Group Blog
 
 
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
ไม่เจ็บหรอกมาม็อง น้องมันยังตัวเล็กอยู่เลย...

วันหนึ่ง วันที่ตองตังผ่านอายุที่ 4 ขวบไปได้ไม่กี่อาทิตย์

สวนสาธารณะแถวบ้านจะเป็นที่ที่เราแม่-ลูกไปพักผ่อนเกือบทุกๆ เสาร์-อาทิตย์ ด้วยว่าอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเมนต์นัก บางทีพ่อก็มาร่วมด้วยหลังเล่นกีฬาเสร็จ

วันนั้นเด็กๆ เริ่มบางตา เพราะกว่าจะตัดสินใจไปสวนกันก็หกโมงเย็นแล้ว พอไปถึงตองตังก็ขอนั่งพักและกินขนมก่อน เป็นขนมที่ตัวเองเตรียมใส่ถุงเอง กินเสร็จก็รีบวิ่งไปเล่นกระบะทราย แล้วก็เริ่มเอามือคุ้ยๆ ทราย บอกว่าจะทำเป็นรูให้ลึกๆ

เหตุการณ์นี้หาได้รอดพ้นสายตาคู่เล็กๆ ที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เราทั้งคู่ ตองตังวิ่งไปแล้ว แต่เด็กคนนี้ยังยืนมองฉันอยู่
"หนูมองฉันทำไมจ๊ะ"
แทนคำตอบ เขาจ้องมองไปที่ถุงขนมที่ภายในว่างเปล่าแล้ว ฉันเริ่มพอเดาออก

"ฮาคีม"
เสียงแม่เด็กเรียกมาแต่ไกล ฮาคึมหันกลับไปแล้วไม่สนใจกับเสียงเรียก ยังคงมองที่ถุงขนม แล้วก็เอามือชี้พร้อมค่อยขยับตัวเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

"ฉันไม่มีขนมหรอกนะ ลูกฉันกินไปหมดแล้ว หนูกลับไปหาแม่หนูที่กำลังเรียกอยู่เถอะ"
"ฮาคีม ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ มาเล่นในกระบะทรายนี่ดีกว่า ฮาคีม" เสียงแม่เด็กเรียกอีกรอบ

ฉันเริ่มจำฮาคีมได้ เขาคงอายุประมาณไม่ถึง 3 ขวบเพราะว่าคราวที่แล้ว ฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ที่คุณแม่ของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังยื่นขนมให้ฮาคีม โดยมีแม่ของฮาคีมยืนอยู่ข้างๆ
"เด็กก็อย่างนี้นะคะ ขนมเอามาเองก็ไม่ยอมกิน จะต้องกินของคนอื่น" ตัวแม่เริ่มพูดเมื่อฮาคีมรับขนมมา
"อีกอย่าง ของเล่นของฮาคีมมีเยอะแยะนะ แต่ว่าเล่นของคนอื่นสนุกกว่า เป็นอย่างนี้แหละ เด็กๆ" พูดจบก็มองมาที่ฉันกับตองตัง ด้วยก่อนหน้านี้ฮาคีมมาเอารถตักทรายของตองตังวิ่งหนีไป แล้วไม่ยอมคืนให้ ที่สำคัญตัวแม่ก็ไม่เข้ามาช่วยจัดการหรืออธิบายให้ลูกทราบว่า รถตักไม่ใช่ของตัวเอง หากเจ้าของจะเอาคืนก็ต้องคืนให้

สิ่งที่ตัวแม่ทำ คือการร้องตะโกนเรียก "ฮาคีม ฮาคีม เอาคืนให้เขาไป ฮาคีม" แล้วก็นั่งอยู่เฉยๆ ส่วนตองตังก็วิ่งไล่ตาม ในที่สุดได้รถกลับคืนมา ก็เพราะว่าเพื่อนของเขาเป็นคนเอาคืนมาให้ ส่วนตัวแม่ก็พูดย้ำแบบลอยๆ ขึ้นมาคนเดียวว่า "ของเล่นเรามีเยอะแยะ แค่ยืมเล่นเท่านั้น เดี๋ยวก็คืน" แต่ที่แปลกคือ ฮาคีมไม่มีของเล่นเลย ครั้งนี้ที่เจอกันอีกก็เช่นกัน

