...true love never runs smooth.... ความทุกข์ที่เกินจะทนหลอมคนให้ทนทาน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
ช่วยด้วยค้า

ตอนนี้ปักเป้าก้อกลุ้มๆเล็กน้อยค่ะ หลังจากได้ไปม.กรุงเทพแล้วเห็นความไฮเทคของเทคโน กลับมาจิตใจเริ่มโลเล ระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับคณะนิติศาสตร์ จะว่าไปแล้วมันก้อคนละแนวกันเลย ไอ้เราก้อไม่ค่อยเก่งด้านวิทย์หรอก เรียนสายวิทย์ก้อถูไถไปเรื่อยเปื่อย เกรดที่มันออกมาดูหรูหราเทียบกะชาวบ้านเค้าได้ก้อเพราะคะแนนเก็บจากการส่งงานอื่นๆมันเยอะ

ที่ตัดสินใจว่าจะเรียนด้านนิติศาสตร์ เพราะก้อคุ้นๆเคยๆ ที่บ้านก้อเป็นสำนักงานทนายความอยู่แล้วแถมมีพ่อเป็นกำลังเสริม อะไรๆมันก้อง่ายขึ้น แล้วเราก้อชอบด้านนี้อยู่บ้างเป็นทุน

แต่แล้วพอไปดูopen house ที่ม.กรุงเทพก้อบอกตรงๆว่าเห็นพวกสาขาต่าง อย่างIT CS SEแล้วก้อชอบมากๆ ยิ่งSEวิศกรรมซอฟต์แวร์ เนี่ยยิ่งน่าสนใจ เทคโนโลยีต่างๆก้อดีมากๆ ทำเอาเราเขวไปเลย T_Tไอ้เราเองก้อไม่ได้เตรียมตัวเพื่อเอนท์สายวิทย์เลยนี่ก้อเดือนก.ค.เข้าไปแล้ว เฮ้อๆๆๆ แต่ก้ออยากเรียนอ่า

เราเลยต้องกลับมาคิดๆว่าจะเอนท์เข้าคณะไหนเพราะอีกหน่อยสิ่งที่เราเลือกก้อต้องเป็นอาชีพของเรา(แต่บางทีมีเยอะแยะไปที่คนเรียนอย่างหนึ่งแต่พอทำงานก้อไม่ตรงกับที่เรียนมา) ตลาดแรงงานต้องการอะไรมากกว่าน้า?

เทคโนโลยีกับกฏหมายคงบอกไม่ได้ว่าศาสตร์ไหนดีกว่ากันแต่อยากได้คำแนะนำเพราะตอนนี้เมาในอารมณ์ค้า ช่วยปักเป้าด้วย!!!

ปล.วันหยุดยาวนี้ขอให้มีแต่ความสุขอิ่มบุญกันถ้วนหน้านะค้าใครไปเที่ยวขอให้เดินทางโดยปลอดภัยทั้งไปทั้งกลับ อย่าลืมถ่ายรูปสวยๆกลับมาน้าค้า ส่วนใครอยู่บ้านก้อพักผ่อนให้เต็มที่นะจ๊ะ



Create Date : 20 กรกฎาคม 2548
Last Update : 20 กรกฎาคม 2548 21:08:40 น. 14 comments
Counter : 291 Pageviews.

 
ทำไรที่ตัวเองชอบ + สนุกกะมัน !!!


โดย: Aorta IP: 202.5.85.234 วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:29:42 น.  

 
นิติกับวิทยาศาตร์มันไปด้วยกันได้นะครับ


พี่เองในฐานะที่เรียนวิทยาศาสตร์มา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ

ตอนพี่ ม.ต้น พี่เรียนได้เกรดค่อยข้างดี ครับ (เฉลี่ย 3.53) และก้เป็นธรรมดาที่ ม.ปลายก็ต้องเลือก เรียนสายวิทย์ เพราะคะแนนเราดีและคิดว่าเรียนได้ ไม่มีปัญหา ทั้งที่ตอนนั้นเคยคิดจะเรียนสายศิลป์-ภาษา เพราะชอบเรียนภาษาอังกฤษ และเกรดก็ดี

