อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 สิงหาคม 2564
 
All Blogs
 
ตอนที่ 2 : เจ้าพระยา-ไนล์ โดย ภูระริน



2



ทิวไม้ข้างทางระหว่างทางเข้าบ้านอยุธยาทำให้อาณาจักรรู้สึกสบายตัว เมื่อที่นี่ไม่ได้ร้อนเกินไปนัก แม้อยู่ในดินแดนทะเลทรายมานาน แต่เขาก็ชอบเวลาที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำที่สุด บ้านของเขาอยู่ริมแม่น้ำ ทางเข้าบ้านตัดออกมาจากถนนใหญ่แล้วนำทางไปบ้านใหญ่ บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนแม้ไม่ได้ดูเก่าแก่ แต่ต้นไม้ในบ้านก็ทำให้มันดูเหมือนป่าในพื้นที่เขตร้อนชื้น มารดาของเขาแพทย์หญิงสุชาดาและบิดาของเขานายแพทย์ศิลปายืนอยู่หน้าประตูบ้าน แม้ตะวันจะตกดินไปนานแล้ว ดูเหมือนท่านจะรอพวกเขาอยู่

อาณาจักรเดินลงจากรถแล้วยกมือไหว้มารดา ก่อนที่ท่านจะสวมกอดลูกชายคนเล็ก นายแพทย์ศิลปารับไหว้ลูกแล้วดึงเขาเข้าไปกอด “จบซะทีนะ หิวแล้วกระมัง พ่อแม่รอกินข้าว”

“ไม่เห็นต้องรอ เราแวะซื้ออะไรกินมาตลอดทางเลยครับ”

“แม่เขาทำกับข้าวที่เราชอบไว้ เราก็เลยกินของว่างรอมาเรื่อย ๆ ”

หมอศีตลาไม่พูดแต่เดินนำเข้าไปในบ้านเมื่อยกมือไหว้พ่อแม่แล้ว

เวลาอาหารได้เริ่มขึ้น แม้จะเป็นไปด้วยความเงียบ ไม่มีใครคุยกันขณะที่รับประทานอาหาร แต่หลังจากนี้จะไม่มีใครลุกไปได้จนกว่าพ่อแม่จะลุกจากโต๊ะอาหาร นายแพทย์ศิลปาวางช้อนแล้วมองหน้าลูกชายคนเล็ก “แม่เขาอยากให้หมั้น เพื่อให้แน่ใจว่านายจะไม่หนีไปทะเลทรายได้อีก มันฟังดูไม่เข้าท่า แต่พ่อว่าเพื่ออนาคตของเรา การเที่ยวเตร่ควรจะจบเสียที”

“ครับ” อาณาจักรรับคำ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไรได้อีก

“แม่ขอโทษที่ไม่ได้ปรึกษาก่อน แต่แม่อยากให้ลองคบหากันดูก่อน ยังไม่ถึงกับต้องหมั้นเร็ว ๆ นี้”

“ครับแม่”

หมอสุชาดายิ้มอย่างดีใจเมื่อลูกไม่มีข้อโต้แย้ง อาณาจักรโตขึ้นมากจริง ๆ สมแล้วที่เป็นนักวิชาการ แม้จะอายุไม่มาก แต่เขาเหมือนบิดาตอนที่จริงจังกับงานที่สุด คนเป็นพ่อก็ดูจะพอใจเพราะท่านมีรอยยิ้มที่มุมปาก “หมอโซดา เล่าหมดแล้วสินะ”

“โซเราเรื่องที่ควรเล่าครับพ่อ พอดีหมอขวัญเขารู้จักคนนั้น”

“ชื่อร่มฉัตร บุคลิกเงียบ ๆ แต่ก็ว่าง่าย แม่พบบ่อย ๆ เขาเรียกน้องฉัตรกัน ที่บ้านก็มีการศึกษา อายุน้อยกว่าเราปีเดียว แม่ว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง ลองศึกษากันก่อน ชอบไม่ชอบค่อยบอกแม่ พรุ่งนี้แม่เชิญมาทานข้าวเที่ยง ตื่นให้ทัน”