ในที่สุดฮาคีมเดินหันหลังจากฉันไป เมื่อแน่ใจว่าฉันคงไม่มีขนมให้แล้วแน่ๆ ฮาคีมเดินมุ่งหน้าไปที่กระบะทราย ฉันนั่งอ่านหนังสือต่อ และคงไม่วางหนังสือลง หากไม่ได้ยินเสียงตองตัง
"อย่านะ อย่า..."
ภาพที่เห็นคือ ตองตังนั่งอยู่ที่เดิมบนพื้นทราย ส่วนฮาคีมยืนอยู่ใกล้ๆ
"ฮาคีม ฮาคีม ไปเล่นที่อื่น" เสียงแม่ฮาคีมตะโกนเรียก แต่เจ้าตัวยังนั่งที่เดิม ใกล้ๆ กับลูกสาวคนโตที่กำลังอุ้มน้องตัวเล็กๆ อยู่

ฮาคีมยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับ ไม่สนใจเสียงเรียกของแม่ แต่เท่าที่เห็นฉันก็ไม่คิดว่า ตัวแม่จะจัดการกับลูกได้เท่าไร เพราะได้แต่เรียกๆ แล้วนั่งเฉยๆ ส่วนตองตังยังคงร้อง "อย่า อย่า..."

ฉันตัดสินใจเดินไปดู ก่อนจะไปถึง แม่ของฮาคีมก็รีบลุกไปลากตัวลูกออกมา ฮาคีมเดินกลับไปที่ตองตังอีก ตอนนี้เอามือวักทรายและขว้างใส่ตองตังทันที
"ฮาคีม ทำไมทำอย่างนี้" ตัวแม่พูด แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ฮาคีมเดินกลับไปที่จุดที่ยืนเดิม ตองตังเอามือป้องรูที่ขุดเอาไว้

เมื่อฉันเดินไปถึง ภาพที่เห็นคือ ฮาคีมกำลังยืนเหยียบบนมือของตองตัง ตัวแม่ที่ยืนอยู่นั้น ไม่ทำอะไรนอกจากเรียกชื่อลูก "ฮาคีม ฮาคีม"
ฉันนั่งลงเอามือจับขาที่เหยียบมือตองตังไว้ แล้วดันออก ในใจนึกอยากจะตีเหลือเกิน ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉันคงจะต้องทำโทษอะไรสักอย่างแล้ว ฮาคีมกล้ามาก มองหน้าฉันอย่างท้าทาย ตัวแม่ยืนอยู่ในระยะ 1 เมตร ยืนดู ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันจัดการ

บอกตรงๆ นึกไม่ออกเลยว่า ควรจะทำอย่างไร พูดแต่เพียงว่า
"ถ้าจะเล่นด้วยกัน ก็เล่นด้วยกันดีๆ แต่ไม่ใช่ทำแบบนี้ อย่างนี้เล่นด้วยกันไม่ได้ ออกไปให้ไกลๆ ตองตัง"

แม่ของฮาคีมยืนอยู่เฉยๆ เหมือนเดิม จนลูกสาวคนโตที่กำลังอุ้มน้องคนเล็กที่กำลังแบเบาะอยู่ วางน้องลงในรถเข็น แล้วก็รีบวิ่งมาอุ้มฮาคีมเอาออกไป ตัวแม่เดินออกไป พร้อมบอกว่า
"ดีแล้ว เอาน้องไปเล่นอย่างอื่น ไปเล่นด้วยกันไป"
ไม่มีคำขอโทษ และก็ไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนลูกของตัวเองแต่อย่างใด ฉันประหลาดใจมาก

