"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
[Deep-Review] Benefit 'b.right!' Radiant Skincare


เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางสุด "แนว" อย่าง Benefit ที่เดิมเคยมีแต่ Makeup หลากหลาย และ Skincare แบบจุ๋มจิ๋ม มาออกไลน์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยกแผงแบบนี้คงต้องมีอะไรน่าสนใจมากแน่นอนทีเดียว ใครเป็นแฟนของแบรนด์จากซานฟรานซิสโกนี้น่าจะทราบกันดีแล้วว่าทางแบรนด์ได้วางจำหน่าย b.right! ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผิวครบขั้นตอนเพื่อผิวกระจ่างใสตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พอดีปูเป้ได้ทราบข่าวล่วงหน้ารวมถึงได้ผลิตภัณฑ์มาทดลองตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว วันนี้เลยจะเอามารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันเช่นกันนะฮะ ;D



b.right! เป็นการเล่นคำจากคำว่า Bright ที่แปลว่า "กระจ่าง" หรือ "สว่าง" คอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์ชุดนี้เรียบง่าย คือให้ "ผิวดูกระจ่างราวกับเปิดไฟให้ผิว" แต่ Main Visual ที่สื่อสารออกไปเป็นอะไรที่แนวมาก ๆ รูปผู้หญิงที่สวมหมวกโคมไฟเอาไว้เป็นอะไรที่จดจำได้ง่ายและติดอยู่ในความทรงจำได้ดี แบบว่าดูแล้วรู้และจำได้ทันทีว่านี่คือ Benefit : b.right!

สิ่งที่ปูเป้เห็นว่าน่าสนใจเป็นพิเศษคือ นี่คือชุดผลิตภัณฑ์ Brightening เพื่อผิวกระจ่างใสที่เน้นเรื่อง "ความชุ่มชื้น" เป็นหลัก ตามแบบที่ปูเป้เคยบอกไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้วว่า "ผิวที่มีความชุ่มชื้น" คือผิวที่มีสุขภาพดี และผิวสุขภาพดีเป็นผิวที่เปล่งปลั่ง อิ่มเอิบ ดูกระจ่างนั่นเอง

เทคโนโลยีที่จะถูกนำมาพูดถึงบ่อยๆ คือ Tri-Radiance Complex ซึ่งในตอนแรกที่ยังไม่ได้ทราบรายละเอียดอะไรก็คิดว่ามันต้องเป็นส่วนผสมสามชนิดที่ช่วยเรื่องจัดการจุดด่างดำและเมลานินแน่เลย แต่พอทราบข้อมูลกลับเป็นกลายเป็นว่า Tri-Radiance Complex มุ่งเน้นไปที่คอนเซปตืหลักของไลน์นี้ หรือ "ความชุ่มชื้น" โดยทำสามหน้าที่คือ (1) ดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวชั้นนอก (2) โอบอุ้มคงความชุ่มชื้นบนผิวชั้นนอกอาไว้ (3.) สร้างชั้นสำรองความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิว แตทางแบรนด์ไม่ได้เจาะจงว่า Tri-Radiance Complex ประกอบไปด้วยส่วนผสมตัวใดบ้าง...



บรรจุภัณฑ์ของ b.right! เป็นอะไรที่ดูโดดเด่นและรับรู้ได้ทันทีว่า Benefit ทุ่มเทให้กับการออกแบบแพคเกจเหล่านี้มาก โทนสีที่เย็นสบายตา เส้นสายที่สื่อถึงน้ำและความชุ่มฉ่ำ ทั้งหมดนี้รับเข้ากับฝาปิดพิมพ์ลายไม้คอร์กได้เป็นอย่างดี เรื่องความสวยงามของแพคเกจ คะแนนเต็ม 10 ปูเป้ให้ 100 เลย!!! น่ารักมว๊ากกกกกกก ถ้ามีครบไลน์จัดวางอย่างสวยงาม จะทำให้โต๊ะเครื่องแป้งดูหรูหรา ไฮโซ ดูดี มีชาติตระกูลขึ้นมาอีก 300%!!! แต่เห็นแพคเกจงาม ๆ แบบนี้อย่าพึ่งคิดว่าราคาจะแพงกระฉูดแต่อย่างใด ของแง้มว่าราคาของผลิตภัณฑ์เริ่มต้นที่ 960 บาท ไปจนถึง 1,700 บาทเท่านั้น ในระดับเครื่องสำอางเคาเตอร์แบรนด์นั้นถือว่าราคาเบา ๆ มาก







