...ความรู้สามารถเรียนทันกันได้...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 ตุลาคม 2560
 
All Blogs
 

กลุยทธ์การเทรดกับพี่ต้าน Mudley Group



สรุป เม่าปีกเหล็ก ตอนที่ 15-16 คุยที่มาที่ไปและกลุยทธ์การเทรดกับพี่ต้าน Mudley Group 
_______________

🙊 จุดเริ่มต้นของพี่ต้าน 🙊
_______________

เริ่มต้นลงทุนจริงๆ ช่วงวัย 18-19 ยืมพอร์ตของคุณแม่มาลงทุนก่อน เริ่มเห็นว่าของจริงมันไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา มุมมองเราเริ่มไปเน้นที่ Return มากขึ้น วางแผนก่อนเข้า พอของจริงเรากระโดดเข้าไปเลย เจอตัวแรกเข้าไปก็ Telecom Asia (TRUE ในปัจจุบัน จาก 100 กว่าบาทเหลือเท่าไหร่เอง)

ช่วงปี 4 ได้ไปแข่ง Stock Competition ของตลาดหลักทรัพย์แล้วชนะมา เริ่มมีอีโก้ ช่วงนั้นมีฝรั่ง 2 คนมาพักร้อนที่เมืองไทย เขาเดิมพันกันเองว่า "พวกคนที่ชนะเลิศจากการแข่งไม่น่าจะรอดง่ายๆ หรอก" แล้วติดต่อมาที่พี่ต้านให้มาลองบริหารพอร์ตเงินจริงให้ พี่ต้านก็ "กล้าที่จะคว้าโอกาสนี้มา" บริหารได้เป็นที่น่าพอใจ โดนส่งมาฝึกที่อเมริกา แต่มันผิดคาดมากๆ คิดว่าจะได้ฝึกเทรดสวยหรูที่ Wall Street แต่โดนส่งฝึกมาที่ Nevada! #การเรียนรู้มีหลายวิธี

_______________

🙊 เรียนรู้เรื่อง Money Management จากการเลี้ยงชีพด้วย Poker 🙊
_______________

พี่ต้านฝึกตัวเองจากการอยู่รอดด้วย Poker ล้วนๆ นาน 6 เดือน! ฝึกนานจนเล่นเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ (เราทุ่มเทเท่าเค้ายัง) โค้ชเขาโยนงบให้ก้อนนึง ถ้าเงินหมด ไม่มีเงินกินข้าวต้องแพคกระเป๋ากลับบ้าน


มันคือเกมฝึกบริหารเงินให้เรารู้ว่ามันจะมีช่วงที่ได้เหมือนตลาดขาขึ้น ซึ่งทำให้เกิดอีโก้ได้ง่ายมากๆ


ช่วงแรกๆ ไปเล่นกับเค้า เรามั่นใจมาก ว่าเราถูก ไปวัดกับเค้าสุดท้ายก็แพ้! แล้วได้มาสะท้อนถึง Mindset จิตวิทยาของตัวเองให้เข้าใจเรื่องของการสังเกตผู่เล่นคนอื่น ซึ่งแกะได้จากสีหน้าท่าทางเท่านั้น ความน่าจะเป็น การบริหารเงิน แพ้ยังไงให้เราไม่โดนส่งตัวกลับบ้าน


สิ่งที่ได้หลักๆ จากการฝึก Poker คือ
(1) จิตวิทยาการลงทุน ความน่าจะเป็น วินัย การควบคุมอีโก้ของตัวเอง การสังเกตจิตวิทยาของคนอื่นๆ
(2) การบริหารเงินทุน #ทำยังไงให้แพ้แล้วไม่ตาย

_______________

🙊 ฝึกจิตวิทยา ทำยังไงให้เราพัฒนาตัวเองได้สม่ำเสมอ 🙊
_______________

คำสำคัญคำนึงที่ทำให้พี่ต้านพัฒนาตัวเองได้มากคือเรื่องของ Be smart
เวลาจะทำอะไรซักอย่างถ้าเราทำแล้วสบายใจ เราจะทำงานได้ดีขึ้น อย่างพี่ต้านรู้สึกดีจากการ Sharing ความรู้ ยิ่งให้ยิ่งได้เรียนรู้ ยิงได้พัฒนาตัวเอง มีคำถามสะกิดใจ ได้ความรู้มากขึ้นเสมอๆ

เทรดเดอร์ 2 คนทำไมผลงานถึงต่างกัน คนนึงเลิกงานแล้วฉลองยับ กินเหล้าสนุกสนาน อีกคนไม่กิน งานวิจัยที่ไหนก็บอกว่าแอลกอฮอล์ทำลายสมอง! คำคมคำนึงที่โดนใจผมเองมากๆ คือ

