ตอนที่ 1 : เรากลายเป็นผู้ประสบภัย




วันนี้ วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2554 เวลาสี่ทุ่มครึ่ง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พ่อไม่ได้เขียนบันทึกในนี้มาเกือบๆ 1 ปีเต็ม หลังจากที่พ่อพาอากงกลับบ้านที่เพชรบุรี พ่อก็งานเยอะมาก เหน็ดเหนื่อยกันพอสมควร ดีที่มีอาม่าคอยช่วยดูแลอากง ตอนนี้อากงก็ดีขึ้นตามลำดับ

ณ ตอนที่พ่อกำลังเขียนบันทึกนี้อยู่ ปรรณ กับแม่เอิง หลับไปแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี 2554 พวกเราอยู่ที่อพาร์ทเม้นต์หลังโรงเรียนปรรณ คุณตากับคุณยายก็อยู่กับเราด้วย รวมถึงน้าโอ๋น้าอุ้ยและน้องอิคคิวก็ย้ายมาอยู่ที่เดียวกับเรา (แต่อยู่คนละห้อง) ตอนนี้บ้านของคุณตาคุณยายเพิ่งจะรื้อของออกหมด อยู่ระหว่างทำความสะอาด และรอซ่อมแซมเพื่อให้กลับเข้าไปอยู่บ้านได้อีกครั้ง หลังจากที่น้ำท่วมบ้านเราตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

น้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่หนักหนาอยู่พอสมควร พ่อก็เลยคิดว่าอยากจะมาบันทึกประสบการณ์ช่วงนี้เก็บไว้อ่านซักหน่อย



17 ก.ย. 2554 : เด็ก 7 ขวบขึ้นไป กับบัตรประชาชนใบแรก

17 กันยายน 2554 พ่อกับแม่พาปรรณไปทำบัตรประชาชน ปีนี้ปรรณครบ 7 ขวบ และเป็นปีแรกที่ได้ประเดิมทำบัตรประชาชน ตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้เด็กที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไปต้องทำบัตรประจำตัวประชาชน (ก่อนหน้านี้เค้าให้ทำตอนอายุครบ 15 ปี)


ไปทำบัตรที่ที่ทำการเทศบาล รวดเร็วทันใจ





สอบปลายภาค ป.2 เทอม 1 ..... ป่วย

เดือน ก.ย. ตายายไปเที่ยวอเมริกาทั้งเดือน แม่เอิงรับบทหนักในการเป็นแม่บ้าน เตรียมกับข้าวกับปลาแทนคุณยาย รวมถึงรับปรรณตอนเย็นด้วย ตอนช่วงปลายเดือน ปรรณมีสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ชั้น ป.2 เรื่องสอบนี่เป็นหน้าที่ของพ่อที่จะช่วยติวให้ปรรณ พ่อจำได้ว่าตอนเช้าพ่อไปส่งปรรณสอบ ยังร่าเริงดีอยู่ พอตกเย็นแม่ไปรับปรรณที่โรงเรียน แม่ส่งข้อความมาบอกพ่อว่าปรรณมีไข้ และบ่นเจ็บคอ พ่อเลยให้แม่พาปรรณไปหาหมอ เพราะยังต้องสอบอีกหลายวัน ปรากฏว่าต่อมทอนซิลอักเสบ ดีนะที่ไปหาหมอ

แต่ปรรณไม่ใช่เด็กงอแง มีไข้นิดๆ ก็ยังพูดคุยได้ร่าเริง เพียงแต่ไม่คึกเหมือนปกติเท่านั้นเอง พอได้พักผ่อน อาบน้ำ ได้ยาเข้าไปช่วยจัดการเชื้อโรค ก็ดีขึ้น แต่พ่อก็ยังเป็นห่วง เพราะดันมาป่วยเอาช่วงสอบพอดี ทำให้พ่อต้องปรับแผนการติวนิดหน่อย เอาให้พอไปได้ไม่หนักมากนัก และเน้นให้ปรรณได้พักผ่อนมากขึ้น การติวก็เอาแบบให้ปรรณสนุกไว้ก่อน จะได้อารมณ์ดี ใช้เวลาน้อยๆ แทนที่พ่อจะถามให้ปรรณตอบ พ่อก็ให้ปรรณอ่านโจทย์แล้วก็ให้พ่อเป็นคนตอบ ถ้าพ่อตอบผิด พ่อจะโดนปรรณหอมแก้ม และถ้าพ่อตอบถูก ปรรณก็จะหอมแก้มพ่อเป็นรางวัล เจอแบบนี้เข้าไป ปรรณสนุกสนานกับการอ่านหนังสือสอบมากๆ


