Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Timeline เจาะเวลาผ่าจักรวาล (New Version) ตอนที่ 12

เป็นอีกครั้งที่มาริสา  โจนาธาน ปีเตอร์ โดโรธี และโรเบิร์ต จะต้องย้ายsavehouse วันนี้เป็นช่วงเย็นๆที่ลอนดอนไม่ได้คลาคล่ำด้วยรถราต่างๆทุกคนรู้สึกสะดวกที่จะต้องย้ายที่พักในช่วงเย็นๆโจนาธานพึงพอใจที่จะขี่เจ้ามอเตอร์ไซด์คันพิเศษของเขา ส่วนอีก 4คนที่เหลือก็นั่งรถยนตร์ไปตามระเบียบ โดยมีปีเตอร์ เป็นคนขับโดโรธีนั่งอยู่ข้างๆปีเตอร์ ส่วนด้านหลังเป็นมาริสากับโรเบิร์ตถึงแม้โจนาธานจะไม่ได้อยู่ในรถ แต่เขาสามารถติดต่อกับปีเตอร์ได้ผ่านไมโครโฟนอันเล็กๆที่ติดไว้ที่ปกเสื้อ

ปีเตอร์ออกรถก่อนโดยมีโจนาธานขี่มอเตอร์ไซด์ตามมาวันนี้เป็นวันที่อากาศดีมาก ช่วงเย็นย่ำแบบนี้ ลอนดอนเหมือนดังสวรรค์ของทุกคนขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับวิวรอบข้างปีเตอร์มองเห็นอะไรบางอย่างจากกระจกมองหลัง

“สุดท้ายพวกมันก็เผยตัวสักที”

โดโรธีหันไมองด้านหลังทันทีหลังจากสิ้นเสียงของปีเตอร์

“พวกมิ้ว”เธอตะโกนสุดเสียงก่อนที่จะหันกลับมา

“ทำยังไงดีล่ะปีแตอร์ พวกมันฆ่าเราแน่”

โดโรธีตกใจกลัวมากเพราะเคยเห็นความอำมหิตของพวกมิ้วมาก่อน

“ใจเย็นๆ”ปีเตอร์พยายามปลอบด้วยเสียงสั่นเครือ

“พวกมิ้วอยู่ข้างหลังนายนะ โจนาธาน”ปีเตอร์พูดผ่านไมค์ที่ปกเสื้อของเขาเพื่อส่งสัญญาณให้โจนาธานรู้

“เห็นแล้ว” โจนาธานตอบแบบไม่สะทกสะท้านพวกมิ้วตามคาราวานของปีเตอร์และโจนาธานพวกมันมีทั้งมอเตอร์ไซด์สุดหรูและรถยนต์ทรงแปลกที่แล่นได้เร็วมากพวกมันเป็นคนผิวขาวที่สวมชุดขาวอย่างหรู แต่ดูทะมัดทแมงและแปลกตา พวกมันมีปืนเลเซอร์ที่ทะลุทะลวงได้ดีแต่พวกปีเตอร์ก็มีอาวุธครบมือเหมือนกัน

ตอนนี้ทั้งปีเตอร์และโจนาธานเร่งความเร็วของยานพาหนะตัวเองเพื่อจะหลบหนีพวกมิ้วแต่พวกมิ้วซึ่งมีรถสามคันและมอเตอร์ไซด์สี่คันก็เร่งเครื่องตามพวกของปีเตอร์อย่างไม่ลดละโดโรธีตกใจมากกับปืนเลเซอร์ที่พวกมันยิงมาเป็นระยะๆ แต่รถของปีเตอร์เป็นรถแบบพิเศษปืนเลเซอร์จึงทำอะไรไม่ได้

ทุกคนในรถห่วงโจนาธานที่เขาจะต้องขับมอเตอร์ไซด์ส่ายไปส่ายมาเพื่อหลบหลีกเลเซอร์ที่พุ่งออกมาจากปืนหลายกระบอกตอนนี้เลเซอร์เริ่มถากชุดของเขา

