อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 กันยายน 2564
 
All Blogs
 
ตอนที่ 4 : เจ้าพระยา-ไนล์ โดย ภูระริน




4



วิหารปรากฏขึ้นหน้าโลงศพของตัวเองในขณะที่โลกมนุษย์อยู่ในห้วงเวลาแห่งความเงียบสงบ หล่อนก้มดูสองมือของตัวเองที่พลิกไปมาอยู่

“สุดท้ายก็กลายเป็นผีที่ไม่มีอนาคต เวรจริง ๆ ” หล่อนส่ายหน้าในความไม่รู้ที่เกิดขึ้นเต็มหัว เมื่อหันหน้ามาก็เจอเจ้าสัวมงคลยืนอยู่ในแสงไฟที่สลัว

“ลื้อได้ทุกอย่างแล้ว ลื้อก็กลับมานะลูก” สีหน้าของบิดาดูเรียบเฉย แต่วิหารรู้ดีว่ามันเต็มไปด้วยความกังวลเช่นกัน ความปรารถนาของเธอยิ่งใหญ่ แต่ความรักของเตี่ยยิ่งใหญ่กว่ามาก เราพ่อลูกใช้เวลาชีวิตด้วยความเข้าใจมาตลอด

แม้แต่ตอนนี้ก็ยังมายืนอยู่ที่เดียวกัน แม้จะอยู่คนละภพ หนทางที่เธอเลือกไม่เคยถูกเพิกเฉยจากคนข้าง ๆ มาตั้งแต่ยังเล็ก หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา



เสียงเคาะประตูบอกคนที่มาหาได้เป็นอย่างดี “เตี่ยเข้ามาเลยค่ะ” วิหารที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ปิดหนังสือหน้านั้นไว้แล้วหันมายิ้มกว้างให้บิดา

“ดึกแล้วลูกต้องอ่านถึงเช้าเลยเหรออาน้ำผึ้ง ? ”

“กลางคืนมันวิเศษนะเตี่ย น้ำผึ้งชอบมากเลย มันทำให้สมองจำเรื่องที่อ่านได้แม่น ไม่งั้นจะสอบติดแพทย์เหรอ นี่ปีสามแล้วก็ยังสนุกกับการอ่านมาก ๆ เลย”

“อั๊วรู้ว่าลื้อฉลาด แต่เราเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ลื้อต้องพูดจาให้มันดีกว่านี้ พูดจาให้มันมีหางเสียง แม่เป็นคนไทยแท้ ไม่มีแม่ก็อย่าให้คนมาตำหนิได้ อยู่กันเราพ่อลูกก็พอจะฟังได้เพราะตัวลื้อเองก็ไม่ได้เรียบร้อยเหมือนเด็กผู้หญิง แต่อยู่ในสังคมก็ต้องระวังนะ”

“เตี่ยพูดเหมือนไม่รู้จักน้ำผึ้ง ก็เราพ่อลูกก็พูดกันแค่นี้แหละ ขอโทษค่ะ ว่าแต่ว่ามีอะไรเหรอคะ ? ”

“เตี่ยมานึกถึงเอกสารที่ลื้อเขียนแสดงความจำนงไว้ตั้งแต่ปี 1 เห็นมีช่องว่างและเตี่ยไม่เข้าใจนัก หรืออาจจะลืม ทำไมไม่ให้ฉีดยากันเสียนะ ? ”

“เขาเรียกฟอร์มาลีนเตี่ย ก็แค่เผื่อว่าถ้าน้ำผึ้งไม่ได้ตายจริง ๆ จะได้กลับมาได้”

“ลื้อก็ต้องบูดอยู่ดีเพราะตายก็ไม่มีลมหายใจ เลือดลมจะเดินได้ยังไง ? ”

“น้ำผึ้งกำลังหาวิธีที่จะรักษาร่างไว้ให้ได้นานที่สุด มัมมี่ยังเก็บไว้ได้เป็นพัน ๆ ปี น้ำผึ้งเรียนแพทย์ต้องมีทาง”

