The Counselor's Story ตอนที่ 32 ทำไมต้อง package
น้อง ๆ นักเรียนที่สนใจไปเรียนที่ออสเตรเลีย บางคนก็ไปด้วย offer เดี่ยว ๆ คือลงเรียนคอร์สเดียว เริ่มเรียนวันนี้ จบวันนี้ บินกลับ เรียบร้อยโรงเรียนออสเตรเลีย

แต่บางคนไปด้วย package offer ก็จะหมายถึงนักเรียนที่ไปด้วย offer สอง offer หรือมากกว่านั้น

โทรศัพท์ที่ผมได้รับส่วนใหญ่จะถามประมาณว่า อยากไปเรียนภาษา ซึ่งแน่นอนว่าผมก็จะถามกลับว่าเรียนภาษาอย่างเดียว หรือว่ามีเป้าหมายอื่นอีกหรือไม่ในการไปเรียนภาษาครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะตอบกลับมาว่า "มีแผนจะเรียนต่อด้วย"

ที่ผมต้องถามก็เพราะว่า คอร์สเรียนภาษาที่ใช้สำหรับเรียนต่อ มันจะต่างจากพวก general english ครับ มันจะเป็นคอร์สที่เรียกว่า English for Academic Purpose หรือเป็นคอร์สภาษาเพื่อการเรียนต่อนั่นเอง ซึ่งน้อง ๆ นักเรียนมักจะบอกว่าอยากไปเรียนภาษาก่อนซักระยะ แล้วก็สอบ IELTS ให้ผ่าน แล้วก็เข้าเรียนต่อในหลักสูตรที่ต้องการ

ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ ไอ้คำว่า "เรียนภาษาก่อนซักระยะ" เนี่ย มันฟังดูเลื่อนลอยมากเลยทีเดียว เพราะอะไร เราไม่มีทางรู้เลยครับว่าเราควรจะเรียนภาษานานเท่าไหร่ เสี่ยงอย่างยิ่งที่เราจะลงเรียนภาษานานหรือสั้นเกินไป

การที่เราสมัครเรียนภาษาและสมัคร main course แยกต่างหาก ซึ่งแน่นอนว่า offer ที่เป็นของ main course จะเป็น conditional offer ไม่สามารถ accept เพื่อให้สถาบันออก COE เพื่อไปยื่นวีซ่านักเรียนได้

ดังนั้นแล้ววีซ่านักเรียนที่ได้ก็จะครอบคลุมระยะเวลาเีรียนภาษาเท่านั้น ตอนหลังสอบ IELTS ผ่านได้เรียน main course หรือสอบไม่ผ่าน ต้องเรียนภาษาต่อ ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า ทำวีซ่าใหม่ ค่าวีซ่านักเรียนออสเตรเลียก็ครั้งละ 550AUD ครับ แพงระยิบระยับ

ดังนั้นแล้ว ผมก็จะแนะนำให้ไปสอบ IELTS ก่อนซักรอบนึง จะได้รู้ว่าเราควรจะเรียนภาษานานเท่าไหร่ ซึ่งสถาบันที่เราอยากจะไปเรียน main course จะเป็นผู้พิจารณาครับ

ปัญหาก็คือว่า พอผมพูดคำว่า package offer ทำไมกลัวกันจัง ข้อดีของการทำเป็น package offer ทำให้ประหยัดเงินขึ้นได้นะครับ เพราะอะไร

การที่เราไปสอบ IELTS ก่อน จะทำให้เรารู้ว่าคะแนนเราขาดไปเท่าไหร่ในการจะเข้าเีรียน สมมติว่าจะไปเรียนป.โท ทั่ว ๆ ไปก็ต้องการคะแนน IELTS ที่ 6.5 สมมติว่าเราได้มา 6.0 ก็จะเท่ากับว่าต้องเรียนภาษาเพิ่มประมาณ 10 สัปดาห์ แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ ลงเรียนภาษาไปเลย สมมติว่าไม่มั่นใจในตัวเองเลย ก็ลงเรียนไป 30 สัปดาห์ ซึ่งน้อง ๆ ยังไม่มีสิทธิ์ลง English for Academic Purposes ตัวนี้นะครับ ต้องไปเริ่มไต่จาก General English ก่อน เพราะว่าคนที่จะสมัครเรียน EAP ได้จะต้องมีคะแนน IELTS ไปแสดงด้วย

หลังจากเรียนภาษาจบแล้วทำไงต่อ ถ้าสอบ IELTS ผ่าน ก็ไปเรียนต่อป.โท หรือ main course อื่น ๆ ตามต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าน้อง ๆ ต้องทำวีซ่าใหม่ เสียอีก 550AUD แล้วถ้าสอบ IELTS ไม่ผ่านล่ะทำไง ก็ต้องต่อวีซ่าไปเรื่อย ๆ สอบไม่ผ่านสามครั้ง ก็ต้องต่อวีซ่าใหม่สามครั้ง กดเครื่องคิดเลขเอาเองแล้วกันนะครับ

ถ้าเลือกทำเป็น package offer ล่ะ ก็ไปสอบ IELTS มาก่อนเลย ได้เท่าไหร่มาดูกัน แล้วก็ส่งผลคะแนนไปพร้อมกับใบสมัครภาษาและ main course นี่แหละ แล้วสถาบันก็จะออก package offer มาให้ พอ accept offer แล้ว ก็จะได้ COE มาสองใบ(หรือมากกว่า)เพื่อใช้สำหรับยื่นวีซ่า วีซ่าที่ได้สำหรับ package offer จะครอบคลุมระยะเวลาเรียนภาษารวมถึง main course ที่สมัครไป

เห็นมั้ยครับ เราได้เรียนภาษาในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป สมมติว่าได้มา 6.0 ก็เรียนเพิ่มแค่ 10 วีค แทนที่จะเป็น 30 วีค (ยกเว้นว่าหลังจาก 10 วีคนี้แล้วสอบ internal test ไม่ผ่าน อันนี้ก็ต้องมาวางแผนกันใหม่) ประหยัดเงินไปได้แล้ว 20 สปัดาห์ แล้วความที่วีซ่าเราคลุมทั้งหมด ก็ประหยัดค่าวีซ่าไปได้อีกอย่างน้อยก็ 550AUD

สรุป ๆๆๆ อย่าไปกลัวครับกับการสอบ IELTS เพราะว่ามันเป็นตัวบอกว่าเราขาดอะไร จะได้พัฒนาตรงนั้นเพิ่ม อย่างมีทิศทาง และมีจุดหลายที่แน่ชัด น้อง ๆ หลายคนไม่เชื่อคำแนะนำอันนี้ ก็ต้องเสียค่าวีซ่าแพง ๆ ไปแบบน่าเสียดาย เงิน 550AUD เป็นค่ากินอยู่ได้ครึ่งเดือนเลยนะครับ ถ้าใช้ประหยัดหน่อย เรียนภาษาก็เหมือนกัน ถ้าเรียนนานเกินไปก็เบื่อ เรียนสั้นเกินไป ก็ไม่พอกับการเตรียมตัวสอบหรือเรียนต่อ

ก็ไม่รู้จะพูดไรต่อแล้ว จบเลยแล้วกันค้าบบบบบ



Create Date : 26 เมษายน 2554
Last Update : 26 เมษายน 2554 22:16:34 น.
Counter : 807 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

The Queenslander
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



เมษายน 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
All Blog