อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 24 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

24



อิงกาลเดินเข้ามาในห้องที่คุณนายไหมทองนั่งอยู่เมื่อปล่อยให้ฝางดูแลควบคุมคนงานขนข้าวของขึ้นเรือน เขานั่งพับเพียบลงที่พื้นแล้วก้มลงกราบมารดา

คุณนายไหมทองนั่งอยู่ที่โซฟาไม่ได้ขยับกาย “มาค่ำ ๆ มืด ๆ ”

“ลูกไปขอฤกษ์แต่งงานมาแล้ว เลยจะย้ายขึ้นเรือนเสียวันนี้ อีกอย่างพรุ่งนี้เป็นวันพระ รู้สึกไม่ดีครับ”

“ทำไมหรือ ? ” คุณนายไหมทองไม่ได้สนใจเรื่องฤกษ์ยามที่ลูกชายบอก หากแต่รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของลูกชายคนเดียวขึ้นมาทันใด “ไม่สบายตรงไหนอีกหรือ ? เขาไม่ได้ดูดำดูดีหรือถึงได้ยังเจ็บแผลอยู่ หรืออะไรกัน ? ”

อิงกาลสบตามารดานิ่งก่อนจะก้มลงกราบอีกครั้ง “คุณแม่ดีกับอิงเสมอ ขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นทุกข์ แต่ลูกเชื่อว่าคุณแม่เข้าใจทุกอย่าง”

“ไม่ต้องมาทำพูดดี ฉันจะทำอะไรได้ในเมื่อความต้องการมันเป็นของเธอ บ้านนี้ก็ของเธอ ! ” คนพูดหน้านิ่ง แต่ในใจก็ยังเมตตาลูกเสมอ

“บ้านนี้เป็นของเราต่างหาก ลูกจึงได้เข้ามาเรียนคุณแม่ ลูกจะให้ฝางย้ายเข้าห้องลูกเสียวันนี้ เรื่องวันแต่งงานเราจะจัดกันอีกที ส่วนของหมั้นคือบ้านของฝาง ลูกคืนให้ทั้งหมด”

“ร่ำรวยนักก็ทำไปสิ ใครจะทำอะไรได้ ! ”

“ครับ” อิงกาลไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เขารู้ดีว่ามารดาใจอ่อนลงไปมากเพราะเขาเจ็บตัวอยู่ และการมีฝางเข้ามาในเรือนก่อนวันพระก็ทำให้ท่านอุ่นใจได้ไม่น้อย หากแต่ที่ยังมึนตึงก็เพราะท่านเป็นห่วงคุณโสน

“เดี๋ยวก่อน ! ” คุณนายไหมทองทัก เมื่ออิงกาลกำลังคลานเข่าออกไป

“เจรจากับแม่ดำแล้วหรือยัง ? ไปเอาลูกหลานเขามา”

“พี่ดำอนุญาตครับ อิงอนุญาตให้มาหาฝางได้ทุกวันแต่หลังเที่ยง และฝางจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเรือนนั้นจนกว่าจะมีคำสั่งจากลูก”

“เพราะอะไร ? ”

“เรือนนั้นอันตรายกับเราครับคุณแม่ ลูกรู้อะไรมาค่อนข้างมาก และมันเกี่ยวกับอาการป่วยของลูก”

“เล่าได้ไหม ? ”

“ไม่ได้ครับ ขออย่างเดียวคุณแม่อย่าขวางทางเรา ลูกกับฝางเกี่ยวพันกันมานาน ลึก ๆ คุณแม่น่าจะทราบดี ถ้ายังอยากจะทราบอีกน่าจะไปปรึกษาพระที่คุณแม่ศรัทธา” หางตาของชายหนุ่มแสดงความมั่นใจ คุณนายไหมทองรู้จักมันดีเพราะมันคือกิริยาที่ไม่ผิดกับตัวเธอเอง “อย่ามาหาว่าแม่งมงาย” คนพูดหน้าตึง

“ลูกทราบเท่าที่ทราบ คุณแม่อาจจะทราบมากกว่าด้วยซ้ำ”

“อิงกาล ! ” คุณนายไหมทองเสียงดัง เมื่อถูกลูกชายย้อน “เรียกแม่ฝางเข้ามาหาแม่” ท่านเปลี่ยนเรื่อง

อิงกาลลุกออกไปไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับฝาง หญิงสาวก้มตัวลงคลานเข่าไปหา หล่อนกราบลงที่พื้นแล้วนั่งนิ่ง คนมองอยู่อยากจะค้อนให้เสียเต็มประดา หากแต่ก็ไม่อาจทำได้ “หล่อนสมัครใจแต่งงานกับลูกชายฉันเองหรือถูกเขาบังคับ หน้าตาจึงได้บึ้งตึงขนาดนั้น ? ”

“ดีใจมากค่ะ” สีหน้าเจ้าตัวนิ่งเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา “ก่อนแต่งงานถ้าจะให้อยู่คนละห้องน่าจะดีกว่ามาก ถ้าคุณนายอนุญาต ฝางก็จะขอบคุณที่สุด”

อิงกาลหันไปสบตาคนพูด ชายหนุ่มหลับตาหวังให้ได้ยินความในใจของเธอเหมือนเมื่อหัวค่ำ หากแต่ได้ยินเพียงเสียงจักจั่นร่ำร้องอยู่ภายนอกตึก ฝางอมยิ้มส่งมาให้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูง “มิได้หรือคะ ? ”

ลูกชายของเธอยังไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา อิงกาลหลับตาสลับกับลืมตาไปมาพลางส่ายศีรษะไปมาอย่างมึนงง ในขณะที่อีกคนอมยิ้มหน้าชื่น “อิงกาลปวดหัวหรือลูก ? ”

“เปล่าครับ ที่ฝางขอแล้วแต่คุณแม่เห็นสมควร”

“อ้าว ! เมื่อกี้ไม่ได้พูดอย่างนี้” คุณนายไหมทองเริ่มสับสน สบตาลูกชายหากแต่อิงกาลส่ายหน้าให้ คนข้าง ๆ ไม่ใช่ฝาง อิงกาลรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเยือกเย็นรอบกาย เขาค่อย ๆ หันไปมองฝาง ต้นคองามระหงว่างเปล่า ไม่มีสร้อยพระใด ๆ คล้องคอฝางอยู่

“ให้เวลาคุยกันนะครับ อิงจะไปดูห้องให้ฝางก่อน” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินออกไปภายนอกทันที

ความเงียบครอบงำคนทั้งคู่ ฝางยังนั่งพับเพียบอมยิ้มไม่หยุด จนคุณนายไหมทองทนไม่ไหว “หล่อนสุขอะไรนักหนา ? ถึงได้ยิ้มเย้ยหยันฉันไม่หยุด”

“ดีใจที่พบกัน สบายดีหรือ ? ”

“ฉันว่าเราพึ่งพบกันไม่นาน หล่อนเป็นอะไรไปแม่ฝาง ? ”

ฝางจับไรผมทัดหูอย่างเคยชินเมื่อมองไปรอบ ๆ ห้อง “โอ่โถงสมราคาไม่ว่าเมื่อใด ดังนั้นการมีลูกสะใภ้ก็ควรจะให้ลือลั่นทุ่ง หรือคิดว่าอย่างไร ? ”

คุณนายไหมทองแสยะยิ้ม “เกรงว่าจะไม่ได้ หล่อนรู้แล้วนี่ว่าพ่ออิงเขามีคู่หมั้น”

“อย่างนั้นหรือ ? เห็นทีไฟจะไหม้ท่วมทุ่งแทนกระมัง” ฝางยิ้ม

“พูดจาไม่เป็นมงคล ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ ฉันจะเป็นแม่สามีหล่อนได้อย่างไรกัน ? ” คุณนายไหมทองโกรธอย่างเห็นได้ชัด มือไม้หล่อนสั่นไม่รู้ตัว “ชะโงกดูเงาหัวตัวเองบ้างเถอะแม่ฝาง อย่าให้ฉันพูดจารุนแรง ฉันเงียบเพราะลูกฉันเท่านั้น แต่นี่หล่อนไม่ได้เห็นหัวฉัน มันเป็นการควรหรือ ? ”

