จินตนาการจากความว่างเปล่า
Imagination from the emptiness
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
San Fran #3


โลกเล่ห์ลวงบ่วงใด
มายาไพรให้ลุ่มหลง
งามเลิศเพริศปลดปลง
ไม่มั่นคงเพียงชั่วคราว



ภาพบนสุดคือภาพสวนสไตล์ Bohemian ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ นางฟ้า สัตว์ในเทพนิยาย ในห้าง Macy ตรง Union Square กลางเมือง San Fran เป็นเทศกาลพิเศษที่อนุญาตให้คนเข้าไปเยี่ยมชมและถ่ายรูปได้ โดยดอกไม้ทั้งหมดที่ประดับอยู่เป็นของจริง หอมอ่อนๆ เย็นๆ แต่งกันตระการตา แต่ก็อยู่ได้เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น


ดั่งเล่ห์ลวงมนุษย์
มิเคยหยุดมิร้อนหนาว
ล่อหลอกให้ใจร้าว
น้ำตาพราวก็ผ่านไป



ภาพที่สองเป็นภาพป้ายชื่อห้องที่ไปประชุมที่โรมแรมอินเตอร์คอนฯ เห็นเป็นชื่อสะพานดังของ San Fran ก็เลยถ่ายรูปมา ชอบที่อักษรทั้งสองคำขึ้นด้วยตัว "G" ดูเท่ห์ดี ภาพถัดไปเป็นภาพระบบคอมพิวเตอร์ลงทะเบียนงาน RSA Conference ตามด้วยภาพ Hall ของทางเดินลงเข้างาน (ถ้าเข้าทางใต้ดิน)


โลกใหม่ใช่จะเปลี่ยน
ยังหมุนเวียนไม่ไปไหน
กิเลสเลศลมใด
พาให้ใจไม่รู้วาง



ภาพรถสองคันด้านบน เป็นจังหวะพอดีที่กำลังเดินข้ามถนน แล้วเห็นรถ Taxi ของ San Fran จอดเคียงกันกับรถรางไฟฟ้าสาย F1 สีสันตัดกัน (แดง/เหลือง -- หุหุ) สดใสดี เลยรีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายอย่างไวๆ แล้วก็ต้องรีบเดินข้ามถนนต่อ ภาพออกมาได้ดีกว่าที่คิด ส่วนภาพด้านบน อันนี้เป็นภาพ Pier 33 ที่จะนั่ง Ferry ข้ามไปเยี่ยมชม Alcatraz


หากหลงลงวิถี
คนดีดีอาจเหินห่าง
ชีวิตต้องเลือกทาง
เพื่อจะสร้างซึ่งตัวตน



ช่วงที่ไป San Fran พอดีเป็นปลายเดือนเมษา บ้านเมืองเราการเมืองกำลังร้อนระอุ ก็เลยเหมือนกับว่าเห็นภาพอะไรมีสีเหลืองสีแดง เลยจับถ่ายรูปมาให้หมด (ดูภาพฝรั่งเสื้อกันลมสีแดง วิ่งผ่านรถรางไฟฟ้าสีเหลืองน้ำเงินข้างบน หรือ ภาพดอกไม้แดงๆ เหลืองๆ เขียวๆ ที่อยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน อิอิ) แต่ก็เป็นช่วงเซ็งๆ เพราะไปเขียนอะไรที่ pantip ห้องราชดำเนิน ก็ถูกคนที่ไม่มีเหตุผล เข้ามาเห็นใครเป็นคนราชดำเนิน ก็มาว่าเสียๆ หายๆ เลยตั้งแก๊งค์กับเพื่อนก๊งเหล้าเคล้ากวี หลบไปในห้องกวีการเมืองแทน ปรากฏบรรยากาศคนราชดำเนินแท้ๆ เฮฮาทักทายกว่าขาจรเดือนเมษาน่ารักดี


บินไปเถิดโบยบิน
ผกโผผินทุกแห่งหน
เรียนรู้เลิกทุกข์ทน
พร้อมผจญกับตนเอง



อยากจะบอกว่า... การถ่ายภาพนกนางนวลบินให้ดูเป็นมุมดีๆ ในขณะที่นั่งเรือ Ferry ที่ลมแรงและหนาวสะท้านใจนั้น ถ่ายยากมากๆ (เบื้องหลังคือพยายามถ่ายมาหลายรูป) ภาพสองภาพข้างบนจึงเป็นภาพที่ค่อนข้างชอบเพราะเบื้องหลังมีความพยายามในการถ่าย กล้องที่ใช้ก็คือน้อง Lumix ธรรมดา (ไม่ได้เอา Oly-E420 ไปเพราะกลัวไม่ทะมัดทะแมง แต่กะว่าถ้าได้ไป San Fran อีกคราวหน้าจะเอาเจ้า Oly ไปแล้ว เพราะคงต้องถ่ายแต่มุมเดิมๆ ถ้าจะให้สวยขึ้นอีกคงต้องอาศัยกล้องเทพเล็กๆ ซะแล้ว อิอิ)


กลไกของชีวิต
ขีดลิขิตเลือกบรรเลง
ขับกล่อมสร้างบทเพลง
อย่ากลัวเกรงต้องก้าวไป



การไป Alcatraz คราวนี้เหมือนชดเชยคราวที่แล้วที่ตั้งใจจะไปแต่เวลาไม่พอเลยได้แต่ไปล่องเรือเฉยๆ อยากจะบอกว่ารู้สึกคุ้มมากๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเป็นคนชอบตามดูเรื่องราวในประวัติศาสตร์หรือเปล่า เลยรู้สึกว่าดีใจที่ได้มา Alcatraz เองไม่ได้เป็นเพียงคุก แต่เคยเป็นดินแดนที่ชาวอินเดียแดงยึดมาจากอเมริกาเพื่อประกาศอิสระภาพอยู่นานเป็นปีในยุคที่ถูกเหยียดชนชั้นกันรุนแรง จนกระทั่งสามารถได้ดินแดนส่วนหนึ่งเป็นที่อนุรักษ์ของเค้า, หรือเรื่องราวที่มีการประดิษฐ์ระบบวงจร Electronics หลากหลายเพื่อใช้ในการควบคุมนักโทษแบบค่อนข้าง high-tech มาตั้งแต่เกือบร้อยปีก่อน


ปลดปล่อยจากกรอบกรง
เข้าเสริมส่งสิ่งสวยใส
มองเถิดนั่นฟ้าไกล
เห็นอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ



