Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
ล่าม

นับตั้งแต่ทำงานวันแรกจนถึงวันนี้ กำลังจะครบรอบ 6 เดือน
ในวันที่ 9 ม.ค. ..............

ทุกวันนี้ก็ยัง งงๆอยู่ว่ามาเป็นล่ามได้ไงฟร่ะ -_-''
ถ้าย้อนกลับไปสมัยแบเบาะ อาชีพที่อยากเป็นคือ หมอ ไม่ก็ วิศวกร
ตอนนั้นหมายมั่นปั้นมือว่าไม่พลาด หนึ่งในนี้ละว่ะ
เหตุผลก็คงคล้ายกับคนอื่น เป็นอาชีพที่(น่าจะ)ดูดี มีชาติตระกูล แถมมีเงิน

พ่อแม่ก็เห็น(ผิด)ว่าลูกหน้าตาดูเป็นเด็กฉลาดพอสมควร
คงไม่พลาดสองอาชีพนี้แหละ.....หน้าตาหนะะพอได้ แต่สมองไม่แน่ใจแฮะ

พอโตขึ้นมา เข้า ม.ต้น ก็ยังอยากเป็นเหมือนเดิม ตอนนั้นยิ่งเห็นแวว
เพราะเรียนค่อนข้างดี แม้จะขี้เกียจระดับเทพ
โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ สอบแต่ละครั้ง ตอบปรื้ดๆ และคิด(ไปเอง)ว่า
ตัวเองชอบวิชาคณิตศาสตร์

แต่สิ่งหนึ่งที่ติดตัวมาตลอด โดยไม่รู้ตัวคือ เป็นคนชอบความรู้รอบตัว
หรือพวกสังคมศาสตร์ ชอบอ่านหนังสือพวก ที่สุดในโลก, มนุษย์ต่างดาว
แล้วก็จำธงชาติได้เกือบทั้งโลก เวลาอ่านหนังสือหรือคลุกคลีอยู่กับเรื่องพวกนี้
มันมีความสุขโดยธรรมชาติ.......

จุดเปลี่ยนแรกเกิดขึ้นตอน ม. 2 .....
เดินผ่านห้องเรียนรุ่นพี่ ม. 3 เห็นเค้ากำลังเรียนคณิตฯกันอยู่
ตัวเลข สมการพรึ่บเต็มกระดานดำ เหอๆๆ.....จู่ๆมันก็คิดแว่บขึ้นมา
ตัวเลขมันดูยุ่งเหยิงมาก สลับวุ่นวาย(น่าเวียนหัว)ไปหมด แต่สุดท้าย มันก็มีคำตอบเดียว
1+1= 2 จะอีกกี่สิบปีมันก็เท่ากับ 2 ฝนจะตก แดดจะออก พายุเข้า หิมะตก มันก็เท่ากับ 2
มันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบแฮะ.......

บวกกับตัวเลขยุบยิบไปหมด แค่เห็นก็มึนละ ผมเป็นคนชอบอะไรที่มันสวยงาม ละเอียดอ่อน
ตระการตา แต่ไม่ใช่ตัวเลขพวกนี้ ....นับจากนั้นเริ่มรู้ตัวละว่า ไม่ชอบคณิตศาสตร์แต่
ชอบวิชาสังคมมากกว่า

สุดท้าย ก็ขัดใจทางบ้านเลือกเรียนสายศิลป์ รายละเอียดเคยเขียนในบล็อคบ้างแล้ว
พอมาเรียนสายศิลป์ อาชีพล่ามก็ยังไม่ได้อยู่ในหัว เริ่มหันเหไปทาง นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์
จนกระทั่งเข้ามหาลัยดันไปเรียนศิลปศาสตร์ จนเกิดจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อชีวิตหันเห มาเรียนภาษาญี่ปุ่น
มาเรียนได้ยังไง เรื่องนี้ก็เหมือนจะเคยเล่าไปแล้ว ขอข้ามมาตอนเริ่มทำงานเลยละกัน

ผมเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นล่าม แค่คิดว่า ชอบญี่ปุ่น
อยากรู้อยากเข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่น ยิ่งรู้ภาษาก็น่าจะเข้าถึงญี่ปุ่นได้มากขึ้น
มารู้หลังจากเรียนไปแล้วว่าเออ...ถ้ารู้ภาษาญี่ปุ่นก็เป็นล่ามญี่ปุ่นได้นี่หว่า
เลยลองศึกษาดูว่า เป็นล่ามต้องทำยังไง เป็นยังไง ...ฯลฯ

แล้วก็พบว่า อาชีพนี้ไม่เลวเลย งานน่าสนุก(สำหรับบางคน) รายได้ก็ดี(ทีเดียว)
ผมคิดว่าอาชีพนี้ยังถูกมองข้าม มองข้ามในแง่ว่าเป็นอาชีพที่รายได้ค่อนข้างดี
แต่คนคิดว่าไกลตัว เป็นยาก แล้วก็ไม่ค่อยมีใครพูดถึง .....

คิดได้ดังนี้.....ก็เอาวะ เป็นล่ามนี่แหละ .......
สิ่งแรกที่ค้นพบคือ มีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์เร็วมาก ไม่ต้องรอนาน
ปัญหาคือจะผ่านสัมภาษณ์รึเปล่า

ภายใน 1 เดือน ก็ได้มาเป็นล่ามสุขสมอารมณ์หมาย
ยอมรับเลยว่า หวั่นๆ เพราะไม่ได้จบภาษาญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ได้คลุกคลีมาตั้งแต่ต้น
เริ่มจากเรียนด้วยตัวเอง แล้วก็มาลงเรียนคอร์สข้างนอก ซึ่งคิดว่า ความรู้
คงไม่แน่นเท่าคนที่เรียนมา

อีกอย่าง ได้ข่าวมาว่า เป็นอาชีพที่กดดันมาก ยิ่งตอนแปลไม่ได้นะ
เหมือนโลกทั้งโลกมืดหม่น จิตตก ...เศร้ายิ่งกว่าแฟนทิ้ง เครียดยิ่งกว่าติดเอฟ
หม่นหมองยิ่งกว่าโดนกินหวย ฯลฯ

พอได้เริ่มงานจริงๆ ถือเป็นโชคดีอย่างมาก ที่ได้ทำงานในบริษัทที่คนญี่ปุ่นค่อนข้างดี
ไม่มากดดันเรามาก แต่ปัญหาคือ เรากดดันตัวเอง

เป็นพ่อครัวแต่ทำอาหารไม่อร่อย...เป็นหมอแต่รักษาคนไม่หาย...
เป็นนักร้องแต่ร้องเพลงไม่เพราะ...เป็นศิลปินแต่วาดรูปไม่สวย..
เช่นเดียวกัน เป็นล่ามแต่แปลไม่ได้ มันคือความเครียดอันดับหนึ่งของอาชีพนี้

หลายเดือนที่ผ่านมาต้องเจอกับความรู้สึกแบบนี้.......
รายละเอียดเยอะมาก อย่างฟังไม่ออกทั้งประโยคก็มี ฟังไม่ทันก็บ่อย
ฟังทัน ฟังออก แต่พูดผิดก็ไม่น้อย ฯลฯ เหอะๆ........
ถ้าลงรายละเอียดมาก คงยาวกว่านี้ เอาแค่นี้พอ สำหรับความกดดัน
...ยังไงก็ไม่ท้อ ไม่ถอย........แค่เจ็บเป็นครั้งคราว ฮ่าๆๆ

แต่ไม่ใช่มีแค่เรื่องเครียดๆเท่านั้น ขำไปเครียดไปก็มี
บางครั้งคนพูด พูดรัวแบบไม่เบรคให้แปลเลย ต้องหาช่องว่างเอาเอง
เอ่อ....ประหนึ่งว่าพูดภาษาเดียวกันกับคนฟัง สีหน้าจริงจัง จนแอบคิดว่า
เออ สงสัยเค้าคุยกันรู้เรื่องแฮะ