“อะไรกันที่ไม่ควร มีกี่คนจะจำเรื่องไม่ควรที่ตัวเองทำได้ทั้งหมด อย่างที่เคยพบเห็นมา มอดไหม้ทุกย่อมหญ้าก็เพราะการไม่ควรไม่ใช่หรือ ? จำได้บ้างหรือไม่ ? ”

คุณนายไหมทองเริ่มสับสนกับคารมของคนตรงหน้า “ฉันเองก็จำไม่ได้ เราไม่ควรมองแต่เรื่องตรงหน้าหรอกหรือ ? คนอย่างฉันอย่างหล่อนมีแต่ตอนนี้ไม่ใช่หรือ ? ”

ฝางสบตาอีกคนนิ่ง ในใจของหญิงสาวร้อนผ่าวไร้เหตุผล



“มานี่รุ้ง ! ” อิงกาลจับแขนของสายรุ้งเดินนำเข้าไปข้าง ๆ ตึก “ทำไมไม่ทำตามที่บอก ? ! ”

“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ ? ”

“ให้หาทางให้ฝางใส่สร้อยก่อนเข้าเรือนไง”

“จะเอาเวลาที่ไหนทำทันละคะ ฝางมาคุณก็ลากมา ก่อนไปก็ไม่ทันได้ทำอะไรเลย แล้วพี่ดำแกก็ไม่ได้ถอดสร้อยให้ด้วย นางรุ้งจะเอามาจากไหนละคะคุณ ? สร้อยของฝางก็ไม่เห็นเขาใส่ จนปัญญาจริง ๆ จ้ะ”

“นี่ ! ! จริง ๆ เลย ลืมกันหมดเลยหรือ ? ”

“คุณอิงก็ด้วยนะสิจ๊ะ” สายรุ้งย้อน

อิงกาลยืนหันรีหันขวาง “ไปดูห้องข้างบน ฝางจะไปนอนกับเราก่อน ไม่อยู่ที่ห้องพี่ อย่าถามอะไร รีบไป ! ”

“จ้ะได้จ้ะ” สายรุ้งวิ่งไปไม่รีรอ

อิงกาลยืนใช้ความคิดอยู่ไม่นานก็เดินกลับเข้าไปในเรือน

“ตกลงยังไงครับคุณแม่ ? ”

“แม่ฝางเขาเปลี่ยนใจ จะค้างห้องพ่ออิงเหมือนที่บอก”

อิงกาลหันไปมองฝาง หล่อนนั่งนิ่งอยู่ “ก็ตามใจเขาครับ ไปเถอะขึ้นเรือน วันนี้ลูกจะกินข้าวเย็นในห้องนอน คุณแม่อย่าห่วง เดี๋ยวสายรุ้งเพื่อนฝางจะมาทานข้าวด้วย”

“นี่เอามาทั้งบ้านเลยรึ ? ”

“ฝางต้องมีเพื่อนคอยดูแล จะได้ไม่อยากกลับบ้าน ขอเราคุยกันก่อนแล้วจะเรียนคุณแม่ให้ทราบว่าจะจัดงานเมื่อไรนะครับ”

“ฉันจะทำอะไรได้มากกว่าฟังเธออิงกาล ? ”

“ดีครับ ขอบพระคุณคุณแม่ ขึ้นเรือนฝาง ! ” อิงกาลลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงดึงแขนฝางให้ลุกขึ้นอย่างรีบร้อน ความเย็นยะเยือกแผ่มาถึงมือของชายหนุ่ม สีหน้าของเขาซีดเผือด รีบหันหน้าหนีมารดาแล้วออกไปจากห้อง



เมื่อถึงห้องนอนอิงกาลก็ปล่อยฝางให้เป็นอิสระ “กลัวหรือ ? ”

อิงกาลส่ายหน้า เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตาหล่อนแต่อย่างใด

“เรือนเรา เจ้าอย่าห่วง” อังควิภาในร่างฝางพูด

“จะให้ก้มลงกราบหรือปรนนิบัติพัดวีหรือไม่ ? ”

“รักกันดีนี่ อย่าห่วงเราไม่ทำอะไรผู้ใด หากแต่ดีใจนักหนาที่ได้พบแม่จีบ กลับสู่เรือนเสียที ข้ารอวันนี้นานนักหนารู้หรือไม่ ? ”