คราวนี้ภาพเยอะหน่อยเพราะว่าไม่อยากขึ้น San Fran #4 เลยตัดสินใจเอาภาพหลายๆ ที่ใน trip มาลงให้หมด ด้วยความที่รู้สึกว่าทำ blog ช้ากว่าชีวิตจริงมาหลายเดือน และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจากชีวิตที่คิดอยากเขียนอีกมาก (แต่เหมือนจะหาเวลาได้ประมาณอาทิตย์ละวันมาทำโน่นทำนี่) ภาพด้านบนเป็นวิวสวยๆ ของ San Fran ที่นักโทษชั้นดีและผู้คุมจะได้เห็น (ซึ่งสวยจริงๆ) มีนักโทษคนนึงบรรยายไว้ว่า การลงโทษที่รุนแรงที่สุดคือการที่เค้าโดนขังแล้วเห็นความงดงามของ San Fran แต่ข้ามไปไม่ได้


โลกเราหลายมิติ
ไร้ตำหนิหากนับถือ
ใจตนหมั่นฝึกปรือ
ให้ผลคือภูมิใจเอง



ที่น่าห่วง(ในมุมมองคนอื่น)ที่สุดใน trip นี้คือ ไปอยู่ที่นั่นช่วง swine flu เริ่มระบาดพอดี พอกลับเมืองไทยก็ป่วยไข้ขึ้นอีกตะหาก (ช่วงที่เมืองไทยยังไม่ตั้งกล้องจับความร้อน) จำได้ว่าพอขึ้นรถ น้องชายเอามือมาจับหัวแล้วก็ประกาศให้คุณพ่อ คุณแม่ รู้ว่า "พี่อุ๊ไม่สบาย!" แล้วก็เป็นที่เป็นห่วงของทางบ้านพอควร ที่น่ารักคือ ไม่ว่าเราจะป่วยยังไง ที่บ้านก็ไม่เคยแสดงทีท่ารังเกียจอะไรเลย แถมจะคอยดูแลกันเป็นอย่างดี home sweat home กลับบ้านแล้วมันอบอุ่น จริงๆ @^_^@





Create Date : 24 มิถุนายน 2552
Last Update : 24 มิถุนายน 2552 22:35:44 น. 29 comments
Counter : 754 Pageviews.

 
escape to alcatraz, huh ?


โดย: khon na derm IP: 124.120.44.30 วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:22:20:56 น.  

 
--- คุณ Khon na derm ---

Escape to Alcatraz จริงๆ ด้วยค่ะ สนุกมากมาย ^^


โดย: ไร้นาม วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:22:36:27 น.  

 
คืนนี้นอนดึกมาก? (Yes - well, most of the time) เหตุตั้งตารอดูฟุตบอล US vs SPN (เชียร์ US) เสปนพับสนามเล่น แต่ sorry วันนี้เป็นวันของ US ครับ. (Result: US ชนะ 2-0 : Happy มาก)

วกมาที่บล๊อคผมชอบภาพทีนำมาลง สวยทุกภาพครับ

แต่จะให้สวยขึ้นอีกนั้น ผมว่าน่าจะมีเจ้าของภาพ ยืนหน้ากล้องด้วยซีครับ(ไม่มีใครกดชัทเตอร์ก็ตัดต่อครับ แหะๆ)

ไร้นามโชคดีเสมอนะว่านะ จนอาจมีคนอิจฉาที่ได้บินเดินทางบ่อยๆถึง 3 ใน 5 ทวีป(เอเซีย+อเมริกา+ยุโรป)ที่มีอยู่ในโลกใบนี้. (4 A. & 1 E.---Right ?)

ผมอยากทราบจังว่าความรู้สึกไปต่างแดนในช่วง"การศึกษาเล่าเรียน/การไปทำกิจกรรม(ทำงาน)/ท่องเที่ยว"ตามประสานักท่องเที่ยวเนี่ยมีความแตกต่างกันในแง่ใดบ้าง จงอธิบาย!!!

คำตอบ (เดาเอาน่ะ)
1 เรียน---เครียด(ทุนหลวงซีเรียสกว่าทุนส่วนตัว!!!)
2.ทำงาน---เครียดบ้างแต่น่าจะสนุกเพราะมีผลตอบแทน
3.ท่องเที่ยว---สนุกสนาน สำราญใจไร้กังวล(ถ้ามีตังค์เยอะๆ)
4.(พิเศษ)ทำงาน+ท่องเที่ยว(ผลพลอยฯ)---สนุกสนานแล้วยังได้เงินอีกตังหาก---เยี่ยมครับ.

สำหรับผมหลังจากได้ทุนศึกษา(ทุนหลวงน่ะ)เข้าล๊อคข้อ 1.เลยงัย.
ตอนนี้ พูดจริงๆแล้วผมอยากกลับไปเยี่ยมเยือนสถานที่เดิมๆ ทวนความทรงจำดีๆอีกซักครั้ง...ฝันที่อยากให้เป็นจริง.สวัสดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. (RU) IP: 58.8.158.45 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:3:28:12 น.  

 
Delight when the light............reflect
Beauty on earth, beg..............eye catch,
Imagination, then direct-........ly filled.
But, nothin' as good as...........when head to home.



take care,

bros. ^__^


โดย: เหงาจังเลย IP: 203.156.35.151 วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:1:10:41 น.  

 
ภาพนกนางนวลสีสวยมากเลยอุ๊ ชอบจัง

พอเห็นภาพบ้านเมืองซานฟราน ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงหลงรักเมืองนี้นักหนา

รวมทั้งเราด้วย


โดย: เป่าจิน วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:16:04:15 น.  

 
คุณคนชื่อ "เหงาฯ" ผมชอบประโยคที่ว่าว่า...
But, nothin' as good as...........when head to home.

โดยส่วนตัวผมเข้าใจความหมายว่า " Home sweet Home"
+++++++++++ ปลี่ยนเรื่องนะครับ.++++++

Michael Jackson...

You are my favorite singer.U are Great and always in my heart forever.

Oh...Seem to be Unbelievable,this is the one of the worse news I have ever heard in the past few years . I hope the best for his family and the world will always love him
++++++++++
"...across the world, a wave of emotional outburst was recorded as word spread that Michael Jackson had collapsed and died on Thursday,with deep sorrow for The Michael Jackson Family, in particular His Children..."
++++++++++

Michael Joseph Jackson
Born August 29, 1958
Died June 25, 2009 (aged 50)
Los Angeles,CA.
++++++++++

"King of Pop" in subsequent years, his 1982 album
+++Thriller+++ is the world's best-selling record of all time
and four other solo studio albums are also among the world's best-selling records:
1.Off the Wall (1979),
2.Bad (1987),
3.Dangerous (1991) and
4.HIStory (1995).
++++++++++
เมื่อวานเพิ่ง Happy กับที่ สรอ.ชนะรอบเซมิไฟนัลฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่น2009 อยู่หยกๆ แต่อนิจจามาบัดนี้...วันนี้...

