E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 3 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

3.



ลุงแก้วแบกกล้วยน้ำว้าเครือใหญ่เดินมาเงียบ ๆ พร้อมกับเจ้าอุ้มหลานชายของแกที่แบกต้นกล้วยยาวเท่าตัวคนมาด้วย ดำไม่ได้ระวังตัวจึงชนกับลุงแก้วทันที

“ฟ้าพังทลาย ! ” ลุงแก้วอุทานออกมาเมื่อดำชนแกเข้าเต็มแรง เด็กสาวล้มลงนั่งกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ กล้วยน้ำว้าเครือนั้น “เออสิพ่อ ! ทลายไปทั้งฟ้า แล้วลุงทิ้งกล้วยลงมาทำไมเนี่ย ! ? ” ลุงแก้วสูงกว่าดำพอสมควร แกจึงยังยืนอยู่ได้

“โอย ตกใจน่ะสิแม่ ขออภัย ! แก่แล้วงก ๆ เงิ่น ๆ เจ็บตรงไหนบ้างแม่คุณ ? ”

ดำลุกขึ้นปัดแข้งปัดขาเอาเศษดินออกจากตัวเอง ก่อนจะมองไปที่ต้นกล้วยที่อีกคนแบกอยู่ “ไม่เจ็บหรอกเรื่องเล็กลุง ว่าแต่ว่าโค่นมันทำไม ? เสียดายของนะลุงแก้ว”

“แก่เกินแกงแล้วพี่ดำ ไว้จะเอามาลงให้ใหม่” เจ้าอุ้มตอบแทน

“เออลุง….อะไรอยู่เหนือหัวเราขึ้นไปหนึ่งศอกจ๊ะ ? ”

“ถามมาได้ ! ตัวเองเตี้ย อะไรก็สูงกว่าทั้งนั้นแหละ” เจ้าอุ้มหัวเราะ

ลุงแก้วก้มลงไปเก็บเครือกล้วยของแกด้วยความทะนุถนอมเป็นอย่างยิ่ง กล้วยสุกหลายลูกหลุดออกจากเครือ “โอย เสียดายจริง เอาไปทำกล้วยบวชชีเย็นนี้คงจะได้อยู่ เก็บ ๆ ช่วยกันเก็บ”

“อ้าว ๆ ยังจะห่วงกินอยู่นั่นแหละ ตอบมาสิ ! ”

“รุกขเทวดาไง มีวิมานอยู่บนต้นไม้ เรียกง่าย ๆ ก็นางไม้นี่แหละ” คนตอบหาได้สนใจอะไรไม่ ตอบอย่างเสียไม่ได้เท่านั้น ดำกะพริบตาปริบ ๆ เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน

“จริงเหรอลุง ? ตกลงอยู่บนต้นไม้หรืออยู่เหนือหัวเรากันแน่ ? ”

“เขาเรียกรุกขภูมิ เป็นภพภูมิที่อยู่เหนือหัวเรา ก็เทวดาดี ๆ นี่แหละ ท่านมีวิมานแปะอยู่ตามต้นไม้ เป็นเทวดาชั้นดี เป็นหนึ่งภพภูมิที่อยู่ในสวรรค์ชั้นที่หนึ่งคือ ชั้นจาตุมหาราชิกา สวรรค์ชั้นนี้ก็จะมีเทวดาอยู่เต็มไปหมด แบ่งตามบุญกรรมเป็นขั้น ๆ ไป แบ่งเป็นภูมินั้นภูมินี้ตามบารมีท่าน เรื่องแค่นี้ไม่รู้เด็กพวกนี้ ! ” ลุงแก้วบ่นอุบอีกยาวเฟื้อย จนคนฟังจับใจความไม่ได้

“อ้าว ! ก็บ้านฉันอยู่ในสวน ไม่ได้อยู่บนคาคบไม้เหมือนนกนี่ จะได้รู้จักรุกขเทวดา เกิดมาก็กินลูกกินราก กินใบกินเถา ก็ใช้ก็สอยไป ตายก็ปลูกใหม่ ไม่ได้อยู่ด้วยตลอดเวลานี่จะสนใจอะไรล่ะ ? ” หล่อนแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไปเสีย

