Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

แฟนฟิก ... รักแห่งสยาม (จบ)

กรที่กำลังจะเข้านอนมองออกไปที่สนามหน้าบ้าน เขามองเห็นลูกชายกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้าหิน กรนิ่งมองโต้ง หลายปีที่ผ่านมาเขาใช้เวลาร่วมกับโต้งน้อยเต็มที เวลาที่ส่วนใหญ่เสียไปกับความสูญเสียที่เศร้าโศกและเหล้า เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดคือสิ่งที่มีอยู่ไม่ใช่สิ่งที่สูญเสียไปแล้วไม่มีทางได้กลับคืนมา

“โต้ง” กรเรียกลูกชายที่ยังไม่รับรู้ว่าเขามายืนอยู่ข้างๆ

“..ครับพ่อ” เสียงของพ่อเรียกให้โต้งหลุดออกจากห้วงความคิดคำนึงของตัวเอง

“เป็นอะไรน่ะเรา พ่อเห็นโต้งมานั่งเหม่อที่นี่มาสองสามคืนแล้วนะ มีปัญหาเรื่องความรักหรือไงโต้ง” กรพูดเล่นกับโต้งพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น การหยุดดื่มเหล้าทำให้สมองของเขาแจ่มใสขึ้น ไม่เต็มไปด้วยเมฆหมอกจนความจำเลอะเลือน

คำพูดของกรที่ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการคาดเดา ว่าปัญหาใหญ่ของวัยอย่างโต้งคงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก แต่คำพูดเหล่านั้นทำให้โต้งมองหน้าพ่อนิ่ง เหมือนอยากจะพูด อยากจะระบาย อยากจะปรึกษา สิ่งที่อัดอยู่ในอกมานาน โดยเขายังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ ระหว่างความรู้สึกดีๆกับมิว ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในใจของตัวเขาเอง และ ความรู้สึกของคนรอบข้างโดยเฉพาะแม่ เขาไม่อยากเห็นแม่ต้องทุกข์ใจ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดกับพ่อจากตรงไหนดี

กรนั่งลงข้างโต้งโอบไหล่ลูกชายออกแรงบีบเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นของพ่อทำให้ความคิดสับสนหมุนวนที่ต้องการหาทางออกสงบลง แต่ระยะห่างที่ค่อยๆกว้างขึ้นด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละปีตั้งแต่พี่แตงหายสาบสูญไปทำให้โต้งได้แต่ยิ้มตอบรอยยิ้มของพ่อ

“ความรักน่ะโต้ง เป็นสิ่งที่ดีนะ พ่ออยากเห็นโต้งมีความสุขที่ได้ให้ความรัก และเป็นคนที่ถูกรัก อย่าหมกมุ่นกับมันมากนัก ค่อยๆเรียนรู้กันไป ใช้ความรักให้เป็น ให้มันเป็นพลังของเรา ค่อยๆเรียนรู้ความรู้สึกของตัวเอง เรียนรู้ความรู้สึกรักที่เกิดขึ้นภายในใจ พร้อมกับเรียนรู้ความรักที่เกิดอยู่รอบๆตัวเราด้วย พ่ออยากเห็นโต้งเข้มแข็งในความรักนะ เพื่อที่จะได้คอยปกป้องดูแลคนที่โต้งรัก” กรพูดด้วยความห่วงใย เพราะแววตาสับสนและเจ็บปวดของโต้งทำให้เขารู้สึกว่า เรื่องที่เกิดนั้นคงไม่ใช่เรื่องเล็ก

‘แล้วถ้าความรักของผมทำให้แม่ผิดหวังผมควรจะทำยังไง?’

‘ความรักของผมมันเป็นความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายผมจะผิดมั้ย?’

‘ระยะห่างของความรักระหว่างเพื่อนกับแฟนมันกว้างแค่ไหน?’

คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว แต่โต้งไม่รู้จะถามออกไปยังไง คำถามที่จะไม่ทำให้พ่อต้องหนักใจไปด้วยอีกคน

สายตาที่มองมาที่เขาเต็มไปด้วยคำถาม แต่คงเป็นคำถามที่โต้งยังไม่พร้อมที่จะถามกับเขาในเวลานี้นั้นทำให้กรตัดสินใจที่จะพูดต่อ

“ความรักไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะโต้ง ความรักอยู่รอบๆตัว เกิดได้ทุกที่ เกิดได้กับทุกๆคน พ่อไม่อยากให้โต้งรู้สึกแย่” มืออบอุ่นตบไหล่หนาของลูกชายเบาๆ