ผมต้องขอแสดงความเสียใจในการจากไปของนักร้องผู้โด่งดัง/ยิ่งใหญ่ "ไมเคิล แจ๊คสัน"และต่อครอบครัวของเขา...จากใจจริง
ครับ...ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งครับผม.
+++++++++++++++++++++++



โดย: Freshman LL.B. (RU) IP: 58.8.150.54 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:1:35:27 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. (RU) ---

ถ้ามีเจ้าของภาพ ภาพคงหมดสวยไปเยอะเลยค่ะ แหะ แหะ

คำตอบเหรอคะ?
1. เรียน--ไม่ค่อยเครียดอ่ะค่ะ สนุกดี เป็นช่วงชีวิตที่ดีมากๆ ช่วงหนึ่งเลยค่ะ
2. ทำงาน--อันนี้เครียดบ้าง แต่ก็สนุกดีเหมือนกันที่ได้เห็นอะไรใหม่ๆ
3. ท่องเที่ยว--อันนี้ถ้าเที่ยวเองจะสนุก แต่ถ้าพาคนอื่นเที่ยวจะเครียดๆ หน่อยอ่ะค่ะ
4. ทำงาน+เที่ยว--อันนี้ชอบสุด ไม่ต้องออกตังค์เอง มีเบี้ยเลี้ยง แถมได้เที่ยวอีก อิอิ

และก็เสียใจเรื่อง ไมเคิล เหมือนกันค่ะ


--- ศิษย์พี่เหงาจังเลย ---

โอ้... โคลงภาษาอังกฤษขั้นเทพ สมกับเป็นศิษย์พี่จริงๆ เอามั่ง

I'm glad to have good...................friend here
When dark comes, you cheer........up right
So, I never fear............................to move
with hope on my side....................such bright like dreams



--- เป่าจิน ---

ดีใจที่ชอบภาพนกนางนวลจ้า @^_^@


โดย: ไร้นาม วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:20:55:28 น.  

 
ชอบนวลนางเอ้ยนางนวล ด้วยคน


โดย: กวินทรากร วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:15:21:45 น.  

 
ไร้นาม...(ถ่อมตัวเรื่องภาพนะ)ช่วยเฉลยนี้หน่อย...

"...When dark comes, you cheer........up right
So, I never fear............................to move..."

ผมว่าประโยคไพเราะเสนาะโสตดีนะ แต่ไม่ค่อยเข้าใจอ่ะครับ

แปลความงัยล่ะ เฉลยด้วย..ประมาณว่าลิงค์จากวรรคแรกแล้ว.."เป็นการให้/ได้กำลังใจ..จากบรรดาแฟนคลับ?"

ไร้นาม"...คำตอบเหรอคะ?
1. เรียน--ไม่ค่อยเครียดอ่ะค่ะ สนุกดี เป็นช่วงชีวิตที่ดีมากๆ ช่วงหนึ่งเลยค่ะ"
@ บ่งบอกถึงความมีมันสมองอันเป็นเลิศทางวิชาการ ก็เลยฟันฝ่าอุปสรรคเรียนได้ไม่ยาก..แต่ตรงข้ามคนที่ตามไม่ทัน อ.ก็จะเครียดแถมกลัวโดนส่งกลับก่อนสำเร็จตะหาก.

2. "ทำงาน--อันนี้เครียดบ้าง แต่ก็สนุกดีเหมือนกันที่ได้เห็นอะไรใหม่ๆ"
@ "ฟังขึ้นนะ" แถมได้ประสบการณ์มากมาย...เส้นทางอาชีพ.

3. "ท่องเที่ยว--อันนี้ถ้าเที่ยวเองจะสนุก แต่ถ้าพาคนอื่นเที่ยวจะเครียดๆ หน่อยอ่ะค่ะ"
@ เป็นงงนิดๆในวรรคท้าย...อ๋อ เป็นภาระเลยไม่หนุก...ก็เป็น"ไกด์จำเป็น" แต่ก็น่าจะจริง..เห็นด้วยละกัน.

4. "ทำงาน+เที่ยว--อันนี้ชอบสุด ไม่ต้องออกตังค์เอง มีเบี้ยเลี้ยง แถมได้เที่ยวอีก อิอิ"
@ มีคนแอบอิจฉาแน่ละข้อนี้น่ะ.
++++++
สงสัย(อีกแล้ว) ว่าบทกวีไทยกับเทศเนี่ย แปลความออกมาแล้วจะได้ใจความไพเราะเหมือนกันเป๊ะหรือเปล่าครับ.

คือที่ถามเพราะส่วนตัวเห็นว่า อังกฤษบางคำ/หลายๆคำ ต้องทับศัพท์ถึงจะได้ความหมาย เพราะแปลออกมาแล้วต้องมาแปลเป็นไทยอีกหลายยยยยรอบ..ก็ยังไม่เวอร์คแฮะ ว่านะ.. ขอบคุณครับ.

โชคดีในการเดินทางฯและโปรดรักษาสุขภาพทุกท่านด้วยครับ.สวัสดี.
+++++++++
P.S.ขออนุญาตใช้หน้าต่างนี้.ส่งท้ายอาลัย ไมเคิล อีกครั้ง
+++Ever since the late Michael Jackson popularized the moonwalk in 1983, the iconic dance move has entranced people around the world.
+++ I like the style of his MOONWALK dance.I like it a lot,don't i? FaNtasTiC & InCrEDiBLE.
Luv U MJ.
+++++++++




โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.153.235 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:0:57:27 น.  

 
เศร้า...เศร้าจริงๆ....กะเรื่อง...
ผลฟุตบอล Final กระชับมิตร Confederation 2009 ระหว่าง US vs BRASIL (2:3)เมื่อคืน ยอมรับผิดหวังอย่างแรงทั้งที่ครึ่งแรกนำ ถึงสองศูนย์.

แต่ครึ่งหลังปล่อยให้ BRSL ทวงคืนแถมนำไปอีกเลยฟันธงว่า US แพ้แน่---ก็ปิดไฟนอน--คงเลิกดูบอล US เล่นไปอีกนานเชียวแหละ
มันเสียความรู้สึกอ่ะนะครับ. (แต่ยอมผลตัดสินล่ะนะ เฮ้อ !?!)