==============
"You don't have to hurt yourself to be fun"
==============

( ถัดจากนี้คือผมคิดเองนะ : เราสนใจกันแต่ความสุข ความสนุกระยะสั้น แต่ไม่เคยรักตัวเองในระยะยาวจริงๆ เลย ในเมื่อรู้ว่าทำไปแล้วมันไม่ดีจะทำไปทำไม? รักตัวเองจริงๆ หรือเปล่า หรือทำได้แค่พูดปลอบใจตัวเอง? )

______________

🙊 Hedge Fund ไม่ใช่ตัวร้ายของตลาด! ตัวร้ายคือตัวเราเอง 🙊
______________

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ไม่เคยเป็นตัวร้ายในตลาดหุ้น ตัวร้ายที่สุดคือความโลภและอีโก้ของตัวเราเองต่างหาก เขาไม่ได้ทุบคุณ แต่คุณเห็นด้วยเองที่จะซื้อขายที่ราคานั้น (ใส่ Pin เอง เคาะจำนวนหุ้นเอง คอนเฟิร์มออเดอร์ด้วยตัวเอง


เฮดจ์ฟันด์ในมุมมองพี่ต้านมี 5 ประเภท 
🍀คนที่เข้าใจภาพ GLobal Macro อย่างดี
🍀 นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ที่สามารถวางระบบที่ซับซ้อนได้ เงินเดือนเขาไม่ค่อยดี คิดว่าเขาเก่งในการทำระบบก็มาแสวงหาผลตอบแทนที่นี่ 
🍀พวกสถาบันการเงิน เข้าถึงเงินทุนได้ง่าย
🍀เทรดเดอร์ประสบการณ์สูง 
🍀นักจิตวิทยา นักปรัชญา เข้าใจจิตใจมนุษย์ เช่น Dr. Alexander Elder ที่เขียน Trading for living


เฮดจ์ฟันมักจะเป็นกลุ่มที่ "ปฏิบัตินิยม" คือเห็นช่องโหว่ในระบบเศรษฐกิจอยู่ เขามักจะออกมาเตือนตามมุมมองของเขาเอง แต่ตลาดไม่เชื่อ เขาก็ไปอุดตามที่เขาเห็น พอระบบเศรษฐกิจมันพัง มัน CRACKED คนก็เลยออกมาด่า (น่าเบื่อมาก พวกด่าแต่คนอื่นไม่เคยด่าตัวเอง เขาเตือนละไม่ฟัง พอเขาป้องกันตัวเอง ยังจะมาด่าเขาอีก)


______________

🙊 เริ่มต้นเข้าสู่สนามเทรดเดอร์ต่างประเทศ 🙊
______________


สำหรับเทรดเดอร์ไม่ว่าคุณจะจบสูงแค่ไหน สุดท้าย Statement การเทรดนั่นแหละคือ Resume ของคุณเอง เขาวัดกันที่ฝีมือล้วนๆ ช่วงที่ฝึกและเรียนรู้อย่างอื่นๆ ก่อนหน้านี้พี่ต้านก็ฝึกเทรดที่ตลาดต่างประเทศไปด้วย ได้เข้าร่วมแข่งขัน ได้อันดับที่ 12 เลยได้โอกาสเข้าร่วมงานง่ายขึ้น #เริ่มต้นจากลงมือทำ! #ไม่ต้องเวทีใหญ่ #ขอแค่ทำ


จุดเริ่มต้นของการทำงานใน Fund ของพี่ต้านคือการเป็น Analyst ที่ Fund of Fund แห่งหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ทรมานจิตใจมาก เพราะเทรดไม่ได้! แต่มันมีข้อดีคือเราได้เห็นกลยุทธ์หลายๆ แบบ ทำโมเดลหลายอันจนมีคนเห็นผลงาน ได้เลื่อนมาเป็น Trader


ช่วงแรกที่เป็น Trader ทำยังไงก็สู้เทรดเดอร์ต่างประเทศไม่ได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ ท้อเหมือนกัน ช่วงนั้นมีอีโก้มากพอตัว เคยเป็นสายฮาร์ดคอร์เทคนิคอลเล่าเรื่องอะไรก็ไม่ฟัง แต่พอได้เปิดใจ ได้ลองฝึก มันก็ช่วยทำให้เราพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น


ตอนที่เป็น Trader คือช่วงใกล้วิกฤติ Subprime พอดี ช่วงนั้นเริ่มเห็นสัญญาณที่ไม่ปกติ อสังหามีคนเก็งกำไรสูงมาก #ภาวะตลาดที่ทุกคนมองว่าดีแต่ตลาดมันไม่ไป แต่ไม่จำเป็นต้องขายนี่ บ้านเรามันชินกับ Direction ไม่ดีต้องขาย มันมืดมิดมาก เรามีทางอื่นนี่