เมื่อเห็นลูกชายเงียบไป กรก็ไม่คิดจะคาดคั้นเพื่อให้รู้ถึงปัญหาของลูก ว่ามันคืออะไร มือใหญ่ลูบศีรษะลูกชายเบาๆ

“มีอะไรก็ปรึกษาพ่อได้นะโต้ง” กรพูดกับลูกชายด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน

ขณะที่กรเปิดประตูเขาเห็นสุนีย์ยืนมองโต้งผ่านกระจกหน้าต่างข้างประตู เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ทำให้กรเดินไปโอบไหล่บางของภรรยา

“เราคงได้แต่สอนสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่เราคงห้ามความคิดของเขา หรือ กำหนดชีวิตให้กับเขาไม่ได้” กรพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มืออบอุ่นบีบไหล่บอบบางแต่ทว่าเข้มแข็งเหลือเกินเพื่อให้กำลังใจ

มือเรียวจับมือที่วางอยู่บนไหล่ ก่อนจะหันไปมองคนข้างตัวด้วยรอยยิ้มอ่อนอุ่นอย่างนึกขอบคุณ

“คุณไปนอนเถอะ อย่าลืมกินยาก่อนนอนล่ะ ชั้นวางไว้ให้แล้ว”

ร่างสูงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเดินไปที่เตียงของเขา

สุนีย์มองนาฬิกาก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปเรียกลูกชายให้เข้าบ้าน โต้งยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมที่ในคืนนั้นมีมิวนั่งอยู่ด้วย แต่วันนี้มีเพียงเขานั่งอยู่คนเดียว มือกว้างสัมผัสที่ว่างข้างตัวก่อนจะพึมพำเบาๆ

“..มิว..”

ความเงียบสงัด และ สายลมยามค่ำคืน พัดพาเสียงกระซิบนั้นมาถึงสุนีย์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากโต้งมากนัก เธอหันหลังเดินกลับเข้าบ้านโดยที่โต้งไม่รู้สึกถึงการมาของเธอเลยแม้แต่น้อย

ร่างผอมบางทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ภายในห้องนอนที่มีเพียงเธอลำพัง ความรู้สึกทั้งหมด ที่เต็มไปด้วยหวั่นกลัว กังวล ที่อดกลั้นไว้กลั่นออกมาเป็นน้ำ น้ำตาอุ่นร้อนรินจากขอบตาก่อนจะหยดลงบนเสื้อ

หัวใจที่หนักอึ้งได้แต่ถามคำถามเดิมซ้ำๆ

‘ที่ผ่านมาชั้นทำดีไม่พอหรือยังไง? จะต้องให้ชั้นทำยังไง?’

‘จะต้องให้ชั้นทนทุกข์ทรมานอีกเท่าไหร่?’

‘ชั้นแค่ต้องการให้ลูกชายที่เหลืออยู่คนเดียวของชั้นมีความสุข ชั้นขอมากไปอย่างนั้นหรือ? ชั้นควรจะต้องทำยังไง?’

เปลือกตาปิดแน่นสนิท ลำตัวโน้มลงต่ำแทบแนบกับตัก น้ำตาอุ่นร้อนหยดลงบนมือทั้งสองที่บีบกันแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เพื่อไม่ให้มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก

เรื่องราวของโต้งมากมายแจ่มชัดในความทรงจำของเธอ .. แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ .. สิ่งที่เธออยากเห็นมากที่สุดก็คือ รอยยิ้มที่มีความสุขของโต้ง ไม่ใช่แววตาสับสนและเจ็บปวดอย่างที่เธอเห็น

เสียงนาฬิกาบอกเวลาของเช้าวันใหม่ น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว ทิ้งไว้แต่รอยช้ำรอบดวงตา และความอ่อนล้าของร่างกาย สุนีย์ลุกจากเก้าอี้เพื่อเริ่มต้นภารกิจของวันใหม่ ด้วยหัวใจของความเป็นแม่เฉกเช่นทุกวัน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“โต้ง ช่วงนี้เจอมิวมั้งรึเปล่า” สุนีย์ถามลูกชายที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ทำไมเหรอแม่” โต้งหันกลับมามองหน้าแม่

ขณะที่รถติดไฟแดง สุนีย์หันกลับมาสบตาตรงๆกับลูกชายที่เป็นดั่งดวงใจของเธอ มองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นเพื่อค้นหาความจริง คำตอบที่เธอรอให้ออกจากปากโต้งคงจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า เธอจะสามารถเชื่อมั่นและไว้วางใจในตัวโต้งได้มากแค่ไหน

