อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 16 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

16



“ฝางเอง…คุณในเรือนออกมาจากความฝันเถอะนะคะ ได้โปรด”

“นะคะงั้นเหรอ ? ! ” สายตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อเห็นน้ำตาของฝางไหลพราก “ค่ะ….ฝางเอง ตื่นเถอะนะคะ อย่าให้อำนาจใด ๆ มีเหตุผลเหนือตัวเองเลย เราอยู่ในโลกของความจริง คุณในเรือนทรมานมามากแล้ว ปล่อยฝางไปเถอะนะคะ ถ้าทุกข์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจากภพชาติของเรา ฝางก็ยินดีจะปล่อยคุณในเรือนไปเสียตั้งแต่วันนี้ ได้โปรดอย่าล่วงเกินกันอีกเลย” เสียงสะอื้นดังจนคนนอกห้องใจหาย

“ฝาง ! ฝางเป็นอะไรไหม คนดีของพี่ ? ” เสียงดำดังเข้ามา

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไรพี่ดำ อย่าห่วง ฝางไม่เป็นไร”

ดำเอามือทาบอกด้วยห่วงนักหนา แต่คำพูดของน้องทำให้มีสติจึงยอมเดินกลับเข้าห้องเสีย อิงกาลดึงหล่อนเข้ามากอดอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกได้ถึงตัวตนของฝางชัดเจน ชายหนุ่มยิ้มกว้าง น้ำตาไหลออกมาเป็นทางไม่รู้ตัว

“ได้ ขอบคุณที่เตือนสติ ขอบคุณนะฝาง”

“เรา....มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปอดีตแล้วนะคะ ฝางอาจจะไม่รู้ทุกเรื่อง แต่เรามาเกี่ยวข้องกันเพราะคนอื่น ไม่ใช่เพราะตัวเราเอง ขอให้คุณในเรือนมีชีวิตใหม่ ขอให้คุณพระคุ้มครอง” คำปลอบโยนของหล่อนเต็มไปด้วยสติ

อิงกาลหวังให้อีกร่างในกายของหญิงสาวได้ยิน อำนาจเบาบางลงแล้วหรือไร ? เหตุใดผู้หญิงที่เขากอดอยู่จึงเอ่ยในสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยิน อิงกาลรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองออก แล้วปล่อยให้หล่อนเป็นอิสระ “ดีจังเลย ดีที่เป็นฝาง”

หญิงสาวมองเขานิ่ง ความรู้เท่าทันตัวเองทำให้ฝางครองกายและจิตตนได้ยาวนาน ความปรารถนาดีที่ซ่อนไว้ไม่อาจบดบังได้อีก “ฝางไม่เป็นไร แต่คุณในเรือนคงเจ็บหนักไปอีกหลายวัน” เธอยกมือของตัวเองขึ้นมาดู เลือดของอีกคนยังซึมอยู่ที่ปลายเล็บ เสื้อของอิงกาลบางจนแรงจิกทำร้ายเขาได้

“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง พี่ขอโทษนะที่ล่วงเกินฝาง พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้”

“ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวค่ะ ต่อไปไม่ทำอีกนะคะ”

ชายหนุ่มยิ้มออกมา “แล้วเราจะได้พบกันอีกไหมครับ ? ”

“ฝางอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง คุณในเรือนก็ควรมีชีวิตของตัวเองนะคะ เราอย่าพบกันอีกเลย ที่ผ่านมาเป็นเพราะชะตา แต่วันเวลาที่เหลือเรากำหนดมันได้เอง อย่าก่อเวรก่อกรรมใด ๆ ต่อกันอีกเลยนะคะ”

“พี่รู้สึกประหลาดที่ฝางพูดจาน่าฟัง แต่ที่รู้สึกชัดเจนที่สุดคือพี่เลือกไม่ผิด เข้าใจหรือไม่ ? ” หญิงสาวถอยห่างออกไปทันที ฝางไม่ปรารถนาให้ใครใช้ทั้งคำพูดและรูปกายที่งดงามดึงตัวเองเข้าไปหาเขาได้อีก หากกำแพงนั้นมีใครมองเห็น มันก็สูงลิ่วเท่าท้องฟ้า บางคนอาจงดงามจนยากจะตัดใจ แต่ความจริงที่ย้ำคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ มันดังอยู่ในหูของฝางตลอดมา