..ส่วนตัวคิดว่าเป็นการแก้เกมส์ อีกส่วนฟันธงล้านเปอร์เซ็นซ์ว่า เป็นความประมาทและชะล่าใจของฝ่าย สรอ.ในสายตาเล่นไม่ดีในครึ่งหลัง(แม้จะมีใครมาบอกว่าลูกกลมไม่มีอะไรแน่นอนก็ตาม อิอิ)

ส่วนตัวค่อนข้างเชื่อในแนววิถีพุทธครับ ..ความประมาทคือหนทางสู่ความหายนะ (ในเกือบจะทุกเรื่อง..นั่นหมายถึงการนำไปสู่ความอับทึบทาง"ปัญญา")

ดังนั้นจึงขออนุญาตนำแนวธรรมะ..มาเพื่อเป็นหลักคิดสกิดใจคนเราไว้ (ผมหมายถึงทุกเรื่องเนี่ย..จะไม่เปิดช่องว่างแห่งการดำรงชีวิตประจำวันฯไว้กับ "ความประมาท"เลย)

..แต่ผมไม่ซีเรียสครับ ----

ผลที่เกิดจากความประมาทปัญญา ท่านว่าไว้...เป็นดั่งนี้...

+++ผลที่เกิดจากความประมาทปัญญา คือ ความตาย ไม่ว่าจะตายจริงๆ หรือตายด้วยสิ้นชื่อเสียง เกียรติยศ ฯลฯ

+++เป็นความไม่ดีทั้งสิ้น ความประมาทปัญญา หรือความประมาท จะให้ผลดีไม่มีเลย จึงไม่ควรประมาทปัญญา.

+++ความไม่ประมาทปัญญา คือ ความเห็นความสำคัญของปัญญา ทั้งปัญญาตนและปัญญาผู้อื่น (จะเห็นความสำคัญแต่ปัญญาตนไม่เห็นความสำคัญปัญญาผู้อื่นด้วยก็ไม่ได้)เข้าข้อนี้เลย.

+++++++++++++++++
+++ผลฟุตบอล ก็เลย เอวัง..เรียบร้อยโรงเรียนบราซิลเลี่ยน ไปตามฟอร์ม...
+++++++++++++++++
เช่นเคย "โปรดรักษาสุขภาพ"เพราะ "มัน---Swine Flu---กำลังมาแล้วววว.สวัสดีครับ.



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.233.162 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:15:02:19 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. (RU) ---

ท่อนนี้หรือคะ...

"...When dark comes, you cheer........up right
So, I never fear............................to move..."

ตอนเขียนอารมณ์ประมาณว่า

"เมื่อเงาแห่งความมืดคืบคลานเข้ามา
ท่านก็มาให้กำลังใจข้า
ทำให้ก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว"


พอดีเคยมีอดีตสมัยที่เรียนอยู่เมืองนอกที่ศิษย์พี่เหงาฯ
เคยเขียนบทกวีทำให้มีกำลังใจ ตอนเครียดๆ น่ะค่ะ ^^

+++

(ต่อ) เรื่องพาคนอื่นเที่ยว ที่เครียดๆ ไม่ใช่เรื่องเป็นภาระหรอกค่ะ เพราะส่วนใหญ่ก็จะพาแต่คนสนิทๆ เที่ยวอยู่แล้ว เช่นคุณแม่ น้องชาย เพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำงาน แต่จะอารมณ์คอยเป็นห่วงมากกว่า ว่าเค้าจะสนุกหรือชอบแนวนี้หรือเปล่า ร่างกายจะไหวไหม จะเหนื่อยหรือเปล่า จัดตารางเวลาโอเคไหมนะ ฯลฯ

ไร้นามเคยมีประสบการณ์พาคนอื่นเที่ยวแล้วทำเค้าลำบากมาหลายที เช่นพาคุณแม่ คุณน้า เที่ยวอังกฤษก็พาลุยๆ เกินไปคุณแม่ คุณน้า หมดแรงอีกวันต้องนอนอยู่ที่พักกันทีเดียว (ปวดเมื่อย)

เรื่องบอล ดูคู่ชิงที่ 3 สนุกมากเลยนะคะ ตอนท้ายๆ กองเชียร์แอฟริกาใต้คิดว่าจะแพ้แล้วเดินออกนอกสนามกันใหญ่เลย พอยิงเสมอได้ต่อเวลา (ด้วยลูกสุดสวย) เห็นกลับกันมาแทบไม่ทันเลย ^^

หมายเหตุ: ช่วงนี้ตอบช้าหน่อยนะคะ พอดีมีเรื่องยุ่งๆ ในชีวิตนิดนึง คือกำลังมีปัญหาเรื่องคล้ายกำลังจะโดนละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเรื่องงานเขียนที่เป็นโปรแกรม คือเป็นคนสร้างสรรค์งานแต่มีคนอื่นหยิบงานไปทำเรื่องจดลิขสิทธิ์ (โดยไม่บอกล่วงหน้า) ก็เลยกำลังวุ่นๆ กับเรื่องนั้นอยู่นิดหน่อย รายละเอียดคงยังเอามาเล่าใน blog ยังไม่ได้ค่ะ เอาไว้เรื่องถึงที่สุดแล้วถ้าไม่ผิดกฏอะไรอาจมาแชร์ให้ฟัง (กำลังอยู่ในขั้นตอนเคลียร์กันอยู่)


โดย: ไร้นาม วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:22:40 น.  

 
---ผมติดตามบล๊อคเกือบทุกวันครับ ขอบคุณที่โพสต์กลับ ได้ทั้งสาระความรู้และประสบการณ์แถมมีเรื่องเชียร์บอลด้วยเพราะผมเปล่าดูคู่ชิงที่ 3 ก็เลยได้รู้นะเนี่ย.

---ข้อคิดสกิดใจคนอ่านก็เห็นจะเป็นว่า "ไม่เป็นภาระ"แต่ "เป็นกังวล" (ต่างกันเน๊าะภาษาไทยเรา)ข้อกังวลของไร้นามต้องยอมรับถึงความมีน้ำใจอันประเสริฐครับ.

---แล้วที่ผมนำมาโพสต์ข้างล่างนี้ เป็นความเห็นสนับสนุนข้อกังวลที่ว่าไว้เลย ว่าแต่ว่า...ลงถึงขั้นนี้จะเรียกว่าเป็นบาปกรรมรึเปล่า อิอิ ที่ตนเองกลับเป็นเหตุให้ผู้อื่นรวมคุณแม่ด้วยซะอีกด้วยต้องหมดเรี่ยวแรงตามๆ กัน เฮ้อ เหนื่อยแทนแต่ก็ได้สนุกเพลิดเพลินครับ.

++ไร้นาม..."ไร้นามเคยมีประสบการณ์พาคนอื่นเที่ยวแล้วทำเค้าลำบากมาหลายที เช่นพาคุณแม่ คุณน้า เที่ยวอังกฤษก็พาลุยๆ เกินไปคุณแม่ คุณน้า หมดแรงอีกวันต้องนอนอยู่ที่พักกันทีเดียว (ปวดเมื่อย)"

---วรรคสุดท้ายน่าสนใจมากครับผม ก็จะอะไรเสียอีกเพราะนี่คืองานท้าทายด้านกฏหมายซึ่งไร้นามก็เป็น LL.B.ตัวจริง เสียงจริงแล้วอ่ะนะ.