ความสับสนระหว่างต้องการปิดบังเพราะเชื่อว่า สิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้นไม่ผิดแต่อาจจะทำให้แม่เสียใจ กับ ความรู้สึกผิดที่กระหน่ำย้ำให้ใจต้องเจ็บปวดที่ต้องโกหกหลอกลวงแม่ที่เขารักมากเหลือเกิน เขาขบริมฝีปากแน่น ... ในที่สุด..เขาตัดสินใจ

“เจอครับ” เสียงแผ่วทำลายความเงียบ เวลาที่เหมือนหยุดไปชั่วครู่กลับมาเดินอีกครั้ง ความเครียดทำให้โต้งกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อรอปฏิกิริยาตอบกลับจากแม่

“แม่อยากฝากชวนมิว ชวนเขามาทานข้าวที่บ้านเรา เรื่องพี่จูนแม่ยังไม่ได้ขอบคุณอะไรมิวเขาเลย โต้งบอกมิวให้แม่หน่อยได้มั้ย” สุนีย์บอกลูกชายด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น พยายามซ่อนน้ำตาที่ปริ่มอยู่ที่ขอบตา เธอดีใจเหลือเกินที่โต้งเลือกที่จะไม่โกหกเธอ

โต้งหันกลับมามองสุนีย์ แววตาเต็มไปด้วยคำถาม เหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน รอยยิ้มที่อบอุ่น ความอ่อนโยนที่อยู่ในดวงตาของแม่ ทำให้ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความสับสนที่อวลอยู่ในอกมายาวนานจางหายไป

“ได้ครับแม่” โต้งยิ้มกว้าง

รถหยุดลงหน้าประตูโรงเรียน

“แม่รักลูกนะ” มือผอมบางลูบศีรษะโต้งด้วยความรัก เธอยิ้มให้ลูกชาย ที่ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสุข ขณะที่หัวใจของความเป็นแม่ยังปวดร้าวและผิดหวัง

“ผมก็รักแม่ครับ”

สิ้นเสียงปิดประตูรถ สุนีย์เหมือนกลับมาอยู่ในโลกของตัวเองอีกครั้ง เธอถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเพื่อระบายความผิดหวังที่อัดแน่นอยู่ภายใน มือผอมบางหยิบทิชชูขึ้นซับหัวตา แม้ว่าเธอจะได้ตัดสินใจแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ว่าจะยอมรับในสิ่งที่ลูกเลือก และเธอจะอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าสิ่งที่โต้งเลือกจะเป็นอะไร ดีกว่าปล่อยให้โต้งให้ไปอยู่ในที่ที่เธอเข้าไปไม่ถึง ซึ่งเธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะต้องเสียโต้งไปเหมือนกับที่เสียแตง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“เข้ามาก่อนซิมิว” โต้งเชื้อเชิญมิวเข้ามาในห้องของเขา

มิวรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้อง สายตาสำรวจไปรอบๆห้องนอนที่ตกแต่งเรียบง่าย

โต้งลากเก้าอี้มาให้เพื่อนคนพิเศษของเขาด้วยความกระตือรือร้น เขาส่งน้ำให้กับมิวก่อนจะนั่งลงบนเตียงฝั่งตรงข้าม ร่างโปร่งก้มหน้ามองแก้วน้ำในมือเพื่อซ่อนรอยยิ้มและใบหน้าที่เขารู้สึกว่ามีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปกติ นึกโทษว่าเป็นเพราะสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองตรงมา

“โต้ง มิว ลงมากินข้าวได้แล้วลูก” เสียงเรียกจากข้างล่างทำลายความเงียบระหว่างเขาทั้งคู่ที่ได้แต่นั่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น เพราะยังนึกไม่ออกว่าจะยกเรื่องอะไรมาคุยกันดี

“ครับแม่” โต้งตะโกนตอบลงไป ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำมิวลงไปยังโต๊ะกินข้าว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ในตอนแรกที่รู้ว่าน้าสุนีย์ชวนเขามากินข้าวที่บ้าน มิวรู้สึกกังวลใจมาก เพราะคำพูดที่เธอทิ้งไว้ให้เขาในวันนั้นยังสร้างบาดแผลที่สดใหม่ในความทรงจำ แต่จากใบหน้าที่เกลื่อนไปด้วยร่องรอยแห่งความสุขของโต้งตอนที่ชวนเขานั้น ทำให้เขาเลือกที่จะตอบตกลง

ก่อนมามิวทำใจให้เตรียมรับมือกับบรรยากาศอึดอัดที่จะเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร แต่สิ่งที่เขาคาดไว้นั้นผิดไปไกลจากความเป็นจริง