สิ่งที่เจ้าฝางพูด ท่าทางจะไม่ได้พูดจาเลอะเทอะแน่นอน เด็กที่ไหนจะพูดจาประหลาดได้ขนาดนั้น ในหัวของดำสับสน คำถามและคำตอบเมื่อครู่วิ่งผ่านเร็วเหลือเกิน “งั้นนก…..ก็เหมือนรุกขเทวดาสิวะ อยู่บนต้นไม้ ! ” หล่อนเอามือทาบอกราวกับได้รับรู้ความลับของผู้อื่น “แต่….กินเทวดาไปหลายตัวแล้วนะชาตินี้ น่าจะไม่ใช่ ใครพูดต้องถามคนนั้นสิน่า เจ้าฝางรู้ดีที่สุด ไว้เจ้าฝางสร่างไข้ก่อนเถอะ จะได้รู้แจ้งเห็นจริงกันซะที” เมื่อดำหาเหตุผลให้ตนเองได้สำเร็จ ก็เดินเข้าสวนไปทำงานของตัวเองต่อไป



ตะวันใกล้ตกดินเต็มที วันนี้ยังเป็นวันสงกรานต์ หลายครอบครัวทยอยออกจากวัดเพื่อกลับเข้าบ้านด้วยเรือ แถบนี้มีคลองสายเดียว อีกฝั่งเป็นถนนที่มีความเจริญพอสมควรแล้ว คนส่วนใหญ่ยังเดินทางด้วยเรือเพราะคลองยังมีน้ำอยู่มาก บ้างก็ใช้เรือยนต์ บ้างก็แจวกันเองไม่รีบร้อน อิงกาลยืนมองอยู่ที่ระเบียงหลังตึกเงียบ ๆ คลองหลังบ้านดูร่มเย็น แม้มีเสียงพูดคุยดังมาตามสายน้ำ แต่ก็ไม่ได้ทำเจ้าตัวตื่นจากภวังค์ได้ เด็กชายคิดไกลไปถึงวันพระที่กำลังจะมาถึง หากหลับไปอีกคราวนี้ จะได้พบสิ่งใด ? คนที่อยากพบเหลือเกินจะมาให้เห็นหรือไม่ ? ยากนักที่จะหาคำตอบจากสิ่งที่ไม่มีวันรู้ล่วงหน้า สิ่งเดียวที่รู้สึกชัดคือ ‘รอเสมอ’

พุ่มต้นกรรณิการ์ที่ทอดยาวอีกฝั่งของบริเวณบ้าน ส่งกลิ่นหอมมาตามสายลมจนถึงที่นี่ แม่เล่าเสมอว่ากรรณิการ์เป็นไม้มงคล มันถูกปลูกไว้ตามความเชื่อของคนโบราณ สิ่งใดที่เป็นมงคลและแม่เห็นว่าดีเขาก็ชอบใจเช่นกัน เด็กชายถูกปลุกด้วยกลิ่นของมัน ด้วยความกระหายใคร่รู้เขาจึงวิ่งเพื่อไปที่รั้วหน้าบ้านทันที

เด็กชายหวังจะได้เห็นดอกตูมที่กำลังจะบานสยายกลีบลงมา ปกคลุมก้านหลอดสีส้มรำไรนั่น ในยามเย็นและกลางคืนมีสิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติเกิดขึ้นทุกวัน เช่นการบานของดอกไม้บางชนิด แต่คนทั่วไปมักหลงลืมด้วยหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งสังเคราะห์ที่เกิดขึ้นตามคำสั่งของมนุษย์มากกว่า “ไปไหนอิง ? ” เสียงบิดาถามเมื่อเห็นเขาวิ่งลงมาจากบันได “ริมรั้วครับ จะไปดูดอกกรรณิการ์”

“อย่าไปนานนักนะ ฟ้ามืดแล้ว ยุงชุม”

“ครับผม” เด็กชายตอบโดยที่ไม่ได้หยุดวิ่งเลย อิงกาลในขณะที่วิ่งดูไม่เหมือนเพื่อนในวัยเดียวกัน เขาถูกอบรมให้เป็นนายของทุกคนมาตั้งแต่เกิด ท่าทางของเด็กชายจึงผิดแผกจากคนวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด กางเกงแพรสีเข้มและเสื้อผ้าป่านคอกลมสีนวลแขนสั้นทำให้เขาดูเป็นหนุ่มน้อยผู้สง่างาม



