ ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาพม่าชาวทวายส่วนมากเข้าใจและพูดภาษาไทยได้ หลายคนเคยมาทำงานที่เมืองไทยประชากรชาวทวายส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์พม่า และมีชาติพันธุ์มอญ และกะเหรี่ยง




ชายแดนบริเวณนี้อยู่ในความดูแลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงเคเอ็นยู(KNU: The KarenNational Union) และกองกำลังย่อยเคเอ็นแอลเอ (KNLA: KarenNational Liberation Army)

การเดินทางก่อนที่จะถึงตัวเมืองทวายจะผ่านด่านตม.ของทั้งกะเหรี่ยงและเมียนมาร์ราว 4-5 ด่าน แนะนำว่าควรมีคนเมียนมาร์ไปด้วยเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และประสานงานต่างๆ




การเดินทางเข้าสู่ “เมืองทวาย” นิยมใช้รถยนต์เป็นหลักแต่ด้วยถนนหนทางกำลังเพิ่งจะเริ่มต้นก่อสร้าง การใช้รถยนต์หากเป็น โฟวีลขับเคลื่อน 4 ล้อ 2 ล้อจะวิ่งได้ดีบนถนนลูกรังตลอดระยะทาง




ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับรถตู้ส่วนใหญ่นั่งไม่เกิน 6 คนกำลังดี เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางค่าโดยสารเฉลี่ยคนละประมาณ 1,500 บาท บวกลบนิดหน่อย (ไม่รวมค่าเหยียบแผ่นดิน) เรียกว่าไม่แพงถ้าแลกกับความดิบของธรรมชาติตลอดสองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่าเขาบริสุทธิ์อยู่มาก




พวกเราเดินทางมาได้ครึ่งทางก็เริ่มหิว เลยฝากท้องไว้กับร้านอาหารกะเหรี่ยงที่ “คุณเปิ้ล” แห่ง “Apple's Retreat & Guesthouse”นักธุรกิจจากเมืองกาญจน์ ผู้นำทริปเที่ยวภูมิใจนำเสนอว่า อร่อยและสะอาดที่สุดบนถนนเส้นนี้




เมนูอร่อยเป็นอาหารสำเร็จรูป มีให้เลือกมากมาย ทั้ง ต้มขาหมู ผัดเผ็ดไก่บ้านผัดเผ็ดเครื่องในไก่ ผัดเผ็ดอีเห็น เก้ง กวาง ปลาโอ ฯลฯ ที่สุดขาดไม่ได้ ไข่เจียวและนำพริกรสเด็ด-ผักสดๆ ที่ทางร้านมีให้กินเคียง ค่าอาหารตกประมาณ 17,500 จ๊าด คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 300 กว่าบาทจ่ายเงินเสร็จเดินทางต่อ

ถึงเมืองทวายค่ำพอดีแวะกินอาหารเย็นที่ร้าน ลาล่าในตัวเมือง เป็นร้านธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดาโดยเฉพาะต้มยำกุ้ง ยำปลาหมึก กุ้งทอดกรอบ ฯลฯ




พวกเราพักค้างคืนที่โรงแรม Dimond CrownHotel อยู่ในตัวเมือง 2 คืน ราคาที่พักคิดเป็นเงินไทยตกประมาณ 1,900 บาทต่อคนต่อห้องนอน 2 คนตกคนละ 950 บาทต่อคืน




มีอาหารเช้าให้ช่วง7 โมงเช้า 1 มื้อใครตื่นเช้าจะได้ชมวิวบนชั้นดาดฟ้าซึ่งใช้เป็นห้องอาหารเช้าของโรงแรมจะมองเห็นตัวเมืองโดยรอบแบบ 360 องศา




หลังอาหารเช้า พวกเรานั่งรถตู้ตะลุยชมตัวเมือง ชมอาคารบ้านเรือนอาคารสำนักงาน ที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ถ้าต้องการเดินแนะนำให้เริ่มเดินจากกม.ที่0 ของเมืองไปเรื่อยๆ ผ่านอาคารที่ว่าการเมือง หอนาฬิกาและมีสำนักงานเอสซีจีของไทยตั้งอยู่บริเวณนี้




จากนั้นออกจากตัวเมืองไปเที่ยวชม วัดชี่ตาวโป่ว(สะกดตามการออกเสียงของคนเมียนมาร์) วัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ติดทะเล Sea View มีอายุกว่า 1,200 ปี เด็กวัยรุ่นเมียนมาร์นิยมมาเที่ยววัดกันมากมาย