“แล้วจบ ม.6 มิวคิดไว้แล้วรึยังว่าจะเรียนต่ออะไร” สุนีย์ถามเสียงเรียบแต่ไม่มีความเย็นชาแฝงอยู่ แค่นี้มิวก็ดีใจแล้ว

“ผมได้โควตา คณะดุริยางคศิลป์เรียบร้อยแล้วครับ” มิวตอบอย่างสุภาพ

“เก่งนี่เรา” กรพูดด้วยรอยยิ้ม

“ดูซิ มิวเขามีเป้าหมายแน่นอนแล้ว โต้งน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหนดี” สุนีย์บ่นอย่างไม่จริงจังกับมิวเรื่องลูกชายพร้อมร้อยยิ้มบาง

“แม่อะ” โต้งโวยวายเล็กน้อยเมื่อโดนบ่น

“เราก็พยายามเข้าหน่อย เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วไม่ใช่เหรอ” กรพูดเตือนโต้งด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ครับพ่อ” โต้งรับคำด้วยความกระตือรือร้น

“แล้ววันนี้มิวไม่มีซ้อมเหรอ” สุนีย์ถามมิว

“ไม่มีครับ”

“แล้วปกติต้องซ้อมหนักมั้ย” กรถามขึ้นบ้างด้วยความสนใจ

“ตามปกติ ก็ 5 วันต่อสัปดาห์น่ะครับ” มิวตอบด้วยเสียงสุภาพ เขาอดยิ้มกับความอบอุ่นของบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานไม่ได้ ความอบอุ่นนั้นผ่านเข้ามาถึงหัวใจ

“อืมมม หนักเหมือนกันนะ” กรพูดด้วยความชื่นชม

“มิวขยันขนาดนี้ โต้งก็ต้องขยันบ้างนะลูก” สุนีย์หันมาพูดกับลูกชาย

“อ้าว ทำไมวกกลับมาบ่นเรื่องผมได้ล่ะเนี่ย” โต้งบ่นด้วยสีหน้าเบื่อๆ ทั้งที่มุมปากยังยกยิ้ม

เวลาของมื้อเย็นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลาที่กรจะต้องพักผ่อน มิวจึงขอตัวลากลับบ้าน

ในช่วงที่โต้งวิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าให้มิวที่ถูกวางทิ้งไว้บนห้องนอนของเขา เหลือเพียงสุนีย์กับมิว 2 คนที่อยู่ในห้องนั่งเล่น

“เรื่องที่ผ่านมา น้าขอโทษนะมิว” สุนีย์สบตาตรงๆกับเพื่อนของลูกชาย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดมากเลยครับ” มิวตอบด้วยรอยยิ้มแจ่มใส คำพูดจากสุนีย์ทำให้ความกังวลที่อยู่ในใจทั้งหมดของมิวหายไป

“ขอบใจนะ” ทันทีที่สุนีย์พูดจบ โต้งก็วิ่งถือกระเป๋าของมิวเข้ามา

“ขอบคุณมากครับน้าสุนีย์ ผมกลับก่อนนะครับ” มิวประนมมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า

“กลับบ้านดีๆนะ” สุนีย์ยิ้ม

“แม่ เดี๋ยวผมไปส่งมิวขึ้นแท็กซี่นะ”

สุนีย์ยิ้มก่อนจะพยักหน้าอนุญาต

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

นาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนังบอกเวลาเกือบตี 1 แล้ว แต่ไฟในห้องนอนของโต้งยังเปิดสว่าง สุนีย์ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของโต้งในมือมีแก้วนม ก่อนที่เธอจะเคาะประตู บานประตูก็ถูกเปิดออกจากภายใน

“อ้าวแม่ ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” โต้งแปลกใจที่เห็นแม่ของเขายังไม่นอน

“แม่เอานมมาให้ เดี๋ยวแม่ก็จะไปนอนแล้ว” สุนีย์ยื่นแก้วให้กับโต้ง

“ขอบคุณครับ กำลังว่าจะออกมาหาอะไรกินพอดีเลย” โต้งรับแก้วนมมาจากแม่

“แม่ไปนอนแล้วนะ แล้วอย่าอ่านหนังสือให้มันดึกนัก พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า” แม่ยิ้มให้กับลูกชาย ที่ขยันขึ้นผิดหูผิดตานับตั้งแต่วันที่เธอชวนมิวมากินข้าวที่บ้าน และตั้งแต่วันนั้น สุนีย์เห็นความเปลี่ยนแปลงของโต้งชัดเจน ลูกชายของเธอกลับมาร่าเริง แจ่มใสขึ้น ไม่เอาแต่หมกมุ่นอยู่ในความคิดของตัวเอง และเอาใจใส่ต่อการเรียนมากขึ้น เธออดนึกขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจยอมรับในสิ่งที่ลูกเลือก