เขาอมยิ้มเมื่อมองเห็นพุ่มไม้สีเขียวแกมด้วยช่อดอกกรรณิการ์ที่ปลายกิ่ง คนสวนที่บ้านตัดแต่งต้นไม้เป็นระยะเพื่อไม่ให้มันสูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามตามธรรมชาติลดลงไป เด็กชายเอามือไปจับที่ช่อหนึ่ง ดอกสีขาวและก้านสีส้มของมันในเวลานี้งดงามนัก เขากวาดตามองไปรอบ ๆ รั้วและประตูไม้สีหมากสุกด้วยความเพลิดเพลินใจ เสียงอะไรบางอย่างปะทะกับประตูไม้ดังขึ้นราวกับพายุลูกเห็บกำลังสาดเข้ามา !

เด็กชายเดินไปเกาะที่ประตูรั้วหน้าบ้านแล้วแนบหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงยังดังมาอีกเป็นระลอกที่สอง เขาจึงใช้มือแง้มประตูใหญ่ที่ไม่ได้ลงสลักประตูไว้ แล้วลากประตูให้เปิดออกจนสามารถมองเห็นตัวบ้านได้ครึ่งหนึ่ง “ใคร ? ! ”

“โสนเอง ! ”

อิงกาลหันขวับมาดูข้างตัวทันที เด็กหญิงกระโจนเข้ามาเกาะที่แขนของเขาราวกับหายตัวมา เธอคงจะเข้ามาทางประตูเล็กโดยที่อิงกาลไม่ทันได้สังเกต

ร่างเล็กนั้นมีดวงตาดำขลับ ผมยาวถูกมัดเกล้าเป็นมวยไว้เบื้องหลังมีดอกจำปีสีเหลืองนวลสองดอกเสียบอยู่ราวกับสาวแรกรุ่น ‘คุณโสน’ มีชื่ออันไพเราะว่าสุนทรีย์ ชื่อเล่นของเธอออกเสียงเพียงคำเดียว ไม่ได้ออกเสียงอย่างที่เรียกดอกโสน ไม่มีความหมายใด ๆ ในชื่อเล่นที่ถูกเรียกขานมาตั้งแต่เกิด เธอเป็นหลานสาวของหลวงพ่อนนท์ บ้านของเธออยู่ห่างจากที่นี่ไม่มาก อายุห่างกันเพียง 2 ปี เด็กหญิงมาที่บ้านบ่อย ๆ พร้อมกับพี่เลี้ยง “มาทำไมค่ำ ๆ มืด ๆ ทำไมไม่เรียกดี ๆ ทำไมต้องขว้าง ? ” เด็กชายดุอีกคนราวกับผู้ใหญ่ดุเด็กเล็ก ๆ คุณโสนหันไปหาพี่เลี้ยงที่มาด้วย “แกขว้างเหรอ ? ! ”

พี่เลี้ยงของคุณโสนส่ายหน้า ท่าทางกลัวเจ้านายตัวน้อยเหลือเกิน “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็คุณโสนบอกให้แอบเข้ามา”

อิงกาลเชื่อเธอสนิทใจ “แล้วใครทำ ? พี่ได้ยินเหมือนคนปาอะไรมาใส่ประตู” เด็กชายเดินออกไปนอกประตูมองหาทันที หน้าประตูบ้านไม่มีใคร หากแต่ภาพไม่ไกลที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวเห็นเป็นคน 3 คนกำลังเดินมาทางนี้ อิงกาลจ้องพวกเขาไม่วางตา จนมองเห็นได้ชัดในไม่ช้า ผู้หญิงทั้ง 3 คนห่มสไบจีบแพรสีเหลืองนวลทับเสื้อแขนกระบอกเข้ารูปสีขาว นุ่งผ้าถุงสีขาวกรอมเท้า สีขาวนั้นสว่างจ้าในยามที่ฟ้ากำลังค่อย ๆ มืดลง มีคนหนึ่งหาบสาแหรกเปล่ามาด้วย อีก 2 คนเดินตามหลัง อิงกาลมองคนที่หาบสาแหรกหวายคู่นั้นด้วยความสนใจ เหตุใดสาแหรกและไม้คานของหล่อนจึงมีสีสันงดงามประหลาดตา ต่างกับของผู้ดีและชาวสวนในแถบนี้ที่เด็กชายเคยเห็น มันดูราวกับเป็นสีทอง แต่บางวูบก็เป็นเพียงหวายธรรมดา “จะไปวัดกันเหรอครับ ? ”