“ลื้อนี่ละน้า มาสนใจอะไรเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเตี่ยตายก่อนลื้อจะทำยังไง ? ”

“ไม่มีทาง เตี่ยสุขภาพดีมาก น้ำผึ้งตรวจเตี่ยละเอียดยิบ เว้นแต่พวกสาว ๆ ของเตี่ยจะวางยา ถ้าเตี่ยไม่ฉลาดน้ำผึ้งก็ช่วยไม่ได้”

“พูดจาได้น่าเตะจริง ๆ ลูกคนนี้ ไม่รู้มันเป็นผู้หญิงได้ยังไง อุตส่าห์อยากได้ผู้หญิงเหมือนแม่ แล้วดูมันพูด”

“เตี่ยนี่ก็แปลก คนจีนเขาชอบลูกชายทั้งนั้น ตัวเองดันอยากได้ผู้หญิง”

“แม่ลื้อเป็นผู้หญิงที่ต้องรักษาไว้ เสียแต่อายุสั้น คลอดลูกได้ไม่นานก็ไป สมัยก่อนหยูกยามันไม่ได้ดีแบบนี้ เป็นไข้ก็ตายได้ ร่างกายแม่ลื้อไม่ค่อยดีนักด้วย”

“ก็ตั้งชื่อลูกเหมือนชื่อเมียขนาดนี้ คุณนายน้ำผึ้งเลยได้เกิดใหม่นี่ไง อย่าไปเสียใจกับสิ่งที่มันจบไปแล้วเลยเตี่ย น้ำผึ้งคือแม่ แม่คือน้ำผึ้ง จะอยู่กับเตี่ยตลอดไป”

“โกหก ใครจะอยู่ค้ำฟ้า สรุป ไม่ฉีดยาไม่บูดทำยังไง ไปคิดมา”

วิหารส่ายหน้า บิดาของเธอไม่ใช่คนแก่ที่โบราณคร่ำครึ หากแต่พยายามเข้าใจโลกใหม่เสมอ คงเพราะมีเมียเด็ก ๆ อยู่หลายคน ทำให้ท่านวางเรื่องทุกข์หรือสุขได้เร็วกว่าใคร หัวใจนั้นรักแม่ที่สุด เธอคงเป็นอานิสงส์ของความรักเพราะใช้ชื่อเดียวกับแม่ ชื่อจริงของเธอถูกตั้งว่าวิหารเพราะแม่ตั้งให้ แต่ไม่มีชื่อเล่น บิดาจึงเรียกชื่อเดียวกับแม่มาตลอด แต่เธอไม่เหมือนแม่เลยแม้แต่นิดเดียว



เสียงคุยกันเบา ๆ บ้างดังบ้างปะปนกันในตอนเช้า ห้องผ่าตัดที่ทอดยาวเข้าไปนั้นเต็มไปด้วยบุคลากรอันทรงคุณค่า เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด พยาบาลวิสัญญี วิสัญญีแพทย์กำลังสนทนากันด้วยเรื่องทั่วไปเมื่อเดินผ่านกัน บางคนที่พึ่งผลักประตูเข้ามาก็มีท่าทางกระฉับกระเฉง เป้ที่สะพายอยู่ข้างหลังบอกรสนิยมและตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาได้ดี

ใครจะรู้ว่าเมื่อเวลาที่กำหนดไว้ตามตารางผ่าตัดเดินทางมาถึง พวกเขาจะกลายเป็นคนที่กุมชีวิตคนคนหนึ่งไว้ด้วยความรับผิดชอบอันสูงสุด แพทย์หญิงวีณา วิสัญญีแพทย์ก้าวเร็ว ๆ เข้ามาในห้อง หล่อนวางกระเป๋าถือราคาแพงลิ่วรุ่นใหม่ล่าสุดลงในห้องพักแพทย์ ชุดเดรสสีแดงที่ใส่อยู่งดงามเพียบพร้อมด้วยการตัดเย็บที่เรียกว่าชั้นยอด “เคส CA breast MRM กี่คน ? ”