---ต่อไปคงต้องได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา(เหมือนจะรู้มาก่อนจึงเรียนนิติศาสตร์จนสำเร็จเท่ห์มากครับ)ขอเป็นกำลังใจ สู้สู้ ชนะคดีความด้วยครับ.
---สำหรับผม แหะ แหะ ยังอีกหลายหน่วยแต่ก็พยายามอยู่อ่ะครับ...สวัสดีครับ.
---ขอแถมอีกนิดวันนี้ Happyไปกับผลเทนนิสชายเดี่ยว Wimbledon เชียร์ขาดจน FedEXpress ชนะจนได้ ดีใจครับ.


โดย: Freshman LL.B.(RU) IP: 58.8.234.201 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:02:19 น.  

 
Federer’s victory – a gruelling 5-7, 7-6 (8-6), 7-6 (7-5), 3-6, 16-14 success – secured his sixth title at the All England Club and took him once more to the top of the world rankings ahead of Rafa.

Hey, FedEX. U r going back and be the 1st ranking of Tennis World Championship again,aren't U? That's great.Congratulation!!!

What did U say? Yeah,I like the way U talk to people after the BIG WIN (July 5,2009)at Wimbledon Tennis court in London,UK. Here it is...
“It was such a historic day in tennis and me being the main character in this... I have so many pictures going through my mind."

“I had about two hours sleep, but it doesn’t matter. I slept enough to last three weeks and I still feel great.”

"Of course I always feel people should be happy for the guy who won and not for the guy who lost."

วรรคท้าย...แสดงถึงอารมณ์คนชมเช่นผม...ที่ชอบดูเกมมันส์ๆที่คนเกือบค่อนโลกเฝ้าดูก็ลุ้นกันสนุกดีครับ.

และผมก็ว่า Andy(US)ก็เล่นดีไม่แพ้กัน(โดยเฉพาะลูกเสริพอ่ะนะ) แต่ อาจจะไม่ใช่เป็นวันของเขาก็ได้ว่านะ....กีฬามีแพ้-ชนะ.ครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.235.70 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:34:09 น.  

 
+++According to I enjoy watching Tennis Competition,here are the last results (Top Ten_2009) of the world ranking both single men and women.

World tennis Championship 2009 (MEN)

1 Federer, Roger (SUI) 11,220 points
2 Nadal, Rafael (ESP) 10,735
3 Murray, Andy (GBR) 9,450
4 Djokovic, Novak (SRB) 8,150
5 Del Potro, Juan Martin (ARG) 5,705
6 Roddick, Andy (USA) 5,440
7 Simon, Gilles (FRA) 4,000
8 Tsonga, Jo-Wilfried (FRA) 3,600
9 Verdasco, Fernando (ESP) 3,500
10 Gonzalez, Fernando (CHI) 3,185
++++
Top Ten_World tennis Championship 2009 (WOMEN)
1 Safina, Dinara 27/04/86 RUS 10521
2 Williams, Serena 26/09/81 USA 8758
3 Williams, Venus 17/06/80 USA 6617
4 Dementieva, Elena 15/10/81 RUS 6591
5 Kuznetsova, Svetlana 27/06/85 RUS 6071
6 Jankovic, Jelena 28/02/85 SRB 5980
7 Zvonareva, Vera 07/09/84 RUS 5400
8 Azarenka, Victoria 31/07/89 BLR 5066
9 Wozniacki, Caroline 11/07/90 DEN 4780
10 Petrova, Nadia 08/06/82 RUS 3300

+++++
ในที่สุด โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ ก็กลับคืนสู่บัลลังก์อันดับ 1 ของโลกได้สำเร็จสมใจของตนเองและบรรดาแฟนคลับ. ขอแสดงความยินดีด้วยครับ.
+++++
สุดท้ายอยากฝากบอกคำเตือน 2ข้อครับ
1.รักษาสุขภาพ (หวัด 2009)แนวโน้มลามหนักในปีนี้ 2552 อ่ะครับ.
2.บรรดาคอทองแดงและผู้นิยมดื่มแอลกอฮอลล์/สารเสพติด โปรดลด ละ เลิกในช่วงเข้าพรรษาและตลอดไปด้วย.



โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.232.204 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:26:12 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

ขอบคุณที่แวะมาสม่ำเสมอนะคะ @^_^@

ช่วงนี้ก็ยังยุ่งๆ เรื่องลิขสิทธิ์อยู่เช่นเคย ปวดหัวจริงๆ เลย...
ไม่คิดเลยว่า จะอยู่ๆ เจอคนหยิบงานเราเอาไปจดลิขสิทธิ์เฉย


โดย: ไร้นาม วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:28:40 น.  

 
...น่าเห็นใจผู้ที่ถูกกระทำการละเมิดในรูปแบบต่างๆ ในบ้านเมืองเรา..ส่วนตัวผมเห็นว่า เรามี กม.แล้วก็ควรเคารพกัน กม.ให้มากขึ้น.. แต่ก็นั่นแหละ..พูดไม่ออกเหมือนกันครับ ..ผมเลย(คิดว่า)คอมเม้นต์ในเชิงปรัชญา..ยาวไปหน่อยไม่ว่านะ ..เอาใจช่วยไร้นามเสมอครับผม.

++การใช้ช่องทางทางกฏหมาย(ที่บริสุทธิ์+ยุติธรรม)มาบังคับใช้ในสังคมมากขึ้นๆ น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ในหลายแง่ อาทิ...

1)ภาคประชาสังคม(การอยู่ร่วมกัน-การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์-ปัญหาหลากหลายรูปแบบในสังคม - ศก. -การเมืองด้วยรึเปล่า!?!และฯลฯ)มีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น...

2) ประเทศชาติกำลังเดินทางเข้าสู่ความเป็นอารยะมากขึ้น....

3)ประชาชน-บุคคล-อำนาจรัฐ กำลังให้ความสำคัญกับหลักกฏหมายมากขึ้นเรื่อยๆ จนชินกับการต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด...(แม้จะต้องทนรอ)

4) การใช้ช่องทางกฏมายที่จริงจัง สมบูรณ์และบริสุทธิ์ยุติธรรม ..ท้ายที่สุดจะทำให้ประเทศชาติเจริญเทียบทันกับอารยะประเทศได้อย่างแน่นอน...

