อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2563
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 ตุลาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 9 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



9



เมื่อเข้าห้องเรียนพร้อมกันทุกคนแล้ว มีหลายคู่ที่ไม่ค่อยพอใจกับคู่ของตัวเอง เพื่อนบางคนทำท่ารังเกียจกันอย่างออกหน้า จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนก็ต้องอยู่ร่วมกันอย่างนี้ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ภูสิตาหยิบถุงกระดาษในกระเป๋านักเรียนออกมา ทำให้คนข้าง ๆ มองด้วย “อะไรเหรอ ? ” ภูสิตามองหน้าเขาแต่ไม่ได้ตอบคำถาม “เป็นอะไร ? เล่นตัวจังเลยนะ ก็คนถามดี ๆ ” เขาหน้าตึง แต่ภูสิตาไม่ได้สนใจอาการนั้น กลับเดินตรงไปที่โต๊ะของอำภา

“อำภานี่ของฝาก อย่าว่าอะไรเราเลยนะ เราตั้งใจให้”

อำภายิ้มรับแล้วเปิดถุงออกดู ในถุงเป็นเสื้อนักเรียนใหม่เอี่ยม 2 ตัว

“ให้เราเหรอ ? ให้เราจริง ๆ เหรอ นี่ตัวใหม่ ๆ เลยนะ จริงหรือเปล่า ? ขอบใจนะจ๊ะ ขอบใจมาก” เด็กหญิงดีใจ พูดวกไปวนมาหลายรอบ

“เล่าให้น้าฟัง ท่านเลยฝากมาให้ เก็บไว้นะจ๊ะ” ภูสิตาหมายถึงแม่เลี้ยงของเธอ เมื่อพูดจบก็รีบเดินจากมา ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ กลัวว่าอำภาจะอาย

เพื่อน ๆ บางคนไปมุงอยู่ที่โต๊ะอำภาเพื่อชื่นชมเสื้อใหม่กัน

“ใจดีจังนะ ทีกับเราพูดดี ๆ ด้วยยังไม่ได้” ปรเมษฐ์พูดอย่างน้อยใจ

“นี่บอลเป็นอะไร พูดอยู่ได้ ก็นั่งอยู่ด้วยกันแล้วนี่ไง ถามอะไรนักหนา ? ” ภูสิตาชักเบื่อคนแสนงอน เขายิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นภูสิตาพูดจาจริงจัง

“อ้าว ! ก็พูดได้ สบายดีใช่ไหม ไม่ได้เจอกันนาน สูงขึ้นหรือเปล่าเนี่ย ? ” เด็กชายเอามือมาวัดศีรษะของเธอกับบ่าของตัวเอง ภูสิตารีบเอามือปัดมือเด็กชายออกจากศีรษะแต่ไม่ทัน เขาไวกว่าเธอนัก “สูงขึ้นนะเนี่ย ” ปรเมษฐ์เองก็สูงขึ้นมาก บ่าของเขากว้างออก ดูเหมือนเสื้อนักเรียนที่ใส่จะเป็นตัวใหม่ เด็กหญิงมองบ่าที่อยู่ข้าง ๆ แล้วเดาเอาจากสายตา พอดีกับที่อาจารย์เข้ามาแล้วเริ่มทำการสอนชั่วโมงแรกทันที

“มองอะไร ? ” เขาถามบ้างเมื่อรู้สึกว่าถูกมองแล้วภูสิตาหลบสายตา

“เปล่า ! ทำไมต้องมาแต่เช้า มารอใคร ? ” ภูสิตาถามพลางจดงานในสมุดตามที่อาจารย์กำลังสอน “ใครบอก ? ” เขาถามแต่ไม่ได้มองหน้าเธอ

“เจอเบสที่โรงอาหาร เขาว่าบอลมารอที่ห้อง รอใคร ? ”

“แค่อยากมาดูว่าจะได้นั่งกับใคร ทำไมเหรอ ? ”

“อย่ามามองแบบนี้ ก็เบสเขาพูดเหมือนตัวมารอเรา”

