Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
17 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
ถ้าเหงาโดยไม่มีสาเหตุ ?

ถ้าเหงาโดยไม่มีสาเหตุ ?

เคยเป็นกันบ้างเปล่าค่ะ นั่ง ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีความรู้สึกเหงา ๆ เศร้า ๆ เข้ามาโดยไม่รู้ตัว อารามเหมือนกับเฆกฝนก้อนใหญ่ ๆ เกาะติดตามตัวตลอดเวลา เรานะมีบ้างนะ แต่ก็พยายามทำให้มันหายไป

แต่เดือนนี้อะ มันเป็นเดือนแห่งความรักไง จึงมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของใครหลาย ๆ คน ทั้งกับคนที่มีคนรู้ใจและคนไม่มี ลำพังตัวเราไปเท่าไหร่ ชิว ๆ แต่เพื่อนรอบตัวเราอะดิ บ่นกันให้ระงม คนมีแล้วก็ว่าแฟนไม่ใส่ใจ ใครที่โสดก็ว่าขาดคนรู้ใจ (มันจะเอาไงกันละเนี๊ยะ เข้าทำนองคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า มีก็บ่น ไม่มีก็บ่น) เราเลยกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเพื่อน ๆ หลายๆ คน

เพื่อน ๆ หลายคนก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตปกติสุขดี ครองตัวโฉด (โสด) อย่างชิว ๆ แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาถึง ภาวะการเต้นของหัวใจอ่อนแรงลงทันที ประมาณว่า ถ้าหันไปเห็นใครเดินจับมือกัน ได้มีอาการหงุดหงิดขึ้นมาทันที บางเวลาก็เศร้า เหงา จะร้องไห้กันขึ้นมา พูดวกไปวนมาว่า "ใครคนนั้นอยู่ที่ไหน" (เอา ๆ พล่ามกันเขาไป พวกแกเมา ๆ กันเปล่าวะเนี๊ยะ บอกแล้วอย่าเอาอารมณ์ไปอิงกับเทศกาล)

แล้วถ้ามีโรคเหงาค่อยแทรกซึมทำไงดี ?
สำหรับคนอื่นเราไม่รู้ แต่เรารู้ว่า ถ้าเป็นเราคำที่เราใช้แนะนำเพื่อน ๆ และปฏิบัติเอง คือ การหาเรื่องใส่หัวให้เยอะ ๆ แต่เรื่องที่เอามาใส่หัวนะ ก็ต้องคิดแล้วยิ้มได้นะ อย่าเอาเรื่องรกสมองมาใส่เพราะมันปวดสมอง เช่น เมื่อวานเราไปออกกำลังกาย (คนเดียว จริงต้องเหงา แต่ต้องคิดให้ไม่เหงา มันก็จะไม่เหงา มองทุกอย่างรอบตัวให้ร่าเริง ใจก็ต้องร่าเริงด้วย) เพลงแรกที่เราไปถึงสนามวิ่ง เปิดต้องรับเราด้วยเพลงรำมะโนรา (ไม่ต้องบอกใช่เปล่าว่าเราอยู่ภาคใหน ) ในใจคิด ว่าวิ่งนะเฟ้ย ทำไมเปิดเพลงรำมะโนราอะ หรือจะให้เราวิ่งไปรำมะโนราไป ลองนึกภาพตาม ดูไม่จืดจริง ๆ ถ้าทั้งสนามเป็นแบบนั้น ขำ ๆ ดี งั้นก็เอา MP3 ยัดหูซะ ฟังเพลงไปวิ่งไปสบายใจ ร้องตามไปเรื่อย แค่นี้ในหัวสมอง ก็จะมีแต่เพลงที่ต้องร้องตลอดเวลา หมดเรื่องที่จะต้องคิดว่าทำไมฉันต้องเหงา