29 ก.ย. ตอนเย็นๆ แม่เอิงไปรับที่โรงเรียน หลับมาตลอดทาง ป่วยด้วย เหนื่อยด้วย หมดสภาพเลยลูกเรา สอบอีกแค่วันเดียวก็ได้ปิดเทอมแล้ว คืนนั้นปรรณบ่นปวดท้อง มีอาการท้องเสียด้วย สงสัยเจอยาฆ่าเชื้อ หรือไม่ก็เชื้อโรคลงกระเพาะทำให้ท้องเสียด้วย ดึกๆ พ่อให้กินยาธาตุ ปรรณได้อึ ก็สบายท้องขึ้น




และนี่คือผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 ตีประคองไปแบบนี้ก็โอเคละ เห็นแบบนี้แล้วสบายใจ







ตุลาคม 2554 เดือนนี้ที่จดจำ


2 ตุลาคม พ่อลาพักร้อนอยู่บ้าน เช้าซักผ้าปูที่นอน กลางวันทำงานส่งหัวหน้า บ่ายหุงข้าว เย็นทำต้มน้ำซุปกระดูกอ่อนหมู และถูบ้าน พอดึกๆ พ่อขับรถไปรับคุณตาคุณยายที่สุวรรณภูมิ ไปเที่ยวอเมริกาตั้ง 1 เดือน

4 ตุลาคม คนทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ของค่าย Apple ทุกคนคาดหวังจะได้เจอกัน iPhone5 แต่ก็ต้องผิดหวังที่เจอแค่ iPhone4s แต่ถึงยังไง มันก็ยังขายดีมากๆ อยู่ดี ซึ่งส่วนหนึ่งนอกจากของเค้าจะดีแล้ว พ่อว่าน่าจะเกิดจากที่ Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple ได้จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม หลังจากเปิดตัว iPhone4s ใหม่ได้แค่ 2 วัน

มีคนบอกไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกมนุษย์เรา เกี่ยวข้องกับ Apple 3 ลูกด้วยกัน

ลูกแรก คือ Apple ที่อดัมกับอีฟกิน ทำให้เกิดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ชาติขึ้น

ลูกที่ 2 คือ Apple ที่ตกใส่หัวของเซอร์ ไอแซก นิวตัน ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าอย่างมากด้วยทฤษฎีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น และทำให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ อีกมากมาย

และลูกที่ 3 คือ Apple ที่ก่อตั้งโดย Steve Jobs เค้าได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งเทคโนโลยีมากมาย พ่อว่าเค้าเป็นคนที่น่าทึ่งมาก



9 ตุลาคม วันที่ 8 ก.ย. พ่อกลับบ้านที่เพชรบุรีกับอาเจ็กชู เรานัดหลวงพ่อที่วัดสนามพราหมณ์ไว้เช้าวันที่ 9 ก.ย. เพราะพ่อคิดว่า ถ้ามีโอกาส ปลายปีนี้พ่อจะบวช พ่อนัดเวลากับหลวงพ่อไว้เรียบร้อยว่า วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. 2554 จะบวช หลวงพ่อให้หนังสือ กับ CD บทสวดขอบรรพชาอุปสมบทมาท่อง ก่อนกลับพ่อกับอาเจ็กไปหาหลวงพี่เต๋อ (รองเจ้าอาวาส) อาเจ็กบอกหลวงพี่ว่า ถ้ายังไงจะให้พ่อมาซ้อมท่องกับหลวงพี่ หลวงพี่เต๋อบอกว่าไม่ต้องรีบ ใกล้ๆ จะบวชค่อยมา เพราะอาจจะมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้บวชก็ได้ ในใจพ่อคิดว่า จะมีเหตุผลเดียวที่พ่อไม่ได้บวชก็คือ น้ำท่วมบ้าน (ช่วงนั้นจังหวัดที่อยู่เหนือกรุงเทพท่วมกันหมดแล้ว) พ่อคิดไว้แล้วว่า ถ้าน้ำท่วมบ้านพ่อจะไม่บวช เพราะพ่อมีหน้าที่ที่ต้องดูแลปรรณกับแม่เอิง และเราต้องอยู่ช่วยกันจัดการเรื่องต่างๆ หลังจากน้ำลด พ่อไม่ควรจะหนีไปบวชในขณะที่คนในบ้านกำลังเดือดร้อน

