..โลกนี้สวยงาม เมื่อเราเดินช้าลง.... ภาพถ่ายเป็นสื่อกลางของความรู้สึก ...สวยไม่สวยไม่รู้ รู้แต่ มีคุณค่า มากมาย....รักธรรมชาติ ขุนเขา...เดินเท้าย้ำไป ....ท่องทะเลหมอก ..ส่องนกดูไม้ ให้บานฉ่ำ...... ไปกับ.......เรานะ ดาหลา & ปะการัง.... http://daalaamita.multiply.com/
Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Sa Ku Ra อิน ภูพิงค์

ไปดอยปุย ไป พระตำหนัก ได้ภาพ พญาเสือโคร่ง มา นิดหน่อย
..........ยังไม่เป็นืที่พอใจ ...........

เด๋ว มี ภาพ ชุด 2

ชื่อ เต็ม ๆ ของ พญาเสือโคร่ง คือ

ฉวีวรรณ

ชื่อพื้นเมือง ฉวีวรรณ (ภาคเหนือ) นางพญาเสือโคร่ง (ภาคเหนือ) เส่คาแว่ เส่แผ่ เส่ลาแหล่ (กระเหรี่ยง - เชียงใหม่) ชมพูภูพิงค์

ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus cerasoides D.Don
ชื่อวงศ์ กุหลาบ ROSACEAE

ชื่อสกุลไม้ Prunus L.




นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์
ในประเทศไทย พบขึ้นในป่าดงดิบเขา ที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,000 - 2,000 ม. เช่น บนยอดดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ - ปุย ดอยเชียงดาว ฯลฯ

ในต่างประเทศ พบที่ เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม

สถานภาพ พืชหายาก ประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ยกเว้นขึ้นอยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์

ลักษณะทั่วไป

ต้นไม้ เป็นต้นไม้ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ สูงประมาณ 10 - 15 ม. กิ่งอ่อนมีขนละเอียด เรือนยอด รูปเจดีย์ แตกกิ่งต่ำ เปลือกนอก สีน้ำตาลแดง เป็นมัน มีรูระบายอากาศรูปริมฝีปากผู้หญิงขวางตามลำต้นทั่วไป

ใบใบเดี่ยว รูปไข่ ออกเวียนสลีบ กว้าง 3 - 5 ซม. ยาว 5 - 12 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนกลมหรือสอบแคบ ขอบจักคล้ายมีขนเมื่อยังเป็นใบอ่อน ปลายก้านใบมีต่อม 2 - 4 ต่อม หูใบแตกแขนงคล้ายเขากวาง เส้นแขนงใบ 14 - 16 คู่ แต่ละเส้นออกตรงข้ามช่วงใกล้โคนใบ และเยื้องราวกลางใบขึ้นไป ปลายเส้นใบจรดขอบใบเส้นแขนงใบย่อยเป็นขั้นบันได ใบอ่อน สีสนิมเหล็กใส ๆ ใบแก สีเขียวเข้มและก่อนหลุดร่วงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง






ดอก ออกเป็นช่อกระจุกใกล้ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 0.7 - 2 ซม. ขอบริ้วประดับจักไม่เป็นระเบียบ กลีบรองกลีบดอกติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอก 5 กลีบ รูปไข่มน ๆ ปลายกลีบหยักเว้าชัดเจน โคนกลีบลีบเป็นก้านเล็ก ๆ มีเส้นผ่ากลางกลีบดอกชัดเจนสีชมพูเข้ม เมื่อบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 - 2 ซม. ดอก สีขาวอมชมพูจนถึงชมพูสด ไม่มีกลิ่น เกสรผู้จำนวนมาก สั้นยาวไม่เท่ากัน ก้านเกสรผุ้สีชมพูเข้ม อับเรณูเหลือง เกสรเมียยาวพันกลุ่มเกสรผู้

ก่อนออกดอกผลัดใบหมดต้น ผลิตาดอกเต็มต้นแทบทุกปลายกิ่ง ดอกบานสะพรั่งไปทั้งต้นด้วยสีชมพูสดใส อ่อนหวาน และพลิ้วไสวยามต้องลม มีผึ้ง แมลงภู่ โดยเฉพาะนักฮัมมิ่งเบิร์ดสีเหลือง แดงและเขียว มาดูดกินน้ำหวานจากดอก เพิ่มสีสันความสมบูรณ์ของไม้ต้นนี้ แต่ถ้ามีฝนตกระหว่างผลัดใบ จะแตกใบอ่อนออกมาบ้าง กลายเป็นมีทั้งใบและดอกผสมกัน ก็สวยไปอีกมิติหนึ่ง




ผล ผลสด รูปไข่หรือกลม ยาว 1 - 1.5 ซม. ก้านผลาว 1.5 - 2.5 ศทซ ผลอ่อนสีเขียวสด ผลแก่ สีแดงสด มีเมล็ดเดียว

ระยะเวลาในการออกดอกและเป็นผล ออกดอกระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ และเป็นผลระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-มกราคม
การขยายพันธุ์ นิยมใช้เมล็ดเพาะชำกล้า ตอนกิ่ง ปักชำก็ได้เช่นกัน