วัดนี้มีความหมายตามที่ชาวเมียนมาร์ แปลให้ประมาณว่า เป็นวัดที่ยับยั้งอุปสรรคที่กองไว้ใครมาไหว้พระที่นี่เชื่อว่าจะช่วยผ่อนปัญหาอุปสรรคลงได้




วัดต่อมา วัดเมาะละเมียลยะ(คำสุดท้ายออกเสียงขึ้นจมูกนิดๆ)เป็นวัดที่สวยงามมาก ถ้าใครได้มาไหว้พระที่นี่ “คุณเปิ้ล” แนะนำว่าให้อธิษฐานในสิ่งที่เราต้องการแล้วใช้ไม้ตีระฆัง 5 ครั้งจะโชคดี




วัดอะยูเปียวอ่าวมีน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัดที่ชาวเมียนมาร์เชื่อกันว่า

ใครสุขภาพไม่แข็งแรง ไม่สบายมาก เจ็บป่วย หรือมีอาการทางประสาท สติสะตังมีอาการคล้ายคนบ้า ก็จะมาไหว้พระขอพร และตักน้ำมนต์จากบ่อน้ำมนต์พรมศรีษะ จะช่วยปัดเป่าโรคร้ายห่างไกล หรือหายได้




วัดพระนอนวัดพระไสยาสถ์ชเวธาลยังดอมะ (ShwethalyaungDaw Mu) เป็นวัดพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของเมืองทวายแต่เล็กกว่าที่เมืองเมาะละแหม่ง ถูกสร้างโดยพระธุดงค์ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม

ปัจจุบันมีอายุมากกว่า 100 ปีวัดแห่งนี้มีความยาวถึง 74 ม. สูง 21 ม. สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1931 มีการสร้างหลังคาคลุมองค์พระไว้ พระนอนขนาดใหญ่ ตาหวาน ขนตาสวยและปากแดงงดงามตามธรรมเนียมวัฒนธรรมของพม่า




เที่ยวชมวัดได้เวลาอาหารมื้อกลางวันแต่อาหารตกถึงท้องประมาณบ่ายนิดๆไปกินที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองเป็นร้านข้าวราดหรือตักเป็นถ้วยก็ได้มีมากกว่า 20 เมนูให้เลือก อร่อยทุกเมนูแนะนำว่า  ใครมาแล้วห้ามพลาดอาหารอร่อยที่ร้านนี้




ได้เวลาเดินทางไปไปเที่ยวชม “ชายหาดเมาะมะกัน”ฝั่งอิตัลไทยซึ่งเป็นบริเวณก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย

(ยังไม่ได้มีการเริ่มก่อสร้าง)




ที่นี่ชายหาดทรายขาวสวยงามมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมานอนอาบแดดกัน แต่ก็ยังไม่มากนัก




สามารถขับรถเลาะเลียบไปตามชายหาดนาปูแล ภาพทะเลผืนงามและความเงียบสงบ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายก่อนขึ้นไปชมวิววัดบนเขา




จากนั้นเดินทางต่อไปยังชายหาดเมาะมะกันที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวเมียนมาร์และชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวชมบรรยากาศและเล่นน้ำทะเลกัน






ได้เวลาแสงสุดท้ายของวันพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ใครมาถึงเมืองทวายไม่แวะมาเที่ยวทะเลแห่งนี้ต้องบอกว่ามาไม่ถึงทวายอย่างแน่นอน




ที่สำคัญอาหารทะเลอร่อย รสชาติหวานเพราะสดส่งตรงจากทะเล ทุกคนที่มาเที่ยวแล้วกลับไปมักบอกต่อกันปากต่อปากว่าใครมาเที่ยวที่นี่ต้องกินอาหารทะเล พวกเราได้ลิ้มรสอาหารทะเลจริงๆ โดยเฉพาะ“กุ้งมังกร” ที่ว่าตัวใหญ่แล้ว




แต่พ่อครัวเจ้าของร้านSilver Sea คุณสมชาย อดีตกุ๊กจากเมืองพัทยา บอกว่ายังไม่ใหญ่เท่าไหร่ กินกับข้าวสวยแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยมากตัวเดียวอิ่มเลย แต่ถ้าจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บยิ่งอร่อยสำหรับคนชอบรสเผ็ดเปรี้ยว