(มาถึงตอนนี้แล้วนึกขำ ที่หลวงพี่เต๋อทักไว้ แต่จะบอกว่า ถึงไม่ได้บวช พ่อก็ได้ฝึกใจหลายเรื่อง เอาไว้จะเล่าให้ฟังต่อไป)


หลังจากเสร็จธุระที่วัด พ่อขับรถกลับมาถึงบ้าน ระหว่างทางแถวๆ พระราม2 ฝนตกหนักมาก มาถึงบ้าน พ่อแวะไปดูน้ำในคลองท้ายซอยบ้านเรา น้ำเริ่มสูง



11 ตุลาคม สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มลุกลามมากขึ้น เมื่อนิคมอุตสาหกรรมโรจนะถูกน้ำท่วม คุณตัน เจ้าของโรงงานอิชิตันในนิคมโรจนะ เปลี่ยนจากสถานะของผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย กลายเป็นผู้ประสบภัยไปด้วย พ่อเห็นข่าวจากทางช่อง 3 แล้วรู้สึกนับถือในน้ำใจของคุณตันที่เข้าไปในโรงงาน และคอยส่งลูกน้องทั้งหมดออกจากโรงงาน และที่สำคัญ โรงงานของคุณตันกำลังผลิตน้ำเปล่าเพื่อนำไปแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วม แทนที่จะผลิตน้ำดื่มอิชิตันที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท พ่อขอบันทึกเหตุการณ์นี้เพื่อสรรเสริญในความดีของคุณตัน


ตัน ภาสกรนที


15-16 ตุลาคม ช่วงนี้สถานการณ์น้ำแถวๆ บ้านเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เพราะน้ำในคลองท้ายซอยบ้านเรา (คลอง 2 ที่ไหลต่อไปยังคลองหกวาสายล่าง) เริ่มค่อยๆ สูงขึ้น

15 ต.ค. ปรรณเห็นคุณตาเลื่อยไม้ ทำจิ๊กซอต่อเขื่อนข้างบ้าน ปรรณเลยของลองมั่ง




16 ต.ค. พ่อช่วยคุณตาทำเขื่อนปิดประตูข้างบ้านเสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะคุณตาทำส่วนประกอบเหมือนจิ๊กซอ ต่อแป๊บเดียวเสร็จเลย สุดยอดมากๆ


เขื่อนนี้แข็งแรงมากๆ ทำงานได้ดีมาก แต่ว่ามันเตี้ยเกินไป น้ำมาตั้งเมตรครึ่ง


19-20 ตุลาคม จากสถานการณ์ที่ดูจะน่าเป็นห่วงขึ้นเรื่อยๆ น้ำในคลองท้ายซอยไหลแรงมากผิดปกติกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา แสดงว่ามีการเปิดประตูระบายน้ำช่วงบนมากขึ้น ทำให้พ่อต้องไปจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อป้องกันกับเค้าบ้าง พ่อกับแม่เคยคุยกันก่อนหน้านี้ว่า ถ้าบ้านเราน้ำท่วม มีอะไรที่เป็นของมีค่า และจำเป็นกับชีวิตเรา ที่เราจะต้องขนย้ายมั้ย พ่อกับแม่เห็นตรงกันว่า "ไม่มี" อันนี้ไม่รวมถึงพวกเอกสารสำคัญทางราชการนะ เพราะจริงๆ มันก็ทำใหม่ได้ แต่ไม่อยากทำใหม่เพราะมันยุ่งยาก เสียเวลา และจังหวะที่จำเป็นต้องใช้ แต่ไม่มีนี่มันน่าหงุดหงิดมากๆ

พ่อไปซื้อของมาทำ สรุปกันว่า ถ้าน้ำมาสูงกว่า 95 cm เราก็จะยอมให้มันท่วมบ้านเราไป ขอสู้แค่นี้พอ