ปูเป้ได้ผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้ 3 ชิ้น โดยชิ้นแรกคือ Benefit : b.right! Refined Finish Facial Polish (127.5 g. / 990 THB) ที่โฆษณาว่าช่วยผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ เผยผิวใหม่ รูขุมขนกระชับ ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

จากส่วนผสมแล้วก็เป็น Scrub ขัดผิวแบบมาตรฐาน เม็ดขัดผิวทำจากพลาสติก Polyethylene ในเนื้อเบสครีมเนื้อแมทผสมโคลนขาว Kaolin ใช้ Palmitic Acid เป็นสารทำความสะอาดเพื่อให้ล้างออกง่าย ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ Alpha-Glucan Oligosaccharide ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวได้ดีเดียว แต่ในผลิตภัรฑ์ชนิดล้างออกคงช่วยอะไรได้ไมมากนัก แต่ใส่มาก็ดีกว่าไม่มีครับ เขาเคลมว่ามี AHA ช่วยผลัดเซลลืด้วย ซึ่งก็มี Glycolic Acid ใส่มาจริง แต่ในปริมาณที่น้อยมาก ไม่สามารถช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ได้แต่อย่างใด

Ingredients : Water (Aqua), Polyethylene, Stearic Acid, Kaolin, Palmitic Acid, Glyceryl Stearate, Propylene Glycol Stearate, Butylene Glycol, Pentylene Glycol, Alpha-Glucan Oligosaccharide, Phenoxyethanol, Dicaprylyl Carbonate, Fragrance (Parfum), Triethanolamine, Sodium Hydroxide, Algae Extract, Glycolic Acid, Stearalkonium Hectorite, Linalool, Propylene Carbonate, Hexyl Cinnamal, Tocopherol, BHT.



เนื้อสครับเข้มข้น มีเม็ดขัดผิวอยู่อย่างหนาแน่น ขนาดของเม็ดขัดผิวมีขนาดที่คละกันไปทั้งเล็กและใหญ่ เนื้อสครับไม่มีฟอง ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งความมันลื่นตกค้าง ผิวจะรู้สึกฝืดเล็กน้อยเพราะคุณสมบัติในการดูดซับน้ำมันของ Kaolin และสารทำความสะอาดในรูป Palmitic Acid น้ำหอมกลิ่นหอมดี แต่เรื่องนี้แล้วแต่คนชอบครับ :)

ข้อดี

- เม็ดขัดผิวเป็นทรงกลมมนไม่บาดผิว (แต่ก็ต้องขัดเบา ๆ อยู่ดี)
- Feel หลังการใช้ให้ความรู้สึกดี

ข้อเสีย

- มีส่วนผสมของน้ำหอม และ Fragrance Component

โดยสรุปแล้ว Benefit : b.right! Refined Finish Facial Polish gเป็นสครับขัดผิวแบบมาตรฐาน ที่ดูจะเหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผิวธรรมดาครับ ผิวแห้งน่าจะเหมาะกับสครับขัดผิวในเบสที่ให้ความชุ่มชื้นหรือมี Emollients มากกว่านี้ สำหรับผิวเป็นสิวไม่ควรใช้สครับขัดผิวจ้า

*****************




ตัวที่สองคือ Benefit : b.right! It's Potent! Eye Cream (14.2 g. / 1,400 THB) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชูโรงของไลน์นี้ แน่นอนว่าคำเคลมคงไม่พ้นคุณสมบัติในการลดเลือนรอยหมองคล้ำรอบดวงตา กระชับริ้วรอยให้เรียบเนียน ให้ดวงตาดูอ่อนเยาว์ลง