“ถึงสี่แยกข้างหน้า นายไปซ้ายนะ” โจนาธานส่งสัญญาณให้ปีเตอร์รู้

“ได้” ปีเตอร์ตอบรับ

รถของปีเตอร์เลี้ยวไปทางซ้ายโดยมีรถของพวกมิ้วสามคันตามไปส่วนมอเตอร์ไซด์ของโจนาธานเลี้ยวไปทางขวาโดยมมอเตอร์ไซด์ของพวกมิ้วสี่คันเร่งตามไปด้วย

ทางฝั่งปีเตอร์พยายามจะขับรถแบบซิกแซกเพื่อล่อหลอกพวกมิ้วให้เสียหลักแล้วมันก็ได้ผล รถของพวกมิ้วพลิกคว่ำไปหนึ่งคัน แต่พวกมันยังเหลืออีกสอง

ทางโจนาธานปรับระบบมอเตอร์ไซด์ให้ขับขี่เองโดยอัตโนมัติเขากระโดดขึ้นยืนหลังมอเตอร์ไซด์ แล้วหันหลังไปหาพวกมิ้วเขาเอาปืนเลเซอร์ออกมายิงอย่างเมามันส์ เก็บพวกมิ้วไปสองคันแต่ยังเหลืออีกสองคันที่จี้เขามาติดๆ โจนาธานโดดลงมาขับมอเตอร์ไซด์เหมือนเดิมเขาพยายามเร่งเครื่องเพื่อหนีพวกมิ้วที่เหลือ

ปีเตอร์เองก็เร่งเครื่องเต็มที่รถของพวกมิ้วหนึ่งคันวิ่งขนานกับรถของปีเตอร์พวกมันพยายามชนรถของปีเตอร์ให้เสียหลักตกถนนไป แต่ปีเตอร์ยังประคองไว้ได้มาริสาใช้พลังจิตของเธอทำให้รถที่วิ่งขนานกับรถของปีเตอร์เสียหลักตกถนนไป

แต่ยังมีรถอีกคันที่ตามมาติดๆและใช้ปืนเลเซอร์ยิงมาแบบไม่ยั้งปีเตอร์ยังพยายามเร่งเครื่องเต็มที่และบีบแตรเพื่อให้รถคันหน้าเขาหลบออกไป

โจนาธานโดดขึ้นมายืนบนมอเตอร์ไซด์อีกครั้งเขาใช้ปืนเลเซอร์ยิงพวกมิ้วอีกสองคัน แต่เสียดายที่พวกมันหลบได้แต่ไม่นานนักก็มีคนมาช่วยจัดการยิงพวกมิ้วล้มไปอีกคันโจนาธานสังเกตเห็นชายที่ช่วยเขาอย่างชัดเจนเขาผู้นั้นขี่มอเตอร์ซด์มาในชุดสิงห์นักบิดพอโจนาธานเห็นหน้าเขาชัดก็พูดผ่านไมค์ด้วยความดีใจ

“จิมมี่”

จิมมี่ได้ยินจากเครื่องรับเสียงเล็กๆที่ติดไว้ข้างหูซึ่งทุกคนมีเหมือนกัน

“นายเร่งเครื่องไปเลยอีกคันเดี๋ยวเราจัดการเอง” จิมมี่บอกโจนาธาน

โจนาธานหันไปเร่งเครื่องตามที่จิมมี่บอก จิมมี่สอยมิ้วคันสุดท้ายร่วงไป

“บอกปีเตอร์ด้วยว่าไปเจอกันที่หอคอยลอนดอน”จิมมี่พูดกับโจนาธาน

โจนาธานบอกกับปีเตอร์ผ่านไมค์ว่า “ปีเตอร์ไปเจอกันที่หอคอยลอนดอนนะ”

“ได้”ปีเตอร์ตอบรับขณะกำลังหลบหลีกรถของพวกมิ้วคันสุดท้าย

รถอีกคันของพวกมิ้วบ้าระห่ำมากไล่ล่ารถของปีเตอร์อย่างไม่หยุดยั้งขณะที่โจนาธานกับจิมมี่มุ่งหน้าไปยังหอคอยลอนดอนก่อน

