E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
26 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 6 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

6



คุณนายไหมทองนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่กับสามีเงียบ ๆ อย่างใช้ความคิด แม้นับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลคราวนั้นอิงกาลจะดูสงบและหลับได้สบายขึ้น หล่อนก็ไม่ได้วางใจต่อทุกสิ่งที่ผ่านมา เข้าพรรษามาใกล้จะครบหนึ่งเดือนแล้ว ทุกอย่างสงบเงียบเกินไปหรือไม่ ? “วันนี้ฉันไปท้ายน้ำมา นายหน้าเห็นทีจะไม่ได้ความ ยังเจรจาไม่ได้ อยากได้ที่ตรงนั้นเต็มทีค่ะ” วิชาญผู้เป็นสามีมองมาที่หล่อน แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เรื่องการอยากขยายอาณาเขตตามความต้องการของภรรยาไม่ใช่ความปรารถนาของเขาสักนิด มองไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหน หากไร้เพื่อนบ้าน ทั้ง ๆ ที่ตัวเราก็กว้างแค่ไม่กี่คืบยาวแค่ไม่กี่ศอก ! “ไปดูมาหวังว่าจะได้เจรจาด้วยตัวเอง ความเจริญก้าวหน้ามันมี ฉันทำเพื่อลูก พูดอะไรบ้างก็ได้นะคะ มองฉันแบบนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกค่ะ”

“ก็คิดว่าเล่าไปอย่างนั้นเอง แล้วถามลูกมันหรือยังว่าต้องการไหม ? มันคงจะมีความสุขพิลึกที่เพื่อนบ้านกลายเป็นผู้เช่าหรือไม่ก็ลูกหนี้”

“ทำไมต้องถามคะ ? ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ อิงจะรู้อะไร ป่วยกระเสาะกระแสะ อีกหน่อยโตเป็นหนุ่ม ถ้ามีแต่ตัวใครจะแล ? เป็นเจ้าหนี้ดีกว่าลูกหนี้อยู่แล้ว ทำไมต้องกังวล ? ” เหตุผลของคุณนายไหมทองไม่ได้เลวร้ายนัก แต่บางทีมันก็น่าจะมีขีดจำกัด คำว่าความพอใจจะเอาอะไรมาบอกว่ามันอยู่ตรงไหนกันหนอ ?

“เขาไม่ขายก็อย่าได้ไปขู่เข็ญ ไปหาเขาถึงที่แบบนั้น ท่าทางคงไม่ได้มีแค่เรื่องจะซื้อที่เรื่องเดียวกระมัง”

“ใช่ค่ะ ยังแคลงใจอะไรบางอย่างด้วย แต่ไม่มีใครถามดิฉันว่าเรื่องอะไร จนกระทั่งตอนนี้” หล่อนยิ้มเยาะสามี คนถูกเหน็บเลิกคิ้วถามหากแต่ไม่มีคำใดหลุดออกมา ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดด้วย

“ไอ้แก้วลูกหลานทาสเก่าของบ้านเราถามอะไรก็ไม่ได้สนใจ หายหัวเข้าไปเลย ปล่อยเด็กลูกสาวออกมา คุณพี่จำได้ไหมคะที่แม่โสนเคยเล่าว่ามีผู้หญิงหาบสาแหรกสีเหมือนทองผ่านหน้าบ้านเรา เขาบอกว่าอยู่บ้านนั้น มันต้องมีอะไรที่บ้านนั้นแน่ ๆ ถ้าคนเก่าคนแก่พูดคำว่าเรือนก็ไม่แปลก แต่คนที่ไหนจะมาหาบสาแหรกเปล่า ๆ ค่ำ ๆ มืด ๆ แล้วยังเรียกบ้านนั้นว่าเรือนฝาง” คนพูดดูตื่นเต้นร้อนรน แต่อีกคนนั่งนิ่งเหมือนพระประธาน “คุณพี่ ! นี่ดิฉันกำลังถามและคุยกับคุณพี่อยู่นะคะ”