ส่วนประกอบหลัก ๆ จะเน้นไปที่ Cream Base มากกว่า สารที่มีประโยชน์กับผิวที่เห็นได้ชัดคือ Squalane ที่ช่วยทดแทนน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี สารสกัดจากเมล็ด Linseed ในที่นี้ก็น่าจะเป็น Linseed Oil นี่แหล่ะ ซึ่งอุดมไปด้วย Linoleic Acid ที่ช่วยบำรุงผิวให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของผิว

จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมดูก็พบว่ามีการใช้ส่วนผสมที่ชื่อว่า Eyeliss™ (Hesperidin Methyl Chalcone +Dipeptide-2 +Pamitoyl Tetrapeptide-7) ของบริษัท Sederma ประเทศฝรั่งเศษ ซึ่งเคลมว่าช่วยลดถุงใต้ตา ลดรอยคล้ำ และกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง แน่นอนว่ายังไม่มีการวิจัยอื่น ๆ มาสนับสนุนคุณสมบัตินี้นอกจากคำเคลมของผู้ผลิตสารเอง

Ingredients : Aqua (Water), Ethylene/Acrylic Acid Copolymer, Butylene Glycol, Glycerin, Propylene Glycol Dicaprylate/Dicaprate, Squalane, Caprylic/Capric Triglyceride, Steareth-21, Linum Usitatissimum (Linseed) Seed Extract, Hexyldecanol, Stearalkonium Hectorite, Cetyl Alcohol, Stearyl Alcohol, Steareth-2 Glyceryl Hydroxystearate, Sodium Polyacrylate, Methylparaben, Alcohol, Palmitic Acid, Stearic Acid, Chlorphenesin, Dimethicone, Propylene Carbonate, Tocopheryl Acetate, Althaea Officinalis Root Extract, Prunus Amygdalus Dulcis ( Sweet Almond) Fruit Extract, Hesperidin Methyl Chalcone, Glyceryl Acrylate/Acrylic Acid Acid Copolymer, Acrylates/C10-30 Alkyl Acrylate Crosspolymer, Steareth-20, Tromethamine, Butylparaben, Ethylparaben, Triticum Vulgare (Wheat) Protein, Propylene Glycol, Titanium Dioxide (CI 77891), Tetrasodium EDTA, Propylparaben, Avene Sativa (Oat) Kernel Protein, Isobutylparaben, Theobroma Cacao (Cocoa) Extract, Sodium Hyaluronate, Chlorhexdine Digluconate, Sangulsorba Officinalis Root Extract, Xanthan Gum, Phenoxyethanol, Pyrus Malus (Apple) Fruit Extract, Caprylic/Capric/Succinic Triglyceride, Dipeptide-2, Potassium Sorbate, Eriobotrya Japonica Leaf Extract, Palmitoyl Tetrapeptide-7, Plankton Extract



เนื้อครีมดูไม่หนักมากแต่กลับเคลือบผิวได้ดี สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นเมื่อทาลงบนผิว สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือผิวที่ดูกร้านจะดูอิ่มขึ้นหลังใช้ เรื่องคุณสมบัติในการลดถุงใต้ตาและรอยคล้ำนั้นปูเป้ยังให้คำตอบจากการใช้ด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะส่วนตัวไม่มีถุงใต้ตาและรอยคล้ำอยู่แล้วครับ (ถ้าอิงจากงานวิจัยก็คงจะบอกว่าไม่มีส่วนผสมตัวใดที่ยืนยันแล้วว่าลดรอยคล้ำและรอยบวมได้)

ข้อดี

- เนื้อครีมให้สัมผัสที่ดี ผิวชุ่มชื้นขึ้น ผิวรอบดวงตาที่ห้างกร้านดูเรียบเนียนอิ่มเอิบขึ้น

