K@K@ & The Reds go M@rching On.
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
If you want to see a man character , Give him a power.

โง่ แล้ว ขยัน ..แต่ดันเสือก มีอำนาจอยู่ในมือ ....คือ ภยันตราย ที่น่ากลัวที่สุด ของ มนุษยชาติ .....


*************************************


ปอกเปลือก “ ความจริง “ ในโฉมหน้าการเมืองไทยสมัยใหม่
จากปากคำของคนสำคัญในเหตุการณ์

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ พอคเกตบุค “ ฉะ – แฉ – ฉาว “
โดยทีมข่าวการเมือง มติชน

ครั้งหนึ่ง พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณีบอกว่า

“ เขาถูกหลอกให้ไปปฎิวัติ “

เป็นเหตุการณ์ในสมัยที่เป็น ผู้การร. 19 ที่ ตาพระยา อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วมก่อการกบฎ “ เมษาฯ ฮาวาย “ ร่วมกับเพื่อนๆ ทหารยังเติร์ก จปร. 7 อาทิ พ.อ. มนูญ รูปขจร (ยศขณะนั้น) พ.อ. ประจักษ์ สว่างจิตร (เสียชีวิตแล้ว) และ พ.อ. สาคร กิจวิริยะ

เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหมือน “ เกมซ้อนเกม “ เขายกกองกำลังเข้าเมืองเพื่อปฎิบัติการณ์ตามนัดหมาย แต่สุดท้ายการปฎิวัติไม่สัมฤทธิ์ผล

นอกจากจะไม่สัมฤทธิ์ผลแล้ว ...พล. อ. พัลลภ ยังมีความเชื่อว่าเขาถูก “ เพื่อนที่เขารักที่สุด” หลอกให้มาปฎิวัติ ซึ่งทุกวันนี้ เขายังเชื่อเช่นนั้น


“ ผมจำทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ได้เป็นอย่างดี ” พล.อ. พัลลภ พูดขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าจะถูกถามถึงเหตุการณ์ณ์ในอดีตเมื่อ 25 ปีก่อน ความทรงจำเก่าๆ ความรู้สึกเก่าๆ ได้กลับมาเยือนเขาอีกครั้ง....

ในเดือนธันวาคม ปี 2523 หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ปราบโจรจีน คอมมิวนิสต์ที่ จ. ยะลา พ.อ. พัลลภถูกเรียกตัวให้ขึ้นไปเป็นผู้การ ร. 19 ของพล. 9 ที่อ. อรัญประเทศ

มาอยู่ที่ พล. 9 ไม่ถึงเดือน พ.อ. มนูญ รูปขจร ได้เดินทางมาพบพร้อมกับปฎิบัติการใหญ่ ....

“ มนุญมาบอกว่าตอนนี้ สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดี ช่วงนั้นป๋าเป็นนายกฯและ ผบ.ทบ. อยู่ ท่านให้ฝากมาบอกว่าอาจต้องมีการใช้กำลัง ผมก็บอกกับมนูญไปว่า ถ้าเป็นคำสั่งป๋า สั่งมาเลย เมื่อไหร่ผมก็พร้อม ”

“ ข่าวสาร” ที่รับรู้จากปากของ พ.อ. มนูญ เพื่อนรัก แปลความหมายได้ว่า เขาได้ก้าวขาเข้าสู่การ “ ปฎิวัติ” แล้ว

จากนั้น 1 เดือน พล.ท. วศิน อิศรางกูล แม่ทัพภาคที่ 1 เรียกตัว เขา พ.อ. มนูญ และเพื่อนอีก 5-6 คน ไปพบที่บ้านแถวสวนอนันต์ แล้วก็เผยแผนลับให้ทุกคนฟัง

“ วันว. เวลาน. อั๊วจะเป็นคนกำหนดเอง แล้วแกก็หันมาถามผมว่า ไอ้นาจ (ชื่อเก่าพล.อ. พัลลภ) มึงพร้อมไหม ผมพยักหน้า”

ก่อนรอเวลา ลงมือ ปฏิบัติงาน !!!