“ครับแม่” โต้งรับคำก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือต่อเพื่อเตรียมตัวสอบ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“วันนี้แม่ไม่ต้องไปรับโต้งนะ เลิกเรียนแล้วโต้งจะไปดูมิวซ้อมหน่อย” ชายหนุ่มบอกกับแม่ก่อนที่จะลงจากรถในตอนเช้า

“แล้วจะกลับกี่โมง”

“ไม่ดึกหรอกแม่ ไปดูแป๊ปเดียว มิวซ้อมเพลงใหม่”

“อย่ากลับเกิน 4 ทุ่มนะโต้ง” สุนีย์เตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้ห้าม

“ครับแม่” โต้งรับคำ ด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะลงจากรถ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ระหว่างทางจากสยามไปห้องซ้อมของวง August โต้งนึกถึงเพลงที่เมื่อคืนได้ฟังทางโทรศัพท์ ท่วงทำนองเพลงรัก...ในอารมณ์สนุกสดใส เพลงใหม่ที่มิวจะซ้อมร่วมกับเพื่อนๆในวันนี้ โต้งชะเง้อมองการจราจรที่ติดเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เขานึกอยากให้ไปถึงห้องซ้อมเร็วๆ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ทันทีที่โต้งเปิดประตูห้องซ้อมเข้าไป ภาพที่สมาชิกทุกคนกำลังมุงร่างร่างหนึ่งที่นั่งอยู่กับพื้นทำให้รอยยิ้มหายไป เขายืนนิ่ง

“เฮ้ย โต้งมาพอดีเลย” เอ็กซ์ทักคนที่เพิ่งมาถึง เมื่อสมาชิกคนอื่นๆ รู้ว่าโต้งมาจึงขยับเปิดทาง เขาจึงมองเห็นใบหน้าของคนที่กำลังพยุงตัวเองเพื่อลุกขึ้น พร้อมกับสะบัดหัวเพื่อขับไล่ความมึนงง

“มิว นายเป็นอะไร” โต้งรีบเข้าไปช่วยประคองด้วยความตกใจ มือที่สัมผัสกับต้นแขนทำให้เขารู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ

“ก็ไอ้มิวน่ะ มันเป็นไข้ บอกให้มันกลับบ้านไปนอนพัก พรุ่งนี้ค่อยมาซ้อม มันก็บอกว่าไหวๆ” แม้น้ำเสียงของเอ็กซ์จะฟังดูเหมือนหงุดหงิดติดรำคาญอยู่บ้าง แต่มิวก็รู้ดีว่ามันแฝงด้วยความห่วงใยเขามากเพียงใด

“มึงก็พูดเกินไปไอ้เอ็กซ์” ร่างโปร่งที่ค่อยยังชั่วจากอาการมึนหัวแล้ว แต่เขายังรู้สึกร้อนผ่าวที่ศีรษะตอบโต้เพื่อนที่กำลังหงุดหงิดด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

มือหนาข้างหนึ่งของคนที่ยังประคองเขาอยู่ขยับจากไหล่มาทาบลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้

“นายเป็นไข้สูงจริงๆด้วย” โต้งพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย เขาอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเพราะเขามิวถึงต้องฝืน

“โต้ง นายช่วยไปส่งมิวมันหน่อยนะ เดี๋ยวพวกเราคงซ้อมต่ออีกหน่อยก็จะกลับกันแล้ว” เอ็กซ์พูดขณะที่เดินไปหยิบกระเป๋าของเพื่อน แล้วส่งให้กับโต้ง

“เดี๋ยวเราไปส่งมิวเองไม่ต้องห่วง ขอบใจมากนะ” โต้งรับกระเป๋ามาถือรวมไว้กับกระเป๋าของเขา

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

โต้งดูแลให้มิวเข้านอน หลังจากที่ให้กินข้าวต้มที่เขาออกไปซื้อมาจากร้านที่หน้าปากซอยและกินยาลดไข้เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงเดินออกมาจากห้องนอนของมิว ก่อนจะปิดประตูอย่างเบามือ เวลาบนโทรศัพท์มือถือบอกเวลาเกือบ 4 ทุ่มแล้ว เวลาที่เขาควรจะถึงบ้านตามที่รับปากไว้กับแม่ เขามองประตูคิดถึงคนที่นอนอยู่ในห้องแล้วตัดสินกดโทรศัพท์

“สวัสดีค่ะ” เสียงของแม่ดังมาตามสาย

“แม่ครับ”