การใช้ประโยชน์

ด้านเป็นพืชอาหาร ส่วนที่ใช้เป็นอาหารคือ ผล รับประทานได้ มีรสเปรี้ยว นกนานาชนิดชอบกิน ซึ่งช่วยในการกระจายพันธุ์ได้ไกล ๆ ยังไม่มีการรายงานปริมาณคุณค่าสารอาหาร
ด้านสมุนไพร ส่วนที่ใช้เป็นสมุนไพรและมีสรรพคุณคือ เปลือกต้น แก้ไอ เลือดกำเดาไหล ลดน้ำมูก แก้คัดจมูก ตำคั้นน้ำทางหรือพอก แก้ข้อเพลง ฟกช้ำ ปวดข้อ

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

สารสกัดลำต้นด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้สัตว์ทดลอง




ด้านการเป็นไม้ประดับ ความน่าสนใจของไม้ต้นนี้คือ เป็นไม้ที่มีรูปทรงต้นแบบเจดีย์คว่ำ แตกกิ่งต่ำ ก่อนออกดอกผลัดใบหมดต้น แตกตาดอกและดอกสีชมพูบานเต็มต้น แทบทุกปลายกิ่งที่มีอยู่ เป็นความสวยหวานสดใสและชวนให้ประทับใจยิ่งนัก แต่ถ้ามีฝนตกก่อนตาดอกแตก จะมีใบผลิผสมกับดอกที่ออก สวยงามไปอีกมิติหนึ่ง เมื่อออกดอกเต็มต้นจะเห็นโดดเด่นมากในป่าธรรมชาติ ดอกสวย งามหวาน แต่ไม่มีกลิ่นหอม นกผึ้ง แมลงอื่น ๆ วนเวียนมาดูดกินน้ำหวานและช่วยในการผสมพันธุ์มากมาย เพิ่มสีสันความสมบูรณ์ของดอกไม้ได้อย่างแท้จริง

ลักษณะพื้นที่ที่ปลูกต้องเป็นที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 ม. จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป อากาศหนาวเย็นแทบทั้งปี ดินมีความเป็นกรดมากกว่าด่าง ระบายน้ำดี อุดมสมบูรณ์ ใช้พื้นที่ปลูกไม่กว้างขวางนักราว ๆ 6 - 8 ม. แต่ถ้าปลูกเป็นแถวเป็นแนวก็ไม่จำเป็นนัก อย่างไรก็ตาม ไม้ต้นนี้สมควรอย่างยิ่งที่จะปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ จะให้ดอกดกสวยซึ้ง และปูพรมชมพู เมื่อร่วงหล่นตบแต่งให้เข้ากับภูมิสถาปัตย์ในป่าอนุรักษ์เพิ่มสีสันสดสวยได้อย่างน่า
ทึ่ง และถ้าปลูกมาก ๆ อย่างเหมาะสม จัดงานวันดอกฉวีวรรณบานได้อย่างสวยหรู ถ้าปลูกในระดับต่ำกว่า 1,000 ม. มักไม่ออกดอกให้ได้ชมนัก ต้องการแสงสว่างมาก






สีสวยมาก อยากไป เห็นเต็มๆ ตา เต็ม ๆๆ ดอย จัง

พญาเสือโคร่งนี่ ต้อง ตั้งตำนาน ตามหา อีกครั้งค่ะ

คาด ว่า ไม่เกิน สิ้นเดือนจะต้องหาเวลาไป .....

ยังไม่พอใจ จะไป ตามหา ซากุระที่ขุนแม่ยะ อีกครั้งงงงงงงงงงง




มีหลายจุดค่ะ ที่บาน แล้วค่ะ
ไปง่ายๆๆ ชิวๆๆก็ ขุนวาง รึอีกที ยากมาอีกหน่อย ก็ ขุนช่างเคี่ยน ที่ แยกตรงข้าม ทางไป บ้านแม้วดอยปุย

และ อีกที่ ก็ขุนแม่ยะ หรือสะดือ เมือง เขตต่อ กับ ปาย ค่ะ

คิคิ โหด หน่อยอ่ะ ต้องใช้ รถ 4 หวิว ไป อ่ะ
ขอบคุณค่ะ แวะมาชม ดอกไม่แจ่ม เลย

โปรดติดตาม ตอนต่อ ไป.............

SAKuRa part 2





Create Date : 10 มกราคม 2549
Last Update : 10 มกราคม 2549 22:41:53 น. 3 comments
Counter : 524 Pageviews.

 
555+ สุดยอดเรย


โดย: พลอยย IP: 203.113.44.10 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:11:07:20 น.  

 
55+ ดีมากๆๆๆๆๆๆที่สุด


โดย: พลอย IP: 203.113.44.10 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:11:09:04 น.  

 
55+ ดีมากๆๆๆๆๆๆที่สุด


โดย: พลอย IP: 203.113.44.10 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:11:09:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปะการังหอม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิต...เดินได้ ด้วยหัวใจ
หัวใจอยู่ที่ ธรรมชาติ ภาพถ่ายและ กลอน
bg sss
Friends' blogs
[Add ปะการังหอม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.