“ครับ แต่ที่ห้องนี้คงไม่เหมาะ”

“จริงอย่างที่กล่าว เรามาเจรจากันสักนิดดีหรือไม่พ่อ ? ” ฝางเดินไปนั่งพับเพียบบนเตียงอย่างสง่าผ่าเผย ‘กด’ อีกคนให้ต้องนั่งพับเพียบลงที่พื้นอย่างว่าง่าย

“เจ้าเห็นมาก็มาก เรามาก็เพราะมีเหตุผล อย่าได้ตัดสินความข้างเดียวว่าโกรธแค้นผู้ใดนักหนา” บัดนี้แววตาและสีหน้าของฝางหาใช่คนที่เขาเคยรู้จักไม่ แม้ร่างนั้นจะคุ้นตา “งั้นก็คงเป็นฝางเพียงคนเดียวที่เป็นอย่างนั้น” อิงกาลต้องการให้อีกร่างบอกเล่าที่มาให้เขาทราบทั้งหมด เมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่ฝาง และหล่อนก็ไม่ยอมรับว่าโกรธแค้น เขาต้องรู้ให้ได้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ? !

“เราทุกคนต่างหาก” หล่อนยิ้ม “อย่าถามอะไรอีกเลย จงยอมรับในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเถิด มีคนมากมายที่ไม่รู้ที่มาของตัวเอง แม้เพียงก้าวออกจากเรือนเมื่อไม่นาน”

“ไม่เข้าใจครับ”

“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ เจ้า เราไม่อยากเจรจาความใดอีก อย่าได้คิดจะขัดขวางไม่ว่าด้วยการใด ๆ หากยังอยากจะอยู่ตรงหน้านางเยี่ยงเพลานี้ ก็จงปล่อยให้เราได้สะสางความกับทุกคนดังต้องการ”

“ถ้ามันแปลว่าการทำลายล้าง เห็นทีจะยากนะครับ” อิงกาลอมยิ้ม

ร่างฝางผันแปรเปลี่ยนเป็นความงดงามที่ยากจะหาผู้ใดเทียบในพริบตา ก่อนหมอกควันจางจะคลุมกายแล้วเลือนหายไปในร่างของฝาง อิงกาลหายใจหอบเมื่อได้เห็นนางผู้ซ่อนเร้นเต็มตา ! “ทำไมต้องนั่งที่พื้น ? ” ฝางถามอ่อนโยน หล่อนค่อย ๆ ขยับกายลงจากเตียง แล้วทรุดตัวลงข้าง ๆ เขา อิงกาลดึงร่างบางมากอดไว้แน่น ฝางพยายามดิ้นรนหากแต่ไม่อาจต้านทานได้ น้ำตาไหลออกจากดวงตาคู่งามของเขา ก่อนมือใหญ่ของเขาจะเอื้อมมาเช็ดมันออกด้วยตัวเอง “เจ็บตรงไหนไหมคนดีของพี่ ? ”

ฝางขยับกายเมื่อมือใหญ่คลายอ้อมกอดของเขา สบตาชายหนุ่มที่มีน้ำตารื้นให้เห็นในดวงตาเด่นชัด “กลัวอะไรหรือคะ ? หรือเห็นอะไร ? ”

“เสียงฝางยาใจนัก ไม่มีอะไรหรอก พี่ดีใจที่เรามีวันนี้ ที่นั่งพื้นเมื่อครู่เพราะอยากมองเจ้าชัด ๆ ”

“ไม่เห็นต้องโกหก ฝางไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองนั่งสูงกว่าคุณในเรือน ถ้าไม่ใช่ฝางก็คงเป็นคนอื่น เธอห่มสไบจีบสีแดง นุ่งโจง หรืออย่างอื่นคะ ? ”

อิงกาลหันหน้าหนีทันที นางผู้ซ่อนเร้นไม่ได้ซ่อนกายจริงดังที่เขาเห็น หากแต่นางทำให้ฝางได้เห็นตัวตนของนางแม้หมดสติ เขาพอจะนึกออกว่าฝางไปอยู่ที่ใดมา แต่ไม่รู้ว่าหล่อนรู้ตัวทั้งหมดหรือไม่เมื่อกายถูกครอบงำ ?