“ไม่เคยอยากเข้าใจ กลับไปเถอะนะคะ มันจบแล้ว” เธอเดินออกไปจากห้องทันที

อิงกาลไร้เรี่ยวแรงจะดึงรั้ง ชัดเจนหรือยังเมื่อหญิงอันเป็นที่รักไม่เคยต้องการเรา  ชายหนุ่มหลับตาลงยืนนิ่ง เสียงในหัวดังชัดขึ้นทันที กลับมาที่เดิมอีกแล้วหรือ ? กลับมาตรงที่ที่เขาไม่ต้องการอีกแล้วหรือ ? ดีใจได้เพียงชั่ววูบที่ได้มองเห็นตัวตน ที่แท้ฝางก็ยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“กลับเรือนเถิดเจ้าข้า ที่นี่อันตราย” เสียงหวานดังก้องมาตามลม

“หนีก็ตาย อยู่ยังดีกว่าเพราะมีโอกาสได้สู้ครับพี่อันน์” เสียงทุ้มเย็นชา

“ใช้ภพชาติให้เป็นประโยชน์เถิดเจ้าข้า บทเรียนมีมาให้ระลึกได้ เพื่อให้นำมาแก้ไขปัจจุบัน อย่าดันทุรังเสียเลือดเสียเนื้ออีกเลย แรงพยาบาทจากจิตที่ว่าใสสะอาดยังทำให้เลือดตกยางออกได้ มีหรืออีกคนที่มีอำนาจมากกว่าจะปล่อยให้เป็นสุข ? ”

ดำวิ่งเข้ามาในห้อง “พ่ออิง ! ไอ้ฝางพายเรือออกไปแล้ว มีอะไรกันหรือ ? ”

“ทะเลาะกันครับ แต่ไม่มีอะไรแล้ว”

“ค่อยโล่งอก รายนั้นเดินหน้าตึงออกไปเลย ไม่รู้พายเรือไปไหน ไม่กล้าถาม”

“ทำไมไม่กล้าถามครับ ? ”

“ก็….ก็มองเห็น เดินลิ่วสไบปลิวมาเลย ฝางเดินเหมือนคนบินได้ สไบสีกลีบบัวยังติดตาอยู่เลย กลัวที่สุดเลย ผีบ้านนี้แรงจริง ๆ ให้ตายสิพับผ่า ! ”

“พี่ดำครับ ขนมถ้วยฟูนั่นใครทำ ? ” ชายหนุ่มชี้ไปที่ขนมถ้วยฟูอีก 2-3 อันที่กระจายเกลื่อนอยู่บนเตียงนอนจากการที่เขาพยายามทำผิดต่อฝาง

“พี่ทำเอง ฝางมันชอบกิน กินมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ทำไมหรือ ? ”

“กินแล้วมีเรื่องหรือเปล่า ? เคยมีเรื่องไหมครับ ? ”

“ก็เคยนะ กินแล้วฝางจะพูดอะไรแปลก ๆ แต่บางทีก็ไม่ เจออะไรมาหรือ ? ”

“กินทุกวันไหมครับ ? ”

“ไม่ได้ทำทุกวันหรอก ถ้าเขาอยากกินเขาจะบอกเอง แต่บางทีพี่ดำก็ทำเพราะอยากกินเอง เฮ้ย ! จำได้แล้ว เรื่องขนมถ้วยฟูนี่แหละ พี่บัวเขาทำไหว้เทวดา เขาบอกว่าขอให้เทวดาปกปักรักษาลูก แล้ววันนั้นก็คลอดเจ้าฝาง แต่ว่ามันไม่น่าเกี่ยวอะไรกับการกินนะ ขนมพวกนี้พี่ก็กินทุกครั้ง ไม่ยักเป็นอะไร”

“ไม่เป็นไรครับ รู้แค่นี้ก็มีประโยชน์มากมาย ขอบคุณนะครับ พรุ่งนี้จะมาใหม่”

“กลับยังไงล่ะพ่อ ? ไอ้ตัวดีเอาเรือไปแล้ว”

“เดินครับ อิงลานะครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ดำแล้วเดินออกไปยังรั้วทันที



เมื่ออิงกาลกลับมาถึงเรือนกรรณิการ์ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องครัวทันที “ให้คนไปเก็บของของเรา แล้วย้ายไปเรือนฝางวันนี้ เรียนคุณแม่ว่าจะไปอยู่เรือนฝางสักพัก”

“ได้ค่ะคุณอิง”