“นั่นก็ใช่” แล้วปรเมษฐ์ก็ทำเมินคนข้าง ๆ ไปเสียดื้อ ๆ

คำสนทนาของคนทั้งสองไม่พ้นสายตาและหูของปูนาไปได้ ปูนาเห็นปรเมษฐ์เข้าห้องมาแต่เช้าแล้ว เขารีบกุลีกุจอไปที่บอร์ดทันที จะเหยียบเท้าหรือชนใครเขาไม่ได้สนใจ พอเห็นรายชื่อเท่านั้นเจ้าตัวก็ยิ้มร่า “ไม่เสียแรงที่พ่อเลี้ยงเหล้า ” พูดจบเขาก็เดินไปชะเง้อรอเหมือนคน ๆ นั้นสำคัญเสียมากมาย พอเห็นภูสิตาเดินมาเขาจึงกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปูนารู้และดูออกมานานแล้วว่าปรเมษฐ์ให้ความสำคัญกับภูสิตามากแค่ไหน เด็กหญิงไม่ได้เสียใจหรืออิจฉาแม้แต่นิดเดียว หากแต่เรื่องวันนี้ทำให้แน่ใจว่าปรเมษฐ์คิดอะไรอยู่ แต่เด็กหญิงก็ไม่ได้คิดจะพูดอะไร เธอยิ้มพลางส่ายหน้า

ตลอดเวลาที่นั่งเรียนในห้องเทอมนี้ ปรเมษฐ์แทบจะไม่ลุกเดินไปไหน เขาทำตัวเหมือนคนขี้เกียจและขยันเรียนในเวลาเดียวกัน “นอนทำไม ? อาจารย์มาแล้ว ” พอถูกเตือนเขาก็ลุกขึ้นแล้วก็ตั้งใจเรียนเหมือนคนละคนกับเมื่อครู่

“รู้อะไรไหม ? ” ปรเมษฐ์ถามไม่มีปี่มีขลุ่ย

“รู้ทุกเรื่องเลย จะฟังเรื่องอะไรล่ะ ? ” ภูสิตาชักนึกสนุก

“เรามีความลับ”

“เก็บความลับของตัวไว้เถอะ ”

“มันเป็นความลับไง้ ! อยากรู้ไหมว่าอะไร ? ”

“อยากเล่าก็เล่ามา”

“เล่าไม่ได้หรอก อยากเล่าแทบตายก็ทำไม่ได้” ปรเมษฐ์หันมามองคนข้าง ๆ สายตาคู่นั้นในยามนี้ดูเศร้านัก

“ทำไมล่ะบอล ? ”

“ไม่มีใครเชื่อหรอก พูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจ”

ภูสิตาได้แต่สบตาคนเล่า อะไรของเขา ? เด็กหญิงนึกในใจ



ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานเท่าไรภูสิตาก็ยิ่งรู้สึกผูกพันกับคนข้าง ๆ มากขึ้น เขามีโลกส่วนตัวไม่น้อยไปกว่าเธอหรอก แต่สิ่งที่เด่นชัดก็คือความมีน้ำใจที่หาได้เสมอจากคำพูดที่ฟังดูก้าวร้าวและท่าทางที่ดูไม่สนใจใครนั้น เขาอาจจะไม่รู้ตัว แต่ภูสิตาเห็นมันมาตลอด

วันหนึ่งเมื่อจบวิชาที่อาจารย์สุวิทย์สอน ท่านก็เรียกปรเมษฐ์เข้าไปพบ

“บอลเดี๋ยวตามไปที่ห้องพักอาจารย์หน่อย” ปรเมษฐ์ลุกเดินออกไปโดยไม่มีทีท่าใด ๆ หายไปไม่นานก็กลับมา แต่ภูสิตารู้สึกว่าเขานิ่งผิดปกติ

“อาจารย์ดุเหรอ ? เรื่องอะไร ? ”

“จะมาด่าเรื่องอะไร ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ ” เขาเลิกคิ้วสูง ท่าทางมั่นใจ

“งั้นเรียกไปทำไม ? ”

“พ่อจะให้ไปออสเตรเลีย” เขาตอบพลางยิ้มให้ แต่คำตอบนั้นทำให้ภูสิตาถึงกับหายใจไม่ออก เธอทำหน้าไม่ถูกด้วยซ้ำ “อ้าว ! ไม่ถามต่อเหรอ ? ” ปรเมษฐ์หัวเราะ

