Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
13 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
เจไมมา โจนส์

รักอ้วนๆ ในฐานะ คนน้ำหนักเกินมาตรฐาน--พูดง่ายๆ ก็ "อ้วน" นั่นแหละ ยอมรับว่า เรื่อง "อ้วน" รบกวนจิตใจอยู่พอควร เปล่า ไม่ได้เป็นห่วงว่าตัวเองจะต้องเป็น ชาย แมน หล่อล่ำ กล้ามเป็นมัดๆ พุงไร้ไขมัน เพื่อหวังจะเตะใจสาวๆ ดอก แต่ห่วง โรคภัยไข้เจ็บที่จะมากับโรคอ้วนมากกว่า เลยทุกข์ร้อนกับ "ความอ้วน" ดังที่ว่า ตอนนี้จึงพยายามหาเวลายืดเส้นยืดสาย เพื่อละลายไขมันออกไปบ้าง ว่าไปแล้ว เรื่อง "อ้วน" เป็นเรื่องใหญ่เอาการเหมือนกัน ลองเหลียวไปรอบตัว รับรองจะต้องเห็นอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับเอาชนะความอ้วนสักอย่าง ว่าไปทำไมมี คนที่อ่านเรื่องอยู่ตอนนี้ อาจอยู่ในคอร์ส ยอดฮิต "คุมอาหาร 4 วันเพื่อลดน้ำหนัก 3 กิโล" ก็ได้ โดยมีโฆษณาของ น้องใหม่ เจริญปุระ ที่โชว์หุ่นที่เปรียวลงหลังจากไปบริหารร่างกายกับสถานเสริมความงามที่ไหนสักแห่ง เป็นกำลังใจ--เอ้า สู้สู้ อ่าน "รักของฉันพร่องมันเนย Jemima J" ของ เจน กรีน แปลโดย มณฑารัตน์ ทรงเผ่า แล้ว ก็ตอกย้ำขึ้นไปอีกว่า เรื่อง "อ้วน" มีอิทธิพลต่อผู้คนมากจริงๆ เป็น "ประเด็น" ให้เกิดนิยายหวานแหววอย่างเรื่องนี้ขึ้นมาก็ได้ ใครกลัว "โรคฟันผุ" จะข้ามไปก็ได้ไม่ว่ากัน จริงๆ "รักของฉันพร่องมันเนย" จะลดความหวานจนทำให้เกิดอาการกลัว "โรคฟันผุ" ได้ เพราะปูเรื่องตอนต้นมาดีมากเชียว โดยเฉพาะ ปัญหาของ คนอ้วน ตัวเอก คือ น้องหนู "เจไมมา โจนส์" ที่เป็นสาวอ้วนปุ๊กลุก เธอมีปัญหามากมายกับน้ำหนักส่วนเกิน ด้วยมันทำให้ต้องยืนห่างจากคนอื่น ด้วยความรู้สึกของตัวเอง เป็น "สิ่งที่น่าเกลียด" และที่สุด ก็ต้องปิดกั้นตัวเอง อยู่ในกำแพง "ไขมัน" ที่ไร้ทางออก เจไมมา โจนส์ พูดถึงบาปกรรม จากความอ้วนของตัวเองว่า "ตอนนี้ฉันอายุยี่สิบเจ็ด สดใส ตลก อบอุ่น แคร์คน และใจดี แต่แน่ละ ไม่มีใครมองเห็นสิ่งเหล่านี้หรอก เวลาเขามอง เจไมมา โจนส์ เขาก็เห็นแต่ไขมัน เสียดายที่เขาไม่เห็นสิ่งซึ่งฉันเห็นทุกครั้งเวลาส่องกระจก ฉันว่าพวกนั้นน่ะเลือกมอง เลยไม่เห็นผมสีน้ำตาลอ่อนเงางามของฉัน ไม่เห็นดวงตาสีเขียวของฉัน ไม่เห็นริมฝีปากอิ่มเอิบของฉัน จะว่าไปมันก็ไม่ได้มหัศจรรย์อะไรตรงไหนหรอก แต่ฉันก็ชอบมัน ฉันว่ามันเป็นส่วนที่สวยที่สุดแล้วในตัวฉัน แถมพวกนั้นยังไม่สังเกตเสื้อผ้าด้วย เพราะถึงแม้ฉันจะมีน้ำหนักเกินแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวนะ ฉันพยายามแต่งตัวดีมาตลอด ดูอย่างชุดที่ฉันสวมอยู่นี่สิ กางเกงขายาวลายทางกับเสื้อแขนกุดยาวคลุมสะโพกสีส้มเข้าชุดกัน ซึ่งถ้าฉันผอมละก็ คุณก็คงชมว่าดูดีใช่ไหมล่ะ แต่ไม่เลย หุ่นอ้วนๆ ของฉันกลับทำให้ผู้คนมองฉันแล้วคิดในใจว่า ให้ตายเถอะ หล่อนไม่ควรใส่ชุดสีสดแบบนั้น ไม่ควรทำตัวเป็นเป้าสายตาเลยจริงๆ แต่ทำไมฉันจะใส่เสื้อผ้าสวยๆ บ้างไม่ได้ล่ะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะเลิกซื้อเสื้อผ้าไปเลยจนกว่าลดหุ่นให้เหลือไซซ์สิบได้ก่อน เพราะถึงไงฉันก็ต้องลดความอ้วนไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว..." ไม่ใช่เฉพาะคน "ภายนอก" เท่านั้น ที่มีปัญหากับ "เจไมมา โจนส์" ในเรื่องอ้วน แม้แต่ "แม่" ของเธอ ที่รักเธอมากเท่าที่แม่คนหนึ่งจะรักลูกสาวได้ แต่ เจไมมา โจนส์ บอกว่า "การพูดคุยกับแม่ดูจะจบลงแบบเดียวกันทุกครั้ง แม่ไม่เคยถามถึงเรื่องงาน เพื่อนหรือชีวิต กิน เที่ยว แม่เอาแต่ถามถึงน้ำหนัก แม่คิดว่าตัวเองกำลังหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก แต่ที่จริงแม่มองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองต่างหาก แม่น่ะอยากมีลูกสาวผอมสวย เป็นที่อิจฉาของเพื่อนบ้าน แม่อยากพาฉันไปช็อปปิ้ง และยืดอกโชว์ผู้คน ลูกสาวฉันใส่กางเกงขายาวไซซ์หกได้นะยะ แม่น่ะอยากบอกพนักงานร้านว่า สาวๆ สมัยนี้เขาชอบใส่อย่างนี้แหละ แม่น่ะอยากเดินไปตามถนนกับฉัน ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่อาจประเมินค่าได้ อยากดื่มด่ำกับสายตาชื่นชม มีความสุขกับความสวยของลูกสาว แต่คนเราเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น แม่ได้ลูกสาวที่แม่ทั้งรักทั้งอาย เพราะตอนนี้แม่ของฉันพยายามสุดฤทธิ์ที่จะไม่พาฉันไปช็อปปิ้ง เพราะไม่อยากเจอสายตาเวทนาจากพนักงานขาย ไม่อยากขายหน้าเมื่อเดินเข้าร้านเสื้อผ้าไซซ์พิเศษ ไม่อยากถูกคนมองเวลาเดินถนนด้วยกัน" นี่คือ ปัญหาอันหนักอึ้ง ที่หนักยิ่งกว่าไขมันที่เธอต้องแบกมันไปไหนมาไหนตลอดเวลาเสียอีก ปัญหาเหล่านี้เอง ทำให้ เจไมมา โจนส์ น่าจะเข้าใจ เรื่อง "อ้วน" ได้ดี และยิ่ง เมื่อเธอ ได้รับแรงกระตุ้น ที่มีพลังอันใหญ่หลวง เพื่อเอาชนะความอ้วนของตัวเอง ด้วยพลานุภาพของ "ความรัก" เธอยิ่งควรซาบซึ้งว่า ระหว่าง "อ้วน" กับ "ผอม" มีความแตกต่างกันอย่างไร คนเขียนปูเรื่องมาดิบดี แต่ก็มาดีแตกเอาตอนท้ายๆ เพราะทิ้ง "ความซาบซึ้งในทุกข์ปัญหาอ้วน" ของ เจไมมา โจนส์ ไปอย่างน่าเสียดาย โดยระหว่างที่เธออิ่มเอิบกับความผอม และมีความสุขกับชายคนรัก ก็ต้องพบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน เมื่อไปต้องเผชิญ กับ ปัญหา "อ้วน" อีกครั้ง ไม่ใช่ความอ้วนของเธอ แต่เป็นความอ้วนของ "คนอื่น" ซึ่งเป็นอย่างไรคงต้องไปอ่านเอง เพราะถ้าเฉลยไป "สิ่งที่ดีๆ" อย่างเดียวในความหวานจ๋อยของหนังสือเล่มนี้จะถูกทำลายหมดไป ปัญหาอ้วนของ "คนอื่น" ที่ว่านี้ เมื่อเธอต้องเผชิญ แทนที่จะมีท่าทีที่ดีและเข้าใจต่อปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง แต่ผู้เขียนกลับให้ เจไมมา โจนส์ โกรธ เกลียด เครียดแค้น และผละไปเพื่อใช้ความ "ผอม" แสวงหา "รัก" ที่แท้จริงครั้งใหม่อีกครั้ง ความ "อ้วน" แทนที่จะเป็นเรื่องการเรียกร้องให้เข้าอกเข้าใจ กลายเป็นความเลวร้ายไปเสียฉิบ ทำให้เรื่องจบลงแบบหวานเลี่ยนๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคฟันผุ ด้วยข้อสรุปอันซ้ำซากว่า คนอ้วน จะมีความสุขได้ มีความรักได้ มีชีวิตอันสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อ "ลดความอ้วน" เท่านั้น ?