“ครับแม่”

“หมอโซ ลาได้กี่วัน ? ” บิดาถาม

“ได้อีก 1 คืน ผมอยากอยู่กับน้องอีกสักวันครับ”

“ขอบใจลูก แล้วหมอวีรู้หรือยังว่าน้องออกมาจากบ้านแล้ว ? ”

“เราไม่ได้บอก ไม่งั้นพี่วีจะไม่เดือดแล้วไม่ตามมา มันเป็นทางเดียวที่พี่วีจะยอมลางาน เพราะความอยากรู้พุ่งขึ้นสูง” ทุกคนเพียงแค่อมยิ้ม ด้วยรู้จักกันดีทุกคน



รายชื่อวัดที่อาณาจักรได้มา บางวัดก็ดูเหมือนจะเคยไปบ่อย ๆ เขาจึงขีดฆ่าชื่อทิ้ง เขาคิดว่าจะต้องไปดูวัดที่ไม่เคยไป อย่างนั้นจะสนุกกว่า พอรุ่งเข้าพี่ชายก็รับปากว่าจะพาไปดูช่วงบ่าย เพราะเขารู้ว่าน้องชายต้องการหนีการดูตัวอันยาวนาน อาณาจักรทำตัวว่าง่าย แต่ที่จริงเขากำลังทำเรื่องให้มันยากสำหรับการคบหา ยิ่งมีพ่อแม่มาเกี่ยวข้อง ผู้หญิงคนนั้นนับว่าถูกกำจัดออกไปจากในหัวของน้องชายของเขาทันทีด้วยซ้ำ

นกน้อยได้รับอิสระเสียจนเคยชิน มีหรือจะยอมอยู่นิ่ง ๆ อย่างแท้จริง

หญิงสาวรูปร่างผอมบางที่นั่งอยู่ดูสะอาดตา อาณาจักรเดินมาร่วมโต๊ะอาหารที่จัดไว้ในสวน มีผ้าใบสีขาวกางเป็นหลังคากันแดดยาวเป็นทาง จนเข้าไปในตัวบ้าน หญิงสาวยกมือไหว้เขา เขาก็รับไหว้ “ขอบใจที่หนูมานะน้องฉัตร พี่อาณาจักรพึ่งกลับมา เขาไม่ใช่คนพูดเก่งนัก แต่เขามีเรื่องเล่าเยอะเชียวล่ะ”

“ยินดีที่ได้พบค่ะ นักวิชาการอายุน้อยหาได้ยาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นที่รู้จักในต่างประเทศตั้งแต่อายุยังน้อยนะคะ”

“ผมเป็นลูกจ้างตั้งแต่เหยียบไคโร มีคนรู้จักแนะนำงานที่เกี่ยวกับโบราณคดี ก็แค่ลูกจ้างตัวเล็ก ๆ ครับ แต่เราก็เรียนไปด้วย และไม่เคยหยุดที่จะหาความรู้เพิ่ม”

“กลับมาแล้ว น่าจะเป็นอาจารย์นะคะ”

“ไม่แน่ใจครับว่าจะเหมาะหรือไม่ ผมไม่ใช่คนอยู่นิ่ง แม้จะสนใจวิชาการ”

“เขาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะน้องฉัตร คุยกันไปก่อนนะคะ แม่ไปดูของหวานให้ ทานกันไปก่อนเลย”

เมื่อมารดาเข้าบ้านไป อาณาจักรก็จ้องหญิงสาว

“คุณร่มฉัตรไม่มีแฟนมาก่อนเหรอครับ ทำไมยอมให้ผู้ใหญ่จัดดูตัว ? ”

“ก็เคยคบค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้คบใคร พ่อแม่อยากให้ลองมาเจอคุณดูเท่านั้นค่ะ”