ทั้ง 3 คนหยุดเดิน ก่อนที่หนึ่งในคนที่เดินมือเปล่าจะเอ่ย “ไปวัดมา ไม่ใช่จะไปวัด” เด็กชายพยักหน้ารับ เขาคงตื่นเต้นจนหลงทิศนั่นเอง “บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอครับ ทำไมไม่เคยเห็น ? ”

“อยู่เรือนเจ้าฝาง ท้ายน้ำโน่น” น้ำเสียงคนของพูดมีความประหลาดอย่างบอกไม่ถูก อิงกาลได้ยินคล้ายกับมันดังมาจากที่ไกล ๆ ไพเราะหวานหู แต่ทว่าเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก “แถวนี้มีบ้านเจ้านายด้วยเหรอคะ ? ไม่เห็นจะรู้จัก” คุณ โสนถามขึ้นบ้าง ในใจเธอนึกอิจฉาสตรีผู้งดงามเหล่านี้ พวกหล่อนยืนนิ่ง ๆ ยังสวย !

“ผู้ดี……หาต้องเป็นเจ้าคนนายคนไม่ งามข้างใน อย่างไรเสียก็งาม” หญิงสาวคนเดิมตอบแล้วเดินนำหน้าทุกคนไปทันที “ผู้ดีก็มีแต่บ้านนี้และบ้านโสนเท่านั้นแหละ ! ” เด็กหญิงย่นจมูกใส่ไล่หลังผู้เดินจากไป อิงกาลยืนนิ่งมองผู้หญิงกลุ่มนั้นเดินไปไม่ละสายตา ภาพนั้นไกลออกไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนจะขาดใจทันที ทรุดตัวลงคุกเข่า สีหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลออกมาราวกับถูกกระหน่ำด้วยสายฝน

“พี่อิง ! เป็นอะไร ? ช่วยด้วย ! ” คุณโสนร้องเรียกคนบนตึกทันที พี่เลี้ยงของเด็กหญิงวิ่งเข้าไปในตึกตามคนมาช่วย เจ้าฝาง เจ้าฝาง เจ้าฝาง.....เสียงหวานนุ่มของหญิงสาวผู้นั้นยังดังวนเวียนอยู่ในหูของอิงกาล อะไรบางอย่างราวกับเป็นหอกแหลมคมทิ่มมาที่หัวใจ แม้อยากพูดเพียงใด แต่ปากนั้นไร้ซึ่งถ้อยคำ

หากจะหลับ ขอให้ได้ไปท้ายน้ำ เรือนเจ้าฝาง ! จิตคิดได้เพียงเท่านั้น อิงกาลสั่งความคิดตัวเองครั้งสุดท้าย ขอให้ลูกได้เจอ !



ฝางนั่งกินขนมถ้วยฟูอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งสีหมากสุก กระจกมีร่องรอยเก่าแก่จากกาลเวลาอยู่หลายจุด โดยมีญาติผู้พี่ยืนหวีผมให้ด้วยความทะนุถนอม “มะกรูดนี่เข้าท่า ผมหงอกเห็นทีจะหาเจ้าฝางไม่เจอไปอีกนาน”

“ฝางไม่เคยมีผมหงอก พี่ดำมีไหม ถอนให้เอาไหม ? ”

“ริจะมาถอนหงอกให้กันซะแล้ว ! ยังไม่มีหรอก ! พี่ดำยังสาวยังแส้ ออกเรือนเมื่อไหร่ค่อยมาถามกันใหม่นะ เออ ! ว่าแต่อะไรเอ่ยอยู่บนหัวเราแค่ศอกเดียว ? ” คนถามอมยิ้มราวกับกำลังล่อเหยื่อ เด็กหญิงเงยหน้ามาสบตานิ่งเพียงครู่เดียว ก่อนจะมองไปที่จานขนมตรงหน้า ริมฝีปากบางชะลอการเคี้ยวขนมลง “ทรายเต็มเรือน หาใครเคลื่อนกลับวัดไม่” ดำกะพริบตาปริบ ๆ พลางวางหวีลงที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างช้า ๆ หล่อนกลืนน้ำลายลงคอ หายใจหอบ ค่อย ๆ ลดตัวนั่งลงที่พื้น มองไปที่กระจกเห็นคนตัวเล็กก้มหน้าไม่สบตาใคร “ที่ไหนหรือเอ่อ……ที่ไหนคะ ? ”