ก่อนเข้าที่พัก“คุณเปิ้ล”แนะนำพวกเราแวะเที่ยวชมวัดพระเจดีย์ ชเว ด่อง จา (Shwe Taung SarZedi) ซึ่งเป็นวัดเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทวาย และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมียนมาร์อีกแห่งหนึ่ง



ณ วัดแห่งนี้จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเมียนมาร์ที่นิยมมาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเวลาตอนเย็น เปิดไฟยามค่ำคืนจะสวยงามมาก ส่วนบรรยากาศกลางวันที่วัดมีสีสันสวยอีกแบบและที่น่าตื่นตาตื่นใจ




ช่วงเวลากลางวัน พวกเราพบชาวเมียนมาร์วัยรุ่นมากมายเต็มลานวัดช่วยกันทำความสะอาดธนบัตรเมียนมาร์ที่สูงพะเนิน จากนั้นนำแบงก์ต่างๆมาตากแดดบนผ้าใบ ที่นี่ไม่มีโจร ขโมย เพราะกฏหมายเข้มงวดมาก



พวกเราได้แวะตลาดเช้ากันนาเซ่ เป็นตลาดสดที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย มีสินค้าเช่นอาหารทะเลสด ผัก และผลไม้พื้นเมือง จำหน่าย




ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวทวายอย่างใกล้ชิดและเก็บภาพบรรยากาศเมืองทวาย มีทั้งเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ หมู ปลา ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ของแห้ง ฯลฯที่นี่เราจะได้เห็นปลาขนาดใหญ่หลายชนิดที่เราไม่รู้จักทั้งสด แห้ง และหมัก




จากนั้นเดินเที่ยวชมตลาด 100 ปีหรือตลาดเซจี ของเมืองทวายเป็นตลาดใหญ่ตั้งแต่ยุคสมัยอาณานิคมอังกฤษมีหลากหลายสินค้าให้เดินช็อปปิ้ง พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตของชาวทวายและบรรยากาศของตลาดที่ยังคงความเป็นอดีตไว้อย่างมาก




รอบๆ ตลาดมีร้านขายทองเรียงเป็นแถว และยังมีผ้าลุนตยาที่เป็นผ้าพื้นเมืองของที่นี่มีสีสันและลวดลายงดงาม




ได้เวลา บ่ายโมงเดินทางกลับเมืองกาญจน์เข้าที่พัก “Apple's Retreat & Guesthouse” ของ “คุณเปิ้ล” และ “คุณหน่อย” ที่ให้ความรู้สึกว่าRetreat จริงๆ เงียบ สงบ ผ่อนคลาย ไม่มีทีวี ตู้เย็น คืนละ 900 บาทนิดๆ




ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่รู้จักมายาวนานจากการบอกเล่าปากต่อปากว่าGuesthouse ที่นี่ Retreat จริงๆที่สำคัญอาหารอร่อย โดยเฉพาะแกงป่าไก่ รสชาติจัดจ้าน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารไทยโดย“คุณหน่อย” ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเรียนจำนวนมาก ด้วยคลาสสอนอาหารไทยที่เอาใจใส่ของเจ้าของ

ยามเช้าตรู่จะขี่จักรยานเล่นจากรีสอร์ทก็แสนเพลินใจหรือจะเหมาแพล่องไปตามลำน้ำก็ได้ ที่นี่ทำเลสะดวกกับการท่องเที่ยวอยู่ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือจะไปน้ำตกไทรโยค ไปเที่ยวเมืองมัลลิการ์ช่องเขาขาด ต่อด้วยไปไหว้พระพุทธเมตตาประชาไทยก็สะดวก.




Create Date : 06 ธันวาคม 2559
Last Update : 8 ธันวาคม 2559 6:35:14 น. 3 comments
Counter : 1792 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ สนุกเลยนะคะ


โดย: kae+aoe วันที่: 8 ธันวาคม 2559 เวลา:14:14:28 น.  

 
ขอบคุณนะคะ


โดย: raveetawan (Raveetawan ) วันที่: 8 ธันวาคม 2559 เวลา:20:04:34 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: peepoobakub วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:15:03:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




จำนวนผู้ชม 4736756 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 682 ครั้ง

เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.