5) ป.ล.ปัญหามีว่าคนในสังคม-ผู้กุมอำนาจรัฐ จะยินดี... ยินยอมรับกฏกติกาที่สร้างขึ้นมาก/น้อย และจะต้องใช้เวลานานอีกซักเท่าใด!?! คำตอบไม่ยากนัก...นั่นก็คือ
---5.1)การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง(การลูบหน้าปะจมูก---ไม่มี) ..
---5.2) การมีจิตสำนึกของคนในชาติที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้นี้แหละจำต้องสำนึกถึงจิตสาธารณะและการเคารพกฏหมายอย่างเคร่งครัดนั่นแล.
++++
หากนอกเรื่องนอกราวไปบ้างก็พยายามแกะละครับ เรียนหนักชักสับสน อิอิ.
+++โปรดรักษาสุขภาพ(ทุกท่าน)ด้วยครับ เห็นข่าว"หวัด2009" แล้วรู้สึกได้ว่าโลกนี้ชักจะไม่ค่อยภิรมย์ซะแล้วซี สู้..สู้ ต่อไปแล้วกัน สวัสดีครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.158.23 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:28:59 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจ สู้ สู้ ต่อไปครับ.

ต่อไปขออนุญาตคอมเม้นต์เชิงปรัชญา---เพื่อสังคมอุดมปัญญา---

การใช้ช่องทางทางกฏหมาย(ที่บริสุทธิ์+ยุติธรรม)มาบังคับใช้ในสังคมมากขึ้นๆ น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ในหลายแง่ อาทิ
1)ภาคประชาสังคม(การอยู่ร่วมกัน-การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์-ปัญหาหลากหลายรูปแบบในสังคม ฯลฯ)มีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น....
2) ประเทศชาติกำลังเดินทางเข้าสู่ความเป็นอารยะมากขึ้น....
3)ประชาชน-บุคคล-อำนาจรัฐ กำลังให้ความสำคัญกับหลักกฏหมายมากขึ้นเรื่อยๆ จนชินกับการต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด....
4) การใช้ช่องทางกฏมายที่จริงจัง สมบูรณ์และบริสุทธิ์ยุติธรรม ..ท้ายที่สุดจะทำให้ประเทศชาติเจริญเทียบทันกับอารยะประเทศได้อย่างแน่นอน...
5) ป.ล.ปัญหามีว่าคนในสังคม-ผู้กุมอำนาจรัฐ จะยินดี... ยินยอมรับกฏกติกาที่สร้างขึ้นมาก/น้อย และจะต้องใช้เวลานานอีกซักเท่าใด!?! คำตอบไม่ยากนัก...นั่นก็คือ
----5.1)การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง
----5.2) การมีจิตสำนึกของคนในชาติที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้นี้แหละจำต้องมีจิตสาธารณะและการเคารพกฏหมายโดยเคร่งครัดนั่นแล.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.158.23 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:56:39 น.  

 
ผมอยากได้คำตอบในภาพรวมๆด้านคอมพ์ฯ อาทิ..
--บรรดา User ธรรมดาๆทั้งหลายจะอัพเกรดตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ยาก/ง่ายเพียงใด และควรเน้นด้านใด(พอดีเห็นข่าวทำนองว่า"หารายได้"หน้าเว็บก็รวยได้) ข้อนี้น่าจะยาว... แค่สั้นๆครับไม่เครียดดีครับ.

--ส่วนเรื่องลิขสิทธิ์ฯ หากไม่หนักหนา ก็ปล่อยวาง?จะได้ไม่ต้องเครียดอ่ะนะ คนเราส่วนใหญ่นั้นมักชอบการแข่งขันแบบแฟร์, แต่บ้างก็ชอบแบบลัดๆ...ฯลฯ 55+

--ส่วนตัวมองว่าโลก/สังคมโลกของเราบิดเบี้ยวไปตั้งแต่วันเกิดเหตุ 9/11/2001 โน่นแล้ว!!!เลยปลงวางไปหลายเรื่อง สบายใจไปอีกแบบ แต่ก็ต้องให้ตัวเรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีของตนเองเป็นสำคัญ.(สอนหนังสือให้สังฆราช...โปรดให้อภัย)

ป.ล. เห็นจะมีข้าพเจ้าเม้นต์อยู่คนเดียว ชักเขินครับ ท่านอื่นเขียนมาโจมตี/คอมเม้นต์ผมบ้างก็ดี...ให้เขียนอยู่ข้างเดียวอยู่ด้าย!!! อิอิ..

โชคดีในการเดินทางและรักษาสุขภาพครับ.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.160.220 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:25:21 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B ---

ฮะ ฮะ เชิญตามสบายเลยค่ะ ไร้นามเองช่วงนี้ก็มาๆ หายๆ
วันนี้ป่วย (เป็นหวัด ^^') เลยหยุดอยู่บ้าน

สมัยก่อนไม่เคยหวงลิขสิทธิ์เลยค่ะ ใครอยากได้อะไรขอมาดีๆ ก็แชร์ให้ไปเป็นร้อยๆ โปรแกรม บางอันถ้าไม่ติดอะไรก็แถม source code ให้ดูเลย อีกตะหาก (ตามประสาอาจารย์)...

แต่อันที่กำลังมีปัญหาอยู่นี่เป็น... แบบว่า... พูดได้คำเดียวว่าคนที่มาทำแบบนี้ เป็นการกระทำที่ "แย่" อ่ะค่ะ


โดย: ไร้นาม วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:03:01 น.  

 
อะรัยนะครับ ..หวัดเหรอ?...รีบเลยครับไปหาหมอเช็คด่วน...

แต่ว่าก็ว่าเถอะผมเพิ่งกลับไปหาหมอในวันนี้เอง..หมอบ่นแล้วครับว่า ปชช.แตกตื่นไปตรวจจนหมอเครียด...ผมก็โดนว่าทำนองกลัวไปเองมันเป็นหวัดธรรมดา...รักษาตามอาการไปก่อนนะ...ครับผม.

ก็งัยดีล่ะ สธ.ออกมาให้ข่าวเองว่า ปชช.ควรใส่ใจไปตรวจ...แต่ก็กลายเป็นภาระหมออีก...หรือ?...งงเนี่ย เถอะผมไม่เครียด น่าเห็นใจคนทำงานแล้วกัน..ก็มัน...Swine Flu/Deadly Virus น่ะมันเข้าข่าย WIDE SPREAD แล้วน๊ะคร๊าบ.
++++
เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ แกะตามรอยผู้น้อยให้แนวทางไปแล้วตามลำดับที่ 17 แหละ..."ใช้ช่องทางทางกฏหมาย" ฟันธง!

"ความเดิม"..."ขอเป็นกำลังใจ สู้ สู้ ต่อไปครับ.
ต่อไปขออนุญาตคอมเม้นต์เชิงปรัชญา---เพื่อสังคมอุดมปัญญา---"
..."ใช้ช่องทางทางกฏหมาย" ฟันธง!!!