“มีก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องของเรา เขาเลิกทาสกันไปนานแล้วจนตาแก้วแกหัวหงอก คุณก็ยังไปเรียกแกว่าทาสอยู่นั่น ให้มันพอดี ๆ เถอะแม่คุณ ออกมาจากอดีตบ้างก็ได้ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว อีกอย่างคำว่าบ้านหรือเรือน ใครจะพูดก็ไม่แปลก หล่อนจะมาติดอกติดใจอะไรกับเรื่องพวกนี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเราเองก็พูดคำว่าเรือนกันเป็นปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปสนใจหรอก”

“ใช่ทั้งนั้นค่ะ ! ใช่เรื่องของเราแน่ ๆ เพราะลูกของเราจ้องเขม็ง”

“กังวลมากไปนะ ลูกอายุสิบปีเอง จะหวงแม้กระทั่งกับคนแปลกหน้าเดินผ่านเรือนนี่นะ ? ! ” วิชาญหัวเราะขัน เพราะคุณนายไหมทองก็ขึ้นชื่อเช่นกันในเรื่องความหึงหวงที่ไม่มีขอบเขต หล่อนยอมมีลูกเพียงคนเดียวเพราะกลัวจะหมดความงามนี่แหละ

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ แต่ฉันกำลังรู้สึกแปลก ๆ กับเด็กที่ชื่อฝางที่ไปเจอมาที่บ้านแม่บัวนั่น แต่ผู้หญิงหาบสาแหรกเขาเรียกบ้านนั้นกันว่าเรือนฝาง แม่ฝางคนนี้ต้องมีอะไรแน่ ๆ เด็กตัวเล็กนิดเดียว แต่มันทำให้ฉันกังวลได้อย่างประหลาด อีกอย่างนะคะบ้านนั้นก็ไม่มีผู้หญิงสาว ๆ ถึง 3 คน แล้วคำว่าเรือนคนสมัยนี้ก็ไม่ได้พูดกันบ่อย ๆ นอกจากจะเป็นผู้ดีเก่าจริง ๆ ”

คนพูดยังจดจ่อเรื่องเดิม ๆ พูดจาซ้ำ ๆ “เฮ้อ ! หลายเรื่องจริงแม่คุณ เอาเป็นว่าบ้านนั้นเขามีเรือนไม้ใหญ่เกือบเท่าศาลาวัด ผู้ดีมากพอไหมล่ะคุณ ? ”

“แต่งตัวก็ประหลาดเด็กอะไร นุ่งผ้าถุง เสื้อมีลูกไม้ ผมยาวเหมือนสาว ๆ แม้แต่แววตายังประหลาด” คุณนายไหมทองยังครุ่นคิดไม่หยุด เหมือนไม่ได้ฟังสามีเลยด้วยซ้ำ

“แปลกตรงไหน ? แม่โสนก็แต่งอย่างนี้ออกจะบ่อย นั่นก็น่าจะบอกหล่อนได้ว่าเขาก็ผู้ดีเก่า เขาอาจจะรวยจนไม่ยอมขายที่ หล่อนจะเคืองก็ตามใจ แต่เรื่องเด็กก็วาง ๆ ซะบ้างเถอะแม่คุณ ฟังแล้วปวดหัวจริง ๆ ” เขาหัวเราะ

“สังหรณ์ใจชอบกลค่ะ เด็กคนนี้น่าจะเกี่ยวกับพ่ออิง ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีอะไรดลใจให้ฉันไปถึงที่นั่นจนเจอเด็กคนนั้นเข้า โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญค่ะ ทำยังไงดีคะ ? ”

“ทำใจ” คนพูดอมยิ้ม แต่คุณนายไหมทองรู้สึกเหมือนตัวเองมีลมออกจากหู !