“มะเร็งเต้านม ผ่าตัดแบบ MRM 2 คนค่ะ ของอาจารย์รุจน์” ผู้ช่วยที่ดูแลห้องผ่าตัดและตารางผ่าตัดคนหนึ่งรายงาน

“เตรียมตัว แค่นี้แหละ ไปได้”

“ค่ะอาจารย์”

เมื่อเวลามาถึง รถเข็นคนไข้ก็มาจอดรออยู่แล้ว หมอวีณาเดินออกมาแล้วถามคนไข้ที่นอนอยู่ “คนไข้ชื่ออะไรคะ ? ” เมื่อฟังชื่อและนามสกุลจบแล้ว หล่อนก็จดข้อมูลลงในเอกสารในมือ “ผ่าแบบ MRM นะคะก้อนมันใหญ่ จะผ่าใหญ่เลยนะ เราจะวางยาสลบโดยให้คนไข้ดมยา ไม่เจ็บเลย หลับสบาย ๆ เมื่อฟื้นแล้วก็จะดูแลในห้องพักฟื้น หลังจากที่รู้ตัวคนไข้ตั้งสติให้ดี อย่าดิ้น เดี๋ยวตกเตียงนะคะ”

การประเมินคนไข้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งตรวจสอบช่องปากและทุกอย่างที่ต้องดูแล คนไข้จะอยู่ในมือเธอและศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดที่ทำงานร่วมกัน การเตรียมคนไข้ในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบความพร้อมของคนไข้ในขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อทุกฝ่ายพร้อมคนไข้ก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด แสงสว่างจ้าไปทั้งห้อง เจ้าหน้าที่เกือบ 10 คนทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ในนั้นอย่างรวดเร็ว มีระบบ ทันทีที่คนไข้ถูกย้ายขึ้นเตียงผ่าตัด หลายมือของบุคลากรเหล่านั้นก็ใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องติดไว้ที่ตัวคนไข้ เพียงไม่นานทุกอย่างก็ดูเหมือนอีกโลก เมื่อศัลยแพทย์ที่นั่งอยู่เริ่มขยับตัว “พร้อมหรือยัง ? ”

“เริ่มเลยค่ะ” หมอวีณาก้มหน้าอยู่เหนือศีรษะคนไข้ “หายใจลึก ๆ 3 ครั้งนะคะ อย่าลืมนะคะ ตื่นมาให้มีสตินะคะ ไม่ดิ้นนะ หนึ่ง สอง……”

สัญญาณสุดท้ายจากวิสัญญีแพทย์หายไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะของคนไข้ โลกอันเงียบสงบของมนุษย์คนหนึ่งราวกับชีวิตที่ไร้การตอบสนอง ไร้ความเจ็บปวด พวกเขาอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเต็มประสิทธิภาพ การระงับความเจ็บปวดด้วยการดูแลลมหายใจของคนไข้ในระหว่างการผ่าตัดไม่ใช่ทุกคนในโลกจะทำได้ หมอวีณาอมยิ้มในความสำเร็จเสมอ



หลังจากทำงานและมีเวลาพักผ่อน หญิงสาวก็มานั่งดื่มกาแฟอยู่ในคาเฟ่ชั้นดี ร้านรวงสมัยนี้ไม่เรียกว่าร้านกาแฟเสียแล้ว หากแต่เรียกว่าคาเฟ่ มันช่างต่างกับสมัยก่อนในยุคที่คาเฟ่ร้านอาหารที่เปิดในตอนกลางคืนยังรุ่งเรือง คาเฟ่วันนี้สำหรับเด็กรุ่นใหม่ก็คือร้านขายกาแฟที่น่านั่งและทำให้โลกดูสดใส “มาแล้วจ้าคนสวย รอนานไหม ? ” แพทย์หญิงวิภาดานั่งลงแล้วยิ้ม หล่อนแต่งตัวมีสีสันไม่ได้แพ้อีกคนเลย