1 เมย. 2524 ซึ่งเป็นวันที่ถูกกำหนดให้เป็น “ วันดีเดย์ ” แต่วันดีเดย์ดังกล่าว กลับไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกเลยว่า “แผน” จะเดินไปตามขั้นตอน

“ ไม่มีสัญญาณบ่งบอกเลยจริงๆว่า จะเกิดอะไรขึ้น ตอนเช้า พล.ท. วศิน ยังเรียกทุกคนมาประชุมตามปกติ หลังประชุมเสร็จใกล้เที่ยง เป็นพ.อ. มนูญ ก็โทรศัพท์นัดพรรคพวกแกนนำยังเติร์กซึ่งรวมถึงผมด้วย ให้ไปเจอกันที่ร้านวิเศษไก่ย่าง แถวบางโพ ก็น่าแปลกใจว่าไม่มีการส่งสัญญาณหรือมีการพูดถึงแผนการปฏิวัติแม้แต่คำเดียว”

นั่งคุยกันในร้านไก่ย่างนาน 2 ชม. ทุกคนกันกลับ พ.อ. พัลลภ เดินทางกลับ อ. อรัญประเทศทันที

แต่เหมือน ฟ้าลิขิต ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติครั้งนี้ไว้แล้ว

ด้วยความหวังดีที่สั่งให้ พลขับ หยุดรถซื้อมะม่วงแถว สุทธิสาร ฝากลูกชายที่บ้านพักแถวโชคชัย 4 ที่สุด ก็กลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาถูกดึงเข้าไปพัวพันกับ การปฏิวัติ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ เมื่อให้พลขับเอามะม่วงไปให้ลูกชายแล้ว รถกำลังเคลื่อนออกจากประตูบ้านยังไม่ทันจะถึง 20 เมตร ทหารที่บ้านมันก็วิ่งมาดัก ก็บอกว่า .....ผู้การครับ ผู้การมนูญ ให้โทรไปหา บอกว่า มีธุระด่วนมาก ผมกลับไปโทรหามนูญ เขาก็บอกว่า เฮ้ยย ....มีคำสั่งให้ปฏิวัติคืนนี้ ตอนตี 1 ทุกคนรู้หมดแล้ว ยกเว้นมึคนเดียว”

เขาไม่ได้ “ สงสัย ” ใน ตัวเพื่อนรัก แต่นึกโมโหอยู่ในใจว่า ทำไม ! เมื่อ 2 ชม.ก่อนหน้านี้ “ มึงถึงไม่บอกกรู?”

“ ตอนนั้นผมพูดสวนกลับไปว่า จากกรุงเทพฯไปอรัญฯจะไปทันได้ไงว้ะ......มนูญ ก็บอกว่า ป๋าสั่ง “ เขานิ่งไปครู่ใหญ่ เมื่อได้ยินคำว่า “ป๋าสั่ง”

ทันทีที่วางหูโทรศัพท์เขาขับรถไปหา พ.อ. ชูพงศ์ มัทวพันธุ์ ที่ม.1 เพื่อถามความจริง เพราะพ.อ. ชูพงศ์ เป็น เสธ. คนสนิท ของ พล.อ. เปรม

อาการ “พยักหน้า” ของพ.อ. ชูพงศ์ คือ “คำตอบ” ทำให้ พ.อ. พัลลภ เชื่ออย่างสนิทใจทั้งหมด ก่อนที่จะมี “โผ” ยัดใส่มือมาให้

“ระหว่างนั่งรถกลับไปอรัญฯ ผมคลี่โผออกมา ในนั้นเขียนภารกิจที่ต้องทำอาไว้ ผมมีหน้าที่ยึดสวนรื่นฤดี ช่อง 5 ช่อง 7 กรมประชาสัมพันธ์ ธนาคารชาติ ในส่วนกำลังที่เหลือให้วางจาก พระบรมรูปทรงม้าไปถึงสนามหลวง”

กลับถึงอรัญฯ พ.อ. พัลลภ ประชุมวางแผนเคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพ ทันที

19.00 น. กำลังทั้งหมด ค่อยๆเคลื่อนขบวนรถถังกว่า 100 คัน และทหาร สี่กองพัน คือ สามกองพันทหารราบ และ หนึ่งกองพันปืนใหญ่จาก อรัญฯ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ

ประมาณ ตี 1 กองกำลังทั้งหมดเคลื่อนมาถึงลาดพร้าว แต่น่าสังเกตว่า รถราในเมืองหลวงยังคงวิ่งอย่างขวักไขว่ เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนปกติ

“ ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะมนูญ ย้ำหนักแน่นว่า ปฏิวัติตี 1 แต่ตอนนั้นเกือบตี 2 แล้ว รถราก็ยังวิ่งปกติ วิทยุก็ยังไม่มีประกาศอะไรเป็นพิเศษ ก็รู้สึกเอะใจว่า ทำไม . . . ถึงยังไม่ลงมือ”

ความสงสัยเริ่มคลาย เมื่อเคลื่อนพลเข้าไปยังป. 1 ( กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 ) และได้เจอหน้า พ.อ. นานศักดิ์ ข่มไพรี ผบ.ป.๑ และพ.ท.สุรพล ชินะจิตร ผู้พันป.