“ไม่มี…..ไม่มีอะไรจะถาม” ภูสิตาก้มหน้าไม่สบตาเขา

“ไปทั้งคู่ จบเทอมนี้แหละ”

ริมฝีปากได้รูปของปรเมษฐ์มีรอยยิ้มจาง หากแต่คนฟังกลืนอะไรบางอย่างลงคอไร้เสียงใด ๆ



วันนี้หนทางที่เดินกลับบ้านทุกวัน ดูช่างยาวไกลเหลือเกิน ภูสิตารู้สึกว่าขาตัวเองอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ต้นไม้ใหญ่สองข้างทางดูใหญ่โตเหลือเกินวันนี้ ทำให้รอบตัวเธอดูมืดมิด เด็กหญิงมองไปรอบ ๆ ตัว ไม่มีใครที่จะเดินผ่านมาแล้วทำให้เธอต้องหันไปหยุดดูเหมือนทุกวัน ๆ ได้เลย “จบเทอมนี้แหละ” เสียงคุ้นหูยังดังก้องอยู่ในหัว ถ้าไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ กายเหมือนทุกวัน ที่นี่จะน่าอยู่เหมือนที่เคยหรือเปล่า ? เธอถามตัวเองในใจ

เมื่อกลับถึงบ้านก็ได้ยินเสียงน้านิดาตะโกนออกมาจากในครัว “น้องตาล ! กับข้าวอยู่ที่โต๊ะนะคะ วันนี้มีเมนูของหนูโดยเฉพาะ คุณพ่อให้จัดให้ค่ะ น้ามีธุระ แล้วพ่อเราก็ไม่อยู่จ้ะ ดึก ๆ คงจะกลับ น้องตาลอยู่คนเดียวได้นะคะ น้าจะรีบกลับ”

ภูสิตาวางกระเป๋านักเรียนนานแล้วแต่ยังไม่เดินเข้ามาในครัว พอคุณนิดาออกมาจากในครัว เธอก็เดินสวนทางเข้าไปดูกับข้าวบนโต๊ะ เด็กหญิงไม่พูดไม่จา ทำให้คุณนิดาต้องชำเลืองดู “น้องตาลหิวเหรอคะ ? ทานได้เลยนะ” ภูสิตายังคงเงียบแต่เดินตรงเข้าไปที่โต๊ะ มีแกงจืด ผัดผักคะน้าใส่หมูและไข่เจียวหมูสับที่เป็นของโปรดของเธอวางอยู่

เด็กหญิงนั่งลงแล้วตักข้าวให้ตัวเองแค่ทัพพีเดียว แล้วก็เลื่อนจานผัดผักคะน้าออกไปไกลตัว คุณนิดาเดินย้อนกลับมาเพราะได้ยินเสียงเลื่อนจานดังเอี๊ยด “ทำไมไม่ทานล่ะคะ ? น้องตาลไม่ทานผัก มันไม่ดีรู้ไหมคะ ? ” น้ำเสียงเธอเมตตาหากแต่ก็ดุอยู่ในที

“ไม่ชอบค่ะ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมามองแม่เลี้ยงนิ่ง

“ไม่ชอบก็ต้องทานนะคะ เลือกกินแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” คุณนิดาเดินมาเลื่อนจานผัดผักกลับมา แล้วตักใส่จานให้ขณะที่ภูสิตากำลังจะตักข้าวเข้าปาก ภูสิตาวางช้อนทันที เธอสบตาแม่เลี้ยง “ขอบคุณค่ะ แต่ตาลไม่กิน มันขม ตาลไม่ชอบ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ลองดูก่อน มันไม่ได้ขมขนาดนั้น เอ้า ! ทานดูนะคะ” คนพูดไม่รอช้าเธอตักข้าวขึ้นมาอีกคำพลางตักผักจะป้อนเด็กหญิง

“ไม่เอาค่ะ บอกแล้วไงคะว่าไม่ชอบ ” ภูสิตารู้สึกโกรธที่ถูกบังคับจึงหันหน้าหนีแล้วเลื่อนจานข้าวออกไปไกลตัวทันที “ไม่กินแล้ว ! ”