“เดี๋ยวนี้นะ ไปเดี๋ยวนี้ ! ขอยาทาแผลสดด้วย รอที่ห้องโถง” ชายหนุ่มสั่งแล้วเดินจากไป “ไปชกต่อยกับใครมานะ คุณอิงนี่นะมีเรื่องกับคน ? ไม่รู้เจ็บป่วยตรงไหน นี่แค่วันเดียวที่แม่ฝางจากไปก็มีเรื่องเสียแล้ว กว่าจะถึงวันพระหน้าไม่แย่หรอกหรือ ? ” คนพูดเอ่ยกับสาวใช้ในบ้าน ก่อนจะรีบสั่งให้ทุกคนไปช่วยกันขนของ

คนรับใช้ในบ้านและแม่ฟื้นช่วยกันเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอิงกาลอยู่ในห้องนอน เตรียมแยกใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ “ป้า ! ป้าฟื้นว่าคุณอิงจะย้ายไปอยู่เรือนฝางนี่มีอะไรหรือเปล่า ? ไหนป้าบอกว่าสัญญาเมียเก็บถูกยกเลิกแล้วไงล่ะ ? ”

“รายนั้นเขาขอไม่ทำงานแล้ว เขายอมยกบ้านให้คุณนาย แต่เรื่องย้ายนี่ข้าก็ไม่รู้ แกก็เห็นกับตาว่าเธอสั่งอย่างนั้น”

“คิดว่าหมดคู่แข่ง แต่เจ้าตัวดันจะย้ายเข้าเรือนหล่อน ทั้ง ๆ ที่หล่อนก็ยังหาที่ซุกหัวนอนไมได้ เห็นทีคุณโสนจะแพ้ราบคาบ” สาวใช้ที่ยังสาวหัวเราะคิก

“อย่าหาว่าข้านินทานายเลยนะ คุณอิงนี่ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด เธอฉลาดเธอเรียนเก่งเธอเยือกเย็น ลองสั่งขนาดนี้ เอ็งเตรียมตัวฟังเสียงบ้านแตกคืนนี้ได้เลย ถ้าหาลูกชายไม่เจอ ! ”

“แล้วป้าจะไม่ไปเรียนท่านหรือ ? ”

“ท่านไม่อยู่ ถือว่าข้าไม่ผิด และข้าไม่อยากขัดใจคุณอิง”

“ทำไมล่ะ ? ”

“ข้าเห็นเธอทรมานมามาก ความสุขของเธอมีนิดเดียวเท่านั้นตั้งแต่เกิดมาเป็นคน แววตาเธอมีความสุขเฉพาะเวลามีแม่ฝางอยู่ข้าง ๆ ใครจะหาว่าข้าเข้าข้างก็เชิญ เมียบ่าวเมียเก็บใครจะว่ายังไงก็ว่าสิ ข้าจะยอมถ้าเป็นแม่ฝางมาอยู่ที่นี่”

“หูย ! หล่อนดีตรงไหนกัน ? อย่างกับตุ๊กตาผี วัน ๆ ไม่พูดอะไรเลย จนก็จน ป้าก็เรียกของป้าว่าเมียเก็บเอง อยู่ดี ๆ มาเข้าข้างกันซะงั้น”

“ถ้าเอ็งไม่เคยเห็นผีอย่างข้า เอ็งอย่ามาพูด ! ”

“ทำไม ? ! ยังไง ! ป้าเคยเห็นผีเหรอ ? ”

“เออ…อยู่ท่าน้ำก่อนคุณอิงมานั่นไง ห่มสไบสีกลีบบัวนั่งร้องไห้อยู่ เห็นหลังไว ๆ จะวิ่งเข้าไปดู หายไปซะงั้น ไม่รู้เศร้าโศกอะไรนักหนาบ้านนี้ แม้แต่ผีบ้านผีเรือนยังร้องไห้ ข้าห่วงคุณอิงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ถ้าแม่ฝางอยู่ด้วยก็คงไม่มีเรื่องน่ากลัวอะไร ดูเอาเถอะนี่แค่จะยกเลิกกัน มาให้ข้าเห็นขนาดนี้ ข้าก็กลัวสิ”

“ใครเอาเรือกลับมา ? ” อิงกาลถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องนอน

“ไม่เห็นคนพายมาค่ะ เห็นแต่มาจอดเทียบท่าอยู่ก่อนคุณอิงมา”

“ป้าไม่บอกคุณอิงไปล่ะ ? ”

