"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
[Deep-Review] La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]




ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้น่าจะถูกใจคนที่กำลังประสบกับปัญหาสิวและรอยสิวเป็นแน่แท้ เพราะว่าทาง La Roche-Posay ได้ปรับสูตรหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดีของเขาใหม่ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอุดตัน ลดการอักเสบของสิว ให้ความชุ่มชื้นบางเบา ลดความมันของผิว แถมยังช่วยลดการเกิดรอยด่างดำจากสิวอีกด้วย ทั้งหมดนี้ในหนึ่งเดียว




 photo LRPEffaclarDuo01.png


ส่วนผสมหลักที่ถูกเพิ่มเข้าในผลิตภัณฑ์ La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] (40ml , 960 THB) นั่นก็คือ Procerad หรือ 2-OLEAMIDO-1,3-OCTADECANEDIOL ซึ่งเป็น Ceramide ที่ทางเครือ L’Oreal พัฒนาขึ้นมาเองและถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในเครืออยู่หลายชนิด ตั้งแต่แชมพู ครีมนวดผม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เนื่องจากประโยชน์อันหลากหลายของมัน



Ceramide เป็นไขมันที่มีอยู่แล้วในผิวแลเส้นผมของเรา ในผิวของเรานั้นเซราไมด์จะช่วยให้ปราการปกป้องผิวแข็งแรง เก็บกักความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และทำให้เซลล์ผิวมีความยืดหยุ่น แต่เดิมเราจะเข้าใจกันว่าเมื่อทาเซราไมด์ลงไปแล้วจะช่วยเคลือบผิวไม่ให้ผิวแห้งเฉย ๆ แต่ปัจจุบันเราพบว่า Ceramide สามารถทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์และมีคุณสมบัติที่น่าประหลาดใจทีเดียว หนึ่งในนั้นคือไปลดการสร้างเม็ดสีเมลานินซึ่งช่วยเป็นไวท์เทนนิ่งได้ด้วย


 photo CeramideR.png



เนื่องจาก Ceramide มีอยู่หลายชนิด และก็อาจจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยส่วนตัวยังไม่พบข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะว่า Ceramide ชนิดที่ทาง L’Oreal พัฒนาขึ้นนั้นลดการผลิตเม็ดสีด้วยวิธีใด แต่จากข้อมูลการศึกษาของ Ceramide PC102 ที่ใช้ทั่วไปในวงการเครื่องสำอางบ่งชี้ว่าการผลิตเม็ดสีที่ลดลงนี้อาจมาจากการที่ Ceramide เข้าไปเร่งการเสื่อมสายของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการเปลี่ยน Tyrosine ไปเป็นเม็ดสี Melanin

แม้จะมีตัวเลือกของสารไวท์เทนนิ่งอยู่หลายชนิด แต่การเลือกใช้ Ceramide ในสูตรอาจเป็นเพราะมันมีความอ่อนโยน และให้ผลในการเสริมแข็งแรงของชั้น Skin Barrier ไปด้วยในตัว ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังใช้ยารักษาสิวที่มักก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้ว

(Source : Delayed ERK activation by ceramide reduces melanin synthesis in human melanocytes.
, Ceramide PC102 inhibits melanin synthesis via proteasomal degradation of microphthalmia-associated transcription factor and tyrosinase.
)


 photo LinoleicAcid.png


ส่วนผสมหลักที่เคยมีในสูตรเก่าก็ยังคงมีอยู่ครบถ้วน ตัวที่น่าสนใจและคิดว่าอยากเอามาพูดถึงก็คือ Linoleic Acid ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง ต้องรับมาจากแหล่งภายนอกเท่านั้น 



หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีว่าคนผิวมันหรือเป็นสิวไม่ควรใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือแม้แต่ไม่ทานของมัน ๆ แต่นี่เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะไขมันก็มีทั้งที่ดีและไม่ดีกับร่างกายและผิวพรรณ



Linoleic Acid เป็นกรดไขมันที่มีอยู่ใน Sebum หรือน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวของเราอยู่แล้ว ซึ่งเจ้ากรดไขมัน Linoleic Acid นี้จะทำให้ Sebum ของเรานั้นมีความเหลวและช่วยต้านการอักเสบได้ แต่ทว่าในกรณีที่ร่างกายขาด Linoleic Acid หรือมีไม่เพียงพอนั้น ต่อมไขมันของเราจะผลิต Sebum โดยใช้ Oleic Acid ซึ่งทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมีความข้นกว่าจึงเพิ่มโอกาสในการเกิดการอุดตันและในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวด้วย