พี่ต้านเอากำไรจาการเทรดบางส่วนมา Hedging ได้ ไม่ต้องขายหุ้น ช่วงนั้นสนใจ Vix Index เปิด Long ที่ 20 มาที่ 80 รอดวิกฤติมาได้ แถมได้ผลตอบแทนสูงมากด้วย เทียบกับฟันด์อื่นๆ #เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า #Productอื่นช่วยป้องกันความเสี่ยงได้


______________

🙊 กลยุทธ์การลงทุนจากพี่ต้าน 🙊
______________


(1) #MoneyManagementสำคัญมาก หัวใจสำคัญของ Hedge Fund คือการป้องกันความเสี่ยง ถ้าป้องกันได้เดี๋ยวผลตอบแทนมาเอง ไม่ต้องวิ่งตามหาผลตอบแทนตั้งแต่แรก เราแค่ต้องมีเงินพร้อมจะคว้าโอกาสตลอดเวลา

(2) #ต้องรู้จักการเอากำไรไปต่อยอด - หลายที่คิดว่าฟันด์ใช้ Leverage แรงมากแน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางทำ Return ได้ แต่เชื่อหรือมั้ยว่า RAy Dalio Leverage แค่ 2-3 เท่า กลยุทธ์สำคัญของกองทุนคือเราเอากำไรไป Leverage เงินต้นก็รักษาเหมือนเดิม สมมติเทรดโมเดลหลักได้กำไรมา 100,000 เราก็เอา 100,000 ไป Leverage ได้

(3) การเรียนรู้การใช้เครื่องมือ เช่น อนุพันธ์ - อนุพันธ์มันเกิดมาเพื่อให้เราป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่เก็งกำไร อะไรที่เราใช้ผิดจุดประสงค์ของมันมันก็ยากนะที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี เช่น ใช้ Option สำหรับการประกัน #เทคนิคอลต้องอยู่บนพื้นฐานของโปรดักต์ที่ถูกต้อง

(4) การเข้าใจเทคนิคอลทำให้เราเข้าใจจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมเฉยๆ ไม่ได้มีไว้เพื่อ Predict อนาคต งั้นเราต้องมีการวางแผน "เผื่อ" เอาไว้เสมอเผื่อเราพลาด (ส่วนตัวผมบอกเลยนะว่า Stop Loss เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กมากๆๆๆๆ)

(5) เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะยึดติดกับภาพระยะสั้นของการตลาดเท่านั้น เราสนใจแต่เทคนิคอล สนใจแต่จังหวะการเก็งกำไร เราขาดการมองภาพระยะยาว ขาดการมอง Long Term View #เราควรเข้าใจทุกอย่างจะดีกว่าทั้งพื้นฐานและเทคนิคอล

(6) #ลงมาก็เป็นโอกาส #ขึ้นมาก็เป็นกำไร อย่างฟันด์ของพี่ต้านจะลงไปที่ Soft Commodity ซึ่งไม่มีวันเป็น 0 Downside จำกัด ถ้าเรามีเงินไว้ทุกโอกาสลงมาก็ซื้อ ขึ้นไปเราก็ได้กำไร มีแต่ชนะ! นี่คือสาเหตุที่ทำไมกองทุนชอบลงทุนในดัชนี ในสินค้า

______________

🙊 บทเรียนอื่นๆ ไม่รู้จะใส่ตรงไหน (หัวข้อยังงี้ก็ได้หรอ) 🙊
______________

- ก่อนจะลงทุนต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราลงทุนมีความเสี่ยงมั้ย กำไรสม่ำเสมอมั้ย ผู้บริหารเป็นยังไง (เป็นแบบมิตจังหรือเปล่า) สภาพ Cycle ของธุรกิจมันเป็นยังไง ผู้บริหารเก่งยังไงแต่สภาพแวดล้อมมันไม่ให้มันก็ไม่มีกำไรมาให้เราหรอก แต่ถ้าเราศึกษาแล้วว่ามันแข็งแกร่ง มันไม่ตายจะซื้อตอนนั้นก็ได้

- ถ้าอยากเป็นเทรดเดอร์พี่ต้านคิดว่ามี 2 อย่างที่ต้องมีมากๆ คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจ กับ ความอดทนในการฝึกฝน จบอะไรก็มาเป็นได้ เพราะใจความสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยง เรื่องนี้เทรนให้อยู่แล้ว

- การอบรมสไตล์พี่ต้านแต่ไหนแต่ไร พี่ต้านไม่ได้มายืนสอนให้ทุกวันอยู่แล้ว เราเน้นเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ เราส่งเสริมเทรดเดอร์ให้หา Cash Flow เป็นหลัก ไม่สนใจ NAV

********************
เครดิต
EP15 https://www.youtube.com/watch?v=pkexd2KFZAE 
EP16 https://www.youtube.com/watch?v=cPvTjt75Q7g

nache investment




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2560
0 comments
Last Update : 23 ตุลาคม 2560 18:37:27 น.
Counter : 881 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
Querist
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add Querist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.