เย็นนั้นเล่าให้สามีฟัง สามีก็บอกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ต้องบอกตองตังให้ผลักผู้มาลุกลานออกไป ต้องสอนว่าอย่าปล่อยให้เราถูกกลั่นแกล้ง ต้องรู้จักต่อสู้กลับ

พอฉันถามตองตังเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
"ไม่เจ็บหรอกมาม็อง น้องมันยังตัวเล็กอยู่เลย... อีกอย่างตองตังเอามือปิดรูไว้ ไม่ให้น้องทำพัง"
"แล้วถ้าน้องทำพังล่ะ"
"ตองตังจะบอกมาม็อง แล้วมาม็องมาช่วย"
"ทำไมหนูไม่ช่วยเองล่ะ"
"น้องมันยังเล็กอยู่ เดี๋ยวมันร้อง"

คำตอบของลูก ทำให้ฉันต้องคิดว่า บางทีลูกเราอาจจะใจดีเกินไป หรือไม่เราคงจะสอนให้ใจดีเกินไป แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงเราจะต้องเจอคนที่หลากหลาย และคนที่เอาเปรียบ หรือคนที่ชอบรังแกผู้อื่น... ในกรณีของฮาคีม เราอาจคิดว่านี่คือเด็กที่อายุไม่ถึง 3 ขวบ แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อฮาคีมไม่ได้รับการหล่อหลอมว่าควรจะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร เขาจะโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไรในวันหน้า แน่นอนเราคงไม่สามารถกำหนดอนาคตของเด็กคนหนึ่งจากพฤติกรรมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แต่ก็นั่นแหละ ฉันอดนึกไม่ได้ว่า คนแบบนี้มีจริงในสังคม แล้วเราจะเตรียมหรือสอนลูกเราอย่างไร ให้รู้จักตอบโต้หรือป้องกันตัวเองจากการถูกรังแก...


Create Date : 05 มิถุนายน 2548
Last Update : 5 มิถุนายน 2548 17:32:47 น. 13 comments
Counter : 277 Pageviews.

 
ตามมาอ่านค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 5 มิถุนายน 2548 เวลา:19:22:43 น.  

 
อ่านแล้วสะท้อนใจจังเลยครับ

ครอบครัวสำคัญมาก ๆ กับสังคมจริง ๆ นึกถึงวัยเด็กของตัวเองที่ผ่านมา แล้วก็มองสังคมที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้แล้วมันหดหู่จังเลยครับ

สมัยเด็ก ๆ ชั้นประถมน้าชายคนนี้ของตองตังเรียนโรงเรียนชายล้วน ตอนนั้นที่บ้านอบรมสั่งสอนมาคงคล้าย ๆ กับที่คุณพธูไทยอบรมตองตัง อบรมให้เราใจดี เอื้อเฟื้อกับคนอื่น ๆ มีของเล่นอะไรเพื่อนอยากได้ก็ให้แบ่งไปให้คนอื่นเล่นบ้าง
สมัยนั้นน้าชายของตองตังตัวเล็ก โดนเพื่อนรังแกบ่อยมาก ๆ คนอื่น ๆ โดยเฉพาะพวกเด็กเกเร คงเห็นว่าเราหงอ ไม่สู้คน แกล้งสารพัด ทั้งเอาการบ้านไปซ่อน ขโมยของใช้พวกเครื่องเขียนดี ๆ ของเราไปใช้ ยังจำได้ว่ามากที่สุดคือ ขโมยข้าวที่คุณยายทำเป็นข้าวห่อมาให้ไปทาน
ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากร้องไห้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่สู้เขา