มีการศึกษาที่น่าสนใจเมื่อปี 1998 ที่มีการทากรดไขมัน Linoleic Acid ลงบนผิวของผู้ป่วยที่เป็นสิวชนิดไม่รุนแรง (Mild Acne) เทียบกับข้างที่ไม่ได้ทา พบว่าการทา Linoleic Acid ช่วยลดขนาดของ Microcomedones ที่อุดตันในรูขุมลงได้ถึง 25%



ดังนั้นผู้ที่เป็นสิวไม่ได้แปลว่าต้องหลีกเลี่ยงไขมันหรือน้ำมันทุกอย่าง แต่ให้เลือกน้ำมันชนิดที่ดีกับผิว นอกจากจะทาผิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Linoleic Acid แล้ว ยังอาจจะรวมถึงการรับประทานอาหารเสริม หรือปรุงอาหารด้วยน้ำมันที่อุดมไปด้วย Linoleic Acid อย่างเช่นน้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันโบราจ น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส หรือแม้แต่น้ำมันตับปลาเป็นต้น

(Source : Digital image analysis of the effect of topically applied linoleic acid on acne microcomedones.
, Assessment of the potential irritancy of oleic acid on human skin: Evaluation in vitro and in vivo.
, Role of Oils in the Topical Treatment of Acne)



 photo LRPEffaclarDuo02.png


ส่วนผสมหลักตัวอื่น ๆ ก็เป็นที่คุ้นเคยของเราเป็นอย่างดี อย่าง Niacinamide หรือ Vitamin B3 นั้นก็มีสรรพคุณหลากหลาย เริ่ตั้งแต่ช่วยลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดีเมื่อใช้ที่ความเข้มข้น 4% และยังมีการศึกษาที่พบว่าวิตามินชนิดนี้ยังช่วยลดการผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว และยังช่วยขัดขวางการส่งแคปซูลเม็ดสีเมลานินเข้าไปยังเซลล์ผิว จึงช่วยลดการเกิดจุดด่างดำได้ในตัว (เมื่อใช้ในความเข้มข้น 2%) ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มี Niacinamide เท่าไหร่นั้นปูเป้ก็ไม่ทราบ แต่ก็อยู่เป็นลำดับต้นๆ ของส่วนผสม ก็น่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 2%

ยังมี LHA หรือ CAPRYLOYL SALICYLIC ACID ซึ่งเป็นสารผลัดเซลล์ผิวสิทธิบัตรเฉพาะของเขาอีกเช่นกัน ตัวนี้เคลมว่าช่วยตัดเซลลืผิวเสื่อมสภาพแบบเซลล์ต่อเซลล์จึงอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวลอก ในส่วนผสมยังมี SALICYLIC ACID หรือ BHA มาด้วย แต่ในปริมาณที่น้อย และค่า pH ที่ 5.5 ซึ่งไม่เหมาะกับการทำงานของ BHA (เว้นแต่จะใช้ระบบนำพา หรือ Encapsulation เอาไว้ ซึ่งปูเป้ไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีนี้หรือไม่) 

ส่วนผสมออกฤิทธิ์หลักที่เหลือคือ ZINC PCA ซึ่งช่วยลดการผลิตน้ำมัน และ PIROCTONE OLAMINE ซึ่งช่วยต้านชุลชีพและเชื้อรา



(Source : Topical nicotinamide compared with clindamycin gel in the treatment of inflammatory acne vulgaris., The effect of 2% niacinamide on facial sebum production., The effect of niacinamide on reducing cutaneous pigmentation and suppression of melanosome transfer., 


DEMONSTRATING EFFECTS OF ZINC PCA
., Piroctone Olamine)





Ingredients : AQUA / WATER, GLYCERIN, DIMETHICONE, ISOCETYL STEARATE, NIACINAMIDE, ISOPROPYL LAUROYL SARCOSINATE, SILICA, AMMONIUM, POLYACRYLDIMETHYLTAURAMIDE / AMMONIUM POLYACRYLOYLDIMETHYL TAURATE, METHYL METHACRYLATE CROSSPOLYMER, POTASSIUM CETYL PHOSPHATE, ZINC PCA, GLYCERYL STEARATE SE, ISOHEXADECANE, SODIUM HYDROXIDE, MYRISTYL MYRISTATE, 2-OLEAMIDO-1,3-OCTADECANEDIOL, NYLON-12, POLOXAMER 338, LINOLEIC ACID, DISODIUM EDTA, CAPRYLOYL SALICYLIC ACID, CAPRYLYL GLYCOL, XANTHAN GUM, POLYSORBATE 80, ACRYLAMIDE/SODIUM ACRYLOYLDIMETHYLTAURATE COPOLYMER, PENTAERYTHRITYL TETRA-DI-T-BUTYL HYDROXYHYDROCINNAMATE, SALICYLIC ACID, PIROCTONE OLAMINE, PARFUM / FRAGRANCE.