สิ่งที่พ่อทำคือ เอาแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมากันตามประตูหน้าต่าง โดยใช้ซิลิโคนยาแนว ทำจนเมื่อยหลัง

22 ตุลาคม ตอนเช้ามีคนบอกว่าน้ำไหลมาทาง ถ.พหลโยธิน ผ่านหน้าปากซอยบ้านเราแล้ว พ่อขอยืมจักรยานน้าเอปั่นออกไปดู เห็นแล้วน่าห่วงกว่าที่คิดไว้เยอะ น้ำไหลไปตามถนนแรงมาก คนออกมาดูกันเต็มไปหมดเลย



ช่วงเที่ยงๆ น้าโอ๋กลับมาจากเยอรมัน (น้าโอ๋ไปทำงานที่เยอรมัน 1 เดือน) เอาช็อคโกแลตมาฝากปรรณด้วย



23 ตุลาคม วันนี้คุณตาขับรถออกไปส่งคุณยายแอ๊ด (พี่สาวคุณตา) แต่เช้า น้ำท่วมถนนสูงจนน้ำเข้ามาในรถ โชคดีที่รถไม่ดับ แต่ก็ทุลักทุเลมากๆ ขากลับคุณตาต้องเอารถไปจอดใน บก.ทอ. เพราะน้ำสูงเอารถกลับมาไม่ได้ คุณตาต้องเดินกลับบ้าน

(ช่วงก่อนหน้านี้ ยายแอ๊ดมาอยู่บ้านที่น้าเอสร้างใหม่อยู่ได้หลายสัปดาห์แล้ว ยายแอ๊ดเห็นว่าน้ำเริ่มมาเยอะ เลยขอกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ เพราะกลัวว่าถ้าน้ำท่วมแล้วจะไปไหนไม่ได้.....ยายแอ๊ดคิดถูกแล้ว)

23 ต.ค. ตอนเช้าๆ น้ำเริ่มไหลเข้ามาในซอยแล้ว แต่จะบอกว่าจริงๆ แล้วน้ำมันไหลลงท่อระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำใต้ดินในท่อระบายน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่หลายๆ คนไม่รู้เลยว่า น้ำบุกมาเรื่อยๆ




24 ตุลาคม "น้ำท่วมบ้าน"

วันนี้เป็นวันจันทร์ ยังเป็นวันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช ปกติวันหยุดพวกเราจะตื่นสายกันหน่อย แต่วันนี้แปลกปรรณตื่นตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงเช้า ไม่รู้จะตื่นเช้ามาทำไม แต่ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว พ่อเลยออกมาแปรงฟัน ล้างหน้าล้างตา แล้วก็ออกไปดูสถานการณ์น้ำ แต่สิ่งที่พบคือ มีชาวบ้านในหมู่บ้านเราออกมาส่องดูท่อระบายน้ำกันใหญ่ 7โมงน้ำก็เริ่มล้นท่อระบายน้ำออกมาเอ่อถนนในซอยแล้ว และเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง ตอนบ่ายนิดๆ น้ำก็สูงถึงระดับหัวเข่า

ช่วงเช้าพ่อช่วยตาป้องกันบ้านคุณตา พอช่วงบ่ายๆ น้ำเริ่มเข้ามาในถนนบ้านเรามากขึ้น พ่อกับแม่ตกลงกันว่า ถ้าน้ำสูงถึงระดับบันไดขั้นที่ 2 ตรงประตูกระจกบ้านเรา พวกเราจะปิดบ้านแล้วย้ายไปอยู่บ้านคุณตา ช่วงบ่าย 3 พ่อได้ยินเสียงตาตุ้ยตะโกนว่าเขื่อนหน้าบ้านพัง (เป็นที่กั้นตรงประตูใหญ่บ้านอาตุ๋ย) แล้วหลังจากนั้นตาตุ๋ยก็คอยวัดระดับน้ำทุกๆ ชั่วโมง พอพ่อได้ยินตาตุ๋ยบ่นว่า 1 ชั่วโมงน้ำสูงขึ้น 5 cm พ่อก็ตัดสินใจบอกแม่ให้เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบเล็กเอาไปไว้บ้านคุณตาทันที และพ่อก็เริ่มกระบวนการต่างๆ ตามที่พ่อได้เขียนไว้บนกระดานในบ้านเรา เพื่อปิดบ้าน



สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากในสถานการณ์แบบนี้คือ "สติ" น้ำท่วมลักษณะนี้เราเองสามารถเตรียมการณ์อะไรบางอย่างไว้ก่อนล่วงหน้าได้ และในช่วงจังหวะต่างๆ ที่จะต้องตัดสินใจทำอะไรก็แล้วแต่ เราก็สามารถวางแผน และจัดลำดับก่อนหลังไว้ได้ล่วงหน้า และสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ก็คือ เมื่อเวลานั้นๆ มาถึง เราจะลุกลี้ลุกล้น ตื่นตระหนก จนทำอะไรไม่ถูก เรื่องนี้ก็ป้องกันได้เช่นกัน พ่อใช้วิธีเขียนลำดับสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อนหลังไว้บนกระดาน และกำหนดไว้ด้วยว่า ถ้าเหตุการณ์ถึงขั้นไหนแล้วจะต้องทำอะไร อะไรที่ทำได้โดยไม่ต้องรอ ก็ทำไว้ก่อนได้เลย เป็นการประหยัดเวลา ประหยัดแรง สิ่งเหล่านี้ช่วยพ่อได้มาก ทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งจำเป็นต่างๆ เราทำได้ครบถ้วนไม่ตกหล่น (เวลาฉุกเฉินเราอาจจะลืมทำสิ่งสำคัญบางอย่าง เพราะว่าเราไม่มีสติ) และที่สำคัญ เราจะต้องบอกแผนการณ์นี้ให้กับคนในบ้านเรารู้ด้วย จะได้รู้กันว่าถึงเวลาไหน จะตัดสินใจอย่างไร

การจะมี "สติ" รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการตัดสินใจในยามฉุกเฉิน "อารมณ์" ของเราเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องควบคุมให้ได้ การเตรียมความพร้อมต่างๆ อย่างที่บอกไว้เมื่อกี๊ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการควบคุมอารมณ์ มันทำให้เรามั่นใจขึ้น ไม่ตื่นตูม พ่อจะบอกปรรณว่า "อารมณ์ขัน" ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นอกจากจะทำให้คนรอบข้างเราผ่อนคลายแล้ว มันจะย้อนกลับมาทำให้เราเองนั่นแหละ ผ่อนคลาย เครียดน้อยลง และส่งผลให้เรามี "สติ" มากขึ้นด้วย เพราะสถานการณ์ของคนโดยรอบ รวมถึงตัวเราไม่เครียดมากนัก


ช่วงบ่ายๆ ร้านจิตรโภชนา ขับรถบรรทุกมาส่งอาหาร พ่อให้แม่ถ่ายรูปนี้โพสลง Facebook (Social Network ยอดฮิตของยุคนี้)
มันทำให้พ่ออารมณ์ดี และผ่อนคลายได้มากเลยนะลูก



สรุปว่าพ่อกับแม่สามารถจัดการปิดบ้านตามกระบวนการที่วางแผนไว้ได้ทันก่อนที่ฟ้าจะมืด พวกเราย้ายมาอยู่บ้านคุณตา ช่วยคุณตาขนย้ายข้าวของได้อีกพอสมควร ลึกๆ แล้วยอมรับว่าเครียดอยู่เหมือนกัน แต่เป็นสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดแล้ว เราไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ น้ำมากมายขนาดนี้ มันจะมา เราก็กั้นไว้ไม่อยู่ ตอนช่วงหัวค่ำประมาณทุ่มกว่าๆ เขื่อนที่กั้นประตูใหญ่หน้าบ้านเราก็พัง เพราะว่ารถที่วิ่งผ่านไปมาทำให้เกิดคลื่นมากระแทกจนมันพัง