“ เมื่อเจอผมพี่ นานศักดิ์ ก็บอกว่า .....ไอ้ห่า เขาไม่เล่นกันแล้ว...เชื่อไหม พอได้ยินแบบนั้น วูบเลย ......เพราะขนกำลังมาเต็มเหยียด ก็บอกพี่นานศักดิ์ไปว่า ไม่เล่นได้อย่างไร ผมมาถึงนี่แล้ว ในใจก็คิด ซวยแล้วกรู”

ความรู้สึกในห้วงนั้น ทั้งสับสน ว้าวุ่นใจ หลังทราบข่าวว่า การ”ปฏิวัติ” ถูกยกเลิก ?

ความสับสนวิ่งวุ่นในสมองแทบคิดอะไรไม่ออก เมื่อตั้งสติได้เขาจึงยกหูโทรศัพท์ เพื่อซักความจริงจาก พ.อ. มนูญ แต่ไม่พบ มีเพียงเสียงของพ.อ. ชูพงศ์ คนสนิทป๋าที่ดัจากปลายสาย ยืนยันด้วยถ้อยคำสั้นๆว่า “เล่นไปตามแผน”

สิ้นเสียงสนทนา พ.อ. พัลลภยกกำลังบุกเข้ายึดกองบัญชาการสู้ปฏิวัติที่สวนรื่นฯ ทันที

เขาสั่งทหารควบคุมตัว พล.ท. หาญ ลีลานนท์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ ขณะนั้น พล.ต. ชวลิต ยงใจยุทธ (ยศขณะนั้น) เจ้ากรมยุทธการทหารบก รวมทั้ง พล.ต. วิชาติ ลายถมยา ผบ.พล.ม.2

ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม !!!

จากนั้นเขาจึงนำกำลังไปสมทบกับ พ.อ. ชาญบูรณ์ เพ็ญตระกูล ผู้การ ร.๓๑ รอ. เพื่อปฏิบัติภารกิจจับตัว พล.อ. เสริม ณ.นคร ผบ.สส.

“ ตอนนั้นเหมือนท่านรู้ตัว ทหารในบ้านเตรียมรับมือเต็มที่ เราก็เคาะประตู ทหารในบ้านก็โผล่หน้าออกมา ผมก็เอาปืนจ่อหัวแล้วก็บอกว่า เฮ้ยย เปิดประตู เข้าไปก็ปลดอาวุธทหารในบ้านทั้งหมด”

พ.อ. พัลลภ และ พ.อ. ชาญบูรณ์ นำตัวพล.อ. เสริม ไปที่บก.ปฏิวัติ หอประชุมทบ. เมื่อไปถึง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้สร้างความแปลกใจให้กับเขาอีกครั้ง

“ เจอมนูญนั่งอยู่กับ พล.อ. สัณห์ จิตรปฏิมา ( รองผบ.ทบ.) ผมก็ถามว่า ป๋าอยู่ไหน มนูญ บอกผมว่า ป๋าไม่เล่น ให้พล.อ. สัณห์เล่นแทน ตอนนี้ป๋าเข้าวังไปแล้ว พอได้ยิน รู้สึกสะกิดใจแล้ว มันไม่ปกติ”

ความสับสน มึนงง เข้ามาผสมปนเปอยู่ในหัวของ พ.อ. พัลลภ ถึงขนาดคิดว่า “หากพลาด คงไม่มีแผ่นดินอยู่……..

แม้ปฏิบัติการดูราบรื่น......แต่ก็เป็นความราบรื่นที่มี “กลิ่น” ไม่สู้ดีนัก.....

เพราะเกือบรุ่งสางของเช้าวันที่ ๒ เมษายน พ.อ. เชาว์ คงพูลศิลป์ เดินทางมาหาที่ บก. ปฏิวัติ เพื่อบอกว่า พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้พล.อ.สัณห์ กับ พ.อ. มนูญ เข้าเฝ้าฯ

แต่ทั้ง พล.อ. สัณห์ และพ.อ. มนูญ ยังไม่ยอมเข้าเฝ้าฯ โดยให้เหตุผลว่ารอให้ทุกอย่าง”จบ”ก่อน

๐๖.๐๐ น. พ.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ (ยศขณะนั้น) ฝ่าย เสธ. คนสนิท พล.อ. เปรม ก็มาย้ำอีกครั้งว่า “ ให้เข้าเฝ้าฯ”

แต่”คำตอบ” ที่ได้รับเหมือนเดิม ...