“มาก่อนเวลา ไม่มีใครช้าสำหรับฉันหรอก ว่าแต่มีอะไรนัดมาแบบนี้ ? ไม่คิดว่าเธอจะอยากเจอฉัน หมอผ่าตัดคงไม่ได้ว่างมาเจอวิสัญญีอย่างฉันมั้ง” น้ำเสียงแกมประชดทำให้อีกคนอมยิ้ม

“เกลียดศัลยแพทย์คู่แข่งที่แย่งแฟนเก่า ก็อย่าเหมาสิยะ ฉันนี่เพื่อนแก พ่อแม่น้องแกก็เป็นศัลยแพทย์นะวี”

“ชีวิตยังดีมีน้องคนเล็กเป็นแฟนคลับ ฉันไม่แคร์หรอกพวกหมอศัลย์ ไม่มีฉันสิจะหนาว ไม่อยากจะคุย” หล่อนค้อนขวับ หมอวิภาดาหัวเราะ แล้วหันไปหาอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา เด็กสาวหน้าตาสดใสยกมือไหว้หมอวีณา

“วีณานี่น้ำผึ้ง เป็นญาติห่าง ๆ นักเรียนแพทย์ปีสาม เขาอยากเรียนต่อเฉพาะทางวิสัญญี ชื่อจริงชื่อวิหาร รุ่นน้องเรา พามาหาเธอเพราะเห็นว่าเธออยากได้เลขาส่วนตัว”

หมอวีณาจ้องอีกคนนิ่งเมื่อรับไหว้แล้ว “ปี 3 ก็เรียนหนัก จะเอาเวลาไหนมาช่วยฉัน งานฉันมีทั้งงานแพทย์และงานธุรกิจ”

“หนูทำได้ค่ะ หนูนอนดึก ตื่นเช้าและบางทีไม่นอนเลย ที่สนใจมาทำงานพิเศษเพราะว่าหนูอยากอยู่กับอาจารย์เก่ง ๆ ค่ะ”

“ที่บ้านฐานะดี อยู่แถวบ้านแกด้วย เผลอ ๆ อาจจะเคยเจอกันด้วยกันด้วยซ้ำ ก็รุ่นลูกเราเลย ขยัน อึด ไม่มีแฟนด้วย มีรถขับ ไม่เว่อร์ ไม่อวดรวย ไม่เถียง ความรู้รอบตัวแน่น ฉลาดเป็นกรด ฉันยืนยันว่าตรงสเปกแกมาก ข้อดีที่สุดคือ กล้าหาญมาก ๆ ”

“ถ้าพร้อมขนาดนี้ก็ต้องรับแล้วมั้ง ลูกใครเราน่ะ ? ”

“เจ้าสัวมงคลกับคุณนายน้ำผึ้งค่ะ”

“เธอก็ชื่อน้ำผึ้ง”

“ค่ะ แม่เสียตั้งแต่ได้เดือนเดียว พ่อเลยเรียกชื่อเล่นเหมือนชื่อแม่ หนูเคยเห็นอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้พบนานแล้ว”

“พ่อจะไม่ว่าเหรอมาทำงาน เธออาจะไม่ได้กลับอยุธยาบ่อยนักนะ”

“มีบ้านที่นี่ค่ะ เตี่ยมาหาเอง หนูไม่ค่อยได้กลับบ้านเหมือนกันค่ะเพราะเรียนหนัก หนูจะย้ายไปใกล้บ้านอาจารย์ได้ค่ะ”

“ก็ดี ฉันก็ไม่ได้มีเวลาไปยุ่งกับใครหรอกนะ แต่ทำงานให้เสร็จก็พอ หมอวิภาดาคงบอกหมดแล้ว ทำได้ไหม ? ”

“หนูทำได้ทุกอย่างค่ะอาจารย์”

หมอวีณาสบตาวิหารนิ่ง เด็กคนนี้เหมือนเธอไม่มีผิด ไม่มีคำว่าขาดแคลน มีแต่คำว่ามั่นใจ “เลิกใช้คำว่าหนู โตแล้ว ขอบใจนะน้ำผึ้งที่กล้าหาญมาทำงานกับฉัน”

“ค่ะอาจารย์”