“เรือนฝางนี่แหละ วันล่องก็แล้ว วันเนาก็ไม่ไป เหตุใดมิยอมปล่อยวาง” ฝางกะพริบตาช้า จริตของคนตัวเล็กต่างจากที่เคยเห็น

“ทราย…..ทรายวัดของเรา ก่อกันตั้งแต่วันที่ 13 แล้ว….เอ่อ….ค่ะ” ดำพยายามอธิบายให้ใครฟังก็ไม่รู้ ! ปากคอหล่อนสั่นไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่คิดจะหนี

“มิได้ขนกันวันเนาหรอกหรือ ? ขนทรายคืนวัดสร้างกุศล เพื่อชดใช้เวรกรรมทั้งที่พลั้งเผลอแลตั้งใจ ข้าเฝ้าเพียรถามผู้ใดก็หาได้ยินไม่ ด้วยมันหยาบช้ากิเลสหนา ศีลพร่องร่องแร่ง อีกพวกก็บารมีไม่มี”

“โอ้ ! คือว่า” ดำยิ้มเจื่อน ความเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่คนพูดออกมาจะเป็น เจ้าฝางคนนี้ เด็กสาวรีบพนมมือแต้ รวบชายผ้าถุงให้เรียบร้อย กลั้นน้ำตาไว้อย่างอดทน นึกเสียว่าดูหนังดูละคร แต่น้องเราทิ้งไม่ได้ ! โดนด่าอีกต่างหาก เจ็บปวดสิ้นดี

“เอ่อ…..คนมันถือเอาฤกษ์สะดวกของตัวด้วยเจ้าค่ะ บ้านนี้ก็มีแต่เด็กกับคนแก่ ว่าแต่เจ้าฝางเห็นทีจะไม่อยู่แล้วกระมัง ขนมถ้วยฟูคงไม่อร่อย…..ส่วนท่าน….ท่านคงมาจากที่อื่น” คนถามพยายามระงับความกลัวไว้สุดกำลัง ความอยากรู้เรื่องอื่นในตอนนี้มีไม่มากเท่าห่วงน้อง ฝางเชิดหน้าขึ้นสูง สีหน้าของเจ้าตัวเรียบเฉย หากแต่ดูสง่างามผิดธรรมดา “อยู่กันเต็มเรือน เดินเข้าเดินออกไม่มีค่ำเช้า หาได้มีผู้ใดอาสาไม่ ต้องให้กำราบ ให้ลากให้จูง พวกเจ้าฟังข้าอยู่หรือไม่ ? ”

ดำน้ำตาคลอ “ตะ...เต็มเรือน ? ตรงไหนเหรอคะ ? จะได้ไปบอกไปกล่าวได้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำค่ะ”

“ในสวน ประตู ท่าน้ำ แลพื้นดิน จนมาถึงเรือน แทบจะเดินชนกัน ความดีไม่มีใครจะสร้างศาลพระภูมิให้” ฝางยังพูดจาเยือกเย็น เด็กหญิงมองในกระจกและไม่สบตาดำแม้แต่นิดเดียว

“อ้าว ! ไม่ใช่อยู่บนต้นไม้เหรอคะ ? รุกขเทวดาน่ะเจ้าค่ะ” ดำเสียงดังเพราะลืมตัว ความรู้ที่ตาแก้วเล่าทำไมไม่เหมือนที่บางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังเทศน์ให้ฟังอยู่

“พวกในภูมิเทวดาไม่มีบารมีเท่าท่านในรุกขภูมิดอก บารมีไม่มากพอที่ใครจะกราบไหว้ก็จะเป็นเยี่ยงนี้ จะพูดจากับผู้ใดก็ไม่มีใครได้ยิน เว้นแต่ผู้มีจิตบริสุทธิ์หรือมีศีลสมบูรณ์จึงจะพอสื่อสารกันได้ชั่วครู่ชั่วยาม”