“โต้งเหรอลูก อยู่ไหนแล้ว จวนจะถึงบ้านรึยัง”

“มิวป่วยครับแม่”

“ตายจริง มิวเป็นอะไรมากมั้ย จะให้แม่พาไปโรงพยาบาลมั้ยโต้ง”

“มิวเป็นไข้ครับแม่”

“แล้วนี่ เราหายาให้เพื่อนกินรึยัง”

“ผมให้มิวข้าวกินยาเรียบร้อยแล้วครับแม่”

สุนีย์นิ่งรอเสียงจากปลายสายอีกด้านที่เงียบไป

“ผมเป็นห่วงมิวน่ะแม่ คืนนี้...ผมขอค้างบ้านมิว...ได้มั้ย” โต้งตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดออกไปด้วยน้ำเสียงอึกอักเล็กน้อย

สิ่งที่โต้งขออนุญาตเธอ เป็นคำขอที่เธอคาดเดาไว้แล้ว สุนีย์ใช้เวลาตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจบาง

“แม่อนุญาตก็ได้ แต่พรุ่งนี้เราต้องไปเรียนหนังสือตามปกตินะ ห้ามโดดเรียน” เธอปล่อยให้ลูกชายอยู่ค้างบ้านมิว ทั้งๆที่ผ่านมาเธอพยายามให้ทั้งคู่มาใช้เวลาอยู่ที่บ้านของครอบครัวเธอมากกว่าให้ไปอยู่กันลำพังที่บ้านของมิว เพราะอยากให้ทั้งสองอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ แต่ครั้งนี้สุนีย์เลือกที่จะเชื่อใจลูกของเธอ ... ลูกชายที่เธอเชื่อว่าจะไม่โกหกเธอ

“ขอบคุณครับแม่”

“ดูแลเพื่อนแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ รู้มั้ย”

“ครับแม่”

หลังจากที่โต้งวางสายแล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของมิวอย่างแผ่วเบา ด้วยกลัวว่าเขาอาจจะทำเสียงดังจนทำให้อีกฝ่ายตื่น

“ยังไม่กลับเหรอโต้ง” มิวรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงประตูที่เปิดออก

“ยังไม่กลับหรอก คืนนี้เราจะอยู่ดูแลนาย” โต้งยิ้มในแสงสลัวของโคมไฟหัวเตียง

“ไม่ต้องดูแลอะไรขนาดนั้นหรอก กินยาแล้วเดี๋ยวก็หาย” มิวพูดกับคนที่กำลังลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
ก่อนจะขยับตัว เพื่อแบ่งพื้นที่บนเตียงให้อีกฝ่ายนอนด้วย เหมือนในวันวาน

“มานอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า”

รอยยิ้มกว้างที่บ่งบอกว่าอาการของมิวไม่เป็นไรมากอย่างที่เจ้าตัวพยายามบอกเขา ทำให้โต้งเปลี่ยนใจขอแบ่งครึ่งเตียงของเพื่อน

ในช่วงเวลาแห่งความฝัน โต้งรู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนที่แนบลงกับไหล่ของเขา เขาจึงพลิกตัวนอนตะแคงพาดแขนโอบกอดร่างนั้นไว้

เมื่อลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เขามองเห็นคือ ใบหน้ายามหลับสนิทของคนที่เขาตั้งใจจะอยู่เฝ้าไข้เมื่อคืนนี้ โต้งยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะแนบหน้าผากของเขากับหน้าผากของมิวเพื่อวัดไข้ อุณหภูมิของคนในวงแขนของเขากลับเป็นปกติแล้ว เขาจึงขยับลุกจากเตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

“อย่าเพิ่งลุกเลย ไม่นอนต่ออีกหน่อยเหรอ” โต้งพูดกับมิวที่กำลังจะลุกขึ้น

“หายดีแล้ว” มิวลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมตัวไปเปิดประตูส่งโต้งข้างล่าง

โต้งหยุดยืนตรงข้ามกับมิว มืออุ่นสัมผัสหน้าผากได้รูปของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล

“ไม่มึนหัวแล้วใช่มั้ย”

“ไม่แล้ว ขอบคุณนะที่อยู่เป็นเพื่อนเรา” ร่างโปร่งรับรู้ถึงความห่วงใยมากมายของเพื่อนคนพิเศษคนนี้ เขาอยากจะหาถ้อยคำที่จะบอกขอบคุณอ้อมกอดที่อบอุ่นให้ได้มากกว่าประโยคพื้นๆที่เขาเพิ่งพูดออกไป แต่เขาไม่อาจห้ามน้ำเสียงที่เริ่มสั่นไหวเพราะอารมณ์ที่เอ่อท้นขึ้นมาจากภายในได้