พ่อกับแม่จัดการให้ปรรณอาบน้ำ แม่กับปรรณนอนห้องคุณตาคุณยาย ส่วนพ่อนอนห้องน้าโอ๋น้าอุ้ย คืนนั้นตากับยายแทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืน คอยดูน้ำว่ามันขึ้นมาอีกแค่ไหน ก่อนพ่อกับแม่จะนอน เราตกลงกันว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเราจะออกจากบ้าน พ่อกับแม่คิดว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะอยู่แบบติดเกาะด้วยจำนวนคนทั้งหมด 8 คน และที่สำคัญมีเด็กอยู่ด้วย 2 คน ส่วนคุณตาก็คิดไว้ว่า ถ้าน้ำท่วมไม่ถึงชั้น 1 ของตัวบ้านใหญ่ (สูงจากถนนในบ้านประมาณ 75 cm) คุณตาก็จะอยู่ และพ่อก็ตัดสินใจบอกคุณตาไปว่า พรุ่งนี้เราสามคนจะหาทางออกจากบ้าน ตอนนั้นพ่อไม่รู้ว่าคนอื่นๆ มีความคิดเห็นอย่างไร แต่สำหรับบ้านเรา พ่อคิดว่า เราควรอพยพ

คืนนั้นพ่อก็นอนไม่ค่อยหลับ คอยติดตามสถานการณ์ผ่านข่าวสารทาง Twitter และคิดหาทางว่าเราจะออกไปยังไง พ่อมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ
1. พึ่งพาส่วนราชการ โทรไปตามหมายเลขที่ใช้สำหรับโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่พ่อได้รับคือ ความไม่มั่นใจว่าจะมีใครมาช่วยหรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร เพราะคนที่รับสายไม่สามารถบอกพ่อได้ว่าจะมีใครมารับเมื่อไหร่ เค้าบอกพ่อว่า เค้าเพียงแค่ช่วยลงทะเบียนไว้
2. ทางเลือกที่สองที่พ่อคิดไว้คือ โทรหาเพื่อนๆ ที่มีรถสิบล้อ ตอนนั้นพ่อคิดว่า หากเป็นรถ ก็ต้องสิบล้อถึงจะพอเข้ามารับเราถึงในบ้านได้ พ่อก็เลยโทรหาเพื่อนพ่อคนหนึ่ง แต่เค้าไม่รับสาย พ่อก็หวังแต่เพียงว่า เพื่อนพ่อจะโทรกลับมา

ในเมื่อยังไม่มีอะไรยืนยันได้ว่า พ่อจะพาแม่เอิงกับลูกของพ่อออกไปได้อย่างปลอดภัย และมีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนได้ พ่อก็เลยนอนไม่ค่อยหลับ แผนของพ่อคือ หาทางไปสนามบินดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ ในเมื่อยังไม่ชัดเจนว่าจะได้ออกไปถึงดอนเมืองเมื่อไหร่ ถึงกี่โมง ก็เลยจองตั๋วเครื่องบินของ Nok Air ไม่ได้


ก่อนนอนพ่อเก็บภาพบ้านคุณตาไว้ ตรงนี้คือส่วนที่พวกเรานั่งดู TV และกินข้าวกันที่บ้านคุณตา




พ่อถ่ายจากระเบียงบ้านคุณตา เห็นบ้านเราในความมืด น้ำท่วมไปเรียบร้อย




สรุปว่า 24 ตุลาคม น้ำเข้าท่วมบ้านเราอย่างสมบูรณ์ บ้านเรากลายเป็นผู้ประสบภัย อินเทรนด์มากๆ





 

Create Date : 31 ธันวาคม 2554
22 comments
Last Update : 2 มกราคม 2555 0:02:11 น.
Counter : 5253 Pageviews.

 

เข้ามากด like.
แต่หาปุ่ม like ไม่เจอ พึ่งนึกได้ว่านี่ไม่ใช่ fb. นี่หว่า 55
..
ตี๋คิดถูกแล้วที่กลับมาบันทึก
เพราะเป็นเรื่องที่ควรบันทึกเก็บไว้ที่สุด
รออ่านต่อนะ (กดดันๆ)

 

โดย: Twosons IP: 58.8.116.24 2 มกราคม 2555 8:41:21 น.  

 

ขำพี่เอกอ่ะ อาการเดียวกัน กดไลค์มันง่ายดี :P

สู้ๆนะตี๋ รออ่านต่อด้วยคน

 

โดย: มฟวฟ IP: 203.156.93.201 2 มกราคม 2555 8:56:44 น.  

 

กด like ไม่ได้ ขอเปลี่ยนเป็น 1 เม้นท์แล้วกันนะครับ

 

โดย: punndaddy 2 มกราคม 2555 9:46:59 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ 5555555+ ครับพี่ตี๋

กดไลท์ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นเมนท์ก็ได้ครับ
แต่ว่าถ้าครบร้อยแล้วต้องอัพใหม่โลดนะครับ ^^

มีความสุขมากๆครับผม

เอด้าล่องเรือ เที่ยววัด สนุกอิ่มบุญรับปีใหม่จ้า.