“น้องตาลอย่าเอาแต่ใจตัวเองสิคะ ” คุณนิดาวางช้อนลง เมื่อเห็นเด็กหญิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ภูสิตาหันมาดูหน้าแม่เลี้ยงไม่นานแล้วก็เดินจากไปทันที เย็นนั้นภูสิตาไม่ได้รับประทานอาหารเย็น พอเข้าห้องก็นอนหลับไป มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพ่อเคาะประตู “ออกมากินข้าวลูก ดึกแล้ว ”

ภูสิตาออกไปเปิดประตูห้อง “ยังไม่อาบน้ำอีก จะนอนทั้งอย่างนี้เลยหรือลูก ? ข้าวก็ไม่กิน ไม่กินผักก็กินอย่างอื่นหน่อยสิลูก โกรธอะไร ? ” พ่อถามอย่างเข้าใจ

เด็กหญิงส่ายหน้า “ไม่เอาค่ะ ไม่กิน ตาลไม่หิวแล้ว ”

“ไม่ได้หรอกลูก น้านิดาเขาไม่สบายใจ หนูโกรธอะไร ไปคุยกับน้าเขาดี ๆ นะ”

“ตาลไม่อยากกินผัก แล้วก็ไม่อยากกินข้าวเท่านั้นเอง ไม่ได้โกรธใคร พ่อไม่ต้องห่วง” ภูสิตาจะปิดประตูห้องแต่พ่อเอามือกันไว้ “พ่อออกไป ตาลจะนอน ”

“นอนไม่ได้ ออกไปขอโทษน้าเดี๋ยวนี้ ตาลเลื่อนจานข้าวใส่คุณน้าได้ยังไง ? เขาอุตส่าห์หวังดี ออกมา ! ” พ่อพยายามดึงแขนภูสิตาออกมาให้พ้นประตู

“ไม่เอานะ ! พ่อจะให้ตาลไปขอโทษทำไม ตาลไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็แค่ไม่กินข้าว พ่อปล่อยนะ ! ” เมื่อสู้แรงพ่อไม่ไหวจึงถูกดึงออกมาที่ห้องนั่งเล่น คุณนิดานั่งดูนิตยสารฉบับหนึ่งอยู่ ดูเธอไม่ได้อาทรร้อนใจแต่มองมาที่ภูสิตาอย่างเมตตา

“ขอโทษน้านิดาเสีย ยายตัวดี” พ่อสั่งพลางสะกิดที่บ่าให้เด็กหญิงขอโทษ ภูสิตาถึงกับหน้าชาที่พ่อให้ทำแบบนี้ พ่อสะกิดเธอเหมือนไม่ใช่พ่อลูกกัน แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นใครกัน ? ภูสิตามองหน้าพ่อในยามนี้แล้วหายใจหอบ พ่อเข้าข้างคนอื่นและเธอคือยายตัวดี ! “อย่าทำให้พ่อโกรธนะตาล โตแล้วไม่ใช่เด็ก ๆ พูดเดี๋ยวนี้ ขอโทษน้านิดาเดี๋ยวนี้ ! ” พ่อเสียงดังจนเด็กหญิงตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อแสดงท่าทางแบบนี้ให้เธอเห็น หูของภูสิตาอื้ออึงไปหมด เธอจับคอซองแน่น แล้วยกมือขึ้นไหว้คุณนิดาทันที

“ขอโทษค่ะ” น้ำเสียงเธอสงบนิ่ง พ่อยิ้มให้เธออย่างพอใจ ภูสิตาตาพร่าไปหมด รีบวิ่งเข้าห้องนอนทันที



ในห้องนอนเด็กหญิงยืนหอบอยู่นาน น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาอย่างรวดเร็ว พ่อทำแบบนี้กับตาลได้ยังไง ทำไมต้องขอโทษ ? ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องให้พูด ? ความเสียใจที่ได้รับในวันนี้จากที่โรงเรียนก็มากพออยู่แล้ว แล้วนี่คือที่ไหน ? บ้านที่มีคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตอยู่แต่ท่านทำเหมือนไม่รัก แล้วต่อไปลูกจะอยู่ได้ยังไง ?