“บอกอะไร ? บอกมาให้หมด” อิงกาลสั่ง

“ป้าแกเห็นผีที่ท่าน้ำค่ะคุณอิง ห่มสไบสีกลีบบัวร้องไห้อยู่คนเดียว”

ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นทันที มาเองถึงนี่เห็นทีจะเปล่าประโยชน์นะขอรับ ! ชายหนุ่มพูดในใจ “ให้คนเอารถออก ไปเรือนฝางเดี๋ยวนี้ ! ”



ความเย็นรอบกายทำให้ร่างกายของฝางตื่น เธอลูบแขนไปมาด้วยความรู้สึกหนาวเย็นนัก “เรือนกรรณิการ์ ? ! ” ฝางหันไปมองรอบ ๆ ตัวจึงได้พบว่าตัวเองนั่งพิงเสาเรือนริมน้ำอยู่ หากแต่เมื่อมองเข้าไปยังตัวตึกของเรือนกรรณิการ์ ภาพซ้อนก็แทรกเข้ามาในหัว ตึกฝรั่งครึ่งปูนครึ่งไม้ถูกซ้อนทับด้วยเรือนไทยอยู่เบื้องหน้าสลับกันไปมา

ฝางลุกขึ้นยืน มีแสงไฟจากตึกฝรั่งสะท้อนมาในบางวูบ คนรับใช้ของอิงกาลมองมาหากแต่พวกหล่อนกลับดูเหมือนมองไม่เห็นหญิงสาว คนมีสติชูแขนทั้งสองข้างทักทายแต่ก็ยังไม่มีใครมองเห็นฝาง “แล้วเรือนไทยนั่นที่ไหนกันนะ ? ” เธอถามตัวเอง

ความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตหล่อหลอมให้เจ้าตัวคุ้นเคยกับมันจนความหวาดกลัวหายไปหมดสิ้น “ลองคนที่เรือนกรรณิการ์ไม่เห็น คนบนเรือนไทยนั่นก็คงไม่เห็น” ฝางยิ้มอย่างดีใจ “ดีเลยจะได้ทัวร์ให้ทั่วทุกภพ หรือจะเป็นเรือนพี่อันน์กัน ? ” บางคราคุ้นตาราวกับเคยเห็นเรือนไทยนี้ แต่ความทรงจำของฝางก็เลือนรางราวกับถูกซ่อนไว้เป็นระยะ กลิ่นหอมอบร่ำฟุ้งเมื่อมีเสียงคนเดินใกล้เข้ามา

“ชมจันทร์หรือเจ้าข้าคุณจีบ ? ” เสียงสตรีนางหนึ่งพูดขึ้น ฝางจะวิ่งไปหลบคนที่กำลังมา หากแต่ชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง !

“แย่แล้ว ! ” หญิงสาวร้องเสียงหลง แล้วรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น ร่างบางล้มลงที่พื้นดินเย็นเฉียบ “ลุกขึ้นมาสิเจ้า” เสียงหวานไพเราะบอก ฝางเงยหน้าขึ้นเห็นสไบสีกลีบบัวส่องสว่างใส่ดวงตา หญิงสาวยกมือไหว้ “ขอโทษด้วยค่ะ ฝางไม่ได้ตั้งใจ”

“อย่ากลัวไปเลย มันเป็นเพียงความฝัน ไม่มีใครเห็นเจ้า”

ฝางยิ้มตาหยี ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ดีใจที่ได้พบค่ะ ฝางเคยเห็นท่านมานาน แต่ไม่รู้จักเลย” องค์อังควิภายิ้มให้อย่างเมตตา “ตามมาเถิด”

“แต่ ! คุณคนนั้น ! ” ฝางชี้ไปที่ร่างบางระหงและบ่าวที่กำลังเดินมายังท่าน้ำ

“นั่นแม่จีบ ลูกสาวเจ้าของเรือนกรรณิการ์ตรงหน้าเจ้าอย่างไรเล่า”

แม่จีบงามนักในความรู้สึกของฝาง หล่อนเดินช้าทอดน่องราวกับกำลังใช้ความคิด “ตั้งแต่ญาติข้ามาเยือน ข้ารู้สึกเหมือนได้พบกับแสงจันทร์ที่งดงามทุกคืน เอ็งเห็นคุณรุ้งหรือไม่ ? งดงามใช่หรือไม่ ? ”