ข้อเสีย

- บรรจุภัณฑ์แบบกระปุกที่ไม่ค่อยสะอาดเวลาใช้ และไม่ดีกับส่วนผสมของสารแอนติออกซิแดนท์
- ราคาสูงเหมือนกันเมื่อเทียบกับปริมาณของครีมที่ได้ (อายครีมถ้าราคาเกินพัน ปูเป้ว่าแพงหมดแหล่ะครับ)

โดยสรุปแล้วปูเป้ชอบ Benefit : b.right! It's Potent! Eye Cream ตรงที่เนื้อสัมผัสทำออกมาได้ดี ผิวรอบดวงตารู้สึกชุ่มชื้น สดชื่น สบายผิว บรรจุภัณฑ์แบบกระปุกไม่ค่อยดีกับสารบำรุงข้างในเท่าไหร่ แต่การออกแบบทำได้น่ารัก ทำให้รู้สึกมีความสุขเวลาใช้ (ไม่รู้ว่านับเป็นข้อดีได้รึเปล่า) ส่วนในแง่ของการลดริ้วรอย ลดรอยหมองคล้ำ ลดรอบบวม ปูเป้เชื่อว่าคงไม่มีอายครีมตัวใดทดแทนการนอนหลับผักผ่อนอย่างมีคุณภาพได้แน่นอนครับ :)

*****************




ตัวสุดท้ายที่ได้มาลองคือ Benefit : b.right! Triple Performing Facial Emulsion SPF15 / PA++ (50.3 ml / 1,250 THB) เขาบอกว่าตัวนี้เป็นสูตร Oil-Free เนื้อบางเบา ช่วยผลักระดับความชุ่มชื้นในผิวให้สูงถึง 73% ในสองชั่วโมง

จากส่วนผสมบอกว่านี่เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ผสมสารกรองรังสี UV ที่กันได้ครบทั้ง UVA และ UVB ใช้ Butyl Methoxydibenzoylmethane หรือ Avobenzone เป็นตัวกัน UVA ใช้ Ethylhexyl Methoxycinnamate เป็นตัวกรอง UVB หลัก ส่วน Octocrylene เป็นตัวกรอง UVB รองและเป็นตัวเสริมความเสถียรให้ Avobenzone ส่วน %, Benzophenone-4 ปกติจะไม่ค่อยเห็นเอามาใช้เป็น Sunscreen Active หลักเท่าไหร่

นอกจากส่วนผสมของสารกันแดดแล้วทตัวเบสโลชั่นก็ประกอบไปด้วยวิตามินอี (Tocopheryl Acetate) นิดหน่อย ตัวนี้เคลมว่ามี Tri-Radiance Complex อยู่ด้วยแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นส่วนผสมตัวใดบ้าง แต่ถ้ามองในเรื่องของชุ่มชื้นดูจะเป็นพวกสารกลุ่มน้ำตาล กับ Hyaluronic Acid และ Sodium Hyaluronate ที่มีน้อยกว่าน้ำหอมและสารกันเสีย

ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ Ajuga Turkestanica Extract ซึ่งไปเจอการวิจัยนึงว่าสารสกัดตัวนี้ช่วยเพิ่มการทำงานของ Aquaporin-3 ได้ (รายละเอียดของ Aquaporin อ่านได้ที่นี่) แต่งานวิจัยนี้มี LVMH เป็นผู้ทำการทดสอบ (Benefit เป็นแบรนด์ในเครือ LVMH) ระดับความน่าเชื่อถือจึงไม่มากเท่างานวิจัยโดยหน่วยงานอิสระ (และมันก็ใส่มาในปริมาณที่น้อยด้วยแหล่ะ)

(Source : Hydrating skin by stimulating biosynthesis of aquaporins.)