“ผมไม่ใช่เด็กที่จะเชื่อพ่อแม่ทุอย่างหรอกนะครับ การดูตัวนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ชอบ คุณคงไม่คิดว่าผมโสด ผมไปอยู่เมืองนอกนาน เรื่องที่พ่อแม่แนะนำ ไม่ได้แปลว่ามันจะเหมาะกับผม”

“พูดตรงจังเลยค่ะ ฉันเสียหน้าเลยนะเนี่ย” ร่มฉัตรยิ้มเจื่อน

“ผมไม่อยากให้คุณเสียเวลา คุณไม่ใช่แบบที่ผมชอบ เราคงไม่ได้พบกันแบบนี้อีก แต่ขอบคุณมากที่ลดตัวมาคุยด้วย ผมเป็นแค่คนว่างงานครับอาจารย์ ไม่ได้มีอะไรดีเลย”

“ถ้าฉันพูดได้ทุกเรื่องอย่างคุณ ชีวิตฉันคงมีความสุขนัก”

“ไม่ยากครับ แค่พูดออกมา ผมอยู่ในครอบครัวที่แม้แต่เวลากินข้าวก็ห้ามพูด แต่แม่ผมบอกให้เราคุยกันตอนกินข้าว ผมว่ามันไม่เข้าท่า และคุณจะอึดอัดภายหลัง หากเราพลาด”

“พลาด ? ”

“ครับ การคบหากันมีสองอย่าง คือพลาดกับพร้อม ผมจะพลาดหรือพร้อมก็อยู่ที่ผม เหมือนคุณจะพลาดหรือพร้อมก็อยู่ที่คุณเลือก เราแค่เป็นตัวเอง ถ้าทางมันตรงกัน มนุษย์ถึงจะสมหวัง ผมคิดแบบนี้นะ”

“คุณต้องการผู้หญิงแบบไหนคะ ? ”

“ถูกชะตา ผมเห็นคนมามาก และคุณไม่เข้าข่ายแม้แต่นิดเดียว”

หญิงสาวกัดริมฝีปากด้วยตั้งแต่เกิดมาพึ่งเคยเจอคนพูดตรงไปตรงมาขนาดนี้ เขาสะบั้นความสัมพันธ์ในทันทีที่พบหน้าเธอ “ฉันเป็นคนดื้อนะคะ แค่ไม่พูดมาก ฉันอยากเห็นคนที่คุณถูกชะตา กว่าจะถึงวันนั้นเราอาจจะต้องพบกันอีก เพราะฉันจะบอกพ่อแม่ว่าฉันจะคบกันคุณ”

“พ่อแม่ผมคงรู้สึกอับอายที่ต้องพูดแทนผมว่า ลูกชายของท่านไม่คบคนแบบคุณตั้งแต่เห็นหน้าวันแรก คุณคงไม่อยากให้พ่อแม่ได้ยินด้วยหูตัวเองกระมัง เพราะผมไม่มีทางพูดเป็นอย่างอื่น ไม่ว่าต่อหน้าใคร”

“ทำไมคะ ? ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”

“คุณทำตัวจนตรอก โลกแคบ คุณให้พ่อแม่กำหนดกรอบชีวิต ทั้ง ๆ ที่มันคือชีวิตคู่ของคุณเอง ผมมานั่งอยู่นี่ไม่ใช่ผมจนตรอกนะครับ ผมแค่ไม่อยากดื้อด้านให้พ่อแม่เห็นทันที ท่านแค่หวังและแม้จะผิดหวังก็จะไม่บ่นผมแน่ เราไม่ได้คร่ำครึอย่างไร้เหตุผล”

ร่มฉัตรหยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่ข้างตัวแล้วลุกขึ้นเดินจากไปทันที หล่อนไม่อาจจะทนฟังอะไรได้อีก ดูเหมือนที่ฟังมาก็ยาวเกินกว่าจะจดจำได้หมด ผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกในโลกที่ทำให้เธอรู้สึกอับอายที่สุด !