 

โดย: Little Knight 2 มกราคม 2555 9:55:46 น.  

 

Wait to read the next episode. I always admire your lovely family especially your sense of humor ka.oo

 

โดย: Kim IP: 110.168.105.181 2 มกราคม 2555 10:15:53 น.  

 

ตี๋เล่ายังไม่จบ ว่า ไปไหนกันต่อ ^^ พี่อ่านแล้ว อินนะ กับทุกๆเหตุการณ์​ยกเว้นเหตุการณ์ยายปรรณป่วย เพราะตอนตี๋ อัพเดท Status ตอนนั้น ตี๋ ชิล ชิลมากๆๆ

พี่ รู้สึกอ่านแล้ว ยิ่งนับถือน้ำใจและ "รัก"​ความเป็นพ่อ และ สามี ของตี๋มาก เพราะ การมีสามี มีพ่อที่มีสติ สามารถนำพาครอบครัว ให้รอดปลอดภัย ไปไหนไปด้วยกัน เพราะ พ่อเป็นหลักแบบนี้ มันก็สุขนะตี๋

รักตี๋ :)

 

โดย: P Ji IP: 71.32.195.7 2 มกราคม 2555 10:31:25 น.  

 

ได้อ่านแบบนี้ยัีงรู้สึกว่าไม่จุใจ อยากให้พี่ตี๋เขียนอีกเยอะๆ

ตัวหนูเองพอมาอ่านย้อนถึงตอนที่น้ำท่วมก็แอบเหวอ
ยิ่งตอนที่คอยติดตามว่าน้องน้ำไปถึงที่ไหนอะไรยังไงแล้วก็ยังจำความรู้สึกแบบนั้นได้ดีเลยทีเดียว

ปรรณน่ารักแล้วก็ร่าเริงดีมากๆ เลย เป็นเด็กนี่ดีแบบนี้นี่เอง ^^

ที่ต้องชมมากๆ ก็ต้องคุณพ่อคุณแม่นี่แหละ แรงผลักแรงดันแรงถีบชั้นดี พาครอบครัวอยู่รอดปลอดภัย ^^

 

โดย: น้องหมู IP: 61.90.111.167 2 มกราคม 2555 12:15:12 น.  

 

55 อดเจิมอ่ะ จ๋อยเลย

ปล. ร่วมทีมพี่เอก กดดันพี่ตี๋ เขียนต่อให้ไวเน้อ

 

โดย: ่jeab IP: 58.9.209.230 2 มกราคม 2555 12:32:51 น.  

 

ยินดีต้นรับการกลับมา(เขียน)นะจ๊ะ

ในบรรดาเพื่อนที่รู้จัก บ้านนี้เป็นหนึ่งในบ้านที่เป็นผู้ประสบภัยแบบเต็มตัว
ขอเอาใจช่วยให้กลับมาฟื้นฟูทุกอย่างได้ดีกว่าเดิมน้า

 

โดย: amimi IP: 58.11.240.34 2 มกราคม 2555 15:02:30 น.  

 

ขอบคุณค่ะที่เขียนให้อ่าน อ่านได้เพลินมากๆ แฮะๆๆ (ไม่ใช่เรื่องควรจะเพลิน)
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ ด้วยนะคะลุงตี๋ สู้ๆ ค่ะ

 

โดย: ป้าเอ IP: 58.8.237.207 2 มกราคม 2555 18:22:33 น.  

 

ดีใจจังที่ตี๋กลับมาเขียนไดฯ บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ละเอียดมากๆ เลย ชื่นชมครอบครัวตี๋มากๆ เลยนะ ที่ยังยิ้มได้แม้ภัยมา ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งครอบครัวเลยจ้า
ปล. รออ่านตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อนะ ฮี่ๆๆๆ

 

โดย: เจียว IP: 110.169.213.69 2 มกราคม 2555 20:32:07 น.  

 

กำลังอ่านเพลินๆเลย
รอตอนต่อไปนะจ๊ะ

 

โดย: นุ่นแม่ปริมปัน IP: 125.24.99.219 2 มกราคม 2555 21:14:15 น.  