“งามเจ้าค่ะ งามทั้งทรัพย์ งามทั้งร่างเลย” นางเอิบเสริม

หญิงสาวยิ้มอย่างภูมิใจ “จริงของเอ็ง ! เห็นทีข้าจะต้องออกเรือนก็คราวนี้”

“คุณท่านเห็นดีเห็นงามแล้วหรือเจ้าคะ พบกันไม่นาน จะดีหรือเจ้าคะ ? ”

“หากเราคิดตรงกัน ก็ไม่มีอะไรมาห้ามข้าได้” แม่จีบยิ้มอย่างมีความสุข

องค์อังควิภาสบตาฝางแล้วหัวเราะ “เห็นหรือไม่ ? ต่างกันที่ใดระหว่างแม่กับลูก”

“แม่กับลูก ? ใครคะ ? ”

“แม่จีบหล่อนคือคุณนายไหมทอง ต่างกันหรือไม่กับอิงกาล ? ”

ฝางก้มหน้านิ่ง ตอนนี้พอจะเข้าใจแล้วว่าความฝันกำลังบอกอดีตของคนรอบตัว และคนนำทางดูเหมือนจะไม่เอ็นดูแม่จีบนัก “เราฟังเขาพูด จะดีหรือคะ ? ”

“จะเป็นไรไป เราเห็นทุกอย่างเสมอมา ด้วยมีวิมานอยู่ในเขตแดนนี้มาช้านาน” คนพูดเย็นชาและทรงอำนาจอย่างบอกไม่ถูก ความงามของสตรีนางนี้ราวกับภาพเนรมิต หล่อนงดงามกว่าแม่จีบนั่นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฝางนึกสงสารคนทั้งคู่ที่จู่ ๆ กลับต้องมายืนคุยกันในที่ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยและเจ้าตัวก็ไม่รู้เรื่องเลย

ฝางมองเห็นสองร่างค่อย ๆ เดินจากไป เสียงเจรจาขาดหายราวกับถูกปิดกั้นทันที “เมื่อไม่อยากได้ยิน ก็จะไม่ให้ได้ยิน” ความในใจของฝางดูเหมือนจะไม่รอดพ้นจากอำนาจของอีกคน องค์อังควิภายิ้มให้หล่อนอย่างเมตตา “การใดดีก็ดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง หากการใดเห็นว่าไม่งามเราก็จะไม่ให้เห็น”

“ท่าน....พาฝางมาทำไมคะ ? ”

“ดูตรงหน้าสิเจ้า งดงามใช่หรือไม่เรือนกรรณิการ์ ? ”

“ค่ะ สวยมาก สวยกว่าตึกฝรั่งในปัจจุบัน”

“เราและเขาผู้ที่เจ้าเรียกว่ามนุษย์ ต่างดำเนินชีวิตของตนตามหน้าที่ หากแต่มีอีกหลายอย่างที่ทำให้เรามาเกี่ยวข้องกัน มีผู้หนึ่งเป็นที่รักและศรัทธาของเราอยู่บนเรือนนั้นนามว่าองค์ขาล ท่านมากด้วยศีลและบารมีแม้จะต่ำศักดิ์กว่าเรา บารมีท่านกำลังจะหมดเพราะใครบางคน”

“จะตายเหรอคะ ? คนเราจะตายเพราะหมดเวรหมดกรรมไม่ใช่เหรอคะ ? ”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาคือคนที่มุ่งร้าย เขาคือคนที่เจ้ารู้จักดี”

“ฝางรู้จักแต่ปัจจุบัน นอกนั้นก็เกินจะเชื่อ แต่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อท่านพามาถึงที่นี่ ถ้าตอนนี้คืออดีต ฝางก็ไม่รู้จะแก้ยังไง”

อีกคนหัวเราะร่วน “เข้าใจเจรจานักเจ้า ฟังเราเจ้าฝาง อย่าได้ยอมให้เวรกรรมเกิดขึ้นซ้ำจากหัวใจตัวเอง” ฝางยืนนิ่ง ลึก ๆ พอจะเข้าใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูกับคนในเรือนกรรณิการ์แน่นอน ! องค์อังควิภาหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ในใจของคนตรงหน้าเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด ความระลึกได้ขาดช่วงยาวนานเกินไป หล่อนหาได้ใส่ใจความสูญเสียของเราไม่ หล่อนจำไม่ได้แม้แต่องค์ขาล