ต่อมาก็ต้องหัดมองอะไรในแง่บวก อย่าคิดว่าเหงาอยู่คนเดียว คนอื่นก็เหงา ทำไมเค้าผ่านมาได้ มีหลายคนที่เป็นทุกข์มากกว่าความเหงา เค้าก็ยังสู้ได้ แค่นี้ทำไมเราจะทำไม่ได้ เหมือนเมื่อวานดูน้องกัณฑ์ ในรายการคนค้นคน ประทับใจ น้องเค้าความคิดดีมาก ๆ เพราะฉะนั้น ธรรมะช่วยเราได้ ไม่ต้องรอให้แก่ ถึงจะสนใจ แต่เราสามารถสนใจเรื่องพวกนี้ได้ตลอดเวลา อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเวลาที่เรารู้สึกแย่

แล้วยามที่ต้องอยู่คนเดียวละจะทำไง เพราะเป็นเวลาที่เสี่ยงที่สุดที่โรคเหงาจะเข้ามา สำหรับเราแล้ว ก็ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือไม่ก็คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องทำอะไรบ้าง ต้องแกล้งใครเปล่า หรือจะมีคนมาให้เรารับฟังปัญหาอีกมั้ย อิอิ ^^ แค่นี้เวลาที่เหลือ ก็น้อยลงแล้ว

นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการไล่ความคิดเหงา ๆ ออกจากหัว อาจจะไม่ต้องทำแบบเรา แต่เราว่าการทำตัวให้ยุ่ง ๆ แต่มีประโยชน์ ก็จะทำให้โรคเหงาไม่เข้าใกล้เราอะนะ คิดบวก จิตใจร่าเริ่ง อารมณ์ดี อย่าเอาเมฆฝนมาติดตามตัว แค่นี้ก็ยิ้มได้ทั้งวันแล้ว

เราเลยเป็นคนที่ชอบวันที่ฝนไม่ตกมาก ๆ เพราะมองฟ้า ฟ้าก็สวย หันไปทางไหน ก็มองเห็นชัดไปซะทุกอย่าง ทั้งดอกไม้ ใบไม้ เพราะแสงแดดมันดี อิอิ

ใครที่เหงาเพราะรอคอยใคร ก็จงอย่าอยู่อย่ารอคอยมากนัก เพราะการนั่งรอนั้นมันเหนื่อย ให้รอแบบลืม ๆ เราจะได้รู้สึกว่ามันผ่านไปไว แต่ถ้ารอแบบนับวันรอนะ มันจะรอแบบทุกข์ ๆ นะเราว่า

ยังไงก็อย่าเหงากันมากนักนะ จ้า โลกนี้มีอะไรต้องทำอีกเยอะ อย่ามัวเสียเวลากับความเหงาละ

ปล. คงมีเพื่อนหลายคนที่อ่านเรื่องพี่แมน คงอยากจะรู้ใช่เปล่าว่าตกลงเป็นไง (อิอิ ไม่รู้เพื่อนอยากรู้เปล่า แต่เรานะอยากเล่า เป็นงั้นไป )

ก็ไม่มีอะไรมาก หลังจากวันที่ไปกินข้าวที่มีส้มโอ และพี่ชาย เพื่อนส้มโอไปด้วย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เสียงโทรศัพท์ก็ไม่ได้รับการติดต่อมาแต่ประการใดทั้งสิ้น หายไปเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ออกจะลืม ๆ ไปเลย อิอิ ^^ ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไร นิทานเรื่องนี้เลยสอนให้รู้ว่า อย่าตีตนไปก่อนไข้ เพราะเค้าอาจจะไม่โทรมา อิอิ แต่เราว่าเป็นบุญของพี่เค้าแล้ว ที่รอดจากมือเราไปได้ (อิอิ ยังแอบปากเก่ง 555 นิดหน่อยอย่าว่ากัน )

มีความสุขมาก ๆ นะค่ะ เหงา ๆ ก็มาคุยกันได้นะจ้า เพื่อนที่ได้อ่านทุกคน


Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 16:11:22 น. 0 comments
Counter : 371 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Qattus
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Qattus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.