 

ไม่นึกเลยว่าตี๋ยังไม่กลับเข้าบ้าน
ปีนี้หนักหนาสาหัสกับตี๋เหมือนกัน
ดีที่ตี๋เป็นคนร่าเริง ลูกและ ภรรยาน่ารักเป็นที่พักพิงซึ่งกันและกันได้ดี
เอาใจช่วยนะ

เอ.... เหมือนจะยังไม่จบนะ
มาเขียนต่อเร้ว

 

โดย: พี่หมวยสวยสุด IP: 125.24.23.191 2 มกราคม 2555 21:25:29 น.  

 

ภาพสวย เนื้อหาเยี่ยม รออ่านตอนต่อไปครับ
ปล.ป้าเอกมาคนแรกเรยวุ้ย อิอิิอิ

 

โดย: ต้น IP: 103.1.164.60 3 มกราคม 2555 5:31:01 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ตี๋และครอบครัว
อ่านแล้วอินมากๆ พี่ตี๋บันทึกเหตุการณ์สำคัญๆได้ละเอียดมากเลยค่ะ
เห็นด้วยกับพี่ตี๋ที่ "สติ"สำคัญมากในเหตุการณ์เช่นนี้ อ่านแล้วทึ่งค่ะ เพราะเป็นอุ๋ยคงไม่มีสติพอจะทำอะไรได้ ^^"
อยากรู้ว่าตอนนี้ที่บ้านเป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มทำบ้านใหม่หรือยัง เอาใจช่วยให้กลับมาสู่สภาวะเดิมในเร็ววันนะคะ
ปล. รออ่านตอนต่อไปค่ะ (กดดันๆๆ ฮ่าๆๆ)

 

โดย: อุ๋ยค่ะ IP: 58.8.53.10 3 มกราคม 2555 10:43:51 น.  

 

แง๊ว แง๊ว แง๊ว...อารมณ์วูบ อยากอ่านต่ออ่ะตี๋

รออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ

น้องปรรณเรียนเก่งมากๆ

 

โดย: mhonandmo IP: 171.7.214.65 3 มกราคม 2555 13:53:28 น.  

 

น้องปรรณเรียนเก่งจังค่ะ ปรบมือให้ดังๆเลยน๊าาา

ขนาดไม่ได้เขียนนาน ยังเขียนได้ดีและน่าอ่านมาก เป็นความทรงจำที่ลืมยาก
สวัสดีปีใหม่นะค่ะ:)

 

โดย: น้องปันปัน IP: 110.49.242.185 4 มกราคม 2555 8:31:03 น.  

 

ทดสอบๆ

 

โดย: ตี๋ IP: 58.8.129.87 7 มกราคม 2555 22:43:10 น.  

 

สวัสดีเช้าวันพุธที่อากาศสบายๆครับ

สบายดีนะครับ




เอารูปในวันที่เอด้าไปเรียนบัลเล่ต์มาให้ดูครับ..อิอิ

 

โดย: Little Knight 11 มกราคม 2555 8:11:27 น.  

 

วันนี้เปิดคอมพ์วันแรกหลังจากไม่ได้เปิดมาเกือบเดือน เลยแวะเข้ามาซะเลย นึกว่ามีตอนสองคลอดแล้วซะอีก ตี๋เก่งจังจำอะไรได้แม่นมาก เราลืมไปหมดแล้ว ว่าอะไรเกิดวันไหน...ครั้งหนึ่งในชีวิตเนอะ (แต่อ่านพาดหัวข่าวนสพ.วันนี้มันบอกอีกแล้วว่าปีนี้จะท่วมอีก...เซ็งเป็ด)

 

โดย: giegriffin IP: 27.130.194.60 27 มกราคม 2555 13:58:41 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ตี๋

แวะพาเอด้ามาทักทายก่อนกลับเมืองหลวง

มีความสุขมากๆครับผม

 

โดย: Little Knight 4 พฤศจิกายน 2555 8:05:36 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ตี๋

แวะพาเอด้ามาทักทายก่อนกลับเมืองหลวง

มีความสุขมากๆครับผม

 

โดย: Little Knight 4 พฤศจิกายน 2555 8:05:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


punndaddy
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Blog ล่าสุดจ้า...

Group Blog
 
 
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add punndaddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.