“รู้สึกอย่างไรกับแม่จีบ ? ” อีกคนถามย้ำทั้ง ๆ ที่รู้ได้ด้วยตนเอง

“เธอสวยจังเลยค่ะ” ฝางยิ้มกว้าง แววตาของหล่อนใสซื่อบริสุทธิ์เหลือเกิน

“กระนั้นหรือ ? ” คนถามอมยิ้ม

“ค่ะ ท่านก็งามมาก งามมากกว่าแม่จีบค่ะ”

องค์อังควิภายิ้มกว้าง หากแต่แววตาของเจ้าตัวเต็มไปด้วยความนัยที่ซ่อนไว้มากมาย “หากเป็นเช่นนั้น วันนี้ก็อย่าพึ่งขึ้นเรือนเลย ขอให้ความงดงามที่เจ้ามองเห็นเป็นดั่งประทีปน้ำมันหอมที่ยังติดโพลงอยู่อย่างปกติ แต่เมื่อมันกลายเป็นไฟที่ลุกโชนเผาไหม้ทุกสิ่งให้ย่อยยับเมื่อใด เจ้าจะเข้าใจเรามากกว่านี้” ลมแรงหอบร่างฝางให้ห่างจากกายนาง ความรู้สึกทั้งปวงดับวูบลงทันที !



เมื่อรถยุโรปของอิงกาลเข้ามาจอดในเขตรั้วเรือนฝาง รถกระบะอีกคันก็ตามเข้ามา คนงานของเขาขนข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าตัวขึ้นเรือนฝาง “อะไรกันล่ะพ่อ ? ” ดำถามเมื่อกำลังวิ่งลงมาจากเรือน “จะมาขออยู่ด้วยสักพักครับพี่ดำ ฝางอยู่ไหนครับ ? ”

“หลับอยู่ในห้องจ้ะ ไม่รู้กลับมาตอนไหน พี่ดำวิ่งไปดูมาเมื่อกี้”

“ดีครับ ให้นอนไป ผมขอนอนห้องที่ว่างอยู่”

“ได้ ๆ ๆ แล้วคุณนายไม่ว่าเหรอพ่อ ? ”

“คุณแม่ออกไปธุระ อีกเดี๋ยวถ้ารู้เรื่องคงตามมาครับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอนของฝางทันที ร่างบางหลับใหลไม่รู้ตัว “ตื่นมาได้บ้านแตกแน่ ! ” เขาหัวเราะเมื่อกำลังนึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

“พ่ออิง…คุณนาย….มา” ดำเดินเข้ามาบอก สีหน้ากังวลนัก

“ใจเย็น ๆ ครับ” อิงกาลเดินเข้ามาจับบ่าทั้งสองของดำอย่างเป็นห่วง “อิงจัดการเอง” ชายหนุ่มยิ้มตาหยีก่อนจะก้าวออกจากห้องไป

คุณนายไหมทองยืนกอดอกอยู่ที่ชานกลางเรือน แสงไฟสะท้อนสีหน้าของอีกคนไม่ชัดนัก “เคยเห็นแต่ผู้หญิงหอบผ้าหนีตามผู้ชาย นี่อะไรกัน ? ! ”

อิงกาลหัวเราะลั่น “คุณแม่ก็ว่าไปโน่น”

“ก็พูดมาสิ จะทำอะไร บ้านนี้ของตัวก็เข้าใจหรอก แต่ย้ายเข้ามาตอนที่เจ้าของเก่ายังอยู่ มันงามแล้วหรือ ? แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลดตัวขนาดนี้เลยหรือพ่ออิง ? ”

อิงกาลอมยิ้ม “ครับ…..”

“อย่ามาพูดเล่น ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ไล่หล่อนออกจากเรือนเดี๋ยวนี้ ! ”

“ไม่ครับ อิงอยู่ของอิง ไม่เกี่ยวกับเจ้าของเรือนเก่า ไปไล่เขาไม่ได้และไม่ทำ ” คนพูดเสียงแข็ง อิงกาลไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงมารดาเลยสักนิดเดียว

“อิงไม่ไล่ แม่ไล่เอง ! ”

“คุณแม่หยุด ! ” ชายหนุ่มไม่ได้ลดเสียงลงสักนิด เขาตะโกนดังเท่า ๆ กับที่หัวใจของตัวเองต้องการ

“พ่ออิง ! ”




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 10 สิงหาคม 2563 8:35:43 น.
Counter : 62 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.