Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
ธรรม(ชาติ)1

ต้้องบอกก่อนว่า บล็อกนี้อาจจะล่อแหลม และอาจมีบางคำพูดที่แรง(มั้ง)
ถ้าใครมีความเชื่ออันแรงกล้าหรือมีธรรมะในแบบของตัวเองอยู่แล้วให้ข้ามไปดีกว่า

ธรรมะ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง ธรรมะในศาสนาพุทธ
แต่หมายถึง ธรรมะในความรู้สึกนึกคิดของผมเอง ซึ่งอาจจะคาบเกี่ยวได้กับ
ทุกศาสนา ฉะนั้น อ่านแล้วอย่าได้คิดอะไรเลย ให้ถือเป็นเพียงสายลมผ่านตาไปก็แล้วกัน

ที่สำคัญ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสนา ออกจะเลวทรามต่ำช้า ฆ่าผู้หญิง ยิงเด็ก ลักเล็กขโมยน้อยฯลฯ (ล้อเล่น)เหอะๆ
ศาสนาไม่ค่อยเข้าใกล้ก็เขียนไปตามความรู้สึก .....^_^

"ธรรมะ" ของผมหมายถึง ธรรมชาติ เรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย
เพราะเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีใครกำหนด ไม่ได้เกิดจากอะไรทั้งนั้น
เป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นเท่านั้น
ความสุข ความทุกข์ ก็เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเช่นกัน

วันนี้อยากจะเขียนถึงเรื่อง กรรม
กรรม ในความหมายของผมคือ ผลแห่งการกระทำ
เมื่อมีการกระทำ จึงมี ผล อันนี้ออกจะเบสิค คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ

แต่กรรมของผม ไม่ได้หมายความว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่เป็น ทำดีเกิดดี ทำชั่วเกิดชั่ว
สองประโยคนี้ต่างกันนิดเดียว ตรงคำว่า ได้ กับคำว่า เกิด

ประโยค ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แฝงไว้ด้วยกิเลสของมนุษย์
ถ้ามองเผินๆอาจจะคิดว่า "อ้าว สอนแบบนี้คนจะได้ทำดีไง"...ก็ถูก......แต่...

หลายคนหลงทาง.....
ประโยคแบบนี้ทำให้คน ทำดีเพื่อหวังผล ทำดีเพราะคิดว่าจะได้ดี
การอยากได้ดี การอยากได้ผลแห่งความดี สิ่งนี้ก็น่าจะเป็นกิเลส ที่ไม่ต่างกับความอยากได้อย่างอื่น ซึ่งต่างจากประโยคหลังที่ทำดี เพื่อให้เกิดสิ่งดีเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน

ยกตัวอย่าง เราบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจน
กรรม(ผล)ของการบริจาคคือ เด็กยากจนมีชีวิตที่ดีขึ้น
สิ่งที่เราได้ คือความสบายใจที่เห็นเด็กยากจนมีชีวิตดีขึ้น
ฉะนั้น ได้ดี น่าจะหมายถึง ได้ความสบายใจ สุขใจ ส่วน ได้ชั่ว คือ ก็จะได้ความไม่สบายใจเมื่อทำชั่ว

ซึ่งผมคิดว่า คนที่คิดประโยค ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว น่าจะหมายถึงสิ่งนี้มากกว่า
แต่คนกลับไปยึดเป็นว่า เมื่อบริจาคเงินแล้ว จะรวยในชาติหน้า จะได้โชคได้ลาภ

ออ....แต่ก็มีประโยคแก้ (ยังกะเพลงลูกทุ่ง มีร้องแก้กัน เหอะๆ) ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป
นี่แหละ .....เพราะเข้าใจไขว้เขว จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า "เอ๊ะ..ทำไมทำดีแล้วไม่เห็นได้ดีเลย"

ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเข้าใจธรรมชาติ อย่างที่บอก ทำดีไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับผลดี
เมื่อทำความดีแล้ว เพียงระลึกถึงผลดีที่เกิดขึ้น ก็น่าจะเพียงพอ อย่าได้คาดหวังว่าจะได้รับสิ่งใดๆ เพราะไม่ใช่ว่าทำดี แล้วเราจะได้ความดีคืนกลับมาเสมอไป

ยกตัวอย่าง(อีกแล้ว)
ถ้าเราตั้งใจจะปรุงรสอาหารให้อร่อย
เราหยดน้ำปลาลงในอาหาร(การกระทำ) สิ่งที่เกิดขึ้แน่ๆคือ อาหารเค็มขึ้น(ผล) แต่ไม่ได้หมายความว่า อาหารจะอร่อย