หมอสุชาดาเดินออกมา เห็นลูกชายกำลังนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ท่านวางจานขนมลงแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ “ตัดขาดทันทีเลยสินะ อาณาจักรคืออาณาจักรเสมอ” ท่านนั่งลงตรงหน้าลูกชาย

“ครับ ถ้าแม่อยากมีลูกสะใภ้บอกผมดี ๆ ผมจะเอามาให้แม่เลือกเลย แต่อย่าจัดหามาให้แบบนี้เลย ผมไม่ชอบผู้หญิงไม่มีหัวคิด ให้พ่อแม่บังคับเหมือนคนจนตรอก”

“แม่ก็เป็นคนไม่มีหัวคิด ถึงได้แต่งกับพ่อแกที่เป็นศัลยแพทย์คนดัง”

“มันไม่จบตั้งแต่อาหารมื้อแรกเพราะพ่อชอบแม่ แต่โค้กไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น ก็ไม่น่าจะมีใครผิด บอกหล่อนไปหมดแล้ว ก็คงไม่มีอะไรอีกมั้ง แม่เตรียมตัวคัดสาว ๆ ของผมเลยก็ได้ มีเยอะแยะที่ผมชอบ”

“อวดดี แต่ก็หามาละกัน ฉันจะรอดูผู้หญิงที่แกรัก”

“ขอบคุณครับ ส่งของขวัญไปให้อาจารย์คนนั้นสักอย่าง เธอคงจะสงบได้บ้าง หัวจรดเท้าดูก็รู้ว่าวัตถุนิยมแค่ไหน บอกว่าผมขอโทษที่ไม่สะดวกจะคบใครก็ได้ ถ้าแม่จะพยายามพูดให้มันเข้าท่ากว่าที่ผมพูดไปแล้ว”

“ไปไหน ? ” มารดาทักเมื่อเขาลุกขึ้น

“ไปวัด จะไปดูกรุพระแถว ๆ นี้หน่อยครับ อาจจะกลับมืดเลย ไม่ต้องรอกินข้าว พี่โซดาขับรถพาเที่ยวครับ”



เมื่อมาถึงวัดแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มก็เดินไปยังแหล่งที่วางพระเครื่องของวัดนั้น เขาคงไม่อาจไปขอค้นกรุพระใครได้ เพราะเคยเห็นเพียงการบูรณะกรุพระที่วัดแห่งหนึ่งในอยุธยา เขาคิดว่านั่นคือของขวัญจากอดีตกาล และมันอาจจะหลุดออกมายังแหล่งที่ให้เช่าพระนี่เอง “ทำไมต้องดูพระเครื่อง นายดูดินดูทรายดูมัมมี่ยันผ้าห่อศพ มาดูอะไรกับพระพิมพ์แบบนี้ ? ”

“วิวัฒนาการครับ แบบไม่เกี่ยวกับเกจิวัดใด ๆ เลยนะ การสร้างเหรียญมีที่มา เหรียญโบราณจะแกะด้วยมือ มันก็เลยเป็นแบบนูนต่ำ ไม่นูนจากพื้นหลังนัก ไม่ว่าโครงหน้าตาหรือตัวอักษร แต่คมชัดและสมจริง และเหรียญโบราณยุคแรก ๆ เขาก็ระวังมากในการพิมพ์รอบต่อมา เขาดูพื้นผนังเหรียญทั้งหน้าและหลัง มันจะต้องเรียบตึงเพราะการกระแทกอัดจากแม่พิมพ์ลงบนโลหะทั้งหน้าและหลัง แปลว่าถ้าทำความสะอาดแม่พิมพ์เก่าไม่ดีพอ มันจะเกิดรอยขี้กลากหรือจุดที่เหรียญ ถ้าที่ไหนเอาแม่พิมพ์เก่ามาปั๊มเหรียญครั้งที่สองต้องมีบันทึกไว้ แต่ถ้าไม่มีประวัติแล้วดันเจอเหรียญมีขี้กลาก เดาได้ว่าเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบ การปั้มเหรียญด้วยแม่พิมพ์แบบโบราณจะไม่มีรอยขี้กลาก เพราะต้องขัดแม่พิมพ์ให้สะอาดที่สุด”