ปีเตอร์เครียดจัดที่พวกมิ้วคันสุดท้ายตามมาติดๆ แถมยิงปืนเลเซอร์เป็นว่าเล่นมาริสาก็เครียดเกินกว่าจะใช้พลังจิตของเธอในตอนนี้ได้

แต่ไม่นานนักรอนก็ขี่มอเตอร์ไซด์มาด้านหลัง แล้วยิงรถของพวกมิ้วคันนั้นโดนคนขับเข้าอย่างจังรถเสียหลักพุ่งชนถังขยะและก็ม้วนแปดตลบก่อนจะหายท้องแน่นิ่ง

“ใครวะ” ปีเตอร์งงว่าใครมาช่วยเขาแต่เขาก็ไม่สนใจแล้ว มุ่งหน้าไปยังหอคอยลอนดอนอย่างไม่ลดละ โดยมีรอนตามไปติดๆ

พอทุกคนมาถึงหอคอยลอนดอนคนของรัฐบาลที่ชื่อว่าซินเธียก็มาช่วยพาทั้งหมดเข้าไปพักในที่ๆปลอดภัยและที่นั่นก็คือ White tower ตึกที่สูงที่สุดในกรุงลอนดอน

หอคอยลอนดอนเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ของกรุงลอนดอนและประเทศอังกฤษที่นี่เคยเป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ สถานที่เก็บมหามงกุฎ ท้องพระคลัง คลังอาวุธโรงกษาปณ์ รวมไปถึงสถานที่คุมขัง ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1066 โดยพระเจ้าวิลเลียมผู้ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์อังกฤษพระองค์แรก จนมาถึงปี ค.ศ.1097ป้อมแห่งนี้จึงได้กลายเป็นพระราชวัง โดยมีการสร้าง Whitetower ขึ้นตรงลานสนามหญ้าสีเขียว แต่มาในปี ค.ศ.3014 ป้อมแห่งนี้ได้กลายเป็นที่หลบซ่อนชั่วคราวของพวกปีเตอร์ไปโดยปริยาย

เมื่อเห็นทุกคนเริ่มหายเหนื่อยแล้ว ซินเธียได้บอกกับทุกคนว่ารัฐบาลอนุญาตให้ทุกคนหลบซ่อนตัวชั่คราวอยู่ในหอคอยลอนดอนได้คาดว่าพวกมิ้วไม่น่าจะกล้าเข้ามาทำอะไร ส่วนเรื่องอื่นๆไว้ว่ากันที่หลังอย่างไรก็ตามทางรัฐบาลก็จะช่วยพวกของปีเตอร์เต็มที่ตอบแทนที่มาริสาเคยช่วยทำประโยชน์ต่างๆให้รัฐบาลอย่างมากมายคำถามสุดท้ายที่ซินเธียหันมาถามปีเตอร์คือ

“ทำไมพวกมิ้วถึงตามล่าพวกคุณ”

ปีเตอร์ตอบไปเท่าที่คิดได้

“คงเป็นเพราะมาริสา สมิท”

ซินเธียพูดต่อว่า

“ขณะที่พวกคุณอยู่ที่นี่ beefeatersจะดูแลพวกคุณอย่างดีตามคำสั่งของรัฐบาล”

Beefeaters ที่ซินเธียพูดหมายถึงคนที่ดูแลหอคอยลอนดอนแห่งนี้

“ส่วนฉันเองต้องกลับก่อนเพราะฉันไม่ควรค้างที่นี่”

พอพูดจบ ซินเธียก็เดินออกไปอย่างเร่งรีบ

ทุกคนยังคงเหนื่อยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงนั่งพักกันแบบไม่มีใครพูดคุยกับใคร beefeaters ยกน้ำมาบริการทุกคน หลังจากนั้นจึงขอตัวไปทำอาหารค่ำ

“กินอาหารค่ำในหอคอยลอนดอนเนี่ยนะ”โดโรธีกล่าวออกมาอย่างอารมณ์เสีย

“ไม่แน่คืนนี้เธออาจจะเจอแอนน์ โบลีนที่นี่ก็ได้” ปีเตอร์แซวโดโรธี

โดโรธีหันหน้ามาแบบอารมณ์เสียสุดๆ“ที่พูดนั่น ปากเหรอคะ”