Active Ingredients : Ethylhexyl Methoxycinnamate 7.49%, Butyl Methoxydibenzoylmethane 3.00%, Octocrylene 2.00%, Benzophenone-4 1.50%

Other Ingredients : Water (Aqua), Glycerin, Dicaprylyl Carbonate, Butylene Glycol, Pentylene Glycol, Diglycerin, C14-22 Alcohols, Polymethyl Methacrylate, Silica, Betaine, Steareth-21, Phenoxyethanol, Phenyl Trimethicone, Coco-Glucoside, Fragrance (Parfum), C13-14 Isopaffin, Sodium Hydroxide, Decyloxazolidinone, Tetrasodium EDTA, Tocopheryl Acetate, Carbomer, Xanthan Gum, Laureth-7, Xylitylglucoside, Linalool, Anhrdroxylitol, BHT, Xylitol, Hexyl Cinnamal, Limonene, Ajuga Turkestanica Extract, Hyaluronic Acid, Sodium Hyaluronate.



เนื้อโลชั่นบางเบาและให้ความชุ่มชื้นดีจริง จะรู้สึกมันวาวที่ผิวเมื่อทาแต่เมื่อรอให้แห้งก็จะเซ็ทตัวแบบ Natural Finish คือไม่แห้งหรือ Matte แต่ก็ไม่มันเยิ้มอย่างที่เห็นตอนแรก ส่วนเรื่อง Oil-Free นั้นเป็นแค่คำเคลมทางการตลาด เพราะว่าสารกันแดดแบบ Chemical ส่วนใหญ่ก็เป็น Oil Soluble ที่มีคุณสมบัติเป็นของเหลมคล้ายน้ำมันอยู่แล้ว เนื้อโลชั่นตัวนี้เหมาะกับเหือบทุกสภาพผิวยกเว้นแต่ผิวมันมากที่ไม่น่าจะชอบเท่าไหร่

ข้อดี

- ป้องกันรังสี UV ได้ครบ
- สารกรองรังสีมีความเสถียรปานกลาง
- เป็นขวดปั้ม ใช้สะดวกและสะอาด

ข้อเสีย

- มีส่วนผสมของน้ำหอม
- ขวดที่ค่อนข้างใส ไม่ค่อยเป็นมิตรกับสารแอนติออกซิแดนท์เท่าไหร่

โดยสรุปแล้วนี่เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ผสมสารกรองรังสี UV ทีเพียงสำหรับวันเบา ๆ ที่ไม่ต้องไปเจอแดดนอกบ้าน (ถ้าจะออกไปข้างนอก ปูเป้แนะนำให้ทากันแดดที่มี SPF สูงกว่านี้เพิ่มเข้าไปครับ) เนื้อสัมผัสและความชุ่มชื้นทำมาได้ดี กลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีสารแอนติออกซิแดนท์มาให้มากกว่านี้หน่อยก็จะดีมากเลยครับ







วันนี้ก็ขอจบการรีวิว Benefit : b.right! ไปแต่เพียงเท่านี้ ปูเป้คิดว่าในปีหน้าคงจะมีผลิตภัณฑ์ออกใหม่มาเพิ่มสำหรับไลน์นี้อย่างแน่นอน เพราะว่ายังขาดในส่วนของ Treatment หรือ Serum บำรุงผิวเป็นพิเศษ ยังไงถ้ามีโอกาสได้ทดลองก็จะนำมาเล่าให้ทุกคนได้เก็บข้อมูลกันอีกอย่างแน่นอน

สำหรับคำถามว่า "จะแพ้มั๊ย" "ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?" เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้งนะครับ



เห็นว่า Blog นี้มีประโยชน์ ก็ช่วยกันกดปุ่ม มุมขวาล่างเป็นกำลังใจให้ให้ปูเป้ด้วยนะคร้าบ



Create Date : 23 พฤษภาคม 2554
Last Update : 23 พฤษภาคม 2554 12:03:40 น. 12 comments
Counter : 12228 Pageviews.
Share to Facebook

 
แพคเกจน่ารักอ้ะ



โดย: สะหวีวี่วี~* IP: 115.67.204.217 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:54:27 น.  

 
แพกเกจชนะเลิศ น่ารักมาก
เหนแล้วอยากจะใช้เลยอ่ะ ถึงมันจาไม่ค่อยมีอาไรก้ตาม 555555


โดย: JUNG IP: 110.168.150.91 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:13:21:32 น.  