++++


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.152.39 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:33:15 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

หยุดมาสองวันแล้วค่ะ นอนเยอะแยะ มากมาย...
ตอนแรกกะว่าถ้าพรุ่งนี้ยังไข้สูงอยู่จะไปหาหมอแล้ว
ว้นนี้ไข้เริ่มลด ท่าทางคงโอเค


โดย: ไร้นาม วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:24:30 น.  

 
รู้สึกเป็นห่วง"อาจารย์ไร้นาม"ด้วยจิตบริสุทธิ์ คิดว่าบรรดาลูกศิษย์ในหลายสถาบันอุดมศึกษาที่อาจารย์ไร้นามสอนอยู่ขณะนี้คงเป็นห่วงอาจารย์เช่นกัน.

แม้ดีกรีไข้ลดลง แต่ก็ไม่ควรประมาทครับ มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ อาทิ ไอ ,เจ็บคอ,ท้องเสีย,ฯลฯ(ทำตัวเป็นหมอแล้วเรา อิอิ) ด้วยหรือไม่?

...เป็นผมคงไปหาแพทย์ เจาะเลือดให้รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว ว่างั้น ยิ่งช่วงนี้เจ้า"หวัดร้าย"กำลังระบาดขยายเป็นวงกว้างแล้ว... บรรดาผู้เกี่ยวข้องก็ยอมรับว่า..ยากที่จะสกัดให้อยู่ในเวลาอันสั้น!?! น่ากลัวครับน่ากลัว.

ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ดีนะครับ...ส่วนผมน่ะลงทุนเข้าฟิตเนส(ตามคำแนะนำแพทย์)มานานพอสมควรแล้วครับ ก็ช่วยได้เยอะและคุ้มค่า
...ส่วนตัวคิดว่าถึงมีตังค์เยอะแต่สุขภาพไม่ดีก็เปล่าประโยชน์อ่ะครับ

ขอให้ไร้นามจงหายจากอาการไข้โดยเร็ววันครับผม.

+++++


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.156.124 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:15:30 น.  

 
อยากคอมเม้นต์เรื่องเจ้า "หวัดร้าย/ว้ายรัด-Virus"ตอนนี้เป็นอะรัยที่ทุกคนต้องระวัง....รู้แล้วๆๆๆๆๆ.ไม่ต้องบอก--หลายคนคิดแบบนี้...

--แต่ประเด็นที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องราวขึ้นมาก็คือ-การไม่เข้าใจกันระหว่าง
การ ปชส.ภาครัฐ/ประชาชนทั่วไป/ผู้คนในสังคมตามชุมชนเมือง ฯลฯ โดยเฉพาะคนใส่หน้ากากถูกปฏิเสธให้ขึ้นรถสาธารณะ --แท๊กซี่/รถตู้(บางสาย บางคัน)--โถไม่น่าเล้ย!?!

--ประเด็นเหล่านี้...ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมเรา ... ทราบมาได้ความคือ...คนส่วนหนึ่งไปสับสนเข้าใจว่า-

1)คนที่ใส่หน้ากากคือคนที่เป็นหวัด 09 (เป็นงั้นไป!?!)
2)คนขับรถสาธารณะฯเกรงว่าจะนำเชื้อเข้าไปติดผู้โดยสาร/ทิ้งเชื้อฯไว้ในรถ (เป็นงั้นไป--หนักเข้าไปอีก)และ
3)คนคนใส่หน้ากากกลายเป็น"จำเลยสังคม"โดยเกิดจากความหวังดีของตนเพื่อป้องกันตนเอง

--ก็ดีใจขึ้นที่ตอนนี้หลายฝ่ายพยายามทำความเข้าใจกันมากขึ้นแต่เหนืออื่นใดก็คือควรเป็นแบบนี้ครับ.

++ หน่วย ปชส.ภาครัฐทั่วประเทศต้องประกาศให้ชัดเจนครับว่า
A)"การใส่หน้ากาก"เป็นการป้องกันการระบาดของหวัด09
(อย่าไปเหมารวมว่า เขาเป็น/ไม่เป็น)

B)"การใส่หน้ากาก"เป็นผลดีทั้งต่อผู้ที่ใส่และผู้ที่ไม่ต้องการสวมใส่มัน ให้มองเป็นเรื่องธรรมดา(ลักษณะคล้ายการมอง จนท.จราจรท่านสวมกันฝุ่นมานานแล้ว --

c) จากข้อ B)แม้จะต่างวัตถุประสงค์แต่ก็ไม่เห็นจะต้องมองเป็นเรื่องแปลก อิอิ ว่านะ (เพราะประโยชน์เกิดแก่ทุกคนพลเมืองเราอ่ะนะ)

D)ผู้คนในสังคมเราคงไม่ต้องถึงกับตั้งข้อรังเกียจกันและกัน เพราะถึงจนขณะนี้ มัน(หวัด09)ก็กำลังระบาดแล้วอ่ะครับนะ.

E) ทุกคนต้องยอมรับความจริงและช่วยกันแก้ปัญหาระบาดแทนการหนีปัญหาและถกกันไปมาเสียเวลาเปล่า (ดูคนที่ใส่หน้ากากป้องกันหวัด 09เป็นเรื่องปกติเสีย..จบ.)

ประเด็นที่ผมอยากแถม(ข้อมูลได้จาก สธ.--บางส่วน)ก็คือหลัก"การใช้"หน้ากากนี่ก็สำคัญ.-

1) ปชช.ทุกคนควรมีติดตัวอย่างน้อยสองชิ้น(สลับกันวันเว้นวัน)
2) หากเป็นแบบทำจากกระดาษควรใช้ได้ไม่เกินสองครั้งต้องทิ้ง (ห้ามซักนำมาใช้อีก)
3)แบบทำจากผ้าสามารถซักได้ใช้ซ้ำอีกได้ จำนวนครั้งก็ดูตามสภาพของหน้ากากครับ.
4)ห้ามใช้ร่วมกันและ/หรือสลับกับของคนอื่น/หรือแม้คนในบ้าน คนใกล้ชิด (แหมข้อนี้ธรรมดามาก อิอิ)
5)ช่วงนี้หน้ากากขายดีไม่พอใช้แล้วจ้า!!--หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกมาประกาศควบคุม "ราคา" --(การเอาเปรียบยามคับขัน--ไม่มี)

--ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าเราจะอยู่กะหวัด09อีกนานเท่าไหร่? เตือนกันได้ก็เท่านี้ครับ และโปรดอย่าลืมรักษาสุขภาพและติดตามข่าวสาร---"ตื่นตัว"แต่ "ไม่ตื่นตูม"ใช่ไหม"สวัสดี"ครับและก็มิใช่ "หวัดดี"แล้วละครับ.
+++
ป.ล. นศ.รามฯ ก็โดนหางเลขไปด้วยคือเลื่อนสอบภาคเรียน1/52 เป็นพ.ย.52


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.162.72 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:50:10 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

หลังๆ อาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงกัน

ช่วงที่ผ่านมาใส่หน้ากากเดินไปเดินมา ดูผู้คนรอบข้างแตกตื่น
กันพอควร เห็นแล้วก็ขำๆ น่ะค่ะ (แต่ก็จะพยายามไม่ไปไหน
เพราะไม่อยากให้ใครติดไข้) สรุปแล้วก็ยังไม่ทราบว่าเป็นหวัด
อะไรรู้แต่ว่านอนซมไปหลายวันเลย...