พ.อ. พัลลภ พยายามเข้าไปหาคำตอบด้วยตัวเอง หลายต่อหลายครั้งว่า “ทำไม” ไม่เข้าเฝ้าฯ

แต่ก็ไม่ได้ . . .คำตอบที่แท้จริง เขารู้สึกแปลกใจ สับสน. . . .ทำให้เวลานี้แยกเรื่อง จริง- เท็จ ไม่ออก ...

ในที่สุด ....” ความจริง” ที่กลับตาลปัตร ก็ปรากฎ ?

“ ผมมารู้ภายหลังว่า การตัดสินใจปฏิวัติเกิดขึ้น ตอนบ่าย ๓ โมง วันที่ ๑ เมษ. ๒๕๓๔ โดยก่อนจะทำได้มีการวางแผน ให้ พ.อ. แสงศักดิ์ (มงคละสิริ) พ.อ. ประจักษ์ (สว่างจิตร) และพ.อ. บวร (งามเกษม) ไปจับตัวป๋า ที่บ้าน สี่เสาเทเวศร์ แต่ปรากฎว่า ป๋าสามารถหลอกล่อ จน สามารถหลบหนีเข้าไปในวังได้ พร้อมทูลเชิญในหลวงและพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่กองทัพ ภาคที่๒ จ. นครราชสีมา ก่อนตั้งกองบัญชาการสู้ปฏิวัติ จากนั้นใช้อำนาจประกาศปลดผู้ทำการปฏิวัติทั้งหมด”

เมื่อรู้ว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เขาจึงสั่งทหารภายใต้การบังคับบัญชาทุกคน ห้ามใช้อาวุธ เตรียมถอนกำลัง “ ผมรู้เลยว่าชีวิตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น”

เหตุการณ์ระทึกยังไม่จบ เมื่อ พ.อ. ประจักษ์ พ.อ. สาคร เพื่อนรัก ถูก พ.ท. ณรงค์เดช นันทโพธิเดช ผู้พัน ร.๒๑ พัน.๑ จับกุมตัวไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ เขาตัดสินใจใช้กำลังเพื่อบุกเข้า “ช่วย” ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับทหาร ร.๒๑

พ.อ. มนูญเอารถถังมาช่วย ๑ กองร้อย ทำเอาทหาร ร. ๒๑ แตกกระเจิง ....

แต่ขณะที่กำลังเข้าไปช่วย พ.อ. ประจักษ์ และ พ.อ. สาคร เขาถึง กับ “ชอค”

“ ผบ. ร้อยรถถัง เดินมาบอกผมว่า มีคำสั่งจากผู้การมนูญ ให้ถอนกำลังกลับ รายงานจบก็ถอนรถถังกลับหมด ผมฉุนมาก และแปลกใจเป็นที่สุด รีบไปที่ บก. ปฏิวัติ ปรากฎว่า ไม่มีใครอยู่เลย มีแค่จ่า ๒ คน กำลังเก็บสายไฟ เขาบอกว่าเลิกกันหมดแล้วครับผู้การ ตอนนั้นโกรธมาก รู้ทันทีเลยว่าเราโดนหลอกให้มาปฏิวัติ เรามันโง่เอง”

เหตุการณ์ทุกอย่าง ต่อ “ จิ๊กซอว์” ให้เห็นว่านายทหารบ้านนอกถูก “หลอก” ให้เข้ามาร่วมกับ ขบวนการปฏิวัติ ..!!!

เช้าวันที่ ๓ เมย. พ.อ. พัลลภ รู้ชะตากรรมดี จึงเตรียมตัวหนี .... แต่ปรากฏว่ามีนายทหารมาบอกข่าวว่า มีการนำตัว พ.อ. ประจักษ์ และพ.อ. สาคร เตรียมขึ้นรถไป “ยิงทิ้ง”

ภาพชีวิต ของเพื่อนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา แวบเข้ามาในสมอง ...เขาตัดสินใจ “บุก” ท่าอากาศยาน บน.๖ ที่ตั้งของกองบัญชาการต้านปฏิวัติ