 
ดูแพ็คเกจแล้วน่าจะเอามาปรุงอาหารมากกว่านะ 55555


โดย: แฟนานุแฟน IP: 118.172.199.193 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:20:44 น.  

 
สนใจeye cream


โดย: jan IP: 58.137.12.84 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:31:40 น.  

 
คุณปูเป้คะ

แอบเป็นแฟนคลับอยู่เงียบ ๆ มานานแล้วค่ะ คอยติดตาม update ทุกทู้ทุกรีวิวทุกคลิบใน pantip ด้วย ทำให้มีความรู้ในการที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเราจริง ๆ เป็นประโยชน์มาก ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

คือว่าตอนนี้นะคะมีปัญหาอย่างนึงค่ะ แต่จะขอเกริ่นที่มาที่ไปก่อนนะคะ เป็นคนผิวผสมไปทางมันมากหน่อย รูขุมขนกว้าง ตามบริเวณจมูก และมีจุดตำ ๆ อยู่ตามรูขุมขนด้วย มีสิวอุตตันเกิดขึ้นบ้าง สิวหนองหรือสิวอักเสบนาน ๆ เกิดที พอได้อ่านบล๊อคคุณปูเป้แล้ว ก็ตัดสินใจลองใช้เรตินเอดูประมาณสค. กย. ปีที่แล้ว ปรากฎว่าหน้าลอกแห้ง รอบ ๆ ปากใหม้ ก็เลยหยุดไปสักพัก ก็ลองใช้ BHA กับ Differin ในตอนกลางคืนก่อนนอนทุกคืน ตอนเช้าก็ใช้เซรั่ม + ครีมบำรุง(ในบางวันที่ผิวแห้ง) + กันแดด (เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ) ก็ใช้อย่างนีมาประมาณ 5 -6 เดือน รูขุมขนก็กระชับขึ้นดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แต่รู้สึกว่าหลัง ๆ มามันคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ก็เลยกลับมาใช้เรตินเอ สลับกับ Isotrexin ครีม สลับกับ bha + differin ไปเรื่อย ๆ ได้ประมาณ 1 - 2 เดือนแล้วค่ะ รูขุมขนดูเล็กลงมากจนหน้าเกือบเนียนแล้ว รู้สึกชอบมาก ก็เลยกะว่าจะใช้ไปเรื่อย ๆ จนถึงส.ค. ก.ย. ปีนี้ให้ครบ 1 ปี แล้วจะหยุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ สีผิวที่หน้าคล้ำกว่าคออย่างเห็นได้ชัดเลยอะค่ะ สีผิวเริ่มเปลี่ยนมาคล้ำกว่าตั้งแต่ช่วงที่ใช้ bha + differin เดือนที่ 4 - 5 แล้ว และมาคล้ำลงกว่าเดิมอีกในช่วงนี้ที่ใช้สลับกับพวกเรตินเอ Isotrexin ก็เลยเกิดปัญหาสีหน้าคล้ำกว่าคออย่างเห็นได้ชัด ทั้ง ๆที่ใช้ครีมกันแดดทุกวัน และเลือกที่มันกันได้ครบ + เสถียรด้วยนะคะ ทั้งแบบ chemical และ physical แต่ทำไมหน้ามันยังดำลงอะค่ะ แต่ในทางกลับกันผิวก็เต่งตึงกระชับ ริ้วรอยจางลง รูขุมขนกระชับจนมองแทบไม่เห็น ไม่ทราบว่าสีผิวคล้ำลงนี่เกิดจากที่เราใช้กรดวิตามินเอแล้วทำให้หน้าไวต่อแสงมากรีป่าวคะ หรือว่าเพราะสาเหตุอื่น คือสีมันคล้ำแบบแปลก ๆ ด้วยอะค่ะ ก็กลัวว่าเม็ดสีเมลามินในผิวหน้าจะผิดปกติไปเลยรีป่าว พอจะมีทางแก้มั๊ยคะ ตอนนี้ก็หยุดใช้ เรตินเอ differin และ isotrexin แล้ว แต่ยังใช้ bha อยู่ ถ้าใช้ vit c kiehl's จะช่วยให้หน้าสว่างขึ้นมั๊ยคะ คืออยากให้สีผิวหน้ากลับมาสว่างเท่ากับคอ เพราะเมื่อก่อนก็หน้าขาวกว่าคอนิดนึงอะค่ะ จริง ๆ อยากถ่ายรูปไปให้ดูด้วยอะค่ะ อยากไปหาหมอเหมือนกันแต่ลองมาถามคุณปูเป้ดูก่อน เผื่อจะได้ประหยัดเงินไปได้ส่วนหนึ่ง