วันนี้มีแรง กะว่าเดี๋ยวจะ up blog ใหม่ละนะคะ :)


โดย: ไร้นาม วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:48:49 น.  

 
--ผมดีใจที่อาการคุณไร้นามดีขึ้นมาก

แต่ก็กังขาหน่อยๆตรงที่ทำมายถึงได้ไม่ไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือด ให้แน่นอนจะได้สบายใจ แต่ก็ยอมรับห้วงนี้ รพ.(ของรัฐ) แน่นขนัดแทบทุกวัน และ

"ข้อมูล"---โรคนี้ถึงจะน่ากลัว แต่มันก็มีข้อกังวลลดลงตรงที่...มัน"รักษาหายขาดได้"...โดยขึ้นกับปัจจัย.-

1) หากมีอาการไข้และหนาวสั่น พร้อมมีอาการอื่นร่วมเช่น ไอ จาม มีเสมหะ ท้องเสียฯลฯ ให้สันนิษฐานว่าตนเองอาจแจ๊คพ็อตอ่ะครับ.

2)ผู้มีอาการตาม (1)ต้องไปพบแพทย์เพื่อดูอาการ หากพบว่ามีเชื้อหวัด09 ต้องได้รับยารักษาภายในสี่สิบแปดชั่วโมง.

3) ผู้เข้าถึงยาได้ตามระยะเวลาที่แพทย์ระบุก็มีสิทธิหายขาดได้ตามปกติและจะไม่กลับมาเป็นอีก(มีภูมิคุ้มกันแย้ว)

4) ป.ล. ข้อนี้สิสำคัญกว่าใดๆ ---และจะหาทางเว้นว่างห่างหนีมัน(หวัด09)ได้อย่างไรเพราะ.-
4.1) เป็นเชื้อที่ระบาดลุกลามรวดเร็ว--จากคนสู่คน---เสียด้วย(ป้องกันโดยใส่หน้ากากเท่านั้น..ว่านะ)
4.2) มาตรการต่างที่ทางการงัดออกมาก็เป็นช่องทางหนึ่งที่สกัดได้ในระดับหนึ่ง...
4.3) สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ปชช.ต้องให้ความร่วมมือกับรัฐ ตระหนักรักตนเองโดยใส่หน้ากากรวมการรักษาสุขภาพตนเองและคนในครอบครัว.
+++
อาจารย์ไร้นามก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องการ Up blog นักนะผมว่า ปล่อยไว้ซักระยะนึงก็ได้ครับ เดี๋ยวก็อาจจะมีคนเข้ามาเม้นต์ต่อๆกันไปอยู่ดีแหละ
+++
ส่วนตัวมองว่า การใช้เน็ตบ้านเรามันยังไม่คึกคักนัก(เปอร์เซ้นต์น้อย)เมื่อเทียบกับประเทศอื่นเขา..

อาจเป็นเพราะสภาพ ศก./นิสัยคนไทยส่วนใหญ่เรายังด้อยเรื่องความเพียรใฝ่เรียนรู้...สู้งานหนัก..ว่าเข้านั่น(ข้อมูลทางสถิติระบุว่าคนไทยมีนิสัยรักการอ่านน้อยมาก!?!)...เข้าเน็ตก็น้อยไปด้วย ..ว่านะ.

ร่ายยาวเลย...โชคดีครับ


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.11.99.2 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:17:57 น.  

 
แวะมาเยือนอ่านบ้าง ธรรมดา
จึงทักทายตามประสา เพื่อนบ้าน

สวัสดีท่านไร้นาม


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:59:03 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

สรุปว่า ที่ป่วยก็เป็น ไข้หวัดใหญ่จริงๆ ด้วย แบบInfluenza Type A ค่ะ (หมวดเดียวกันกับหวัด 2009 แต่ยังไม่ได้ไปตรวจละเอียด)

ถึงว่านอนซมอยู่นานเลย ฮะ ฮะ


--- คุณคนสาธารณะ ---

สวัสดีค่ะ ดีใจที่มาเยือนนะคะ


โดย: ไร้นาม วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:22:16:12 น.  

 
อ่านอาการของ"ไร้นาม"แล้วรู้สึกไปเป็นห่วงแทนคนป่วยมากกว่าเสียอีก แสดงว่าคนป่วยมีกำลังใจดีเยี่ยมครับ..

แต่ยังงงๆว่าทำไมถึงไม่ไปตรวจให้ละเอียดดังตั้งใจไว้ล่ะครับ จะได้สบายใจหายป่วยเป็นปกติ น่าจะดีกว่านะ.
+++++
ถึงตอนนี้เชื้อโรคภัยตัวใหม่ก็มา attact มนุษยชาติเราอีกโรคหนึ่งแล้ว(กาฬโรคปอด) หวังว่าทางการคงเตรียมรับมือกันไว้ล่วงหน้าไม่เข้าตำรา"วัวหายก่อนแล้วจึงคิดล้อมคอก"ดอกนะ.เห็นใจ สธ.ครับ.
+++++
ขอให้ อ."ไร้นาม"หายไวๆ ครับจะได้มาตอบสมาชิกในบล๊อคบ่อยๆ บางบล๊อคค้างเป็นปี (ผมขออาสาไปอัพเดทก็กลัวจะไม่งามและนอกเรื่อง แต่ได้วิสาะเข้าไปบ้างแล้วครับ)

เสมือนเปิดศึกหลายด้าน/ดูหนังสือพร้อมกันหลายหน้า!?!/สาระในหน้าเว็บเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมดีด้วยแต่...ก็ต้องทำงานหนักงี้แหละครับ...ขอเป็นกำลังใจ สู้ สู้ ต่อไป.


โดย: Freshman LL.B. IP: 58.8.151.26 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:15:07:16 น.  

 
--- คุณ Freshman LL.B. ---

ตอนนี้หายสนิทแล้วค่ะ เย้ๆ


โดย: ไร้นาม วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:21:45:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
ไร้นาม
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]





"อ่านคนอ่านที่ความคิด
หาใช่ชื่อเสียงเรียงนาม"
Friends' blogs
[Add ไร้นาม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.