“40K เงินเดือนเดือนแรก สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง ถ้าติดเรียนแค่บอก ฉันโอเค เวลาที่เหลือเป็นของฉัน ถ้าผ่านเดือนแรกได้ ฉันให้ 100K ตกลงไหม ? ”

“ตกลงค่ะ”

“ขอบใจดา ฉันจะส่งกระเป๋าไปบ้านเธอ บอกเด็กรับด้วย แพงมาก”

หมอวิภาดายิ้มพลางพยักหน้า เพื่อนของเธอใจป้ำและร่ำรวยอย่างแท้จริง หล่อนจ้างเด็กมาช่วยงานด้วยเงินแสนบาทอย่างชนิดที่ไม่กลัวขนหน้าแข้งร่วงทีเดียว วิหารเป็นเด็กที่ไม่ได้สนใจเงินทองนัก แต่จุดหมายของเธอคือวิสัญญีแพทย์ผู้ดูแลลมหายใจของคนไข้ต่างหาก เธอรู้ดีว่าในวงการนี้ใครเจ๋งที่สุด เด็กสาวเป็นญาติและพยายามขอร้องหมอวิภาดามานาน ในที่สุดหล่อนก็ได้เจอคนที่เก่งที่จะได้เรียนรู้ความเก่งแบบใกล้ชิด



เมื่อเริ่มทำงานพิเศษ วิหารก็เต็มไปด้วยความสุข เมื่อคำสั่งของหมอวีณาเป็นดั่งของขวัญที่เธอต้องการ มันสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโลกให้ได้ทุกทาง วันนี้หมอที่ทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์นั่งมองเธออยู่

“น้ำผึ้งชอบวิชาอะไรที่สุดปี 3 ? ”

“พยาธิทั่วไปค่ะ”

“ไม่เป็นพยาธิแพทย์หรอกเหรอ ? หมอวิภาดาบอกว่าเธออยากเป็นวิสัญญีแพทย์ ฉันอยากรู้ว่าพื้นฐานเธอดีแค่ไหน”

“น้ำผึ้งสนใจเรื่องเนื้อเยื่อค่ะอาจารย์ แต่ก็อยากเป็นวิสัญญีเพราะว่าเราคุมการหายใจได้ น้ำผึ้งว่ามันยากและน่าสนใจ แล้วอีกอย่างส่วนตัวแล้วน้ำผึ้งอยากรู้ว่าโลกที่คนไข้ไม่รับรู้เป็นยังไง”

“ก็แค่ดมยา ไม่รู้สึกตัว ฉันก็คุมปริมาณยาและออกซิเจน มีอะไรให้เธอสนใจ ? ต่อให้เธอเป็นคนไข้เธอก็ไม่มีทางรู้ว่าตัวเองไปไหนมา ไม่เชื่อไปถามคนไข้ดูสิ ถ้าหมอไม่เจ๋งจริงอย่างดีก็ได้ยินเสียงหมอเลื่อยกะโหลกตัวเอง แปลว่ายังไม่สลบดี ดูจากคำตอบเธอแล้วก็เหมือนพื้นฐานดี เธอสนใจเซลล์และเนื้อเยื่อไปเป็นหมอพาโธก็เข้าท่า หรือถ้าไม่ใช่ทางที่ต้องการก็ยังมีอีกสองทางเลือก พยาธิวิทยาคลินิกหรือพยาธินิติเวช เป็นแพทย์ขาดแคลนทั้งสิ้น”

“เรียนเพราะต้องเรียนค่ะ สนใจเพราะสนใจ แต่ที่น้ำผึ้งอยากเป็นคือวิสัญญีแพทย์ค่ะ มันเจ๋ง มันยากและมันต้องเข้มแข็ง อย่างอาจารย์นี่น้ำผึ้งยกให้เป็นยิ่งกว่าครู ไม่ได้สอนวิชาแพทย์กัน แต่กำลังสอนวิชาชีวิตที่แพทย์คนหนึ่งกำลังขับเคลื่อนโลก 3 ใบในเวลาเดียวกัน คือวิสัญญีแพทย์ในห้องผ่าตัด โลกแห่งชีวิตในฐานะนักธุรกิจ และโลกของคนเจ๋งที่ใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า”