“ก็ทำให้คนแยกได้ว่าอันไหนผลิตซ้ำหรือช่างชุ่ย มันก็แค่นั้นเอง แล้วเกี่ยวอะไรกับโบราณคดี ? ”

“เกี่ยวแค่คำว่าเหรียญโบราณ ที่จริงมันก็แค่การผลิตแบบดั้งเดิมในแต่ละยุคหรืออายุของมัน แต่กรุคือห้องใต้ดินหรือใต้พระเจดีย์ที่ทำไว้เก็บพระหรือของมีค่ามันบอกประวัติศาสตร์ได้ ผมถึงอยากเห็นอีกครั้ง ผมไม่ได้สนใจแผงเช่าพระอะไรหรอก”

“ถ้าเจอของที่หลุดออกมาจากกรุแตก มันสื่อถึงอะไรได้อีกกระมัง”

“มันอยู่ที่ว่าใครเจอก่อนระหว่างชาวบ้านกับนักโบรารณคดี มีถมไปที่ชาวบ้านลือว่านี่มาจากรุแตก ดีใจใหญ่เอามาปล่อยให้เช่าหรือประมูล แต่นักโบราณคดีบอกว่าไม่จริง เพราะเขาไปขุดเองไม่เคยเจอ ต่อให้มีค่าจริงแล้วหลุดมาอยู่ในมือเราที่ไม่ได้สนใจก็ไร้ค่า แต่คนที่เห็นค่าเขาก็เล่นแร่แปรธาตุได้ ผมแค่ฝังใจกับกรุพระที่เคยเห็นและหวังว่าสักวันจะได้เห็นอีก ถึงได้ลองมาดู เผื่อจะเจอสักกรุ”

“เดี๋ยวก็มีข่าวถ้านักโบราณคดีหรือชาวบ้านไปเจอของโบราณ นายก็ค่อยไปดู ไม่เห็นต้องตื่นเต้นดิ้นรนมาหา”

“กรุพระบางทีมันก็เป็นแค่สถานที่ที่เจ้าอาวาสสมัยก่อนสร้างพระด้วยมวลสารต่าง ๆ ไว้เป็นที่ระลึก ซ่อนไว้ให้เช่าบูชาหรือไว้ใช้ในงานพิธี คนมาขุดเจออีก 20 ปีให้หลังก็มี น่าตื่นเต้นที่ไหนเมื่อรู้ว่านั่นคือของค้างสต็อก แต่ที่โค้กอยากเห็นก็ตามที่ไปขุดเจอหม้อไหแล้วมีพระเครื่องด้วยนี่แหละ ตอนนั้นยังเด็ก ยืนส่องลงไปกรุพระนั่น ใหญ่มากเลยนะเป็นอุโมงค์เลย อยู่ใต้เจดีย์ มีพระเครื่องเกาะอยู่ตามชั้นดิน แต่เขาไม่รื้อกัน ป่านนี้ปิดตายหรือซ่อมแซมไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ เสียแต่ว่าจำไม่ได้ว่าวัดไหน”

“โธ่ ! ที่แท้ก็ตามหาอดีต พี่ก็นึกว่าเราจะอยากค้นคว้าวิจัย”

“เรื่องคาใจก็เป็นวิจัยได้หมดแหละ แต่วันนี้ทำร้ายจิตใจหญิงสาวด้วยความจริง เศร้ามากเลย อยากกินกุ้งแม่น้ำเผา น้ำจิ้มซีฟู้ดเผ็ด ๆ พาไปกินหน่อยสิ” ชายหนุ่มหน้างอ

“มีแต่เศร้าแล้วกินไม่ลง นี่เศร้าอยากกินของฟรี เด็กอะไร ขึ้นรถสิ ! ”



ขณะที่กำลังแกะกุ้งแม่น้ำกินอย่างอร่อย หางตาของอาณาจักรก็เห็นแสงสีนวลเคลื่อนคล้อยไปตามแม่น้ำ หากอยู่กรุงเทพฯ เขาคงคิดว่าเป็นเรือขนทราย ทว่าห้วงน้ำที่มองเห็นไม่ได้ชัดนัก จึงไม่ได้น่าสนใจอะไร “อยุธยายังสวยเหมือนเดิมนะพี่โซ”