บางคนก็ใช้ภาษาถิ่น เหอะๆ เลยกลายเป็นต้องแปลสองตลบ
ไทยเป็นไทย แล้วค่อยเป็นญี่ปุ่น..........
นี่เพิ่งแค่เริ่มต้น ต่อไปคงเจอประสบการณ์แปลกใหม่อีกเยอะในการเป็นล่าม

ก่อนมาเป็นล่ามตั้งคำถามกับตัวเองเสมอ........ ต้องรู้ขนาดไหนถึงเรียกว่าเป็น ล่าม(จริงๆ) ?

พูดได้ กับ เป็นล่าม คงเป็นคนละอย่างกัน ฉะนั้นถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ใช่ล่าม
แต่วันนึงจะเป็นล่ามให้ได้ และอีกวันนึงจะเป็นล่ามที่เก่งให้ได้............

ถ้าถามตรงๆว่า ล่าม คืออาชีพที่ใช่รึยัง?
ก็คงต้องตอบตรงๆ ว่า ยังไม่ใช่ แต่เป็นอาชีพที่ยินดีจะทำมากที่สุดตอนนี้

การเลือกอาชีพก็เหมือนกับการเลือกทางเดินชีวิต
จะให้ถูกใจตัวเองร้อยเปอร์เซ็นคงเป็นไปไม่ได้
เพียงแต่เราต้องพร้อมที่จะทุกข์บ้าง เพื่อพบกับความสุขที่มากกว่า .....














Create Date : 05 มกราคม 2553
Last Update : 5 มกราคม 2553 22:05:44 น. 4 comments
Counter : 692 Pageviews.

 
โชคดีจัง...

แต่แหมๆ...ตอนแปลไม่ออกยิ่งกว่าแฟนทิ้ง

เวอร์เกิน อิอิ


โดย: ยัยเป๋อ (ลายมือยุ่งๆของคนไม่มีเวลา ) วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:23:14:06 น.  

 
แหม อ่านแล้ว เป็นกำลังใจให้นะคะ จบท้ายได้สวยทีเดียว ชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงได้มากมายทีเดียวค่ะ


โดย: ทิพย์ (Siriporn&Flemming ) วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:0:55:42 น.  

 
ขอตอบอีกอัน พอดีอาชีพเดียวกัน

ใครไม่เป็นล่ามไม่รู้หรอกว่าล่ามกดดันแค่ไหน
แต่เป็นล่ามก็ดีตรงที่ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่ต้องมาเครียดต่อ เหมือนอาชีพอื่นๆ ทำมาได้สามปีแต่ความรู้เท่าเดิม อาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่สุดจริงๆค่ะ สู้ๆๆ


โดย: SaTsuKi LanD วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:42:41 น.  

 
สวัสดีค่ะ เผลอเข้ามาบล๊อกนี้เพราะเรื่องดัดฟัน แต่บังเอิญเป็นบล็อกเกี่ยวกับญี่ปุ่น ซึ่งก็สนใจอยู่แล้ว ยิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องล่าม หุหุ มันโดนจริงๆ เพราะตอนนี้ก็ทำล่าม ซึ่งถามว่าใช่มั้ย ตอบว่ายังไม่ใช่เท่าไหร่ แต่ถูกค่ะ ว่าเป็นอาชีพที่ยินดีเลือกทำมากกว่า ต่อจากนี้จะทำล่ามบวกกับงานอื่นด้วย ขนาดล่ามอย่างเดียวยังเอาไม่รอด ดูดู๊ดู ริอาจจะเพิ่มงานอื่นเข้ามา ยังไงจะเข้ามาเยี่ยมมั้ยนะคร้า ยินดีที่ได้รู้จักเน้อคร้า


โดย: JaPPanNy IP: 118.172.3.4 วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:18:13:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ฝนเหงา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ไม่ได้รักแม่ปลาเท่าชีวิต.....แต่แม่ปลาคือชีวิตของพ่อปลา
Friends' blogs
[Add ฝนเหงา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.