ตั้งแต่รู้เรื่องของปรเมษฐ์วันนั้น ภูสิตาก็พูดคุยกับเขาน้อยลง พออาจารย์ออกไปนอกห้องภูสิตาก็ออกไปนอกห้องทันทีเช่นกัน ปรเมษฐ์คิดว่าเธอหายไปเข้าห้องน้ำ แต่ระยะหลังก็เริ่มสงสัย วันนี้ภูสิตาออกไปนานแล้ว จนอาจารย์สั่งให้ทำงานกันไปแล้ว เธอก็ยังไม่กลับเข้าห้องเรียน ปรเมษฐ์จึงออกไปเดินหา คิดว่าคงอยู่แถว ๆ นี้ แล้วก็จริงอย่างที่คิด ภูสิตานั่งเขียนอะไรบางอย่างลงบนพื้นดินใต้ต้นไม้ โดยมีพี่เข้มนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ในร้านสหกรณ์ เด็กชายไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกตัว จึงเดินเข้าไปหาพี่เข้มแทน

“อ้าว ! น้องบอล หนีเรียนมาอีกคนละ ” เด็กหนุ่มหัวเราะ ปรเมษฐ์ยิ้มให้อย่างคุ้นเคย แต่สายตาเจ้าตัวดูกังวล “เป็นอะไรไปอีกคน ? เงียบไปนะ ”

ปรเมษฐ์ยิ้มกว้างให้ “ไม่ได้หนีเสียหน่อย เปล่านี่พี่ ! บอลก็เหมือนเดิม แต่คนนั้นคงไม่ พี่เข้มว่าอย่างนั้นไหม ? ” ทั้งสองหันไปดูภูสิตาพร้อมกัน พี่เข้มพยักหน้าให้

“เออจริง ออกมาคนเดียวนาน ๆ บ่อย ๆ ให้ขนมก็ไม่เอา ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า นี่โมรีก็หายไปเลย” ปรเมษฐ์ไม่ได้สนใจจะตอบ เขาเห็นภูสิตาหันหน้ามาทางร้าน จึงนั่งยอง ๆ ลงทันที ทำให้เธอมองไม่เห็นเขา “พี่ ๆ บอลไปก่อนนะ อย่าบอกเขาล่ะว่าผมมา ช่วยดูให้หน่อยว่าเขามาทำอะไร มาหาใครหรือเปล่า นะ ๆ ไปแล้ว” แล้วเด็กชายก็วิ่งออกจากร้านไป พอภูสิตากลับเข้าห้องเรียนไป นายเข้มก็เดินไปดูที่พื้นดินตรงที่ภูสิตานั่งเขียนอยู่เมื่อสักครู่ มีรูปหัวใจสองดวงวางซ้อนกันและตัวหนังสือเลือนรางที่เจ้าตัวลบออกไปแล้วยังค้างอยู่ เมื่อตั้งใจดูก็จะเห็นชัด ‘ปร..เมษฐ์’ เข้มยิ้มกับตัวเอง



พอกลับเข้ามา ภูสิตาก็เดินไปหาเอกรินทร์ พูดคุยกันอยู่ไม่นาน เอกรินทร์ก็เดินกลับมาพร้อมกับเธอ “ลุก ๆ ข้าจะนั่งตรงนี้ ขยับไปนั่งเก้าอี้ตาลโน่น ” ปรเมษฐ์กำลังจดงานอยู่ พอถูกเอกรินทร์ย้ายหนังสือและเครื่องเขียนของเขามาที่โต๊ะของภูสิตา เขาก็ทำอะไรไม่ถูก “เฮ้ย ๆ ! อะไร อ้าว ๆ เก็บทำไม ? ”

“เออ ก็ข้าจะนั่งด้วย ภูสิตาเขาจะไปนั่งโน่น”

ปรเมษฐ์ดูหน้าคนที่เป็นต้นเหตุทันที ภูสิตาไม่มีท่าทีอะไร แต่เดินมาเก็บข้าวของของตัวเอง เธอไม่ยอมสบตาเขาด้วยซ้ำ “ทำไมล่ะ นั่งนี่ก็ดีอยู่แล้ว จะย้ายทำไมตาล ? ”

ปรเมษฐ์ถูกเอกรินทร์ไล่ทางอ้อมจนต้องลุกออกจากเก้าอี้ มือของเขายังถือปากกากับสมุดอยู่ ได้แต่เดินอยู่รอบ ๆ โต๊ะ เวลานี้รองเท้าเขาก็ไม่ได้ใส่ จึงต้องใช้เท้าเขี่ยรองเท้าตัวเองออกมาด้วย “ว่าไงตาล ทำไมล่ะ ? ” ภูสิตาเก็บของเสร็จก็หันมามองหน้าเขาเล็กน้อย ทั้งคู่หอบสัมภาระไม่น้อยไปกว่ากัน มีเพียงเอกรินทร์เท่านั้นที่ยิ้มร่า