“กราบได้เจ้าค่ะ กราบได้ สร้างได้ จะเอาแบบไหนได้หมดเลยนะคะ ขอให้บ้านเราไม่ถูกขายไปก็พอ หวยเหยไม่เอาก็ได้ค่ะ ดำจะจัดให้เอง”

ร่างเล็กหันหน้าออกจากกระจก มาสบตาดำที่นั่งอยู่เบื้องล่าง “แต่จะสะดวกหรือไม่ หากจะไปเรือนกรรณิการ์ ? ” ฝางดูเหมือนจะไม่ได้สนใจฟังคำพูดของดำเลยแม้แต่นิดเดียว “แต่ว่า….มันมืดแล้ว แล้วก็…..มันอยู่ไหนก็ไม่รู้ค่ะ ! ” น้ำตาของดำเกินจะกลั้นไว้ได้อีกแล้ว มันไหลอาบแก้มทันที

“ได้พบกันเมื่อไปวัดกลับมา ห่วงหาเหลือเกิน”

“ใครหรือเจ้าคะ ? ”

เสียงอะไรบางอย่างกระแทกพื้นดังลั่น ! ดำเงยหน้าขึ้นไปมองพลางมือสั่น

“พี่บัว ! ” จานขนมถ้วยฟูถูกฟาดคว่ำลงพื้นเรือน ขนมถ้วยฟูสีเขียว สีขาวและสีชมพูของเจ้าฝางกลิ้งเกลื่อนพื้น

“เล่นอะไรกัน ! ? เลิกกินแล้วไปเข้านอนเดี๋ยวนี้เลย ! ” บัวสั่ง

สีหน้าของพี่บัวดำดูไม่ออกว่ากลัวหรือโกรธ พอมองเจ้าฝางก็เห็นเด็กหญิงกะพริบตาปริบ ๆ มองไปที่มารดา “ยังกินไม่หมดเลยแม่ ! ”

บัวหายใจหอบ ไม่ยอมพูดกับลูกแม้แต่คำเดียว “ดำ ! เก็บ ! ” เด็กสาวไม่รอให้สั่งรอบที่สอง หล่อนคลานไปเก็บกวาด แล้วดึงแขนน้องหลบไปทันที



“โอ๊ย ! จะบ้าตาย อะไรกันเนี่ย ! ” ดำตะโกนเสียงดังพลางกระทืบเท้ารัวเมื่อหนีออกมาที่ห้องครัวแล้ว ฝางมองหน้าเธอด้วยความสงสัย “แม่เป็นอะไรเหรอพี่ดำ กินยังไม่อิ่มเลย ทำไมต้องให้รีบเข้านอนละจ๊ะ ? ”

“ถามพี่แล้วพี่จะถามใครล่ะ ? ว่าแต่เราพูดอะไรออกมา รู้ตัวไหม ? ”

“รู้สิ”

“จริงเหรอ ! ไหนบอกมาซิ จำอะไรได้บ้างแม่นางเอกละคร เล่นซะเนียนเลย ! ”

“รู้ว่า….จะมีศาลพระภูมิ แล้วก็อยากไปไหนสักที่ แต่ไม่…….ไป” เด็กหญิงพูดช้า

“แล้วทำไมไม่ไปล่ะ ? ”

“ไม่อยากอยู่…..บนแผ่นดินเดียวกันเลย” เด็กหญิงเบือนหน้าหนี ราวกับคนมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่ในใจ

คนฟังยิ้มเจื่อน รู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ “จ้ะแม่….ไม่เป็นไรจ้ะแม่คุณและแม่คุณจ๋า อีดำเกิดมาต่ำต้อยทะเล่อทะล่า กรวดหินดินทรายไม่เคยไปขนเข้าวัด ล้างบาปล้างชั่วที่เดินเหยียบย่ำออกมา วันเนายังกล้าหาเรื่องทะเลาะกับคนแก่ คงได้เจอแต่เรื่องอัปมงคลทั้งปีแน่ ๆ ” คนพูดรู้สึกอับจนหนทาง วันนี้ทั้งวันเจอแต่เรื่องประหลาด หาก แม่คุณที่อยู่ในตัวเจ้าฝางเมื่อครู่มีจริง แม่ก็คงมาเตือนที่ไม่ไปทำบุญกันวันนี้ พรุ่งนี้หมายมั่นตั้งใจจะตื่นก่อนนก ไปขนทรายให้ได้สักกระสอบ แล้วทำบุญล้างซวย แม้จะรู้ว่าสายเกินไปแล้ว เรื่องสร้างศาลพระภูมิได้พูดออกไปแล้ว หากไม่ทำสงสัยชาตินี้ไม่ได้ตายดีเป็นแน่ แต่ที่จะตายแน่ ๆ คือ จะไปพูดกับพี่บัวยังไงดีเล่าดำ ?