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนานจนที่บ้านจับได้ถึงความผิดปกติ แล้วก็คาดคั้นความจริงจนได้ แล้วแม่ก็ไปพบครูที่โรงเรียน มีส่วนที่คล้ายกับเรื่องที่คุณพธูไทยเล่าเลยครับว่า พ่อแม่ของกลุ่มเด็กที่ทำแบบนั้น ไม่แม้แต่กระทั่งจะยอมรับ หรือสั่งสอนในสิ่งที่ลูกเขาทำเลย แล้วก็ทำให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก

จำไม่ได้แล้วว่าทำไม แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เราไม่ยอมอีกต่อไป สู้กลับไป แล้วก็ตอบโต้ไปด้วยความรุนแรงเหมือนที่เขามาทำกับเรา เขามาแกล้ง มารังแก เราก็ไม่ยอมแล้วสู้เลย

ตั้งแต่วันนั้นมา จนถึงบัดนี้ บอกตัวเอง
จำไว้ขึ้นใจเลยว่าเราจะไม่ยอมเบียดเบียนใคร ไม่เอาเปรียบใคร แล้วก็ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเราเด็ดขาดเหมือนกัน

เคยอ่านหนังสือ เจอว่าเด็กหลายคน ที่เป็นเด็กดี มีพื้นฐานทางจิตใจและครอบครัวดี แต่โดนความเลวร้ายของสังคมกระทำ ทำให้เขาสู้และรับไม่ไหว จนต้องกลายเป็นผู้แพ้ ไปในที่สุด

แล้วก็เคยอ่านหนังสือเหมือนกัน พฤติกรรมของเด็กที่ชื่อ ฮาคีม นั่นสะท้อนอะไรออกมาหลายอย่าง
เด็กแค่ 3 ขวบ ใช่อยู่ว่ายังไม่มีความสามารถในการไตร่ตรองผิดชอบดีนัก แต่ความเมินเฉยและความร้ายกาจที่ไม่ได้รับการกล่อมเกลานั่นหละ จะทำให้เขากลายเป็นภัยของสังคมในท้ายสุด

บางครั้งเราไม่ได้เข้าไปใกล้คนพาล แต่คนพาลเข้ามาใกล้เราเอง

การที่คนเราจะยืนหยัด และอยู่รอดในสังคมที่ต้องบอกจริง ๆ ว่าไม่ใช่สังคมที่บริสุทธิ์
เรานิ่งเฉยให้กับสิ่งที่มารุกรานเราไม่ได้หรอกครับ
อยากให้ตองตังหลานน้าเป็นเด็กดี แข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และเข้มแข็งยืนหยัดในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข เป็นเด็กดี ที่ใช้ชีวิต "เป็น"
คิดถึงคุณพธูไทยกับหลานมาก ๆ ครับ เมื่ออ่านบทความนี้


โดย: น้าชายตองตัง IP: 203.156.6.60 วันที่: 5 มิถุนายน 2548 เวลา:23:36:48 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ ช่วงนี้คอมมีปัญหามากๆ เลยต้องหยุดแต่งบล๊อกละค่ะ



โดย: Regenbogen ^_^ วันที่: 6 มิถุนายน 2548 เวลา:2:22:13 น.  

 
อ่านแล้วได้ข้อคิดดีจังคะคุณพธูไทย สังคมในโลกความเป็นจริงมันเป็นอย่างนี้จริงๆ


โดย: marinesnow วันที่: 6 มิถุนายน 2548 เวลา:19:02:15 น.  

 
มาสวัสดีและขอแอ็ดบล๊อกอย่างเป็นทางการนะคะ


โดย: marinesnow วันที่: 13 มิถุนายน 2548 เวลา:19:26:50 น.  

 
เข้ามาแอบอ่านแล้วก็แอบทำน้ำตาซึม ยืนกระพริบตาปริบ ๆ


โดย: ปลาทู IP: 80.46.84.136 วันที่: 14 มิถุนายน 2548 เวลา:1:18:06 น.  