แต่ด้วยความโลภครับ แหะๆ เพราะว่าสายวิทย์สามารถเอ็นต์ได้ทุกคณะ (รุ่นพี่เป็นรุ่นสุดท้ายที่เอ็นต์ระบบเก่า) แถมยังติดภาพว่า เด็กเก่งต้องเรียนสายวิทย์ ถ้าไปเรียนศิลป์ เนี่ยเด็กอ่อน (มิได้หมายความถึงทารก) ซึ่งมารู้ทีหลังว่าคิดผิดครับ

เพราะเอาเข้าจริงๆ พี่ก็เอ็นต์สายวิทย์

เรียน ม.ปลาย จึงรู้ว่า เราอ่อน แคล อ่อน ฟิสิกส์ อ่อนเคมี แต่ชีวะพอใช่ได้ (อ่อนคือ เกรด 3 แต่ปริ่มจะ 2) ส่วนภาษาอังกฤษก็ยังดีอยู่ ทว่าไม่ได้เน้นเลย ครั้นพอเอ็นต์ ก็ขี้เกียจไปอ่านหนังสือ อะไรที่เราไม่ได้เรียนมา (ถ้าเอ็นต์ศิลป์) ดังนั้นก็เลยเลือกวิทยาศาสตร์หมดเลยครับ

เรียนจนจบมาแล้ว ก็ยังคิดว่า เราเรียนได้ ครับ แต่ถามว่าชอบมั้ย ก็ชอบอยู่บ้างนะ แต่รู้สึกเลยว่า มันไม่เต็ม100

ตอนนี้พี่ก็เรียนโทวิทยาศาสตร์เหมือนเดิม

ที่เล่ามาเนี่ย ก็แค่อยากบอกน้องปักเป้านะครับว่า ต้องถามตัวเอง ให้แน่ใจ ว่า เรียนได้ กับเรียนดี คืออะไร มันต่างกันนะครับ

ต้องเลือกเอาสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด

"บางทีมีเยอะแยะไปที่คนเรียนอย่างหนึ่งแต่พอทำงานก้อไม่ตรงกับที่เรียนมา"

มันก็จริงครับ แต่ถ้าเราเรียนที่เราชอบที่สุด จะดีกว่า

แยกแยะข้อดี-ข้อด้อยแต่ละคณะก่อน

นิติ
- ครอบครัวสนับสนุน
- เตรียมตัวมาก่อน
ฯลฯ

วิทยาศาตร์
- ความเป็นเทคโนฯ น่าสนใจ ยิ่งโลกสมัยใหม่
- ตื่นตาตื่นใจ


แต่ถ้าเกิดน้องปักเป้าชอบทั้ง 2 อย่าง จนบอกไม่ได้ว่าชอบอย่างไหนมากกว่า พี่มีคำแนะนำครับ

น้องก็เลือกเรียน วิทยาศาตร์และเทคโนโลยีก่อนครับ เพราะมันเป็นศาสตร์ ที่เฉพาะทาง เรียนแบบมี่คนสอนดีกว่าจะเรียนด้วยตัวเอง แล้วก็อาจจะปลีกเวลาไปลงเรียน นิติ ที่มหาลัยเปิดสักที่ครับ แน่นอนมันย่อมเหนื่อยแน่นอน ซึ่งน้องอาจจะต้องแบ่งเวลาให้ดี

อีกวิธีหนึ่งคือ น้องปักเป้าเรียน วิทยาศาตร์จนจบ ป.ตรี ก่อน แล้วค่อยเรียน นิติ ภาคบัณฑิต ซึ่งมีเปิดหลายที่ เช่น ธรรมศาสตร์ น้องก็จะใช้เวลาเรียนแค่ 3 ปี (ตามหลักสูตร เพราะถือว่า วิชาพื้นฐานตอนปี1 เราผ่านมาแล้ว)

ระหว่างนี้น้องปักเป้าอาจจะทำงานไปด้วยก็ได้ ...ส่วนที่เรียนนิติ ก็มาเรียนหลังเลิกงาน ...