อิงกาลหลับไปแล้ว คุณนายไหมทองให้กินยาเม็ดลูกกลอนฟ้าทะลายโจรเพื่อลดไข้ไป เพราะตัวของเขาร้อนเหลือเกิน “ไข้แดดกระมัง ถึงได้ล้มพับไป ไม่ใช่วันพระ วันโกน ไปเล่นน้ำสงกรานต์มา ไม่แปลกหรอก” วิชาญสามีของคุณนายไหมทองปลอบหล่อน

“ก็จริงค่ะ ฉันถึงได้ให้ยาสมุนไพรไป ยาฝรั่งกินมาก ๆ ก็กลัวสะสมในตัว ยิ่งตัวร้อนบ่อย ๆ ไม่เหมือนคนปกติ เดี๋ยวก็คงดีขึ้นค่ะ พ่อจ๊ะ ! เห็นแม่โสนเล่าว่ามีผู้หญิงแต่งชุดขาวห่มสไบสีเหลือง ๆ เดินผ่านไปท้ายน้ำ ลูกสาวบ้านไหนกันนะ ? นางพี่เลี้ยงก็บอกว่าสวยนัก ตั้ง 3 คนเชียว”

“ใครจะไปรู้ ! ” คนตอบหัวเราะ “เรื่องของเด็ก ๆ อย่าไปสนใจมากเลยแม่ สงกรานต์คนเขาจะแต่งตัวสวย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก นอนเถอะ”

สายตาของคุณนายไหมทองยังสื่อความหมาย แม้ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา คำว่า ‘สวย’ ของแม่โสนและพี่เลี้ยงเมื่อค่ำสะกิดใจหล่อนอย่างยิ่ง พวกหล่อนเป็นใครกัน ? จะหาบสาแหรกเปล่ามาทำไมกัน ? ทุกบทสนทนาเมื่อค่ำยังวนเวียนอยู่ในใจเหมือนกองไฟที่ยังกรุ่น “สาแหรกงามเชียวค่ะคุณ อย่างกับทอง ! เห็นว่าอยู่เรือนเจ้าฝางท้ายน้ำค่ะ” พี่เลี้ยงของแม่โสนเล่าออกรส ทำไมคุณนายไหมทองจะไม่รู้ว่าเรือนนั้นเป็นของผู้ใด และไม่มีสาวแรกรุ่นที่งดงามได้ขนาดนั้นถึง 3 คนแน่นอน !

“ใครเป็นคนพูดคุยกับพวกหล่อน ? ”

“พี่อิงค่ะ พี่อิงจ้องอย่างกับคนตัวโต ๆ เลย พี่อิงเจ้าชู้ ตาวาวเชียวค่ะ”

“ไปเอามาจากไหนแม่โสน ? ใครที่ไหนเจ้าชู้ ? ”

“คุณพ่อค่ะ คุณพ่อทำเหมือนพี่อิงเลยค่ะ ทำกับพวกสาว ๆ ในครัว”

คุณนายไหมทองอมยิ้มกับท่าทางฉลาดของแม่โสน แต่ใจของเธอไม่ได้สงบ มันแปลกนักอยู่ดี ๆ มีคนแปลกหน้ามาเดินผ่านเรือนได้อย่างไร ? ตอนนี้แม้ลูกชายของเธอจะดูปกติ แต่อีกไม่กี่วันข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่อาจคาดเดาได้



แสงไฟในบ้านดับลงหมดแล้วในยามนี้ จะมีก็แต่เพียงกลีบดอกกรรณิการ์งามที่ค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยปกคลุมก้านดอกสีส้มสดใส ส่งกลิ่นหอมหวานแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ใครบางคนเดินอยู่ในความมืด มีเพียงดวงจันทร์รำไรไกล ๆ นั่นเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้มองเห็น




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2563
0 comments
Last Update : 23 กรกฎาคม 2563 15:36:57 น.
Counter : 28 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.