“ฉันว่าเธอหาไอดอลให้ตัวเองมากกว่าครูบาอาจารย์นะ” หมอวีณาอมยิ้ม

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ น้ำผึ้งมีทุกอย่าง แต่ไม่มีแม่” หญิงสาวยิ้มเจื่อนแล้วก้มหน้าทำงานเอกสารตรงหน้า

หมอวีณาเชิดหน้าแล้วมองออกไปไกล “เธอนี่เหมือนฉันจริง ๆ สนใจในเรื่องที่คนอื่นมองผ่าน ใส่ใจในเรื่องที่ตัวเองไม่มี อายุยังน้อยอย่าไปเชื่อใครง่าย ๆ พอจบแพทย์แล้วต่อเฉพาะทาง เธออาจจะเปลี่ยนใจได้อีก”

“อาจารย์มีเรื่องที่ไม่มีด้วยเหรอคะ ? น้ำผึ้งว่าอาจารย์มีทุกอย่าง”

“เราเคยอกหักไหม ? ”

“ก็มีบ้าง แต่ไม่ได้คบใครจริงจังค่ะ แค่รักของเด็ก ๆ ”

“สิ่งที่เราไม่รู้คือหัวใจคน แฟนเก่าฉันเลือกศัลยแพทย์เป็นเจ้าสาว ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าฉันเจ๋ง สิ่งที่ฉันควบคุมได้คือเวลาที่โลกของคนไข้ดับลงเพราะฤทธิ์ยาสลบ ฉันว่าฉันคงกำราบผู้ชายหรือคนรักได้เวลานี้เท่านั้น มันคือสิ่งที่ฉันใส่ใจ ฉันถึงได้เลือกเรียนเฉพาะทางทางนี้ไง ฉันควบคุมใจแฟนเก่าฉันไม่ได้ ฉันไม่ได้ความรักหนึ่งเดียวที่แน่นอน แต่ฉันมีอำนาจในมือในฐานะแพทย์ อำนาจที่ไม่ได้เอาไปกดขี่ใคร แต่เพื่อรักษาชีวิตคนฉันเจ๋งใช่ไหมน้ำผึ้งที่ใช้ความไม่เชื่อใจเลือกอาชีพได้ ที่สำคัญคือฉันอาจจะเหนือกว่าศัลยแพทย์ด้วยซ้ำ ใช้ผู้ชายที่ทำให้เจ็บปวดเป็นแรงขับน่ะ เธอเข้าใจไหม ? ”

“ช่วง Intern คงทำให้เราเลือกทางต่อไปได้ดีกว่าตอนนี้สินะคะ”

“ใช่ ตอนทำงานใช้ทุน เธอจะรู้ว่าการแสวงหาความก้าวหน้าหรือเงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ หรือแม้แต่หาสามีภรรยามันสำคัญ เสียดายที่เกิดช้า ไม่งั้นแฟนเก่าฉันคงไม่เลือกหมอศัลย์แก่ ๆ เป็นภรรยา”

“แล้วท่านก็หย่า” วิหารก้มหน้า

หมอวีณาอมยิ้ม “สองรอบแล้วด้วย นี่คือการแสวงหาอันไม่สิ้นสุด เรียนมาด้วยกันแท้ ๆ ก็ยังไม่รู้ใจกัน เขาเป็นวิสัญญีเหมือนฉันคงปลื้มหมอศัลย์ได้เท่านั้นเพราะมองไม่เห็นใครนี่ จะว่าไปก็ไม่ผิดหรอกนะ ฉันผิดเองที่รักเพื่อนตัวเอง”

“อาจารย์สวยขนาดนี้ คงไม่มีใครมองข้ามได้หรอกค่ะ เพียงแต่ว่า ณ เวลานั้นเขาไม่ใช่คู่แท้ของอาจารย์”