 photo LRPEffaclarDuo03.png


เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะเจลครีมที่ให้ความชุ่มชื้นปานกลาง ช่วยเคลือบผิวแต่ก็ไม่มันเงา แต่ก็ไม่แห้งจน Matte เนื้อผลิตภัณฑ์กระจายตัวได้ง่ายและรู้สึกนุ่มเนียนด้วยส่วนผสมของผงแป้ง METHYL METHACRYLATE CROSSPOLYMER



สำหรับคนที่ชอบอ่านส่วนผสมของเครื่องสำอาง อาจจะสังเกตว่าการปรับสูตรใหม่ของเครือ L’Oreal ในช่วงไม่กี่ปีมานี้นั้นจะไม่มีการใส่ซิลิโคนชนิด Cyclopentasiloxane อยู่เลย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าน่าสนใจดี แต่ยังไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุผลอะไร (แต่มันต้องมีอะไรสักอย่างถึงได้เอาส่วนผสมนี้ออกไปหมดเลย)



มีส่วนผสมของน้ำหอมที่ให้กลิ่นไม่ฉุนมากนัก ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นน้ำหอมที่ผ่านทดสอบแล้วว่ามีโอกาสให้เกิดการแพ้ได้น้อย แต่อย่างไรก็ดี อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงแนะนำให้ขอผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองมาทดสอบก่อนเสมอ



 photo LRPEffaclarDuoDAY0.png


โดยส่วนตัวปูเป้เป็นคนที่เป็นสิวได้ง่าย และเมื่อมีการอักเสบหรือกดสิวก็จะมีรอยแดงซึ่งทำให้เกิดรอยดำตามมา (เพราะการอักเสบใด ๆ ก็ตามบนผิวจะกระตุ้นการผลิตเม็ดสีได้) ยิ่งอายุเยอะขึ้นรอยสิวก็จะเกิดง่ายและหายช้า

ในรูปนี้ถ่ายเอาไว้หลังจากไปกดสิวที่มีการอักเสบอยู่ เมื่อหัวสิวหลุดไปแล้วก็จะเห็นได้ว่ามีรอยแดงจากการอักเสบค่อนข้างชัดเจน


หลังจากใช้ La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]วันละ 2 รอบ ในขั้นตอนของมอยซ์เจอไรเซอร์ตามปกติ โดยในระหว่างการทดลองใช้ครั้งนี้ ไม่ได้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งใด ๆ ร่วมด้วย

เพื่อเป็นการควบคุมตัวแปรเท่าที่จะทำได้

 photo LRPEffaclarDuoDAY3.png


ผ่านไป 3 วันพบว่ารอยแดงเริ่มจากลงค่อนข้างเร็วกว่าปกติที่จะเป็นอยู่เล็กน้อย ในช่วงแรก ๆ ที่ยังมีแผลของสิวจะรู้สึกแสบยิบ หลังทาผลิตภัณฑ์บ้างแต่อาการเหล่านี้จะหายไปในระยะเวลาไม่นาน




 photo LRPEffaclarDuoDAY7.png


หลังจากผ่านไป 7 วัน จะเห็นได้ว่าผิวที่เคยเป็นรอยแดงจากการอักเสบของสิวนั้นดูเกือบเป็นปกติและกลมกลืนกับสีผิวรอบข้าง ไม่มีรอยดำเกิดขึ้นหลังจากรอยแดงจางลงไป ทางด้านรอยสิวจาง ๆ ที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านั้นยังดูไม่มีความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ในระยะเวลา 7 วัน

ปูเป้คิดว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะเน้นไปทางด้านการลดรอยแดงและป้องกันการเกิดรอยดำจากการอักเสบมากกว่า ถ้าเป็นจุดด่างดำอยู่แล้วอาจจะต้องใช้ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งเพิ่มเติมครับ



สำหรับสภาพผิวโดยรวม ปูเป้พบว่าสิวไม่ได้เพิ่มขึ้น และสิวเก่าที่การอุดตันหรืออักเสบเล็กน้อยก็แห้งและสามารถกดหรือสะกิดออกได้ง่าย ผิวไม่แห้ง ไม่ลอก และสามารถใช้เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์คู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ตามปกติได้อย่างไม่มีปัญหาใด ๆ





 photo LRPEffaclarDuo04.png


โดยสรุปแล้ว La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบในระดับที่ไม่รุนแรง ช่วยลดการอักเสบและรอยแดงของสิวได้ไวขึ้นและช่วยลดโอกาสการเกิดรอยดำหลังจากสิวหายแล้ว ใช้ได้ทั้งวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ยังมีปัญหาสิวอยู่ เนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างดี ให้ความชุ่มชื้นพอเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ไม่มันวาวแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแห้งจนเกินไป นอกจากนี้ก็ยังมีราคาที่ไม่สูงมาก หาซื้อได้ง่าย และมีตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้ทดลองใช้ด้วย