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: gob IP: 110.164.238.119 วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:40:11 น.  

 
ถึงคุณ gob

ความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งคือ การใช้ยาพวกนี้ผิวจะระคายเคืองได้ง่าย บางครั้งตัวยาก็ระคายเคืองผิวเองอยู่แล้ว การระคายเคืองนั้นจะทำให้หน้าเราดูแดง ๆ หรือมีเลือดมาคั่งที่ผิว หน้าจะดูคล้ำเพราะเหตุนี้ก็เป็นไปได้ครับ

ถ้าได้ผลเป็นที่พอใจแล้ว เราไม่จำเป็นต้องใช้ยาทุกวันเหมือนตอนรักษาสิวครับ แต่ให้ประบลดเหลือแค่สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งก็พอแล้ว

คิดว่าถ้าปรับแล้วจะดีขึ้นครับ


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:48:51 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ งั้นจะอดทนรอสักระยะว่าจะดีขึ้นรีป่าว คือว่าก่อนหน้านี้ที่ใช้บ่อยก็หวังจะให้มันช่วยเรื่อง Anti Aging อะค่ะ แล้วมันก็ราคาประหยัดกว่า Vit c เยอะเลย

ว่าแต่คุณปูเป้ไม่ค่อยพูดถึงตัว Azelaic acid เลย กบรบกวนถามอีกนึดเกี่ยวกับวิธีใช้ตัวนี้นะคะ มันมีสภาพเป็นกรดมั๊ยคะ สรรพคุณนี่ช่วย Exfoliate ได้รีป่าว เวลาใช้ต้องคำนึงถึงค่า ph ด้วยมั๊ยคะ สรรพคุณเทียบเท่ากับพวกกรดวิตามินเอทั้งหลายมั๊ย ต้องดูที่มีความเข้มข้นกี่ % ดีค่ะ





โดย: gob IP: 110.164.238.119 วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:14:16:04 น.  

 
Benefit : b.right! Triple Performing Facial Emulsion SPF15 / PA++ กันแดดได้ไม่เสถียรนี่ครับa vobenzone เจอกับ Ethylhexyl Methoxycinnamate โหย ยิ่งดีเกรดเร็วไปใหญ่ ถึงจะมีตัวช่วยOctocrylene ก็เถอะ = ="


โดย: Once IP: 125.26.48.99 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:11:40:55 น.  

 
ถึงได้บอกว่าแค่เสถียรปานกลางไงครับ ไม่ได้บอกว่าเสถียรมาก


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:20:10:45 น.  

 
หนูอยากลองใช้ ตอนนี้กำลังลังเลอยู่ อยากทราบว่าใช้แล้วได้ผลจิงป่ะค่ะ สคับอ่ะค่ะ^^


โดย: warnchumb IP: 125.24.48.190 วันที่: 6 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:42:28 น.  

 
ปูเป้ค้าบ
.. ของบริษัท Sederma ประเทศฝรั่งเศษ

ต้องเป็น ฝรั่งเศส คับ


โดย: พีธ IP: 192.165.213.18 วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:9:36:03 น.  

 
I think this is among the most vital information for me. And i'm glad reading your article. But want to remark on few general things, The web site style is great, the articles is really nice : D. Good job, cheers
louis vuitton sale //www.boano.com/form/img/nalv.asp


โดย: louis vuitton sale IP: 94.23.252.21 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:20:35:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.