“ไม่ค่อยได้มาเหมือนกัน มันสนุกกว่าที่จะมาเที่ยวกับน้องตัวเอง ถึงได้มานี่ไง”

“ขอบคุณครับ โค้กบอกปัดผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว บอกแม่ว่าจะหาสาว ๆ มาให้เลือกเอง แม่ก็ยอม ไม่น่าเชื่อ”

“ท่านก็คงไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนนี้หรอก แม่แกเป็นศัลยแพทย์ที่แทบไม่ใช้กระเป๋าแบรนด์เนมเลย คงขัดตาอยู่มาก เรื่องนี้หมอขวัญยังพยายามเลี่ยงไม่ถือของแพง ๆ มา กลัวท่านจะหาว่าฟุ้งเฟ้อ”

“คนเราถ้าไม่ได้ศึกษากันก่อนแต่งงานก็ไม่ดีหรอก พี่กับพี่สะใภ้ยังได้เห็นกันมาตอนเรียน พ่อก็เห็นแม่มาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่มานั่งดูตัวแล้วแต่งงาน พี่โซ…..เห็นขบวนเรือนั่นไหม ? ”

“เห็น เหมือนกำลังขนอะไรไป เหมือนโลงศพ”

“เขาจะเอาไปเผาที่ไหนใกล้จะมืดค่ำแบบนี้ ? ”

“ไม่น่าใช่ เพราะคนก็ไม่ได้ดูจะไปงานศพ อาจจะเคลื่อนมาจากที่ไหนสักแห่ง”

“ใครเอาศพออกจากโรงพยาบาลค่ำ ๆ มีด้วยเหรอ ? ”

“แล้วแต่โรงพยาบาลที่คนไข้ไปเสียชีวิตนะ บางที่รับศพได้ตลอดวัน บางที่ให้เอกชนจัดการเรื่องนี้ให้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุการเสียชีวิตด้วย นั่นอาจจะออกมาตามกำหนด แต่คนตายอาจจะแจ้งความประสงค์ไว้ มันมีนะคนแก่ ๆ ที่สั่งลูกหลานไว้ว่าถ้าเสียชีวิตแล้วเอาไปลอยอังคารที่ไหนหรือเอาไปผ่านที่ไหนที่เขาอยากเห็น จะขนศพข้ามจังหวัดเอกสารก็ต้องพร้อม ก็ไม่เห็นแปลก ต่อให้เขาจะขนมาจากไหนก็ตาม”

“ทำให้นึกถึงที่โน่น ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด คิดดูนะถ้าโลงศพนั้นไหลไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาจนไปถึงแม่น้ำไนล์ มันจะเป็นยังไง หมายถึงในอดีตนะ บางทีผมก็แอบคิดเรื่องพวกนี้ แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”

“แค่รู้ว่าแม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกจนฉันดูแผนที่ไม่ไหว ฉันก็เหนื่อยใจแทนฝีพายแล้ว ดูนั่นสิ ! ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ คงเป็นเจตนารมณ์ของคนตายจริง ๆ บ้านน่าจะอยู่แถบนี้นะ”

“ครับ กินต่อดีกว่า พูดเรื่องพวกนี้แล้วสมองแล่นมาก อยากรู้อยากเห็นไปหมด พอ ๆ แม่จะบ่น”

“อยู่กับแม่ต่อนะ หมอวีมาค่อยกลับพร้อมเขาถ้านายมีธุระทางนั้น แต่ถ้าไม่มีธุระก็ขอให้อยู่กับพ่อแม่นานอีกหน่อย ฉันล่อพี่หมอวีออกมาให้เราอยู่พร้อมหน้าในรอบหลายปี ดูสิป่านนี้ยังไม่โผล่”

“พ่อแม่ไม่ได้ทำงานแล้ว คงว่างมานั่งเทศน์โค้กทั้งวันเชียว”