ร่างหนึ่งค่อย ๆ เดินผ่านทั้งสองไป แต่คนตาไวมองเห็น “เข้ามาก่อนลูก กินข้าวหรือยัง ? ” คนถูกเรียกชะงัก อิงกาลเดินท่าทางเนิบนาบราวกับชายหนุ่ม

“กินข้าวแล้วครับคุณแม่ ฝนตกเลยหิว กินไปนานแล้ว มีอะไรไหมครับ ? อิงจะกลับห้อง” คุณนายไหมทองจ้องลูกชาย “ทำไมดูมีความสุข ? ”

เด็กชายอมยิ้ม ลูบแขนตัวเองเบา ๆ “อากาศเย็น ลูกสบายตัว ป้าฟื้นทำกับข้าวอร่อยด้วย ไม่มีอะไรครับ”

“ถามประหลาด ลูกสุขก็หาเรื่อง เวลามันหลับเห็นร้องไห้จะเป็นจะตาย”

“ก็วันนี้วันพระ อิงยังไม่ร้อน ไม่เป็นอะไรเลยมาตั้งแต่เมื่อคืนนะคะ”

เด็กชายถอยหลังออกมาอย่างช้า ๆ เขาซ่อนความกังวลไว้ในแววตา หากแต่ริมฝีปากพยายามยิ้ม บิดาและมารดามองมาที่เขาพร้อม ๆ กัน สายตามีทั้งคำถามและความห่วงใยเต็มเปี่ยม สายตาของอิงกาลจ้องท่านนิ่ง จะหาถ้อยคำใด พาตัวเองออกไปจากที่นี่ได้หนอ ? กลิ่นดินและกลิ่นควันไฟจากรอบ ๆ บ้านกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นดอกกรรณิการ์อวลมาตามสายฝนในยามราตรี อิงกาลสงบนิ่งเยี่ยงผืนดินในยามนี้หาได้ไม่ !

“อิง…..ร้อน แต่อดทน” เด็กชายพูดช้า สายตาของเจ้าตัวจ้องไปที่บิดามารดาอย่างสงบ “หายใจลำบาก แต่รู้สึกอยากอยู่ในโลกนี้ครับ อิงไม่เป็นอะไรมากตอนนี้ ถ้ารู้สึกไม่ดีจะรีบบอกคุณพ่อคุณแม่ทันทีนะครับ”

คนเป็นพ่อผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ ลูกชายได้ดั่งใจเสมอ แม้ความเจ็บป่วยแบบไร้ที่มาของลูกจะหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่การที่ลูกพยายามเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นนับเป็นยาชั้นยอดที่หาจากที่ไหนไม่ได้

“ฝนตกบ่อย ๆ ลูกก็ทำใจให้สบาย ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะกี่ฝน กี่หนาว กี่ร้อน เราก็ต้องหายใจได้ด้วยตัวเอง ดีแล้ว ไปเถอะ ! ” เขารีบตัดบท เมื่อเห็นริมฝีปากของภรรยากำลังจะขยับ อิงกาลรู้งาน เขารีบเดินไปยังห้องนอนของตัวเองทันที



เด็กชายอมยิ้มในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด หากแต่เมื่อก้าวเข้าห้องนอน ก็สะดุดตากับอะไรบางอย่างตรงหน้า “เลือด…..ใคร ? ” เขาก้มลงเอามือสัมผัสเพียงเบา ๆ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่มีซากสัตว์ใด ๆ ในห้องนอน “หรือสี ? ” ไม่ได้กลิ่นสาปคาวใด ๆ หากแต่ได้กลิ่นประหลาด

“น้ำหมากยังไงล่ะพ่อ” อิงกาลหันขวับไปข้างหลังทันที !

ชายวัยกลางคน ผมทรงมหาดไทย ร่างกายสูงใหญ่บึกบึน ผิวสีเข้มเหมือนคนกรำแดดกรำฝนมานาน เขาไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกระเบนสีเทาตุ่นสั้นเหนือหัวเข่า ร่างนั้นกำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา หากแต่การเดินนั้นรวดเร็วราวกับอิงกาลกำลังถูกแสงวิ่งเข้าใส่ เด็กชายผงะหงายหลังล้มลงกับพื้นทันที ! “ใคร ? ! เข้ามาได้ยังไง ? ” แม้ตกใจนักหนาแต่อิงกาลก็ยังมีสติ คนตรงหน้าเคลื่อนไหวราวกับเป็นภาพที่กำลังขาด ๆ หาย ๆ เร็วเป็นช้า ช้าเป็นเร็วสลับกันไป ก่อนจะค่อย ๆ ลงนั่งพับเพียบเรียบร้อย มือประสานกันหมอบอยู่กับพื้น รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นฟันดำปี๋ เจ้าตัวเอามือปาดริมฝีปากก่อนจะหัวเราะร่า