จะว่าไปแล้ว การเรียนนิติศาสตร์ให้ดี ก็ควรจะมีความรู้พื้นฐานของศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่งมาก่อน (มิใช่แขนงหมูกรอบ แต่อย่างใด) เพราะว่า นิตินั้น ต้องใช้มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิที่เพียงพอ...อย่างที่อเมริกา ถ้าพี่จำไม่ผิด คนที่เจะเรียนกฎหมายต้องจบป.ตรีก่อน แล้วไปต่อโรงเรียนกฎหมาย

แต่ถึงแม้ น้องปักเป้าจะเลือกเรียน นิติ ก่อน ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะจะว่าไปเรื่องเทคโนโลยีมันก็เรียนรู้กันได้ ยิ่งถ้าชอบด้วย ยิ่งเรียนรู้ไว ... เพราะยังไง ทุกวันนี้ เราก็หลักหนีเทคโนโลยีไม่พ้นครับ ...

ปล. ขอให้เลือกให้รอบคอบนะครับ
ปล.ขออภัยที่ตอบยาวไปหน่อย


โดย: Nutty Professor วันที่: 20 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:21:05 น.  

 
ถามใจตัวเองดู

ส่วนฉัน บริหาร มกท. มาตลอด ชอบบริหารมาตั้งแต่เรียน acc แต่จบมากลับบริหารไม่เป็น

ใจเราชอบอะไรก็เรียนไปตามนั้นเหอะ ตามแบบคนข้างบนแนะนำ วิชาชีพมันขวนขวายเพิ่มเติมกันได้ อีกอย่าง มกท มีรับสองรอบด้วยนะ


โดย: noom_no1 วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:00:01 น.  

 
ถามใจตัวเองดู เหมือนคุณหนุ่มพูดค่ะ

น้องปักเป้า

ฝันดีนะคะ


โดย: yadegari วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:35:48 น.  

 
เรียนที่เรา ชอบจะมีความสุขกว่านะ แต่ก็ต้องคิดถึง งานในอนาคตด้วยล่ะ ว่าจะมีรองรับ ได้มากแค่ไหน


โดย: Mehndi Laga Ke Rakhna วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:13:42:05 น.  

 


โดย: ใสที่สุด วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:46:15 น.  

 
ขอบคุณทุกๆคนมากๆค่ะที่ช่วยแนะนำเหมือนที่นี่เป็นบ้านอีกหลังนึงที่ได้เจอพี่ๆเพื่อนๆ ที่ให้คำปรึกษา ขอบคุณจริงๆนะค้า^O^


โดย: ปักเป้า (puxkapou ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:06:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เลือกอันที่ทำงานแล้วมีความสุขนะคะ


โดย: รักดี วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:50:41 น.  

 
บางทีเรื่องที่เราสนใจมาก ๆ เราก็ไม่ต้องเรียนก็ได้อ่ะ อาจจะเรียนนิติศาสตร์ แต่ สนใจเรื่องเทคโนโลยีเป็นพิเศษ ก็ศึกษาเป็นงานอดิเรกดีกว่า บางทีไปเรียนเต็มตัวมันก็อาจจะไม่เหมาะก็ได้ครับ ลองดูดี ๆ ว่า อันไหนกันแน่ที่เราจะถนัดกว่า


โดย: Saeros วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:42:39 น.  

 
น้องบอกที่จะเลือกนิติศาสตร์ เพราะคุ้นเคยอยู่แล้วและที่บ้านก้อเป็นสำนักงานทนายความ
หากน้องชอบและรักจริงๆ ในสายนี้หรือจบมาก็จะมาสานต่อกิจการที่บ้านนี่แหละไม่ไปไหนแล้ว จะได้ช่วยคุณพ่อด้วยก็เลือกนะคะ

แต่หากชอบความแปลกใหม่ กลิ่นใหม่อยากเผชิญเรียนรู้ทุกอย่างเองก็เลือกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อย่างแรกควรมองตัวเราเป็นหลัก เรารักที่จะเรียน รักที่จะขวนขวายในสิ่งที่เราจะเลือกนี้มากแค่ไหน เพียงชั่วครู่ชั่วยามไม่ได้นะคะเพราะนั่นอาจจะนำไปตัดสินอนาคตเราด้วย
ต่อไปคือความเป็นไปได้ทุกอย่างรอบตัว การแข่งขันสูงหรือไม่ โอกาส อนาคต...สำรวจตลาดซะหน่อยจะเป็นไรไปใช่มั้ยจ๊ะ