“ ผมแต่งเครื่องแบบทหาร มี๑๑มม. ๑กระบอก ระเบิด ๒ ลูก ปืนอาก้า อีก ๑ กระบอก เดินเข้าไป แต่โดนบลอคและสั่งให้ปลดอาวุธ แต่ผมไม่ยอม และประกาสลั่นเลยว่า ผมแต่งเครื่องแบบทหาร ไม่เคยปลดอาวุธทิ้ง จะยิงก็ยิงเลย”

คำท้า ของพล.อ. พัลลภ สร้างความตกตะลึงให้กับทหารชั้นประทวน จน น.อ. ไพบูลย์ รีเกษ ผู้การสห. สมัยนั้น ต้องเข้ามาห้ามทัพ แล้วเชิญเข้าไปข้างใน ทั้งที่อาวุธครบมือ

“เมื่อเดินเข้าไป เขากำลังประชุมกันอยู่ พอเห็นผม พวกนี้วิ่งหนีหมดเลย เหลือแค่ ๓ คน คือ พ.ท. ณรงค์เดช พ.อ. มงคล อัมพรพิสิฎฐ์(ยศขณะนั้น) และ พล.ต. ชวลิต ผมก็ถามพี่จิ๋วว่า สัญญาแล้วว่าจะไม่มีการใช้กำลัง ทำจะเอาเพื่อนผมไปยิงทิ้ง พี่จิ๋วตกใจแล้วขอเวลา ๒๐ นาที ก่อนจะออกมาบอกว่าเพื่อนผม ๒ คนปลอดภัย “

เป็นเวลาเดียวกันกับมีการประกาศข้อหาแก่ คณะปฏิวัติ ๒ ข้อหา คือ ๑. กบฏ และ ๒. ขัดพระบรมราชโองการ

“ ก่อนจะกลับ ผมก็ถามว่าจะจับผมหรือเปล่า ถ้าไม่จับผมไปนะ พี่จิ๋วพยักหน้า . . . . ผมก็กลับ อรัญฯ ทันที “

ถึงร.๑๙ พล ๙ อ. อรัญประเทศ เขาเรียกประชุมทันที พร้อมประกาศรับผิดชอบทุกอย่าง ก่อนเตรียมหนี ....

ก่อนหนี เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ถึง พล.อ. เปรม โดยฝากไป ทาง พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ ใจความว่า ....
“ กระผมยินดีรับข้อหากบฏ แต่ข้อหาขัดพระบรมราชโองการผมไม่ขอรับ เพราะผมถือว่าผมไม่ได้ขัดพระบรมฯ พ.อ. เชาวน์ พ.อ. สุรยุทธ์ มาหาผม ก็พาทั้งคู่เข้าไปพบ พล.อ. สัณห์ และ มนูญ และยังเกลี้ยกล่อม ให้ทั้งคู่ไปเข้าเฝ้าฯ เมื่อเขาไม่ยอม ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”

พ.อ. พัลลภหนีไปหลบ ที่หาดกะตะ กะรน จ.ภูเก็ต ๗ วัน จากนั้นหลบไปอยู่ลาว ขณะที่เตรียมทำเรื่องลี้ภัยไปเยอรมนี ก็มีการประกาศ “นิรโทษกรรม”

ทำให้เขาและพรรคพวก ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแผ่นดินสยามจนถึงทุกวันนี้ !!

เมื่อย้อน “รำลึก” ถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น “น้ำเสียง” และ “อารมณ์” ของเขาก็ยังไม่เข้าใจ เพื่อนที่ชื่อ “มนูญ หรือ “มนูญกฤต รูปขจร” เท่าไหร่นัก

“ จนถึงทุกวันนี้ ผมเคยถามมนูญเลยแม้แต่คำเดียวว่า ....ทำไปทำไม แล้วทำไมถึงออกมาแบบนั้น เพื่อนหลายคนรู้ดีว่าผมโกรธ มนูญมาก หลังๆ พยายามเข้ามาล้อบบี้ว่า อย่าไปติดใจมนูญมันเลย ผมอโหสิกรรมให้คนอื่นเสมอ โดยเฉพาะกับเพื่อน”

ความรู้สึก แม้จะโกรธ เกลียด และคับแค้นใจ แต่เมื่อคนทำเป็น “เพื่อน”

ความหมายของคำนี้ ยิ่งใหญ่เกินกว่า ชายชาติทหารอย่างเขาจะผูกใจเจ็บได้ !!!



อ่านจบ แล้ว ก้อ ได้แต่ปลง ครับ








Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2550 3:15:50 น. 1 comments
Counter : 1828 Pageviews.

 
อืมมมมม

ทั้งปลงและเศร้าค่ะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:09:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อาฮุย๑
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อาฮุย๑'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.