“กระผมเป็นบ่าวคุณปรุง อยู่ข้างยุ้งข้าวเรือนกรรณิการ์ขอรับ”

อิงกาลหันรีหันขวางตะโกนออกไป “ใครก็ได้มานี่ที ! ” หากแต่เสียงนั้น ไม่มีโอกาสได้ดังออกมาให้ใครได้ยิน ร่างตรงหน้าหัวเราะพลางเอามือปาดน้ำหมากที่ริมฝีปากทั้งสองข้าง “อย่าอึงไปเลยขอรับ มิมีผู้ใดได้ยินเป็นแน่”

อิงกาลถอยออกห่างจากเขาทันที พยายามเรียกคนให้ช่วยอีกหลายครั้ง แต่ก็เหมือนมีเพียงแค่ลมออกมาจากปากตัวเองเท่านั้น เขาพยายามตีแขนของตัวเอง ขอให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน ! “ได้โปรดฟังก่อนขอรับ กระผมเป็นเทวดาประจำตัวท่านขอรับ อย่ากลัวไปเลย กว่าจะได้พบกัน กว่าจะรอให้พ่อตั้งสติได้ นานเหลือเกิน” คนพูดทำตัวเหมือนเป็นบ่าวไพร่ในสมัยก่อน หากแต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจที่ลึกลับด้วยบารมีแห่งตน

“อิงไม่ได้บ้า ! ทำไมต้องตั้งสติ”

“จิต….หากไม่เคยว่าง จะมีที่เหลือให้สิ่งใดเข้ามาได้อีกหรือขอรับ ? กระผมชื่นใจนักที่ได้ตามท่านมาถึงที่นี่ เมื่อคราวเรือนกรรณิการ์ยังมีก็ได้พ่อช่วยพยุงไว้ แม้สุดท้ายจะล่มสลายไปตามกาล” คนพูดดูเข้าใจโลก แต่คนฟังกำลังอยากจะหยุดหายใจ

“แล้ว……มาทำไมครับ ? ”

“มาช่วยพ่อ นับแต่บัดนี้”

“หายแล้ว ตัวไม่ร้อนแล้ว ไม่เป็นไรครับ ไปเถอะ ! ” อิงกาลเริ่มแน่นหน้าอก หายใจติดขัด เขารู้สึกเหมือนโดนพายุกระหน่ำทั้งจากหัวใจของตัวเองและจากสิ่งที่เกินฝันตรงหน้า “ไป…..ไม่เป็นไร ไปเถอะนะครับ” เหงื่อของเขาเริ่มซึมออกมาตามผิวหนัง

อีกคนคลานเข่าเข้ามาใกล้ด้วยห่วงใยยิ่งนัก “ให้กระผมอยู่ข้าง ๆ เถิดขอรับ สิ่งที่ตาของพ่อมองเห็นเป็นเพียงสิ่งที่กระผมเคยเป็น หากปรารถนาจะมองเห็นกายทิพย์ที่งดงาม อาจทำให้เราต่างกันเกินไป อย่าได้กลัวไปเลยพ่อ”

“ผมเป็นคนและจะอดทนให้ถึงที่สุด ไม่ต้องพึ่งเทวดา ! ” เสียงแข็งกร้าวหลุดออกมาจากเบื้องลึก “เอะอะก็พาเข้าวัด เห็นและเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น ทั้ง ๆ ที่ผมแข็งแรง ผมจะอยู่กับสิ่งที่มองเห็นเท่านั้น ! ” อิงกาลกำลังหลอกตัวเองโดยตั้งใจ เขารู้ดีว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นผิดธรรมดา ความกลัวหลอมรวมกลายเป็นความแข็งกร้าว

“โตเกินวัยนักพ่อ แต่อย่าพยายามเลยขอรับ ชะตาเหมือนฤดูกาลยากนักจะเปลี่ยนแปลงได้เอง บางอย่างที่มองไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มีอยู่”