แต่หากรับไหวจริงๆ ก็สามารถเรียนสองที่ได้นะคะเพราะเมื่อก่อนเพื่อนพี่ก็เรียนวิทยาศาสตร์ในมหาลัยที่เอ็นฯ ได้ และเรียนนิติฯ ที่รามฯ ควบคู่กันไปและก็มีหลังจากจบวิทยาศาสตร์อยากเพิ่มทางเลือกให้ตัวเองก็ไปเพิ่มเรียนวิชาชีพครูอีกไม่กี่หน่วยกิตก็ได้ หรือไปสอบไกด์เลยก็มี

ทุกอย่างมีทางออกของมันเสมอคะ

เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ


โดย: marinesnow IP: 62.167.101.73 วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:20:49 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ marinesnow ค่ะ

เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ
สู้ๆ วุ้ย....นะคะ.



โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:46:10 น.  

 
พี่ว่า ลึกๆในใจ น้องคงรู้ตัวเองว่าอยากไปทางไหน คล้ายๆกับว่าจะถามเพื่อเสริมความมั่นใจของตัวเอง (รึเปล่า)

ทางไหน ที่รัก ทางไหน ที่อยากไป

คนเรา ถ้าคิดจะสู้แล้ว ไม่มีอะไรที่สู้ไม่ได้นะ

อย่าให้อะไรๆ มันสายเกินไปเหมือนพี่เลย


โดย: เฉลียงสีชมพู วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:32:07 น.  

 


กลับมาแล้วค๊า คิดถึงๆๆๆๆๆค๊า


โดย: yadegari วันที่: 25 กรกฎาคม 2548 เวลา:16:52:49 น.  

 
อย่างแรกนะครับ ต้องพิจารณาดูดีๆ ว่าเราชอบอะไร การได้ทำในอย่างที่ชอบเป็นเรื่องที่ดีที่สุด...
ไม่แน่นะครับ น้องอาจจะได้รับคำตอบที่ไม่ใช่สองทางเลือกที่ตั้งไว้แต่แรกก็ได้

เรื่องบางเรื่องหากไม่ชอบแล้วฝืนทำแล้วละก็ อาจจะทำให้เสียเวลากว่าที่จะหาทางที่ชอบได้นะครับ

อย่างเด็กชายก้อง เคยคิดว่า เรียนสายวิทย์มาตลอดชีวิต ก็ควรเรียนมหาวิทยาลัยในสายวิทย์ ทั้งๆ ที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบเขียนหนังสือ วันไหนที่ครูให้เขียนรายงานละก้อ ชอบมาก

เคยคิดจะไปสอบสายศิลป์ในคณะอักษรศาสตร์ ก็กลัวจะสอบไม่ติด ยิ่งเป็นเด็กบ้านนอกด้วย สมัยนั้น ใครสอบไม่ติดรู้กันทั้งจังหวัด

สุดท้าย เด็กชายก้อง ก็สอบติดวิศวะ แต่...
พอเรียนๆ ไป มังมะชอบอะครับ
จิตใจยังฝักใฝ่ในงานเขียนและการท่องเที่ยว

เรียนได้สองปี เขาก็เชิญออก

แต่มองโลกในแง่ดีนะ เราได้ไปหาประสบการณ์ในอีกด้านหนึ่งที่เป็นตัวเรา
เราได้อิสระที่จะเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ
และเราได้ความกล้าที่จะหันมาเรียนในสิ่งที่ชอบ

วันนี้ เด็กชายก้อง เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ และได้มาทำงาน เกี่ยวกับการทำ "หนังสือ"
วันไหนที่งานได้ออกสู่สาธารณะ เด็กชายก้องจะมีความสุขที่สุดเลยครับ



โดย: เด็กชายก้อง วันที่: 25 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:18:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

puxkapou
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดเดือนธันวา ชอบท่องเที่ยว ชอบถ่ายรูปวิว
ชอบหนัง+ซีรี่ย์ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ตัวอ้วนกลมสมชื่อ
ชอบพอส มีความเชื่อและศรัทธาในความรัก ^^
Everyone telling me it's impossible but I'm not supposed 2 give up !!!

Friends' blogs
[Add puxkapou's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.