ปีเตอร์ไม่สนใจโดโรธีเขาหันไปถามจิมมี่ว่า

“แล้วนายคนนี้ใครกัน”

จิมมี่ตอบว่า “รอนไง”

ทุกคนตกตะลึงกับคำตอบนั้นรวมทั้งโรเบิร์ตด้วย

“คนที่มาจากอนาคตอีกสามแสนปีเหรอครับ”

โจนาธานถามอย่างสุภาพ

จิมมี่ตอบว่า “ใช่ฉันรีบมารับเขานี่แหละหลังจากไปพบใครบางคนมา”

ตอนนั้นในห้องเงียบไปพักนึงทุกคนมีอาการตกตะลึง รู้สึกเหมือนกับว่าฝันไป การที่มีคนจากอนาคตมาปรากฏตรงหน้าก็ใช่ว่าจะทำใจกันได้ง่ายๆโจนาธานถามรอนว่า

“นายมาจากอนาคตจริงๆเหรอ”

“ใช่ครับ ผมมาจากอนาคต” รอนตอบออกไป

“พูดภาษาเราได้ด้วย” ปีเตอร์เอ่ยขึ้น

“ผมพูดได้ 11 ภาษา”

รอนหันไปมองมาริสา “คุณคงคือมาริสา สมิท”

“ใช่ ฉันเอง”

รอนนึกไม่ถึงว่ามาริสา สมิทจะเป็นผู้หญิงที่ยังดูเด็กมากๆและก็สวย น่ารักมาก

พอ beefeaters มาเชิญพวกเขาไปเตรียมตัวในการรัปประทานอาหารค่ำการสนทนาก็ถูกขัด จังหวะลงชั่วครู่

หลังจากทานอาหารค่ำเสร็จรอนได้มีโอกาสพูดคุยกับมาริสาเป็นการส่วนตัว

“ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ”

“ก็อย่างที่คุณเห็น มีคนตามไล่ล่าพวกเรา”

“พวกมันคือใคร”

“พวกมิ้วค่ะพวกมันเหมือนกับเป็นทหารรับจ้างชั้นสูง ใครจ้างให้ทำอะไร พวกมันก็รับหมด”

“แต่คุณยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังพวกนี้”

“ยังค่ะและวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เรารู้ว่าฝ่ายต่อต้านคือพวกมิ้ววันนี้มันตามล่าเราอย่างเปิดเผย”

“แล้วผมต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง”

“ควีนวิคตอเรียบอกคุณว่ายังไง”

“พระองค์บอกผมให้มาช่วยพวกคุณเพราะพวกคุณรู้ถึงการลอบฆ่าบรรพบุรุษของพระองค์ในปี 2014การรู้เรื่องพวกนี้จะทำให้พวกคุณไม่ปลอดภัย”

“หน้าที่ของคุณก็คงตามนั้นล่ะค่ะ”

“คุณติดต่อกับพระองค์ได้นานแล้วเหรอ”

“สักพักใหญ่ๆแล้วล่ะค่ะแล้วฉันก็เป็นคนเตือนพระองค์เองว่าจะมีคนลอบฆ่าบรรพบุรุษของพระองค์ในปี 2014ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ตอนนี้ทุกคนคงจะมองรูปการณ์ต่างๆออกหมดแล้ว”

“พวกมันคงมีแผนบี”

“ค่ะ คิดว่าอย่างงั้นและขั้นแรกของแผนบีคือการฆ่าพวกเรา”

“ทำไมพวกคุณถึงคิดว่าพวกคุณกลายเป็นเป้าใหญ่ของแผนบี”

“ฉันสื่อสารกับควีนวิคตอเรียได้ รู้ว่าปี 2014เกิดเอกภพคู่ขนาน และทางเรามีคนที่แข็งแกร่งอย่างคุณ และก็โรเบิร์ต”

“โรเบิร์ต”

“ใช่ค่ะ โรเบิร์ต บัดดี้ของคุณไงค่ะอีกไม่นานคุณกับโรเบิร์ตก็จะได้ทำความคุ้นเคยกัน”




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2557 2:44:29 น. 0 comments
Counter : 63 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อุรุเวลา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อุรุเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.