อิงกาลน้ำตาคลอ เขาเกลียดคำว่าขี้โรค เขาเกลียดคำว่าอ่อนแอ เขาเกลียดสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ ! เด็กชายเอามือจับหน้าอกตัวเอง ใบหน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจติดขัดมากขึ้นเรื่อย ๆ “ฝางเป็นใคร ? ! ” เด็กชายมองเห็นโอกาสในขณะที่ร่างกายตัวเองกำลังอยู่ในวิกฤติ เหตุใดหัวใจจึงได้ระลึกถึงคนที่ไม่รู้จักอยู่ทุกขณะจิต เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้ ปรารถนาขอให้คนตรงหน้าช่วยได้บ้างก็ยังดี

“ก็…..คนที่องค์อจลาหมายหมั้น แต่คลาดแคล้วกันด้วยชะตา”

“ชื่อที่ว่าคืออิงใช่ไหม ? และอิง….ผิด ใช่ไหม ? ” เด็กชายน้ำตาคลอ ใครกันหนอจะตอบคำถามในหัวใจในยามนี้ได้ เหตุใดวูบแรกที่ได้ยินจึงรู้สึกได้ทันทีว่าความเขลานี้เกิดจากตัวเอง หาใช่ชะตาอะไรนั่นไม่ ! “ ใช่ไหมครับ ? เขาคนนั้นคืออิงใช่ไหม ? ”

“สิ่งเดียวที่จะดลบันดาลในกาลหน้า คือความปรารถนาของนางผู้งดงามทั้งกายาและหัวใจ ความทุกข์ตรมอันใดมีเพียงนางเท่านั้นที่จะยอมเจรจา องค์อังควิภาและเจ้าฝางในเรือนนั้นคือคน ๆ เดียวกันขอรับ”

อิงกาลนิ่งราวกับถูกจองจำ อะไรบางอย่างบอกเขาเสียงดังในหัวใจ

ไม่มีทาง….ที่นางจะยอมเจรจา

น้ำตาของเขาไหลออกมาทันที ความพยายามหลายเดือนที่ผ่านมา บอกเขาได้ดีถึงความยากลำบาก แม้ขอเพียงได้พบยังยากยิ่ง

“หลับเสียเถิดพ่อ เมื่อมีโอกาสได้เป็นคนรอ ก็เท่ากับมีโอกาสที่จะได้พบกันอีก” สีหน้าของคนปลอบโยนเศร้าสร้อยนัก ภาพภพชาติซ้อนสลับในห้วงความคิดของอิงกาลและผู้อยู่ตรงหน้ารวดเร็วเหมือนความฝัน อิงกาลเห็นมันได้ด้วยการดลบันดาลของอีกคน ภาพที่ปลายทางอีกฝั่งนั้นยากนักจะคาดเดาว่าอยู่หนใด

“มีแค่ฝางคนเดียวใช่ไหม ? ที่อิงต้องรอ” เด็กชายใช้แรงเฮือกสุดท้ายถาม

“เหตุเกิดจากองค์อังควิภาและองค์อจลา ก่อให้เกิดผลตามมา อันตัวข้ามาสถิตอยู่ ณ ที่นี้ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน มารอท่าน เหมือนที่อีกหลายคน.ตามมา”

“สน…ใจแค่คนที่อิงต้องรอ” เสียงจากหัวใจของเขาขาดหาย ทิ้งให้ความเงียบสงัดครอบงำ ร่างใหญ่บึกบึนนั้นค่อย ๆ หายไปพร้อม ๆ กับนาทีสุดท้ายของราตรี



กลิ่นควันไฟกรุ่น ปลุกร่างเล็กที่คดคู้อยู่ในผ้าห่มให้ขยับกาย มือเล็ก ๆ กวาดออกมาลูบผ้าปูที่นอนด้วยความเคยชิน ฝางลุกขึ้นนั่ง “ฝนไม่ตก ไก่หลับสบาย” เธออมยิ้ม หากเมื่อขยับกายจะก้าวลงจากเตียง จึงได้เห็นใครบางคนนั่งหันข้างให้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ผมยาวสยาย กลิ่นกายหอมกรุ่น สไบแพรจีบสีแดงฝางปกคลุมกายา