“พี่เสียใจที่ไม่ได้พูดความจริง แต่เรามากันไกลเหลือเกินแล้ว เป็นไปได้ไหมที่ฝางจะเล่าเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้พี่ฟังทั้งหมด พี่จะบอกว่าเธอไม่ได้มาดี ฝางน่าจะรู้ดีที่สุด จริงไหมครับ ? ”

ฝางลุกขึ้นยืนก่อนจะถอนใจออกมา “ความไม่รู้ดีกว่า ถ้าคุณในเรือนรู้จะทำให้ชีวิตเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ที่ฝางบอกเรื่องของเธอออกมาเพราะฝางเป็นห่วง หากฝางทำการใดระหว่างที่ฝางไม่รู้ตัว ก็ขอให้เข้าใจ”

อิงกาลพยักหน้าอย่างเข้าใจ คำว่าเป็นห่วงแทนทุกอย่างได้ในใจฝาง แม้มันจะไม่ได้ทำให้เขารู้ว่าเธอรักเขามากขึ้นหรือไม่ แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี ความไม่รู้ก็ดีตรงนี้ มันทำให้เขามีพลังที่จะต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็น “หาอะไรครับ ? ”

“หิวค่ะ รุ้งก็คงหิวแล้ว ไม่รู้อยู่ที่ไหน ? ”

“พี่ขอโทษ เดี๋ยวจะมีคนยกมาให้ ไปอาบน้ำก่อนดีไหม ? รุ้งได้รับคำสั่งให้ไปรับประทานพร้อมคุณแม่ พี่อยากให้คุ้นกันไว้ รุ้งไม่ใช่คนรับใช้ พี่ต้องการให้ร่วมโต๊ะเสียตั้งแต่วันแรก”

“ยายรุ้งคงกินข้าวได้ไม่กี่คำ” ฝางพูดพลางยิ้ม รอยยิ้มพริ้มเพราของหญิงสาว ทำให้อิงกาลรู้สึกหายใจติดขัด หัวใจที่เต้นแรงบอกชัดว่าเขาหลงใหลหล่อนจนยากจะถอนตัว ยิ่งหล่อนพูดจาไพเราะอ่อนหวาน ความเมตตาของอิงกาลก็ยิ่งท่วมท้น

“ส่งไปวัดบ่อย ๆ ก็คงจะดีเหมือนกันนะ ฝางดูว่าง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก”

“คุณในเรือนต้องพบเจอกับคนที่ไม่มีวันสั่งได้บังคับได้ เท่านี้ฝางก็รู้สึกผิดจะแย่แล้วค่ะ อยู่กับสิ่งที่ผิดปกตินี้มานานจนคิดว่าเป็นตัวเองคือเป้าหมาย แต่คนที่เธอต้องการพบจริง ๆ คือคุณในเรือน ฝางก็ไม่ต่างกัน ไม่มีวันบังคับเธอได้”

“พี่ว่าได้ แต่เราไม่ควรพูดออกมา” ชายหนุ่มหัวเราะ

ฝางสบตาอีกคนนิ่ง คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดในโลกนี้มักจะพูดอะไรออกมาเสมอ สิ่งที่มองไม่เห็นอาจจะฉลาดกว่าเขาเมื่อไม่ได้พูด ฝางเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กเมื่อได้พบเจอสิ่งที่เกินฝัน เธอพบว่าการคิดเอาเองไม่ได้แปลว่าเราฉลาด แต่การคิดอย่างรอบคอบและยาวนานกว่าต่างหากที่ทำให้เรามีโอกาสฉลาด “อาบน้ำก่อนนะคะ” คนพูดหันหน้าไปหาข้าวของที่คนใช้ในบ้านของอิงกาลนำขึ้นมาไว้ให้อย่างตั้งใจ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“ก็ยังควบคุมทั้งคนทั้งเทวดานางฟ้าไม่ได้อยู่ดี วันโกนยังยุ่งขนาดนี้แล้วพรุ่งนี้จะขนาดไหน เล่นสั่งกันขนาดนี้แล้ว” อิงกาลพูดพลางถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า






Create Date : 17 สิงหาคม 2563
Last Update : 17 สิงหาคม 2563 10:13:57 น. 0 comments
Counter : 59 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.