สำหรับคนที่สงสัยว่ามันต่างจาก La Roche-Posay : Effaclar K อย่างไร เอาเป็นว่าใครที่มีปัญหาสิวอุดตันเป็นหลัก ให้เลือกใช้ K เพราะมีส่วนผสมของวิตามินเอ + LHA จึงเน้นลดการอุดตันมากกว่า ส่วนใครที่มีปัญหาอุดตันบ้าง อักเสบบ้าง และต้องการป้องกันการเกิดรอยสิวก็เลือกเป็น Duo [+] ละกันครับ

สำหรับคำถามว่า "จะแพ้มั้ย" "ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?" เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง 

ข้อดี

- มีส่วนผสมที่เน้นจัดการปัญหาหลัก ๆ สำหรับผิวเป็นสิวได้ครบในหนึ่งเดียว
- ใช้สารออกฤิทธิ์หลักที่ค่อนข้างอ่อนโยน ลดโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองในระหว่างการรักษาสิว
- เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวในระดับไม่รุนแรง และสามารถใช้เพื่อคงสภาพผิวให้เกิดสิวได้ยากหลังจากรักษาสิวเป็นผลสำเร็จแล้ว
- ให้ความชุ่มชื้นพอดีสำหรับผิวผสมและผิวมัน ไม่มันวาวแต่ก็ไม่แห้งจนเกินไป
- ช่วยให้รอยแดงสิวจางไวขึ้นและลดโอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังจากการอักเสบ

ข้อเสีย

- มีส่วนผสมของน้ำหอม

***Sponsored Item***

- La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]




Create Date : 10 มิถุนายน 2557
Last Update : 4 กรกฎาคม 2557 22:12:46 น. 8 comments
Counter : 78185 Pageviews.
Share to Facebook

 
ทาทั่วหน้า หรือทาเฉพาะจุดที่าีปันหาคะ


โดย: We'v IP: 1.47.226.32 วันที่: 5 กรกฎาคม 2557 เวลา:2:52:59 น.  

 
อยากติดต่อพูดคุยกับคุณปูเป้ ครับ ไม่รู้จะติดต่อยังไงครับ
หากคุณปูเป้พอจะมีเวลา รบกวนติดต่อกลับจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ 028807705 0863710636 (ฝ่ายการตลาดครับ)


โดย: บริษัท มิลเลี่ยนบั๊กส์ IP: 14.207.103.3 วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:23:08:27 น.  

 
ปกติไม่ค่อยเป็นสิวเท่าไหร่ แต่แอบหลบในอยู่เยอะ ลองซื้อตัว Duo [+] มาใช้แล้วชอบมาในเนื่อสัมผัสและผลลัพธ์ที่ได้ สิวอักเสบ สิวผด และสิวอุดตันก็หายหมดค่ะ แต่ระยะเวลาต่างกัน


โดย: Chicky IP: 116.68.144.9 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:27:23 น.  

 
ผิวผสมค่อนมันใช้อันไหนดีค่ะ


โดย: Biwbiw IP: 27.55.225.72 วันที่: 18 มีนาคม 2558 เวลา:12:56:52 น.  

 
อยากทราบว่าครีม Effaclar K สามารถทาทั้งวันตรงบริเวณที่เป็นสิว ได้ไหมค่ะ


โดย: ส้ม IP: 1.2.190.144 วันที่: 22 พฤษภาคม 2558 เวลา:18:14:27 น.  

 
ระหว่างลาโรซโพเซดูโอพลัส กับ ดิฟฟารีนตัวไหนดีกว่ากันครับ


โดย: อุดมพล หวังบรรจงกิจ IP: 183.89.147.83 วันที่: 16 มีนาคม 2559 เวลา:17:17:04 น.  

 
อยากสอบถามว่าตัวeffaclar duo ,k และ2%BHA paula choiceใช้ร่วมกันได้มั้ยคะ


โดย: Meanmin IP: 27.55.165.176 วันที่: 20 มิถุนายน 2559 เวลา:15:20:05 น.  

 
มีความกังวลมากใช้มาตลอด จนตั้งครรภ์ได้สองเดือน เพิ่งมาอ่านส่วนผสมว่ามีBHA แบบนี้ลูกจะพิการไหมคะ


โดย: กิ๊บคะ IP: 223.205.251.12 วันที่: 20 กรกฎาคม 2560 เวลา:17:28:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.