“แม่ ! ” เด็กหญิงร้องจ้า ร่างนั้นหันมายิ้มกระจ่างให้ “อย่าอึงไปเลยเจ้าฝาง ยังไม่คุ้นเคยกันอีกหรือ ? ” อันน์ถามพลางยิ้มให้อย่างเมตตา

ฝางถอยหลังชนหัวเตียงกอดผ้าห่มไว้แน่น “มาอีกแล้ว พี่ผี ! ”

หญิงสาวหัวเราะร่วน แล้วลุกขึ้นเดินมาหาแล้วนั่งลงข้าง ๆ เด็กหญิง ผ้านุ่งจีบหน้าสีเขียวเข้มสวยราวกับเคลือบด้วยทองระยิบระยับสะกดสายตาของฝางอยู่หมัด เธอค่อย ๆ ขยับกาย ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่ตัก “ทำไม....ผ้าถุงไม่เหมือนของฝาง ทำไมของฝางไม่มีห้อย ๆ อย่างนี้ ? ”

“เป็นผ้านุ่งจีบแลห่มสไบ มิได้นุ่งโจงแลห่มสไบเจ้าข้า” คนเล่าไม่ปรารถนาจะเอ่ยอะไรมากไปกว่านี้ แต่จงใจทำให้ฝางเห็นภาพในหัวได้เองทันทีว่าการนุ่งผ้านุ่งจีบหน้าและการนุ่งโจงกระเบนต่างกัน ความงดงามของผ้านุ่งจีบของนางนั้นเป็นการเนรมิตอาภรณ์ให้งดงามประหลาดกว่าผ้านุ่งทั่วไป ผ้าพิมพ์ลายนี้นั้นหาได้พบเห็นที่ใดไม่ การตัดเส้นด้วยทองเนรมิตได้อย่างวิจิตร อีกทั้งเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ที่ประดับกายของนางสวรรค์อยู่นั้น ลวดลายทองและสีสันของอัญมณีสุกปลั่งงดงามล้ำค่าเกินปากกล่าว บางคราวปรากฏให้เห็นได้ชัดทั่วสรรพางค์ บางคราวเครื่องประดับเหล่านั้นก็เลือนหายไป มองเห็นเพียงผ้านุ่งจีบแลสไบอันเจิดจ้าบนรูปโฉมโนมพรรณที่งดงาม ราวกับปั้นแต่งทุกกระเบียดนิ้ว “สวย สวยกว่าแม่ สวยกว่าฝาง สวยไปหมดเลย” เด็กหญิงมองคนตรงหน้าราวกับจะจารึกไว้ในสมอง เมื่อเห็นว่าสวยนัก ความกลัวก็ลดลงไปมาก “พี่ไม่กลัวแสงเหรอคะ ? นี่มันเช้าแล้ว แม่ไปทำกับข้าวใส่บาตร”

“มีอันใดต้องกลัว ? ในเมื่อเจ้าฝางเห็นพี่คนเดียว”

ฝางรู้สึกภูมิใจและใจชื้นขึ้นมา เมื่อรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ “แล้วมาทำไมอีก ? ”

“วาจาของเจ้า ราวกับคนที่ไม่เคยยอมเป็นรองผู้ใดเสมอ แม่บัวเลี้ยงเจ้าด้วยความรัก เหตุใดความรักไม่ได้ทำให้ความรู้สึกในตนเปลี่ยนแปลง ? ”

“ไม่เข้าใจ” เด็กหญิงจ้องหน้าอีกคนแน่วแน่ รู้สึกลึก ๆ ว่าเหมือนกำลังถูกตำหนิ

“ยังเล็กนัก ขอเพียงเชื่อฟังพี่บ้าง เจ้าฝางจะไม่ทุกข์นะคนดี” มือสวยเอื้อมมาจับมือเล็ก ๆ ของฝางอย่างเมตตา “ทุกข์อันใดหนา ทำให้กายาที่เคยเย็นเฉียบ กลับต้องร้อนรุ่มในใจมิรู้จบ”




Create Date : 26 กรกฎาคม 2563
Last Update : 26 กรกฎาคม 2563 9:56:22 น. 0 comments
Counter : 46 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.