ถ้าเราไปยึดว่าทำดีแล้วจะได้ดี จะกลายเป็นทุกข์ซะมากกว่า....เพราะไม่ได้อย่างที่หวัง

ผมคิดว่าปัจจุบันคนไปยึดติดกับเปลือกซะเยอะ ผลที่เกิดคืออะไร....
.......เช่นเดียวกับการกินทุกเรียน ถ้ากินเนื้อมันก็หวานมันอร่อย(หอมด้วย) แต่ถ้ากินเปลือกก็จะได้รับแต่ความเจ็บปวด

ที่เห็นได้ชัดเรื่องนึงคือ ช่วงฤดูที่มีซองกฐิน ซองผ้าป่า(เรียกไม่ค่อยถูก)
หลายคน(อาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ) กลัวได้รับซอง กลัวยิ่งกว่าบิลค่าน้ำ ค่าไฟซะอีก

ที่กลัวเพราะไม่อยากบริจาค หรืออยากบริจาค แต่อยากทำแค่บาท สองบาท แต่ถ้าใส่น้อยเดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอา
ก็คนไปยึดเปลือกซะแล้ว ทำน้อยไม่ได้ ต้องทำเยอะๆ พอทำเยอะไม่ได้ก็เป็นทุกข์

ทั้งที่ตอนเด็กๆยังจำได้ ครูสอนเสมอว่า ทำบุญจะทำเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่ศรัทธา ได้บุญเหมือนกัน
หรือบุญจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน??
เอ...ชักสงสัย......หรือที่ครูสอนมันไม่ถูกหว่า........??

เขียนถึงเรื่อง เปลือก แล้ว อดไม่ได้ที่จะเขียนถึงอีกเรื่อง
นั่นคือ การบวช

เราบวชเพื่ออะไร?
เอาแบบพื้นๆ เรียนกันมาตั้งแต่อนุบาลยันปริญญาเอก
บวชเพื่อศึกษาพระธรรม, บวชเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ฯลฯ

แต่...................................
บางคนติดยาบ้า ฆ่าคนตาย แล้วมาบวช
บวชเสร็จกลับไปติดยา ฆ่าคนอีก แต่ไปอ้างกับคนอื่นว่า ได้บวชทดแทบบุญคุณพ่อแม่แล้ว
พวกนี้ต้องบอกว่า ดรวกกก (ขอใช้คำของคุณหนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ)
ทำให้พ่อแม่เสียใจมาทั้งชีวิต บวชแป๊บเดียว แล้วอ้างว่าทดแทนบุญคุณ


บางคนจะบวชอยู่พรุ่งนี้ ก็กินเหล้าเมาสั่งลา เชิญคนมาเป็นร้อย จัดงานกันทั้งคืน จุดพลุ จุดระเบิด จุดประทัดยิ่งกว่างานตรุษจีนเยาวราช อย่างงี้ไม่รู้จะไปบวชทำเตี่ยอะไร

ผมเชื่อว่าการที่เราโกนหัวห่มผ้าเหลือง ไม่ได้ช่วยให้พ่อแม่ขึ้นสวรรค์ได้หรอก

แต่ถ้าเราบวชแล้วยึดมั่นในธรรม เป็นคนดี พ่อแม่พลอยยินดีกับความดีของเรา
สิ่งนี้มากกว่าที่หมายถึงการขึ้นสวรรค์ของพ่อแม่

เขียนซะเพลินเลย วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ไว้มีโอกาสจะมาเขียนภาคต่อ

ออ....อย่าลืม ทั้งหมดที่เขียน เป็นเพียงความเชื่อของ จขบ. ไม่ได้เป็นหลักศาสนาใดๆ

สวัสดีครับ











Create Date : 16 พฤษภาคม 2553
Last Update : 16 พฤษภาคม 2553 8:48:54 น. 4 comments
Counter : 491 Pageviews.

 
แวะมาเจิมค้า น้องฝนเหงา


โดย: ดาเรศ IP: 111.84.205.186 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:15:32 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:36:36 น.  

 
ธรรมะ คือธรรมชาติ
ถ้าเข้าใจสิ่งนี้ง่ายมาก
บางคนไปวัดแต่ไปไม่ถึงวัด
บวชกายแต่ไม่บวชใจ
ไปนั่งสมาธิก็เหมือนเอาหินไปทับหญ้า


โดย: เทียมฟ้า (เทียมฟ้า ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:51:49 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:39:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ฝนเหงา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ไม่ได้รักแม่ปลาเท่าชีวิต.....แต่แม่ปลาคือชีวิตของพ่อปลา
Friends' blogs
[Add ฝนเหงา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.