“คู่อะไรก็ไม่เท่าได้ทำงานที่เรารักหรอก การเป็นหมอทำให้เราเลือกและต้องเลือกที่เหมาะ แฟนเก่าฉันยังเลือกไม่ถูกนัก แต่มันก็เป็นทางที่เขาเลือก มันก็คงดีที่สุด ณ ตอนนั้น การจะเป็นหมอเฉพาะทางสำหรับฉันมันคือโลกของฉันแล้ว แล้วเธอทำงานด้วยความเชื่อแบบไหน ? ”

“เชื่อในคนที่ศรัทธาและเชื่อตัวเองค่ะ”

แววตาของหญิงสาวทำให้หมอวีณาอมยิ้ม สองอาทิตย์ที่วิหารทำงานให้เธอก็บอกตัวตนของหญิงสาวได้เรื่อย ๆ หล่อนไม่เพียงแต่สนใจในวิชาแพทย์แต่ยังเรียนรู้ชีวิตแพทย์ด้วย ถึงหมอวิภาดาจะให้ข้อมูลมา แต่เด็กคนนี้ก็ไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวของเธอ จนเมื่อเธอเล่าเอง หญิงสาวถึงได้บอกให้รู้ทางอ้อมว่าหล่อนรู้จักเจ้านายตัวเองดี

“หมอวิภาดานี่ใส่ข้อมูลเธอมาดี เขาบอกไหมว่าฉันร้ายแค่ไหน ? ”

“ไม่เคยพูดว่าร้ายค่ะ แต่บอกว่าถ้าน้ำผึ้งไม่โดนตำหนิ น้ำผึ้งก็จะไม่มีทางฉลาดได้ เพราะหมอวีณาคือคนที่มองคนทะลุและตรงไปตรงมาที่สุด”

หมอวีณาอมยิ้ม “ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เธอเสียใจไหมที่ฉันไม่สอนอะไรเลย ? เอาแต่สั่งงาน”

“อาจารย์สอนน้ำผึ้งทุกวันค่ะ ทำสไลด์ดูชิ้นเนื้อเยื่อก็ได้งาน ดูคอลเลคชั่นใหม่ของกระเป๋าหรือเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ได้งานค่ะ”

“งั้นไปวัดก็ต้องได้งาน วันหยุดนี้มีติดงานอะไรหรือเปล่า ไปบวชด้วยกันสักคืนได้ไหม ? ฉันไปบวชบ่อย ๆ มาตั้งแต่เด็ก บวชที่แปลว่าถือศีล 8”

“ได้ค่ะ ไปค่ะ”



เมื่อวันนัดมาถึงวิหารก็ขับรถมาจอดไว้ที่บ้านหมอวีณาแล้วคนขับรถหมอวีณาก็ไปส่งทั้งสองไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง “วัดแถวบ้านเราก็มี วัดที่อาจารย์ไปคงดีนะคะ”

“ดีของใครของเราทั้งนั้นแหละ ฉันสร้างโบสถ์วิหารมามาก ฉันก็ยังไม่คิดว่าวัดไหนดีกว่าวัดไหน เหมือนเรามองไม่เห็นร่างกายภายในเรานั่นแหละ ต่อให้ตัดเซลล์เรามาส่องด้วยสไลด์เธอก็ยังบอกไม่ได้อยู่ดีว่านั่นดีของเธอหรือไม่ อย่ามองโลกแค่ในสไลด์น้ำผึ้ง พามานั่งสมาธิแล้วรอดูว่าเธอจะเห็นอะไรในหัว” หญิงสาวอมยิ้ม โลกของอาจารย์แพทย์และนักเรียนแพทย์ต่างกันตรงประสบการณ์นี่เองและวิหารต้องได้เรียนรู้เอง

วิหารรู้สึกว่าสิ่งที่อาจารย์กำลังพูดกำลังจะบอกอนาคตของเธอ หมอวีณาเห็นอะไรกันนะ เธอถึงได้ดั้นด้นมาไกล ทั้ง ๆ ที่วัดหาได้มากมายที่อยุธยา




Create Date : 05 กันยายน 2564
Last Update : 5 กันยายน 2564 18:32:38 น. 0 comments
Counter : 396 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.