“ไม่เป็นไร นายหายป่วยก็ดีแล้ว คราวหน้าอย่าฝืนตัวเองนะ” โต้งยิ้มตอบรอยยิ้มของคนที่อยู่ตรงหน้า เขามองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เหมือนมีน้ำตาคลออยู่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย .. แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ชัดเจนอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ ในที่สุดเขาก็รวบร่างโปร่งบางเข้ามาแนบกอดไว้ในวงแขน แก้มของเขาสัมผัสกับแก้มของคนในอ้อมกอด มือกว้างลูบผมของมิวเบาๆ รับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของกันและกัน

“วันนี้เรายังพูดคำนั้นกับมิว หรือ ให้สัญญาอะไรกับมิวไม่ได้ เรารู้แค่ว่าเรารักมิว อยากอยู่กับมิวแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าวันที่เราโตพอที่จะสามารถดูแลมิวได้มาถึงเมื่อไหร่ เราจะบอกคำนั้นกับมิวนะ”

แขนของมิวที่ปล่อยลงไว้ข้างตัวด้วยความตกใจที่จู่ๆก็ถูกดึงเข้าไปกอด ยกขึ้นโอบรอบแผ่นหลังกว้าง แขนทั้งสองข้างออกแรงกอดรัดไม่น้อยไปกว่าอีกฝ่าย มิวพยักหน้ารับรู้คำพูดของโต้งด้วยน้ำตาและรอยยิ้ม


= = = = = = = End = = = = = = = = = =




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2550
14 comments
Last Update : 2 ธันวาคม 2550 23:08:12 น.
Counter : 743 Pageviews.

 

ว่าไงค่ะ บัดดี้ สบายดีเปล่าอะค่ะ รักแห่งสยามก็อยากไปดูนะค่ะแต่ยังไม่มีเวลาเลยจริงๆ

 

โดย: กุ๊กไก่ (kaijunk ) 5 ธันวาคม 2550 9:28:14 น.  

 

ในที่สุดมันก็แฮปปี้เน๊าะ ชื่นชมแม่โต้งมากเลย อิอิ เข้าใจลูกดี ว่างๆก็แต่งอีกนะ จะเข้ามาอ่าน อิอิ

 

โดย: +โมโมคุง+ IP: 125.26.120.252 8 ธันวาคม 2550 11:41:45 น.  

 

เอาอีกก้อดีๆๆๆ...หนุกมากมาย

เอาต่อๆๆๆๆๆ

เคิ๊กๆๆ บ้าคลั่ง

ขอบคุณน๊ะ...ที่แต่งมาให้อ่านกัน*//

 

โดย: ดิวจัง-++ IP: 222.123.67.132 8 ธันวาคม 2550 13:30:55 น.  

 

+++ หวัดดีค่ะ กุ๊กไก่

ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม พุทราไม่ได้ไปเยี่ยมที่ Blog ของกุ๊กไก่เลยอ่ะค่ะ ขอโทษนะคะ ช่วงนี้งานไ่ม่เสร็จๆๆๆๆๆๆ เพราะ..ตัวพุทราไม่ดีเองง่ะ...

อยากให้กุ๊กไก่ไปดูจังเลยค่ะ น่ารักมากขอบอก และได้อะไรมากกว่า ฉากจูบ เยอะมากๆ ^ ^


+++ หวัดดีค่ะ คุณโมโมคุง

ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาเยี่ยมที่ Blog และ..ขอบคุณมากๆค่ะ ที่อ่านเรื่องที่พุทราเขียนด้วย ทั้งๆที่มัน..

พุทราอยากให้มัน Happy มากๆเลย ไม่อยากให้จบด้วยน้ำตาของมิวเลย แล้วก็ อยากดู version ที่มันไม่ตัดด้วยอ่ะ อยากมากๆ


+++ หวัดดีค่ะ ดิวจัง

ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาเยี่ยมที่ Blog และ..ขอบคุณมากๆค่ะ ที่อ่านเรื่องที่พุทราเขียนด้วย ทั้งๆที่มัน..

จริง.. เห็นด้วยสุดๆๆๆๆ พุทราก็เพ้อคลั่งค่ะ คลั่งจนทำงานไม่ได้เลย เวรกรรม ^ ^"

 

โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ 10 ธันวาคม 2550 14:12:59 น.  

 

ญปัด มาเขียนให้จบแบบที่อยากได้นี่เอง

ถ้าเป็นผมนะ ได้มี xxx yyy เรียบร้อยไปแล้ว ฮะฮะ

 

โดย: kennetto 11 มกราคม 2551 11:43:45 น.  