“ไป ๆ จะได้ทำงานต่อ เดี๋ยวอาจารย์มา เร็วเข้าพวกแกเนี่ยชักช้า เอานี่ไปด้วย อะไรอยู่ใต้โต๊ะเพียบเลยไอ้บอล ? ”

“ว่าไง้ ! ” ปรเมษฐ์ชักโมโห ที่ภูสิตาเอาแต่นิ่ง และความฉุกละหุกก็ทำให้เขาหงุดหงิดเอามาก ๆ “ เป็นใบ้หรือไง ? ถามก็ไม่ตอบ ทำไมต้องย้าย ? ” สีหน้าเด็กชายจริงจังอย่างที่ภูสิตาไม่เคยเห็นมาก่อน พอภูสิตากำลังจะพูดอาจารย์ก็เข้ามา เธอหันไปเห็นพอดีจึงได้รีบวิ่งไปที่นั่งเดิมของเอกรินทร์ทันที

“อะไรกันปรเมษฐ์ ยืนทำไม ? นั่งลงสิคะ บอกให้ทำงานเงียบ ๆ ไง” อาจารย์เตือนเขา ปรเมษฐ์ไม่ได้มองหน้าอาจารย์ด้วยซ้ำ เขายังยืนหอบสมุดและถือปากกาอยู่ สายตาเขามองไปที่ภูสิตา แววตาเด็กชายกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“บอลนั่งลง ! เดี๋ยวก็โดนหรอกเอ็ง เร็ว ! ” เอกรินทร์ดึงเพื่อนให้นั่งลง ภูสิตานั่งลงตรงที่นั่งใหม่ เห็นแววตาคนโมโหแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจอย่างที่สุด ไม่กล้าหันกลับไปดูเขาอีกเลย ทำไมเธอจะไม่รู้ฤทธิ์เจ้าหมอนั่น แต่ยังไงก็ต้องทำ ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ห่าง ๆ ปรเมษฐ์เข้าไว้ ภูสิตารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเอง ‘กลัว’

เธอไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดกับการสูญเสียใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากต้องขาดเพื่อนอย่างเขาไปสักคน ก็ขอให้จากกันเสียตั้งแต่วันนี้ ทำตัวให้ชินเสียตั้งแต่วันนี้



ตั้งแต่วันที่ย้ายที่นั่ง ปรเมษฐ์พยายามถามเธอหลายครั้ง แต่ภูสิตาไม่ยอมพูดด้วย จนเขาเองก็จนใจ เธอทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตน ส่วนตัวเขาเองก็เปลี่ยนไป ไม่ค่อยยิ้มไม่ค่อยพูดคุยและไม่สนใจใครเลย “ตาลเพราะรู้ว่าบอลจะไปออสเตรเลียใช่ไหมตัวถึงไม่คุยกับมัน ? ” ปูนาพอรู้เรื่องจากปรเมษฐ์ เด็กหญิงก็ทำตัวเป็นผู้ประสานรอยร้าว

“ไม่เอานะปูนา ไม่คุยเรื่องคนนี้ ”

ปูนาได้ฟังคำตอบแล้วก็จนใจเหมือนกัน เธอปลอบใจปรเมษฐ์ด้วยการเล่าเรื่องที่คุยกับภูสิตาทุกเรื่องให้เขาฟังทุกวันแทน “นึกอยู่แล้วเขาไม่ฟังหรอก เขาคงไม่อยากนึกถึงเรา” ปรเมษฐ์ตัดพ้อ

“ก็มันจะต้องห่างกันนี่นา ตาลคงรับไม่ได้”

“รู้แล้ว ไม่เป็นไรหรอก วันหนึ่งเราจะไปทวงสัญญากับเขาเอง”

“สัญญาอะไรเหรอ ? ”

“เขารู้ดียิ่งกว่าใคร”




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2563
0 comments
Last Update : 23 ตุลาคม 2563 11:41:48 น.
Counter : 180 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.