“ถ้าคิดว่าเขาคิดถึง นายก็จะไม่รู้สึกเบื่อบ้าน”

“พี่โซ ! พาไปดูบ้านงานศพหน่อยสิ เขามุ่งไปทางบ้านเราใช่ไหม ไม่น่าพลาด ถ้าเราเลาะริมแม่น้ำไป ต้องเห็นสิ”

หมอศีตลาส่ายหน้า แม้จะรู้จักน้องตัวเองดี แต่บางเรื่องเขาก็สนใจมันมากเกินจะไปขวางทางเขาได้ พาไปเองดีกว่าให้เขาหนีออกมาหาเองกลางดึกคนเดียว



รถคันใหญ่ราคาแพงของหมอศีตลาขับไปเรื่อย ๆ ตามทางเหมือนกลับบ้าน ปล่อยให้น้องขายดูแสงไฟข้างทาง ย่านนี้เงียบสงัด หากจะมีงานสีดำหรืองานมงคลก็จะรู้ได้โดยทั่วกัน แต่ดูเหมือนจะไร้ร่องรองใด ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พี่โซ ๆ จอด ๆ มีคนเดินเท้า”

เมื่อรถจอดชายหนุ่มก็วิ่งลงจากรถแล้วเข้าไปถามชาวบ้านที่จูงจักรยานอยู่ข้างทาง บนเบาะมีกระสอบปุ๋ยขนาดกลางวางทอดยาวลงมา ดูเหมือนจะเป็นผักชนิดใดชนิดหนี่ง “ลุงครับ ผมมาบ้านงาน ไม่รู้หลงทางหรือเปล่า”

“ไม่หลงหรอก บ้านเจ้าสัวมงคล ไปข้างหน้านั่นแหละ หน้าบ้านมีต้นมะยมยาวเป็นทิวรอบ ๆ รั้วนั่น แต่เขาไม่ได้เปิดลำโพงรบกวนคนอื่น เขาจัดกันภายใน วันนี้ขนศพมาแล้ว ก็คงไม่มีเสียงเหมือนเดิม”

“ขอบคุณครับ”

“เป็นเพื่อนเหรอ คุณหนูวิหารอายุสั้นนัก เสียใจด้วยนะ”

“ลุงรู้จักเหรอครับ ? ”

“รู้จักสิ เห็นมาตั้งแต่เด็ก ใครจะคิดว่าจะไหลตายเงียบ ๆ หลับไม่ตื่น อยู่โรงพยาบาลหลายวันจนเจ้าสัวคิดว่าไม่น่าจะฟื้นแล้วถึงได้ไปรับศพมา ดีนะเขามีรับฝากศพ”

“ทำไมต้องอยากฝากล่ะครับ ถ้าเอากลับมาบ้านก็น่าจะดีกว่า”

“แกว่าเผื่อฟื้นก็ได้รักษา เพราะสั่งดูแลพิเสษตามประสาคนรวย อย่าไปบอกใครนะว่ารู้มาจากข้า ไว้เจอกันที่งานละกันนะ”

อีกคนเดินจากไปแล้ว แต่อาณาจักรรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก คนอยุธยาชื่อวิหาร ? ก็ไม่น่าแปลกเพราะเราก็ชื่ออาณาจักร

เสียงบีบแตรดังทำให้เขาสะดุ้ง พี่ชายขับรถตามมาตลอดและส่องไฟให้สว่าง หมอศีตลาไม่มีทางปล่อยให้น้องชายคนเดียวพ้นสายตา อาณาจักรหันไปมองพี่ชาย

เขาคิด ฝากไว้ก่อนคืนนี้

หลับไม่ตื่น ไหลตายหรือที่เรียกว่าภาวะหัวใจล้มเหลวแบบเฉียบพลัน

แปลว่าอย่างนั้นจริงหรือ ?




Create Date : 21 สิงหาคม 2564
Last Update : 21 สิงหาคม 2564 9:31:28 น. 0 comments
Counter : 594 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.