 

+++ หวัดดีค่ะ ญ เนต

ขอบคุณอีกครั้งค่ะที่แวะมาทักทายกัน

อืมม ใช่พุทราอยากให้จบอย่างงี้ง่ะ ไม่เห็นด้วยเลย ที่อะไรๆหนัง Boy's love มันต้องจบเศร้าทุกทีเลย ชอบแนว Formular17 น่ะค่ะ ^ ^

ถ้ามี version 2 มีฉาก xxx yyy พุทราจะไปปรึกษา ญ เนต นะคะ ^ ^

 

โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ 15 มกราคม 2551 22:14:59 น.  

 

ฮ้า ----
เพิ่งซื้อแผ่นมาดู ซึมลึกไปเลยวันเลยเน้อ

ทว่า เขียนอีกเฮอะ ยังไม่จุจายเลย


ไว้จะตามมาดูเวอร์ชั่นใหม่ๆ นะค๊า

 

โดย: xiaolin & me 11 มีนาคม 2551 1:07:02 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ xiaolin & me

ขอบคุณนะคะที่แวะมาอ่าน แล้วเม้นต์ให้พุทราด้วย ^ ^

ยังไม่ได้แผ่นเลย จอง LE เอาไว้เมื่อไหร่จะออกก็ไม่รู้อ่ะค่ะ รอจะเหี่ยวแล้ว

ยังไม่จุใจ แต่พุทราไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วอ่ะค่ะ ความสามารถไม่ค่อยจะถึงน่ะค่ะ ^ ^"

ถ้าดู LE ที่เป็นเวอร์ชั่น Director's Cut แล้วอารมณ์พลุ่งพล่านอีก อาจจะได้มาเขียนระงับอาการอ่ะค่ะ ^ ^"

 

โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ 11 มีนาคม 2551 22:56:57 น.  

 

เอ...ตุ๊กตาไม้ตัวนั้น
ว่าจมูกมันสมบูรณ์ก็ดูแปลก ๆ ไปเนอะ

มันดูไม่เข้ากันซักเท่าไหร่

 

โดย: เซโก้4 13 มีนาคม 2551 0:30:53 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด




จิ้นต่อได้อีกค่ะ เอิ๊กกกกกกกกกก >///<

น่ารักมากๆ ชอบอ่า ^^


ขอบคุณมากค่ะ เราชอบมากมาย
น่ารักๆ

 

โดย: KFC'labor IP: 125.26.89.102 31 มีนาคม 2551 16:25:38 น.  

 

+++ สวัสดีค่ะ พี่โก้

จมูกไม่สมบูรณ์ก็ดูแปลกๆ ... พุทราเห็นด้วยนะพี่โก็ แต่ก็อดไม่ได้ที่อยากให้จมูกมันสมบูรณ์ T_T


+++ สวัสดีค่ะ คุณ KFC'labor

ขอบคุณนะคะที่ชอบ พุทราก็ชอบเรื่องนี้(หมายถึงต้นฉบับนะคะ ไม่ได้ที่เขียนเอง ^ ^") มากๆเหมือนกัน เดี๋ยวจะต้องหาเวลาว่าง แว่บไปเอา DVD LE ซักกะหน่อย นี่ยังไม่ได้ไปเอาเลย

 

โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ 3 เมษายน 2551 22:16:57 น.  

 

เข้ามาบินด้วยครับ
ตีปีกพับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กระหัง กระหัง

 

โดย: ตุ๊กตาไล่ฝนจากดวงตา 2 พฤษภาคม 2551 7:20:25 น.  

 

เพิ่งได้ตามมาอ่าน เขียนได้น่ารักมากเลยค่ะ ว่าแต่อยากอ่านจังเลยอะ มีแววว่าจะเขียนต่อบ้างไหมคะ

 

โดย: bee boa IP: 203.144.215.178 9 พฤษภาคม 2551 15:02:24 น.  

 

เพิ่งตามมาอ่าน สนุกมากๆๆๆค่ะ ^^

อยากให้เขียน สเปเชี่ยล มากๆ

หรือไม่ก็ เขียนต่อไปเรื่อยๆเลยก็ยิ่งดี

อยากอ่านต่อไปเรื่อย 55

ขอบคุณที่แต่งนะคะ ^___^

 

โดย: สักวัน IP: 125.26.34.248 10 พฤษภาคม 2551 19:24:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แค่ก้อนหินที่อยากบินได้
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอมี Blog กับเค้าด้วยคนนะคะ ^ ^

Friends' blogs
[Add แค่ก้อนหินที่อยากบินได้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.