 
กรี๊ดดดดดด มาเจอบล็อคพี่พธูโดยบังเอิญ ดีใจๆ พี่ทูก็อยู่นี่ด้วย (หมู่นี้เล่นมิวสิคเศร้าบ่อยนะพี่ หน้าร้อนแล้วต้องเล่นมิวสิกเพลงรักต่างหาก)


โดย: M1ku วันที่: 17 มิถุนายน 2548 เวลา:2:07:18 น.  

 
อ๊ายยยยย มาจากไหนกันพวกนี้


โดย: พธูไทย IP: 82.224.64.57 วันที่: 17 มิถุนายน 2548 เวลา:5:36:30 น.  

 
กาลครั้งหนึ่งของ.......นิทาน
จะนำเราไปสู่เรื่องราวแห่งความฝัน
แต่ กาลครั้งหนึ่งของ.....ความรัก
จะนำเราไปสู่เรื่องราวแห่งความเป็นจริง

สุขสันต์วันสุขจ้า...ศุกร์...สุข...


โดย: marinesnow วันที่: 17 มิถุนายน 2548 เวลา:16:03:40 น.  

 
คุณพธุไทย ไปไหนครับ ไม่มา update blog เลย


โดย: น้าชายตองตัง IP: 203.156.6.14 วันที่: 17 มิถุนายน 2548 เวลา:23:14:13 น.  

 
เพิ่งมาเจอบล๊อคคุณพธูวันนี้เอง อ่านแล้วซึ้งจังเลยค่ะ
น้องตองตังใจดีจริงๆเลย


โดย: winnie IP: 129.88.46.212 วันที่: 18 มิถุนายน 2548 เวลา:18:41:21 น.  

 
อ๊ายยยยย มากันใหญ่เลยยยยยย แค่ลองบล็อคเฉยๆ อะนะ
คุณ marinesnow มาทีหลัง แต่ว่าบล็อคไปไกลแล้ว ของตัวเองนี่ไม่มีเวลาศึกษาเลย

แล้วคุณวินนี่จะมางานประชุมวิชาการปลายอาทิตย์นี้เปล่าเนี่ย

น้าตองตัง ใจเย็นๆ ไม่มีเวลานั่งหน้าจอนานๆ ช่วงนี้ เพราะว่ามีธุระค่อนข้างเยอะ
ตองตังเข้ารพ. 2 รอบ เรื่องหอบน่ะ ทำเอาแม่เหนื่อย
แล้วก็ตอนนี้ขึ้นอีสุกอีใส ตุ่มเต็มเลย อาทิตย์หน้าไปรร. ไม่ได้ ยุ่งอย่างนี้เลยไม่มีเวลาเข้าบล็อคเลย แล้วก็ยังไม่ได้ตอบเมล์น้าเลยเนอะ มีไอเดียจะให้ แต่ว่าขอเวลาหน่อย คิดว่าคงยังไม่เริ่มทำงานที่ว่าไว้หรอกนะ
อีกอย่างเพิ่งได้แวะไปที่เว็บของอาชีพมาด้วย ก็เริ่มไปคุยๆ อีกแล้ว พี่ๆ ถามอยู่ว่า หายไปไหนมา


โดย: พธูไทย IP: 82.224.64.57 วันที่: 18 มิถุนายน 2548 เวลา:21:09:01 น.  

 
มีเวลาจะติดตาม
ิอ่านทุกบทความ สัญญาค่ัะ


โดย: น้องสาว IP: 81.66.143.251 วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:0:31:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พธูไทย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล็อกนี้เปิดไว้เพื่อเก็บสิ่งที่เขียนจากที่ต่างๆ เอามารวมๆ กัน
ไม่ได้เข้าบล็อคบ่อยๆ มาดูเฉพาะตอนที่จะเขียนอะไร
ดังนั้นถ้าใครมาเยี่ยมชมหรือเขียนถามอะไรเอาไว้ จะไม่เคยตอบ
เพราะกว่าจะตอบมันนานมาก และผู้ถามคงจะลืมไปแล้วว่าถามอะไร
Friends' blogs
[Add พธูไทย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.