สำหรับสาวๆๆที่ อยู่ในช่วง diet ลองหาหนังสือดีๆเล่มนี่มาอ่านนะค่ะ จะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติการในการ diet ครั้งนี้ เราก้อเป็นคนหนึ่ง เลยอ่านแล้วฮึดอย่างแรก ตอนนี้ ก้อยังไม่หยุดหย่อน อยากจะเป็น เจไมมา โจนส์ ลองไปหาอ่านดูนะค่ะ Smiley

อ่านแล้วอย่าลืม มาเล่าให้กันฟังนะค่ะ ว่ากลายเป็น เจไมมา กันรึยัง


Create Date : 13 มิถุนายน 2552
Last Update : 14 มิถุนายน 2552 21:54:54 น. 3 comments
Counter : 866 Pageviews.

 
แวะมาทักทาย..และมาเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: จิ๊บ (คุณนายเยอรมัน ) วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:1:58:56 น.  

 
มีแปลเล่ม2มั้ยคะ


โดย: หมิว IP: 180.183.37.126 วันที่: 27 ตุลาคม 2558 เวลา:23:36:28 น.  

 
มีแปลเล่ม2มั้ยคะ


โดย: หมิว IP: 180.183.37.126 วันที่: 27 ตุลาคม 2558 เวลา:23:36:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pawantee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add pawantee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.